THE WHITE SWAN ♦ ใต้เงาสีหมอกsavedbywolf
THE WHITE SWAN ♦ แรก ... รู้จัก (ครึ่งแรก)
  • THE WHITE SWAN  ใต้เงาสีหมอก






    เซฮุนกำลังหงุดหงิด ...

    ไม่สิ เรียกว่าไม่ได้ดั่งใจมากกว่าถึงจะถูก เด็กหนุ่มถอนหายใจก่อนจะจ้องร่างของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก มองใบหน้าแสนเหนื่อยหน่าย มองรอยคล้ำดำที่อยู่ใต้ตาทั้งสองข้าง หลายวันมานี้ ชีวิตเขากลับตาลปัตรไปหมดแล้วมันก็เริ่มส่งผลถึงการทำงานของเขาแล้ว

    อย่างแรก เซฮุนพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยในการซ้อม เขาจำท่าเต้นใหม่ไม่ได้เลย จนต้องแยกออกมาซ้อมเดี่ยวอยู่คนเดียวแบบนี้ เขาทำให้คนอื่นต้องช้าตามไปด้วย ในเมื่อการแสดงครั้งแรกนี้ มีเซฮุนเป็นตัวเอกร่วมกับนักบัลเล่ต์หญิงอีกคนหนึ่ง

    ในชีวิตการทำงาน เซฮุนไม่เคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน

    และตอนนี้เขาเองก็ไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันว่าระหว่างความผิดพลาดเรื่องงานกับภาพถ่ายและเนื้อความในจดหมายขู่ฆ่า … อะไรที่ตามหลอกหลอนเซฮุนมากกว่ากัน

    “ขออนุญาตครับ”

    เสียงของอี้ชิงดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตู

    เซฮุนรีบหันขวับกลับไปมองก่อนจะพบว่าชายเจ้าของชื่อนั้น ยืนกอดอกพิงกรอบประตูมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ให้ตายเถอะ รู้อยู่หรอกว่าย่องเก่ง แต่ไม่คิดว่าอี้ชิงจะปรากฏตัวได้เงียบเชียบเท่านี้มาก่อนเลย

    “มีอะไรเหรอ?”

    เซฮุนถามเสียงเบาแล้วจึงหันกลับไป ค่อยๆถอดรองเท้าบัลเลต์ของตัวเองออกแล้วมองดูนิ้วเท้าอันบิดเบี้ยวของตัวเองด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก โดยปกติแล้วผู้ชายจะไม่ใส่พ้อยท์ชู แต่คณะที่เขาสังกัดอยู่ค่อนข้างจะยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติ จึงต้องใส่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    เพราะฉะนั้น นิ้วเท้า จึงเป็นสิ่งเดียวในร่างกายของหงส์ขาวตัวนี้ที่ ไม่สวยงาม

    แต่เซฮุนกลับรักความไม่สมบูรณ์ข้อนี้ของตัวเองมากที่สุดเพราะมันคือสิ่งที่แสดงให้เห็นความยากลำบาก เขาพยายามมาด้วยตัวเองมากแค่ไหนกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ด้วยความสามารถ

    เมื่ออี้ชิงยังไม่ตอบ พอหันกลับไปก็เห็นว่า เสือดาวหนุ่มกำลังมองนิ้วเท้าอันถลอกปอกเปิกของเขาอยู่ ในใจก็อยากจะบอกอยู่หรอกว่า คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเจ้านิ้วเน่าของผม แต่เราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นนั้นแล้วเขาเองก็ไม่ชอบจริงๆที่จะมานั่งพูดเรื่องส่วนตัวอะไรให้คนที่เพิ่งรู้จักกันฟัง

    เซฮุนเหลือบมองนาฬิกาบนผนังแล้วพูดต่อ “ยังไม่หมดเวลาซ้อมนี่ ...”

    “คุณมีประชุมเรื่องบทละครต่อ” อี้ชิงพูดช้าๆแล้วเปลี่ยนมาเป็นยืดตัวยืนตรง ชายหนุ่มไม่ได้ใส่ชุดแปลกๆที่ดูเหมือนมาจากยุคเก่าซึ่งเขามารู้ทีหลังว่ามันคือเครื่องแบบของเดอะ ฮันส์แมนอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้บอดี้การ์ดของเขาทุกคนล้วนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีดำสนิท “เพิ่งมีข่าวแจ้งมาว่าเกิดอุบัติเหตุใหญ่ รถติดยาว เราต้องรีบออกไปแล้วเซฮุน”

    เขาถอนหายใจ เข้าใจเหตุผลที่อีกฝ่ายมาเร่งก่อนเวลา แต่ก็อดที่จะขัดใจไม่ได้อยู่ดี อะไรบางอย่างในตัวอี้ชิงยังทำให้เซฮุนไว้ใจชายหนุ่มไม่ลงเหมือนที่ไว้ใจชานยอลร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะกลิ่นสาปเสือที่ติดตัวอี้ชิงอยู่ตลอด

    มันทำให้เขาเสียวสันหลังจริงๆ

    “โอเค ผมเข้าใจแล้ว แล้วชานยอลไปไหนล่ะ”

    “เขากลับไปตรวจสอบที่อพาร์ทเม้นท์ก่อนคุณจะกลับบ้าน แล้วก็สั่งอาหารที่คุณชอบ รอคุณไว้แล้ว” อี้ชิงพูดเสียงนุ่ม เมื่อเห็นเซฮุนยอมลุกเดินมาที่โซฟาทำท่าจะเก็บของ ชายหนุ่มก็รีบเดินมาช่วยเขาถือกระเป๋าใส่เสื้อผ้าอีกใบทันที “แต่ว่าตอนนี้ คุณต้องรีบไปกับผมก่อน”

    “ถ้างั้นคุณรออยู่ตรงนี้แหละ ผมขอเวลาครึ่งชั่วโมง อาบน้ำแต่งตัว แปบเดียว” เซฮุนรีบพูดแล้วกำลังจะเดินไปทางห้องอาบน้ำ

    “เราไม่มีเวลามากขนาดนั้น เซฮุน” คราวนี้ อี้ชิงรีบพูดก่อนจะเป็นฝ่ายถอนหายใจบ้าง ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ แม้จะไม่ได้มีท่าทีคุกคามแต่อย่างใด แต่เซฮุนก็ยังก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างของเราสองคนอยู่ดี “คุณมีเวลาสิบนาทีเท่านั้น”

    เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว ดวงตาดำขลับจ้องใบหน้าของเสือหนุ่มพร้อมๆกับที่ได้ยินเสียงเส้นประสาทของตัวเองเต้นตุบๆไปด้วย “สิบนาที จะบ้าหรือไง”

    “ไม่ ผมพูดจริง”

    อี้ชิงย้ำชัดก่อนจะเดินไปยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูห้องอาบน้ำ พอเห็นว่าเซฮุนยังไม่ขยับ คราวนี้ดวงตาของชายหนุ่มที่มองมาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงสดภายในพริบตาก่อนมันจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ทำเอาเด็กหนุ่มแทบจะอ้าปากค้าง

    ให้ตายเถอะ ... ไม่เคยมีบอดี้การ์ดคนไหน

    กล้าเปลี่ยนสีตาใส่เขามาก่อน

    ไม่เคยมีจริงๆ เพราะในโลกของมนุษย์เรามีคำว่า มารยาท ในการอยู่ร่วมกัน แต่ในโลกของสัตว์ การเปลี่ยนสีตาใส่กันโดยเฉพาะพวกสัตว์นักล่า สัตว์กินเนื้อ จะใช้การเปลี่ยนสีตาเพื่อบ่งบอกนัยยะอะไรบางอย่าง เช่น การข่มขู่ให้ยอมจำนนหรือเป็นการเตือน ... ว่าถ้าหากยังไม่หนีไปล่ะก็ โดนแน่!

    “ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะรีบอาบน้ำนะ เพราะตอนนี้คุณเหลือเวลา…” อี้ชิงพูดขึ้นมาอีกครั้งแล้วหันไปเปิดประตูห้องอาบน้ำไว้รอด้วยความสุภาพ ราวกับเมื่อตะกี้เจ้าตัวไม่ได้เปลี่ยนสีตาใส่เขาอย่างไรอย่างนั้น “… อีกแปดนาที”

    เซฮุนเงียบ ...

    ได้แต่เดินมองใบหน้าหล่อสะอาดสะอ้านของอีกฝ่ายตาเขียวตาคว่ำแล้วปิดประตูห้องอาบน้ำให้แรงที่สุดเท่าที่จะทำได้






    เซฮุนเดินหน้าหงิกตั้งแต่ออกมาจากห้องอาบน้ำยันขึ้นไปนั่งรถบนได้

    ด้วยความสัตย์จริง เขาไม่เคยอาบน้ำแต่งตัวเสร็จภายในระยะเวลา ‘แปดนาที’ มาก่อนเพราะเซฮุนชอบเล่นน้ำ เขาจำเป็นต้องแช่น้ำ ไม่ใช่เพราะเขาอ้อยอิ่ง แต่หงส์ขาวในตัวเขาต้องการมัน น้ำคือสิ่งที่ซ่อมแซมสัญชาติญาณของพวกเราได้ เพราะฉะนั้นการโดนบังคับให้อาบน้ำเร็วๆนั้นก็เหมือนกันการได้กิน แต่ไม่อิ่มนั้นแหละ

    เขาทำเวลาได้ก็จริง แต่ก็ต้องยอมรับว่าผมยังปียกไปทั้งหัวในตอนที่ขึ้นมานั่งบนรถได้ อี้ชิงเป็นคนขับรถที่ดี อย่างน้อยก็ใจเย็นกว่าชานยอลเยอะ แต่เพราะเรื่องก่อนหน้า ทำเอาเซฮุนอยากจะนั่งเล่นโทรศัพท์แล้วทำเป็นไม่สนใจชายหนุ่มอีกคนมากมายนัก แต่ว่าจากหางตา พอเวลาอี้ชิงนั่ง เขาก็เห็นอย่างชัดเจนว่าภายใต้เสื้อสีดำเนื้อหนานั้น มีซองปืนถูกคาดอยู่ที่สะโพกของเสือดำหนุ่มด้วย

    แค่นั้นก็ทำเอาเขาแทบจะนั่งไม่ติดเบาะแล้วเชียว

    ถึงแม้อี้ชิงจะพกปืนไว้เพื่อปกป้องตัวเขาเองก็ตาม

    “ผมรู้นะเซฮุน ว่าคุณยังไม่ชินกับผมเท่าไหร่นัก …” เมื่อรถติดไฟแดง จู่ๆอี้ชิงก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนหลังจากที่เงียบกันมาทั้งคู่ตลอดทาง “ที่จริง จุนมยอนต้องการให้ผมประกบคุณตลอดเวลาด้วยซ้ำ แต่ผมเป็นคนขอเขาเองว่าให้ชานยอลเป็นคนทำหน้าที่แทนผม ในช่วงที่เป็นเวลาส่วนตัวของคุณ ... คุณจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดไปมากกว่านี้”

    เซฮุนวางโทรศัพท์ลงกับตัก ก่อนจะหันไปมองใบหน้าด้านข้างของคนที่จู่ๆก็พูดขึ้น ยิ่งตอนที่อี้ชิงทำเฉยๆ แต่หูตากลับระแวงระวังกวาดมองไปมาโดยที่แทบจะไม่ขยับศีรษะเลยแม้แต่นิด เซฮุนคิดในใจว่าตอนนี้อี้ชิงเหมือนแมวบ้านมากกว่าจะเป็นเสือตั้งเยอะ

    “แต่ผมก็หวังจริงๆว่า คุณจะเข้าใจในสักวันหนึ่ง ... ว่าสัตว์ที่อยู่ในตัวผมไม่ได้บ่งบอกสิ่งที่ผมเป็นเสมอไป” เซฮุนยังเงียบแล้วปล่อยให้อี้ชิงพูดต่อ “ผมถูกฝึกมาให้เป็นนักต่อสู้ แต่นั่นไม่ได้แปลว่า ผมชอบความรุนแรง ผมเองก็มีด้านที่เป็นมนุษย์เท่าๆกับคุณนั่นแหละ เพียงแต่ว่า ความรุนแรงมันเป็นส่วนหนึ่งในงานของผมที่มันเลี่ยงไม่ได้ก็เท่านั้นเอง”

    “ผมไม่ได้ว่านะ ... แต่ว่า” เซฮุนยอมพูดในที่สุด “พวกนักล่าก็มักจะพูดแบบนี้เพื่อปกป้องตัวเอง แต่เวลาที่คนพวกนั้นคุมสัตว์ในตัวไม่ได้ นั่นหมายถึงชีวิตของคนอื่นเสมอ ผมไม่แคร์หรอก คุณมีสิทธ์จะพูดอะไรก็ได้ แต่จะทำได้หรือไม่ได้ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถูกไหม?”

    อี้ชิงไม่ใช่สัตว์กินเนื้อตัวแรกที่พูดกับเขาแบบนี้หรอก ...

    แต่เซฮุนได้ยินอะไรเทือกๆนี้มาจนเบื่อ หลายคนๆมีบุคลิกราวกับสุภาพบุรุษ สุภาพสตรีชั้นสูงด้วยซ้ำ ทั้งสุภาพ ทั้งอ่อนโยน ทั้งพูดจาไพเราะรื่นหู ท่าทางมันฝึกได้ แต่สิ่งที่สัตว์นักล่าไม่เคยฝึกได้ก็คือ ความกระหายในแววตาของพวกนั้น ... โกหกไม่ได้เลย

    ยิ่งเวลาที่คนมองนั้นมองเขา ... มองเหมือนเป็นของกิน มองเหมือนอยากจะได้นักได้หนา ราวกับเขาเองก็เป็นเพียงแค่หงส์ขาวไร้ค่าตัวหนึ่ง

    “ถ้าอย่างนั้น คุณชอบพวกมนุษย์มากกว่าอย่างนั้นเหรอ?”

    “อย่างน้อย วันดีคืนดีพวกมนุษย์ก็คงไม่นึกอยากจะจับผมกินเป็นของว่าง...” เขาตอบ

    ในทันทีเสียงหัวเราะเบาๆก็ดังขึ้น เซฮุนรู้ได้ตามสัญชาติญาณว่าอี้ชิงไม่ได้ไม่พอใจกับคำตอบของเขาก่อนหน้านี้แต่อย่างใด ที่คุยๆกันนี่ราวกับว่าอีกฝ่ายชวนเขาคุยเล่นเพื่อที่จะทำให้เขาผ่อนคลายเท่านั้น

    “มันก็จริง มนุษย์ไม่กินเนื้อสัตว์แปลงอย่างพวกเราหรอก แต่พวกมนุษย์น่ะ จับพวกเราใส่กรงแล้วก็ซื้อ ขายพวกเราเหมือนกับพวกเราเป็น ‘สัตว์’ จริงๆน่ะซี่”

    เซฮุนหน้างอ “ผมไม่ได้เข้าข้างมนุษย์นะ เพียงแต่ผมไม่คิดว่าสัตว์นักล่าจะอันตรายน้อยกว่ามุนษย์ตรงไหน”

    “ผมเข้าใจ” อี้ชิงตอบกลับมาน้ำเสียงนิ่มนวลราวกับจะบอกเขาว่า เจ้าตัวเข้าใจจริงๆนะ แล้วพอเซฮุนหันไปมองก็พบว่าตอนนี้ดวงตาดำขลับของเสือดาวหนุ่มก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน “... แต่คุณอาจจะยังไม่เคยเห็นอีกโลกหนึ่ง ที่บางครั้งนักล่าที่แข็งแกร่งมากที่สุดยังไม่สามารถทำอันตรายกับคุณได้เท่ากับมนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่งทำได้เลย”

    เซฮุนถึงกับเงียบไป ...

    ให้ตายเถอะ อี้ชิงพูดประโยคเมื่อกี้ได้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและเบาบางสุดๆได้อย่างไร

    “วันนี้ผมดูคุณซ้อมเต้น ...” เมื่อเห็นเขาเงียบ อี้ชิงก็พยายามชวนเซฮุนคุยต่อ “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแฟนคลับคุณถึงเยอะขนาดนี้”

    เดอะ ฮันส์แมนไม่ได้บอกอี้ชิงหรือไง

    ว่าการตบหัวแล้วลูบหลังเนี่ยมันไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกดีขึ้นเลย

    “อี้ชิง ...” เซฮุนเน้นเสียง “คุณรู้ใช่ไหมว่าผมไม่ชอบให้ใครมาด้อมๆมองๆผม”

    เสือดาวหนุ่มหัวเราะเบาๆ ในขณะที่ดวงตายังมองถนน แต่ริมฝีปากก็ยังยิ้มน้อยๆอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงจนเขาได้แต่สงสัยว่าเวลาที่ผู้ชายคนนี้โกรธ อี้ชิงจะแสดงด้านก้าวร้าวออกมาด้วยหรือไม่

    “ผมรู้ แต่ว่าการดูแลคุณคืองานของผม”

    “แต่เมื่อไหร่ที่ผมล็อคห้อง นั่นแปลว่าผมต้องการความเป็นส่วนตัว ชานยอลเองก็รู้ดี เขาจะไม่มายุ่งกับผม”

    “นั่นมันไม่สำคัญหรอกครับ ถึงผมกับชานยอล ไม่ได้เฝ้ามองคุณ ...”

    อี้ชิงพูดเสียงนิ่มนวลเป็นปกติ ชายหนุ่มหันมามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะตบไฟเลี้ยว แล้วประคองรถเข้าสู่สถานที่นัดประชุมของเขาแล้วพูดต่อ



    ... แบคฮยอนก็ต้องทำอยู่ดี








    Talk : ตอนเต็มจะมาวันที่ 30 หรือ 31 นะคะ 

    จะพยายามดีลเอาพระเอกค่าตัวแพงออกมาให้ได้เล้ยยย


    ปล. อย่าลืม #ใต้เงาสีหมอก ให้กำลัง  กันน้า


    ขอบคุณทุกความรักและกำลังใจ

    เขียนโดย LONEWOLF


    -  Thank You  -


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
eve_ivyyy (@eve_ivyyy)
ตื่นเต้นเลย อ่านไปลุ้นไป เหมือนคอยระวังภัยให้หงส์ตัวน้อยๆอย่างน้อย อยู่มท่ามกลางนักล่าขนาดนั้น แงงงงงง ชอบจริงจังมาก ชอบที่ดีงคาแรคของสัตว์แต่ละตัวมาใส่คนได้โอเคมาก อย่างฉากที่บอกหงส์ชอบเล่นน้ำ คือเราคิดตามไปถึงชีวิตของสัตว์จริงๆเลย
ehyukjaebt (@BBaekhyun)
อยากเจอพี่สีหมอกแล้ว