LETHAL ทะนงsavedbywolf
Epilogue: A good play needs no epilogue. (ตอนเต็ม)
  • LETHAL


    To know so deeply how unwanted you’re … is almost lethal.

    การรับรู้ว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการมากเพียงใดนั้น ... อันตรายถึงชีวิต






    • บทส่งท้ายA good play needs no epilogue.



    ในตอนที่เป็นเด็ก ...

    เซฮุนเคยวาดฝันถึงภาพครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น แต่ก็ไม่คิดจริงๆว่าในที่สุด หลังจากต่อสู้มานาน เขาจะได้ความฝันนั้นมาอยู่ในมือ ทุกอย่างในชีวิตของเขาตอนนี้มันเริ่มต้นจากการแต่งงานที่บิดเบี้ยวจนตอนนี้ทั้งเขาและคุณสามีเองก็กำลังพยายามทำให้ทุกอย่างดีขึ้นอย่างสุดความสามารถอยู่

    ตอนนี้ ... ครอบครัวของจงอิน ที่มีคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว พี่เขยและหลานสาวก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังเดียวกันเป็นที่เรียบร้อย ส่วนครอบครัวของฮยองนิมก็ย้ายจากบ้านเก่าเข้ามาอยู่ในบ้านที่ตกแต่งใหม่หลังข้างๆบ้านของเขาแล้วเช่นกัน

    ที่จริง เซฮุนเองก็ไม่อยากจะค่อนขอดเรื่องการใช้เงินของจงอินอีกแล้ว เนื่องจากเหตุผลในครั้งนี้ ที่คุณสามีทำไปก็เพื่อทำให้เขามีความสุข เขาจำได้ดีว่าของขวัญวันเกิดปีก่อนนู้นได้เป็นสร้อยข้อมือเส้นงาม ส่วนปีนี้ จงอินแอบซื้อบ้านพร้อมที่ดินหลังติดกันซึ่งเซฮุนเองก็ไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าเพื่อนบ้านของเขาประกาศขายตั้งแต่ตอนไหน แล้วตกแต่งให้ใหม่หมด จัดการทุบรั้วกั้นอาณาเขตของทั้งสองบ้านออกให้กลายเป็นบ้านสองหลังในรั้วเดียวกัน ก่อนจะจัดแจงให้ครอบครัวของฮยองนิมเข้ามาอยู่ด้วยกันอย่างเสร็จสรรพ

    ถึงแม้จะแอบเสียดายเงินก้อนโตจนน้ำตาแทบจะไหลออกมาเป็นสายเลือด

    แต่ ... ทั้งหมดนั่น ก็ทำเอาเซฮุนถึงกับน้ำตาแตกด้วยความดีใจในตอนที่รู้เรื่อง

    ตั้งแต่เรื่องปิดร้านเซอร์ไพรส์วันเกิดของเขาที่เคยทำ แทบทุกวันหลังจากนั้นก็ต้องมีบ่นเรื่องการใช้เงินของจงอินให้ได้ยินเข้าหู ทั้งฟ้องคุณพ่อคุณแม่ให้ช่วยจัดการ ก็พอปรามๆเรื่องใจใหญ่ของคุณสามีลงได้บ้าง แต่ก็ได้แค่แปบเดียวเท่านั้น ถ้าวันไหนจู่ๆตื่นมา แล้วหายออกกันไปสามคน จงอิน เจ้าแทรินแล้วก็เซจองนะ วันนั้นเซฮุนก็รู้ได้เลยว่าขากลับ ของเอยอะไรเอยต้องได้ขนกลับมาเต็มรถแน่ๆ

    เรื่องสปอยหลาน สปอยลูกนี่ขอให้บอกเถอะ ...

    เรียกว่าพ่อบุญทุ่มยังน้อยไป

    ลูกสาวคนโตของเขาอายุก็จะสี่ขวบได้แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ แตงโมโตมาติดพ่อมาก เวลาจงอินอยู่บ้านก็แทบจะไม่เอาใครเลย เรียกได้ว่าเป็นลูกสาวพ่ออย่างเต็มตัว ส่วนตัวเล็กทั้งสอง เจ้ามังคุดก็ติดเขาแจ ตอนยังแบเบาะ คลานไปคลานมานี่ยังไม่รู้เรื่องอะไรหรอก แต่พอเริ่มตั้งไข่ หัดเดินได้เท่านั้นแหละ ไม่ยอมเอาใครเลยเหมือนกัน ตอนนี้ก็สองขวบกว่าได้แล้ว สุดแสนจะซน ยิ่งเป็นเด็กผู้ชายด้วย ทั้งแจฮยอน ทั้งโดยองปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้เลย

    เดือนก่อนแจฮยอนก็เพิ่งจะหงายหลังตกโซฟาไป ดีที่มีเบาะยางหนาๆรองอยู่ที่พื้น แล้วมังคุดก็ไม่ได้เอาหัวลง ไม่อย่างนั้น เขาล่ะไม่อยากจะคิด บอกตามตรง ตั้งแต่เลี้ยงลูกมา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเลย เซจองเองก็ไม่ได้ซนเป็นลิงเหมือนอย่างเจ้ามังคุดทั้งสอง วันนั้นเซฮุนเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วทันเห็นจังหวะที่ลูกหงายหลังตกจากโซฟาพอดี พี่เลี้ยงก็กำลังอุ้มโดยองที่กำลังร้องไห้งอแงอยู่ เขาจำได้ว่า ตัวเองร้องเสียงหลง ตกใจสุดขีด ถลาเข้าไปทีเดียวก็เข้าถึงตัวแจฮยอนได้

    วันนั้น มังคุดน่ะ ไม่ได้เจ็บอะไรหรอก แต่ที่ร้องลั่นบ้านเพราะคงตกใจที่ตกจากโซฟามากกว่า แต่คนที่เจ็บตัวจริงๆคือป่ะป๊าต่างหาก เซฮุนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ็บเพราะอะไร ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าต้องรีบไปดูลูก พออุ้มมังคุดตัวน้องขึ้นมาได้ ก็ต้องปลอบกันอีกยกใหญ่กว่าจะหายตกใจ และกว่าที่เขาจะรู้ตัวว่าเจ็บเข่ามากๆก็นู้นแหละ หลังจากมังคุดฝาแฝด กินนมแล้วนอนกลางวัน หลับไม่รู้เรื่องไปเป็นที่เรียบร้อย

    พอคุณสามีกลับบ้านมาก็บ่นใหญ่ว่าชอบทำให้เป็นห่วงทั้งแม่ทั้งลูก แต่ก็บ่นอยู่แปบเดียว ก่อนนอนก็ยังไปหายาแก้อักเสบ แก้ปวดแถมยังช่วยทายาให้เสร็จสรรพอยู่ดี ส่วนเจ้ามังคุดตัวน้องก็ไม่กล้าปีนโซฟาเล่นเหมือนปกติ ตัวติดป่ะป๊าแจ ยืนเกาะแข้งเกาะขาอยู่นั่น ไม่ยอมห่างไปไหนเลย แต่ก็หายซ่าไปได้แค่สองสามวันเท่านั้น พอลืมว่าตัวเองเคยตกโซฟา ก็เอาอีกและ ทะเลาะกับมังคุดตัวพี่ แย่งของเล่นกันเหมือนเดิม

    ทุกๆวันของเซฮุนมักจะเป็นแบบนี้ ถ้าวันไหนคุณสามีอยู่บ้านก็จะเบาลงหน่อย เซจองจะติดพ่อ อยู่กับพ่อทั้งวันก็จริงแต่เวลาแตงโมจะกิน จะนอน ต้องเขาคนเดียวเท่านั้น แม้แต่จงอินยังไม่เอาไม่อยู่ ส่วนเวลาแต่งตัว ลูกสาวเขาจะมีความสุขเป็นที่สุดเวลาพี่แทรินแต่งตัวสวยๆให้ ส่วนลูกชายคนเล็กทั้งสองจะหนักไปทางซน ดื้อเงียบ ถ้าเซฮุนดุจะไม่กลัวเท่าไหร่ แต่ถ้าพ่อมา คำเดียวคือรู้เรื่อง

    เวลาโดนพ่อดุ ถึงแม้จงอินจะไม่ได้ขึ้นเสียงอะไรเลยก็ตาม แต่อาการจะเยอะเป็นพิเศษ ชอบวิ่งน้ำหูน้ำไหลไปอ้อนคุณย่าแทน นี่แหละนะ มาเลี้ยงเองถึงได้รู้ ใครว่าเด็กๆจะไม่รู้เรื่องกันเล่า ดูสิ ตัวแค่นี้ก็รู้จักหัดเอาตัวรอดเสียแล้ว ยิ่งเจ้ามังคุดนี่คุณแม่บอกว่าเหมือนคุณสามีตอนเด็กๆมาก คุณย่าก็เลยหลงสองแฝดนี้เป็นพิเศษ

    “หมดฤทธิ์กันหมดแล้วเหรอ”

    พอเซฮุนเดินเข้าห้องนอนใหญ่ของตัวเองกับคุณสามีเข้ามาได้หลังจากส่งเด็กๆเข้านอนเป็นที่เรียบร้อย น้ำเสียงนุ่มทุ้มก็รีบถามขึ้นมาทันที เซฮุนหัวเราะก่อนจะพยักหน้าเพราะรู้ดีว่าวันนี้ ตั้งแต่เช้า เราสองคนเจองานหนักกันทั้งคู่

    เนื่องจากวันนี้คือวันแรกที่เซจองจะต้องไปเรียนที่โรงเรียนอนุบาล แน่ล่ะ แตงโมงอแง ไม่อยากไปโรงเรียน ยืนกอดขาพ่อน้ำหูตาไหลเป็นทาง จะไม่ยอมไปท่าเดียว คุณสามีเองก็ใจอ่อน เซฮุนดูสีหน้าแล้วก็รู้เลยว่าถ้าไม่ใจแข็งกับลูกในครั้งนี้ จงอินได้หาเรื่องจะไม่พาเซจองไปส่งโรงเรียนแน่ๆ 

    ด้วยความสัตย์จริง ไอ้ฉากเนี้ย เคยเห็นในหนังมาไม่รู้กี่รอบ แต่พอมาอยู่ในจุดที่ต้องเป็นพ่อแม่เอง เซฮุนถึงได้เข้าใจ ลูกไม่อยากไปโรงเรียนเขาก็รู้ ตัวเขาเองเห็นลูกร้องไห้หนักขนาดนี้ ก็ไม่ได้อยากให้ห่างจากอกเหมือนกัน

    แล้วปกติแตงโมไม่เคยงอแง ร้องไห้จ้าขนาดนี้ ยิ่งเห็นเซฮุนก็ยิ่งสงสาร ใจอ่อนยวบยาบไปหมดเมื่อเห็นลูกสาวร้องไห้กอดขาจงอิน สะอื้นฮั่กๆจนหน้าแดง ส่วนคุณสามีนั้นไม่ต้องพูดถึง ลองถ้าเขาพูดคำเดียวว่ายังไม่ต้องพาลูกไปก็ได้ อย่างไรพ่อแตงโมต้องรีบเออออด้วยอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม คราวนี้เซฮุนต้องยอมเป็นผู้ร้าย ทำใจแข็งให้จงอินพาลูกไปโรงเรียนให้ได้ ทีแรกแตงโมจะต้องไปเรียนเตรียมอนุบาลก่อนด้วยซ้ำ แต่พอจะพาไปก็เป็นอย่างนี้ไปแล้วรอบหนึ่ง ตอนนั้นคุณสามีทำใจหักลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนไม่ลง ตามใจกันจนเคยตัว ไม่ไปก็ไม่ไป เลยต้องเสียค่าเทอม ค่าจองไปแบบฟรีๆ

    แต่คราวนี้คงยอมไม่ได้ เซจองโตพอแล้ว เซฮุนนอนคิดเรื่องพวกนี้มาอย่างถี่ถ้วน เขาจึงต้องจำใจเดินไปอุ้มลูกสาวออกจากคุณสามีแล้วเดินไปส่งแตงโมที่รถด้วยตัวเอง อย่าให้พูดเลย ว่าตอนที่แตงโมร้องไห้ อ้อนวอน กอดเขาแน่น สะอึกสะอื้นเอาแต่พูดว่า ‘หนูไม่ไปๆ’ มันรู้สึกอย่างไร

    แถมตอนที่ยืนมองท้ายรถจงอินขับออกจากบ้านนี่ก็โอ่ยยย ....

    ไม่รู้จริงๆว่าสุดท้ายคนที่ดราม่าที่สุดจะเป็นเขาหรือแตงโมกันแน่

    พอจัดการกับลูกสาวได้ เดินกลับเข้ามาในบ้านก็เอาเลย เจ้ามังคุดทั้งสองนั่งแผละกับพื้นรอเลย ตอนแรกก็แค่เบะหรอก แต่พอเห็นหน้าเขาเท่านั้น ทันที พร้อมใจกันแผดเสียงต้อนรับป่ะป๊าเลยทีเดียว ลูกสาวไม่อยากไปโรงเรียน ส่วนลูกชายอยากตามพี่ไปโรงเรียนด้วย เอาเข้าไป ทั้งโดยองกับแจฮยอนงอแงเป็นชั่วโมง จนนู่นแหละ พ่อมังคุดกลับมาจากไปส่งแตงโมที่โรงเรียน จัดการแปบเดียว เท่านั้นถึงจะสงบได้
    ถ้าให้เซฮุนจัดอันดับวันลูกพร้อมใจกันงอแงแห่งปี

    รับรองได้ว่าวันนี้มาวินแน่นอน

    “หมดพลังกันทั้งพี่ทั้งน้อง กินนมเสร็จก็หลับเลย”

    เขาพูดยิ้มๆ แล้วเดินเลยคุณสามีที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียงดูอะไรในโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ ดวงตามองเลยไปยังห้องน้ำ เห็นว่ามันถูกเปิดไว้ พร้อมกับมีไออุ่นๆลอยออกมาก็เข้าใจว่าคุณสามีคงจะอาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้ว เซฮุนจึงเดินเข้าไปอาบน้ำบ้าง

    พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ออกมาก็เห็นว่าจงอินยังไม่นอนแต่อย่างใด ร่างสูงใหญ่ยังคงนอนสบายๆอยู่ท่าเดิม แต่คราวนี้ดวงตากลับจดจ้องอยู่ที่เกมกีฬาซึ่งกำลังถ่ายทอดสดในโทรทัศน์อยู่ เซฮุนมองภาพนั้นยิ้มๆก่อนจะเดินไปเอนหลังลงกับเตียงในฝั่งของตัวเองบ้าง

    เด็กหนุ่มครางออกมาอย่างแสนจะสบายอกสบายใจในตอนที่แผ่นหลังแทบจะราบไปกับที่นอนนุ่มๆ เขาดึงผ้าห่มม้วนเป็นก้อนแล้วเอาขาก่ายแทนหมอนข้างก่อนจะพลิกตัวหันหน้าไปหาจงอินในที่สุด

    “ถ้าถึงคราวมังคุดต้องไปโรงเรียนแล้วลูกเป็นแบบเซจองวันนี้อีก เราสองคนต้องตายแน่เลยจงอิน” เซฮุนพูดด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยแบบที่ใช้อ้อนอีกฝ่ายเป็นประจำก่อนใบหน้าขาวจัดจะซุกกับผ้าห่มที่ตัวเองดึงมากอดก่ายเอาไว้ทำท่าราวกับแมวขี้เกียจไม่มีผิด

    คุณสามียังไม่พูดอะไร นอกจากหัวเราะกลับมาเป็นคำตอบ “นั่นสิ แตงโมก็เหมือนกัน ตอนเช้าร้องไห้จะเป็นจะตาย แต่พอตอนบ่ายฉันไปรับ ก็งอแงจะไม่กลับบ้านซะงั้น”

    คราวนี้เซฮุนถึงกับหัวเราะผสมโรงขึ้นมาด้วยในทันที “ลูกเราโตเร็วเนอะ แปบๆแตงโมก็เข้าโรงเรียนแล้ว”

    จงอินหัวเราะอีกครั้ง แล้วคุณสามีเค้าก็ก้มลงมาจูบปากดังจ๊วบ “อย่าบอกนะว่าอยู่ต่อหน้าลูก ทำเป็นหน้ายักษ์ให้ลูกไปโรงเรียน แต่พอลูกไปแล้ว ก็แอบไปร้องไห้กับมังคุด คิดถึงลูกน่ะ”

    “ขำอะไรของคุณเนี่ย เซจองไม่เคยร้องไห้สะอึกสะอื้นขนาดนี้ คุณไม่รู้หรอกว่าตอนที่ผมดุลูกให้ไปโรงเรียน ผมรู้สึกผิดขนาดไหน” เซฮุนตอบกลับเสียงสะบัด แต่ก็ยังแอบหลุดยิ้มทั้งที่ใบหน้าของเราทั้งคู่ยังคลอเคลียกันอยู่

    “มันก็เหมือนกันนั่นแหละ เวลามังคุดดื้อ นายก็ไม่ยอมดุลูก กลัวลูกน้อยใจตัวเอง สุดท้ายฉันก็ต้องยอมเป็นผู้ร้ายตลอด มีที่ไหน เด็กอะไร ยังไม่ทันได้ดุจริงๆเลย น้ำตาก็มาเป็นสายแล้ว ไม่รู้ไปได้นิสัยเจ้าน้ำตามาจากใคร”

    จงอินพูดพร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้น ทำเอาคนฟังต้องหัวเราะด้วยความขบขัน นึกไม่ถึงเลยจริงๆว่าคุณสามีเค้าก็กลัวมังคุดจะน้อยใจตัวเองเหมือนกัน

    “ผมเปล่านะ ก็โดยองกับแจฮยอนซนจริงๆนี่ครับ คุณก็รู้ว่าถ้าไม่ใช่คุณ มังคุดกลัวใครที่ไหน เอาหน่า อีกหน่อย พอเริ่มโต เดี๋ยวลูกก็ค่อยๆปรับตัวได้ไปเอง”

    เขาพูดแหย่คุณสามียิ้มๆ แต่เมื่อเซฮุนเอียงหน้าเพื่อที่จะสบตากับจงอิน ริมฝีปากของเขาก็ถูกบดจูบพร้อมๆกับที่รู้สึกว่าคุณสามีลากร่างของตัวเองไปกกกอดเอาไว้แนบกาย เปลือกตาของเด็กหนุ่มหลับพริ้ม แสนจะพอใจและเป็นสุขกับสัมผัสที่ได้รับ

    “ไหนตอนค่ำบ่นว่าเหนื่อยไงครับ ยังจะมานัวเนียอีกเหรอ”

    เซฮุนพูดเสียงอ่อน ถามในตอนที่รู้สึกว่าตอนนี้ไม่ได้โดนลากเข้าไปกอดเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ตอนนี้มือซนๆอันคุ้นเคย กลับไล่ลูบตั้งแต่หลังขาอ่อนขึ้นมาจนถึงกลางแผ่นหลังก่อนมือทะลึ่งตึงตังจะเลื้อยต่ำหายวับเข้าไปในขอบกางเกงชั้นในของเขาเป็นที่เรียบร้อย

    “จะนอนแล้วเหรอ” ไม่ตอบ แต่ถามกลับ คราวนี้ล่ะ เสียงอ่อนเสียงหวาน อ้อน ... เหมือนวันนั้น วันที่ได้รักกันกลางบ้านตรงริมขอบสระว่ายน้ำไม่มีผิด

    “ถ้าผมบอกว่าจะนอน -”

    ยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยค คุณสามีเค้าก็ ...

    “รักนะ ...”

    พูดจบก็รีบเอาใจโดยการหอมแก้มเมียอีกรอบ ทั้งที่เซฮุนส่ายหัวด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ ในใจถึงกับเปรียบเทียบเป็นลำดับว่า พ่อหมี แตงโมหรือมังคุดกันแน่ที่อ้อนเก่งที่สุด ถึงแม้จะทำท่าทางเหนื่อยใจกับการขอทำการบ้านของคุณสามีมากเพียงใดแต่บนใบหน้าขาวจัดก็มีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลา

    เซฮุนถอนหายใจในทันที รู้ดีว่าการอ้อนบอกรักคือไม้ตายท่าสุดท้ายของคุณสามีแน่แล้ว นึกย้อนไปถึงตอนที่เคยนอนคุยกันเรื่องจะมีลูกหรือไม่มีลูกตั้งแต่มังคุดยังไม่เกิดจนถึงช่วงที่ลูกชายฝาแฝดคนเล็กของเขาเพิ่งจะคลอด ตอนนั้นเซฮุนแทบจะขอร้องให้คุณสามีป้องกันเลย บอกตรงๆว่าช่วงแรกที่ฝาแฝดเพิ่งคลอด เขาล่ะเหนื่อยสายตัวแทบขาด ดูลูกสามคนไปพร้อมๆกันเรียกได้ว่าเซฮุนมือเป็นระวิงตั้งแต่เช้าจนกว่าลูกจะเข้านอนเลยด้วยซ้ำ

    แต่ตอนนี้เขาเริ่มชินแล้ว มังคุดสองลูกของพ่อกับแม่ก็เดินได้แล้ว เริ่มที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ในบางเรื่อง เพราะฉะนั้นตอนนี้เราทั้งคู่ก็เลยคุยกันว่าจะปล่อยตามธรรมชาติเหมือนเดิม

    แน่นอนล่ะว่าจงอินไม่ได้บังคับเขา ทั้งเรื่องอ้อนขอนอนด้วยหรือเรื่องที่จะปล่อยท้อง แต่เซฮุนรู้ดีว่าที่ไม่ค่อยได้ห้ามปรามอะไรอีกฝ่ายก็คงเป็นเพราะตัวเขาที่ต้านทานไม่ได้เองด้วยนั่นแหละ

    เพราะสิ่งที่คุณสามีอยากได้ มันก็เป็นสิ่งที่เซฮุนต้องการเช่นกันนี่

    “รักเหมือนกัน ... ครับ” เขาตอบกลับไปเบาๆ

    ปกติไม่ค่อยได้พูดอะไรโต้งๆแบบนี้เท่าไหร่หรอก บอกเลยว่าประโยคพวกนี้ทำเขินยิ่งกว่าคุณสามีอ้อนขอนอนด้วยกันเสียอีก พอตอบกลับไปได้ไม่นาน เซฮุนก็พบว่าตัวเองโดนจับพลิกให้นอนหงายตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เสื้อนอนถูกปลดกระดุมออกทีละเม็ด ... ทีละเม็ดอย่างใจเย็น และความใจเย็น เนิบนานของจงอินในคืนนี้ก็ทำเอาคนมองได้แต่นอนขนลุกวูบวาบ

    “ฉีดน้ำหอมด้วยเหรอ ...” เสียงของจงอินถามขึ้นมาในตอนที่คุณสามีเค้าเลื่อนไปจูบแถวๆต้นคอเรื่อยเลยไปตามลาดไหล่

    “ก็ ... ฉีดบ้างครับ วันๆตัวผมมีแต่กลิ่นนม กลิ่นแป้งของลูก กลัวคุณจะเบื่อซะก่อน”

    เสียงเล็กเสียงน้อยกระซิบตอบเมื่อจงอินประทับจูบลงตรงแอ่งชีพจรข้างคอซ้ำๆ คุณสามีไม่พูดอะไร ชอบทำตัวเหมือนอะไรก็ได้ แต่จริงๆก็ชอบให้คนอื่นเอาอกเอาใจอยู่ไม่น้อยเลย ถึงจงอินไม่พูด ไม่เรียกร้องแต่ใช่ว่าเซฮุนจะไม่รู้เสียเมื่อไหร่กัน เพราะฝ่ามือซุกซนตอนนี้มันไม่ใช่แค่ลูบต้นขาเขาเล่นอย่างเดียวแล้วน่ะสิ แต่มันกำลังจับต้องลูบไล้ไปทุกส่วนจนเซฮุนต้องงอตัวเข้าหา บดเบียนร่างกายแนบชิดกับร่างอุ่นร้อนของชายหนุ่มมากยิ่งขึ้นพลางเงยหน้าหลับตาส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอด้วยความเป็นสุข

    “กลิ่นนี้หอมดี ... คล้ายๆกลิ่นอาฟเตอร์ เชฟที่นายซื้อให้ฉันใช้เลย” เสียงนุ่มทุ้มพึมพำตอบกลับมาเบาๆ “... หอมเย็นๆดี”

    เซฮุนอดจะยิ้มทั้งๆที่ยังหลับตาพริ้มอยู่ไม่ได้

    ปากหวานจริงๆเลยน้า คุณสามีเนี่ย

    “คุณชอบเหรอ”

    “ชอบสิ ใครจะไม่ชอบ เวลาเมียขยันเอาใจแบบนี้” จงอินตอบกลับมาเนิบๆแต่ก็เจือด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ ปากหวานน้ำตาเชื่อม สีหน้าออเซาะเสียจนการอ้อนเกาะขาของมังคุดตัวพี่กับตัวน้องยังต้องยอมแพ้เลย เซฮุนไม่รู้หรอกนะว่านิสัยเจ้าน้ำตา โดยองกับแจฮยอนจะได้มาจากใคร

    แต่ไอ้นิสัยหน้าอ้อน ดวงตาออเซาะนี่ได้พ่อมาล้านเปอร์เซ็น

    ถึงจะชอบนินทาคุณสามีในใจแบบนี้เป็นประจำ แต่บอกเลยว่าเซฮุนแพ้นัก ไอ้ลูกอ้อนหลอกเด็กประเภทนี้น่ะ บอกเลยว่าถ้าตอนนี้ไม่ได้นอนอยู่บนเตียง ยืนอยู่ อาจจะทรุดขาอ่อนเอาได้ง่ายๆ

    นอกจากเรื่องอ้อนแล้ว คุณสามีก็มักจะเป็นคนเนิบนาบในการเล้าโลมเขาเสมอ ทั้งคำพูดหวานๆ เอ่ยชมอย่างนู้น เอ่ยชมอย่างนี้ อะไรที่ไม่เคยได้ยินในตอนปกติ ก็จะได้ยินมันในตอนนี้นี่แหละ ทั้งริมฝีปากและฝ่ามือที่คอยพรมจูบไปเรื่อยจนว่าเจ้าตัวจะแน่ใจว่าเซฮุนมีอารมณ์ร่วมไปด้วยกันแล้วจริงๆถึงจะยอมเป็นฝ่ายตักตวงเอาจากเขาบ้าง

    เซฮุนพ่นลมหายใจออกแรงๆอย่างเป็นสุขเมื่อคุณสามียกมือแตะสะโพกเขาเป็นสัญญาณให้ยกตัวขึ้น ก่อนจงอินจะรูดกางเกงชั้นในของเขาออกจากตัวอย่างรวดเร็ว เซฮุนอาศัยจังหวะนั้น เอื้อมมือไปหรี่ไฟหัวเตียงให้ทั้งห้องมืดลง มีเพียงแค่แสงสีส้มสลัวๆและเราสองคน 

    พอคุณสามีหันมาสบตาอีกทีก่อนดวงตาคู่นั้นจะไล่ลงมองไปทั่วร่างกึ่งเปลือยของเขา ท่อนบนเซฮุนยังมีเสื้อนอนที่ไม่ได้ช่วยปกปิดอะไรเท่าไหร่ติดกาย แต่ท่อนล่างนั้นเปิดเปลือยสู้สายตาคมดุไม่มีเหลือ เซฮุนพยายามจะถอดเสื้อให้คุณสามีบ้าง แต่ทั้งหมดที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือหอบสะท้าน หายใจเข้าออกรุนแรง ขนอ่อนลุกชันไปทั่วทั้งกายเมื่อฝ่ามือใหญ่เกี่ยวท่อนขาเรียวยาวข้างหนึ่งให้โอบเอวของตัวเองเอาไว้ จงอินยังคงกอดร่างของเขาไว้แนบชิดแต่นิ้วซุกซนนั่นกลับกำลังสอดแทรกลึกและหมุนวนอยู่ในร่างกายของเขาเป็นจังหวะ

    “ลูกสามแล้วยัง ...”

    ทันทีที่ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบถ้อยคำสองแง่สองง่ามนั่น เซฮุนก็ถึงกับลืมตาพรึบ รู้ดีถึงคำที่จงอินต้องการจะสื่อ แต่ก็ยังเลือกที่จะถามกลับไปให้ตัวเองเขินเล่นๆ

    “ยัง ... อะไร?”

    คุณสามียิ้มกริ่ม ไม่ตอบในตอนแรก แต่เลือกจะก้มหน้าลงมา กระซิบเบาๆแนบกับริมฝีปากว่า

    ‘ยัง ... เซี๊ยะ

    ไม่ใช่ว่าคุณสามีไม่รู้ว่าเขาเขิน ...

    แต่เพราะรู้ดีไง ถึงได้ชอบแหย่ตอนจะเข้าด้ายเข้าเข็มแบบนี้อยู่เสมอๆ

    สักพักใหญ่ หลังจากที่ทุกอย่างจบลงอย่างสมบูรณ์ ในตอนที่เซฮุนตัดสินใจพลิกตัวนอนคว่ำเพื่อหามุมสบาย หูก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ข้างเตียง ตามมาด้วยเสียงเสื้อผ้าเสียดสีก่อนมันจะถูกทิ้งลงบนพื้น

    เซฮุนยังหลับตาในตอนที่รู้สึกว่าผ้าห่มถูกเลิกออกจากตัว ตามมาด้วยน้ำหนักและร่างอุ่นๆของคนที่เขารู้ดีว่าเป็นใครแนบลงมาเกยเกือบจะทั้งแผ่นหลัง เขายังหลับตาแต่บนใบหน้ามีรอยยิ้มเพิ่มเข้ามาเป็นที่เรียบร้อยในตอนที่จงอินซุกหน้าลงกับลาดไหล่แล้วสอดแขนเขามากอดเอวเสียแน่นราวกับกลัวว่าเมียจะหายไปไหน

    เซฮุนยังหลับตาในตอนที่ได้ยินเสียงกระซิบบอกรักอีกรอบ แล้วตามมาด้วยรอยจูบอุ่นๆตรงหลังคอ

    เซฮุนยังหลับตา ... ในตอนที่ปล่อยให้คุณสามีนอนก่ายร่างของตัวเองเหมือนเด็กติดหมอนข้าง

    เซฮุนยังหลับตา ... ในตอนที่เขาขยับมือเอื้อมไปจับท่อนแขนของอีกฝ่ายเอาไว้แล้วกระซิบกระซาบผ่านความมืดกลับไปว่า

    “รักคุณเหมือนกันนะ พ่อหมี”






    “ถ้วยกาแฟมันร้อนนะเซจอง ถือดีๆลูก”

    “ค้า ป่ะป๊า”

    เซฮุนยิ้มให้กับคำตอบรับของลูกสาวในขณะที่ช่วยแตงโมประคองถ้วยกาแฟร้อนของคุณสามีไปด้วย
    ในวัยสี่ขวบ เซจองเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายมาก แทบจะไม่ดื้อและไม่งอแงเอาแต่ใจเลย ตรงกันข้าม ในวัยสี่ขวบ ลูกสาวของเขาเริ่มอยากจะเรียนรู้ในทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว รวมไปถึงสิ่งที่ป่ะป๊าทำด้วย

    โดยเฉพาะเวลาที่ป่ะป๊าดูแลเอาใจใส่คุณพ่อ

    เซจองจะตื่นเต้นและอยากมีส่วนร่วมเป็นพิเศษ

    อย่างวันนี้ ที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณสามีเค้าตื่นออกไปวิ่งในหมู่บ้านตั้งแต่เช้าตรู่ พอเกือบจะแปดโมง ทุกคนในบ้านก็ทยอยตื่นแล้วลงมาข้างล่างกันหมด เซฮุนตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงแล้ว แต่เขาก็เลือกที่จะล้างหน้า อาบน้ำจัดการตัวเองเสียก่อน เพราะรู้ดีว่าเดี๋ยวสายๆน่าจะวุ่นวายกับเด็กๆอีกยาว

    พอจัดการตัวเองเสร็จ เขาก็เดินไปเข้าดูเซจองในห้องของเธอเป็นลำดับแรก ก็พบว่าลูกสาวของเขาตื่นเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้แตงโมกำลังนั่งสะลึมสะลืออยู่บนเตียง มือข้างหนึ่งกอดพี่หมีเน่าไว้ข้างกาย ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นมาขยี้หูขยี้ตาด้วยความงัวเงีย เซฮุนจึงถือโอกาสนั้นเดินเข้าไปอุ้มเธอขึ้นจากเตียงแล้วพาเข้าห้องน้ำ ไปอาบน้ำ หน้าตาล้างตาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันใหม่

    ไม่นาน ทั้งป่ะป๊าทั้งแตงโมก็ลงมาด้านล่างก่อนจะพบว่าพื้นที่ในห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ของครอบครัว ในวันหยุดที่ทั้งบ้านเขาและบ้านของฮยองนิมต่างก็พร้อมใจมากินข้าวเช้าด้วยกัน ต่างก็มีสมาชิกภายในครอบครัวลงมาจับจองพื้นที่กันเกือบหมดแล้ว 

    ส่วนมังคุดฝาแฝดก็ถูกพี่เลี้ยงจับอาบน้ำ แต่งตัว ลงมานั่งหน้าแป้นดูดนมที่เก้าอี้ประจำของใครของมันเป็นที่เรียบร้อย

    ในทันทีที่เซจองเห็นว่าจงอินกลับมาจากไปวิ่งเป็นที่เรียบร้อย เท่านั้นร่างเล็กๆของเด็กหญิงก็รีบวิ่งปรู๊ดขึ้นไปขอนั่งบนตักพ่อจนคุณสามีเค้าก็จำใจต้องพับหนังสือพิมพ์ฉุนๆที่อ่านอยู่ลงบนโต๊ะกินข้าวจนได้ ส่วนเซฮุนก็เดินแยกไปฟัดแก้มมังคุดตัวพี่กับตัวน้องคนละทีก่อนจะเดินไปที่เครื่องชงกาแฟแล้วหันมาถามคุณสามีเสียงใส

    “จงอิน คุณดื่มกาแฟรึยังครับ”

    หันไปมองก็เห็นว่าชายหนุ่มส่ายหัวเป็นเชิงบอกว่ายังไม่ได้ดื่ม คุณสามีไม่ยอมพูดเพราะตอนนี้ความสนใจได้ถูกทุ่มลงไปอยู่กับลูกๆเป็นที่เรียบร้อย

    ลูกสาวคนโต ... เซจองก็อ้อนให้พ่อป้อนซุปสาหร่ายของโปรด

    ส่วนฝาแฝด ... ลูกชายคู่สุดท้องก็โวยวายเสียงดังให้พ่อรีบป้อนไข่ทอดให้ทันใจ

    และภาพทั้งหมดนั่นก็ทำเอาเซฮุนขำคิกออกมาอย่างไม่ได้ ทีนี้ล่ะ เข้าใจ ‘ป่ะป๊า’ บ้างหรือยังคุณสามี ชอบอ้อนขอมีน้องให้แตงโมกับมังคุดดีนัก ทีนี้รู้หรือยังว่ามือเป็นระวิงตอนเลี้ยงลูกเป็นอย่างไร แต่มองไปมองมาเซฮุนก็แอบสงสารเหมือนกัน เขาจึงแอบช่วยจงอินโดยการเรียกเซจองมาช่วยทำกาแฟในที่สุด

    “เซจอง มาช่วยป่ะป๊าทำกาแฟให้คุณพ่อเร็วค่ะ” เซฮุนพูดยิ้มๆพลางกวักมือเรียก

    ตอนแรกแตงโมก็เหมือนจะลังเลอยู่ไม่น้อย ดูท่าไม่อยากจะลุกจากตักพ่อมาหาป่ะป๊าเลยด้วยซ้ำ ก็บอกแล้วว่าลูกสาวเขาน่ะ ลูกพ่อแท้ๆ บางวันตื่นมา เซฮุนจะอุ้มไปอาบน้ำ ยังไม่ทันได้หอมลูกให้ชื่นใจ เซจองก็ถามหาพ่อกับ ‘หนมเค้ก’ เสียแล้ว

    แต่ก็ลังเลได้แปบเดียวเท่านั้น เมื่อเซฮุนเรียกอีกครั้งแล้วเสริมทับไปว่า วันนี้ป่ะป๊าจะทำเค้กส้มให้พี่จงแดนะ ถ้าเด็กคนไหนดื้อ จะไม่แบ่งให้กิน เท่านั้นแหละ เซจองก็รีบผละจากคุณสามีแล้วรีบวิ่งปรู๊ดมายืนเขย่งเกาะเค้าน์เตอร์ข้างๆเขาในทันที

    พร้อมๆกับดวงตาออเซาะที่เงยขึ้นมองซึ่งถอดแบบมาจากคุณสามีเปี๊ยบ!

    แล้วพอบอกว่าให้ถือถ้วยกาแฟไปให้คุณพ่อดีๆ ก็รับคำอย่างว่าง่าย รีบประคองถ้วยไว้ในมือ ทะนุถนอมเป็นที่สุด ประคองจนถ้วยอยู่บนมือนิ่งๆได้แล้วก็ค่อยๆเดินย่องเป็นแมว ตาไม่ยอมมองทาง มองแต่ถ้วยกาแฟในมือ จนเซฮุนได้ขำแล้วส่ายหัว อยากให้มาเห็นท่าประคองถ้วยกาแฟของลูกสาวเขาเสียจริง
    ลูกสาวจริงๆนะเนี่ย ดูสิ ถึงจะไม่ซนแต่ก็กระโดกกระเดกน้อยกว่าเด็กผู้ชายเสียที่ไหน

    “ป่ะป๊าอย่าลืมเค้กส้มของหนูนะ เอาส้มเย๊อออออเยอะ” พอเอาถ้วยกาแฟไปให้คุณพ่อได้ แปบเดียวก็วิ่งกลับมาจะเอาเค้กอีกแล้ว

    “อื้อ ป่ะป๊าจะทำเค้กส้มใส่เนื้อส้มให้เยอะๆเลย” เซฮุนรับคำแล้วจับศีรษะของลูกสาวโยกไปโยกมา

    ที่จริง ... เค้กส้มคือของโปรดของจงแด

    หลานชายอีกคนของเขา

    มันเริ่มจากที่เซฮุนชอบทำขนมให้ทุกคนในบ้านกินเป็นปกติ แต่สุดท้าย ไม่รู้ไปยังไง มายังไง เค้กส้มถึงได้กลายมาเป็นของโปรดของแตงโมไปด้วย ด้วยความที่เซฮุนเป็นคนชอบทำอาหารหวานมากกว่าอาหารคาว เขาคงจะใจสลายแน่ๆ ถ้าเกิดมีลูกแล้วลูกไม่ชอบกินขนมที่เขาทำเขาเลยสักคน

    จะบอกตามตรงก็ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามกับอาหารคาวมากเพียงใด แต่สุดท้ายทำออกมาก็เป็นเพียงแค่อาหารรสชาติพื้นๆเท่านั้น ไม่ได้อร่อยล้ำเหมือนเวลาเซฮุนทำพวกขนมให้ทุกคนในบ้านลองชิมเลยสักนิด

    เพราะฉะนั้น แผนการไปเรียนทำอาหารคาวเพื่อจะทำให้ลูกกินเองนั้น เป็นอันถูกพับไปตั้งแต่ในตอนที่เขาเรียนจบมาสองคอร์สเต็มๆแต่ว่ายังไม่สามารถทำซุปเครื่องเคียงธรรมดาๆให้ออกมาอร่อยได้

    ดังนั้น ...

    ขอโทษนะแตงโม

    ขอโทษนะมังคุด

    ขอโทษนะคุณสามี

    หลังจากนี้ ขอให้กินฝีมือของแม่ครัวเหมือนเดิมน่ะดีแล้ว ...

    หลังจากได้คำสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเค้กส้มวันนี้ ป่ะป๊าจะใส่เนื้อส้มให้เซจองเยอะๆ ก็ทำเอาเด็กหญิงยิ้มแป้นหน้าบานในทันที เซจองอารมณ์ดีมาก ดีจนถามหาอาหารเช้าของตัวเองบ้าง และท่าทางทั้งหมดนั่นของลูกสาวก็ทำเอาเซฮุนยิ้มแป้นไม่ต่างกัน เนื่องจากปกติเซจองจะกินข้าวยากอยู่พอสมควร กว่าจะกินได้แต่ละที ป่ะป๊าต้องทั้งล่อ ทั้งชน

    แต่เช้านี้ แตงโมเป็นฝ่ายร้องอยากจะกินข้าวด้วยตัวเอง เซฮุนจึงอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษเชียวล่ะ ไม่นานหลังจากเตรียมทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อย โดยมีเซจองยืนคอยพันแข้งพันขาคอยให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง เซฮุนก็ยื่นจานแซนด์วิชไข่ให้สาวน้อยหนึ่งจาน ส่วนเขาเองก็ถือไปด้วยอีกหนึ่งจาน

    “แตงโม ไปนั่งกินกับพ่อที่โต๊ะดีๆไปลูก”

    เซฮุนว่าแล้วดันหลังของลูกสาวให้เดินไปทางโต๊ะกินข้าวด้วยมือข้างที่ว่าง พอบอกให้ไปนั่งกับพ่อก็เอาเลย วิ่งปรู๊ดไปอย่างรวดเร็วจนคนที่มองอยู่อดจะส่ายหัวยิ้มๆไม่ได้ ดูนะ ถ้าเกิดล้มขึ้นมา อดแซนด์วิชไข่ แล้วก็ได้โดนพ่อดุจนร้องลั่นบ้านเป็นของแถมแน่นอนเชียว

    แล้วเมื่อเขาเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวบ้าง ก็ทันเห็นว่าเซจองกำลังจะตะกายกลับขึ้นไปนั่งบนตักของคุณสามีเช่นเดิมทั้งที่มือเล็กๆของเธอกำลังประคองจานอยู่ ซึ่งอีกนิดเดียวเท่านั้น ที่แซนด์วิชไข่ของแตงโมต้องได้หกใส่เสื้อยืดของจงอินต้อนรับเช้าวันใหม่แน่ๆ ด้วยความที่ทนมองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เซฮุนจึงลุกขึ้นอีกรอบแล้วคว้าจานออกจากมือลูกสาวมาวางไว้บนโต๊ะเป็นลำดับแรกก่อนจะอุ้มแตงโมขึ้นไปนั่งบนตักของคุณสามีดีๆในที่สุด

    ในทันที ท่อนแขนแข็งแรงของจงอินก็รีบโอบลูกสาวเอาไว้ก่อนจะก้มหน้ามาหอมแก้มเซจองดังฟืดทำเอาสาวน้อยหัวเราะร่าเมื่อหนวดแข็งๆของพ่อโดนกับผิวแก้มอ่อนใสของเธอ ส่วนแฝดมังคุดทั้งสองบัดนี้ก็ไม่ได้ร้องจะเอาอะไรอีก สงสัยตอนที่เขาทำแซนด์วิชให้เซจอง จงอินคงจะป้อนข้าวแจฮยอนกับโดยองจนอิ่มแล้ว

    เซฮุนก็เลยหันไปหยิบเป็ดยางสองตัวขึ้นมาให้ฝาแฝดมังคุดเล่นแก้เบื่อ เอาของเล่นมาดึงความสนใจของลูกในขณะที่เขาเริ่มกินอาหารเช้าของตัวเองบ้างมักจะได้ผลเสมอ ตอนนี้มังคุดทั้งสองยังไม่สามารถนั่งเก้าอี้ปกติได้ ลูกชายเขาทั้งคู่ยังต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้เด็กยกสูงอยู่ เซฮุนจึงเบาใจไปได้บ้างว่าสองแสบจะไม่ซนจนเกิดเหตุการณ์ตกเก้าอี้ขึ้นมาอีก

    พูดถึงบทบาทความเป็นพ่อของคุณสามีบ้าง

    ตั้งแต่ที่เราสองคนผ่านมรสุมชีวิตด้วยกันมา เซฮุนก็คิดจริงๆว่าเขาน่าจะรู้จักจงอินทุกซอกทุกมุมดีหมดแล้ว แต่วินาทีที่เห็นคุณสามีมองลูกด้วยแววตาห่วงหาอาทร ไม่ได้มีแววอ่อนหวานน้ำตาลเชื่อมแบบที่ใช้มองเขาเลยสักนิด ตอนนั้นเองที่เซฮุนได้แต่ยอมรับกับตัวเองว่า ยังมีอีกมุมหนึ่งในตัวคุณสามีที่เขาเพิ่งจะเคยได้เจอ

    โดยเฉพาะในตอนนี้

    ที่คุณสามีมีเซจองคอยเกาะเป็นลูกลิงข้างหนึ่ง และมีมังคุดแฝดพี่ โดยอง ที่พยายามจะเอาเป็ดยางให้พ่อกินให้ได้อยู่อีกข้าง โดยที่คุณสามีก็แกล้งทำเป็นอ้าปากงับอากาศ หยอกเล่นกับลูกว่าเป็ดยางที่มังคุดเอาให้พ่อกินนั้น อร่อยที่สุดในโลก

    แต่พอเซฮุนแอบหยิบแซนด์วิชไข่ในจานของเซจองไปจ่อที่ริมฝีปากจงอินบ้าง คราวนี้ล่ะ อ้าปากงับของจริง แถมยังเคี้ยวตุ่ยๆด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มได้อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุดในโลกอีกด้วย

    ... พูดถึง ลูกชายฝาแฝดคู่สุดท้องของเขา

    เชื่อไหม ว่ากับลูกชาย ... คุณสามีแทบจะไม่เคยเอ่ยบอกรักออกมาโต้งๆเลย แต่เจ้ามังคุดก็เหมือนเขานั่นแหละ เซฮุนรู้ว่าทั้งแจฮยอนแล้วก็โดยองไม่ได้ต้องการคำเหล่านั้น เพราะลูกชายของเขารู้ดีว่าตัวเองเป็นเด็กที่เป็นที่รักของคนในบ้านมากเพียงใด

    “วันนี้คุณพ่อฮ็อตจังเลยน้า มีแต่คนรักคุณพ่อ ... เอ่ ไม่มีใครรักป่ะป๊าบ้างเหรอ มังคุดไม่รักป่ะป๊าแล้วเหรอลูก” เซฮุนแกล้งพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ พลางหัวเราะเสียงใสในทันทีที่มังคุดตัวน้องรีบยื่นเป็ดยางของตัวเองออกมา ทำท่าจะให้เขา

    เด็กหนุ่มวางช้อนซุปที่ถืออยู่ลงบนโต๊ะ ก่อนจะลุกยืนขึ้นค้อมตัวเอาปากไปแตะกับเป็ดยางที่ลูกชายยื่นมาให้แล้วทำท่าเคี้ยวๆแบบที่คุณสามีทำเมื่อครู่ ก่อนจะนั่งลงตามเดิม

    “มาเอาไปสักคนซิ้ วุ่นวายทั้งพี่ทั้งน้อง ไม่ต้องอ่านมันแล้วหนังสือพิมพ์เนี่ย” ได้ที คุณสามีก็บ่นออกมาในทันทีเช่นกัน แต่ก็แปลกคนอยู่นะ ที่บ่นไป ก็เล่นกับลูกไปด้วยอยู่ดีราวกับว่าที่พูดออกมาเมื่อกี้คือ พูดแก้เก้อไปอย่างนั้นเอง

    เซฮุนยิ้มกว้างจนเขี้ยวเล็กๆโผล่ออกมาอย่างมีเสน่ห์แล้วหยิบแซนด์วิชที่แตงโมกินไม่หมดจ่อที่ริมฝีปากคุณสามีอีกครั้ง “ฮึ้ ทำมาเป็นพูด คุณอย่ามาหงุดหงิดเวลาไม่มีใครสนใจทีหลังนะ”

    จงอินหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะอ้าปากรับเอาแซนด์วิชที่เมียจ่อป้อนให้ถึงปากแล้วเคี้ยวอย่างว่าง่ายโดยที่ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับมา

    “จงอิน เรื่องลูกหมาที่เราเคยคุยกันไว้ ผมว่าเด็กๆน่าจะโตพอแล้วนะครับ” เซฮุนพูดขึ้นมาในทันที เมื่อคุณสามีกลืนอาหารลงคอเป็นที่เรียบร้อย ดวงตาสีน้ำตาลสดมองพี่เลี้ยงที่กำลังพาเด็กๆไปนั่งเล่นที่ห้องนั่งเล่นแทนหลังจากที่กินอาหารเช้าจนอิ่มแปล้

    ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบอีกรอบถึงกับชะงักก่อนจงอินจะถอนหายใจ “แต่ฉันว่าฝาแฝดยังเด็กเกินไป”

    “แต่คุณพ่อบอกว่าท่านเคยซื้อลูกหมามาเลี้ยงตั้งแต่ตอนคุณยังแบเบาะด้วยซ้ำ ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ครับ”

    คุณสามีถึงกับเงียบ ...

    “โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ... ก็ดูโอเคอยู่นะ คุณว่าไงจงอิน”

    ยังเงียบอยู่ ... แต่ก็เหลือบมองด้วยแววตาอ่อนลงเยอะ

    “เลี้ยงพันธุ์เล็กๆก่อนดีกว่าไหม ...”

    “จงอิน เราคุยกันแล้วนะครับ” เซฮุนยื่นคำขาด

    เรื่องของเรื่องก็คือ เซฮุนกับคุณสามีมีข้อแลกเปลี่ยนที่สุดแสนจะแฟร์ต่อกันโดยที่ไม่มีใครรู้ อย่างที่บอกว่าหลังจากที่มังคุดคลอด คุณพ่อลูกสามเขาก็อยากจะเปิดอู่ต่อในทันที แต่เป็นเซฮุนเองที่ต้องเบรกทุกอย่างเอาไว้ก่อน ถึงแม้เราจะนอนด้วยกันตามปกติ แต่เรื่องป้องกันเซฮุนก็ไม่เคยอ่อนข้อให้คุณสามีแต่อย่างใด

    จนมาช่วงหลังๆ ...

    ที่คุณสามีมักจะมีข้อแลกเปลี่ยนมาล่อเพื่อแลกกับการที่เขาจะยอมปล่อยท้องอีกรอบ

    ด้วยความสัตย์จริง เซฮุนไม่ได้อยากได้อะไรเลย เพราะตอนนี้ชีวิตเขามีครบหมดแล้ว

    แต่ว่า ... มันมีสิ่งหนึ่ง ... 

    ตั้งแต่เด็ก เขาอยากมีสัตว์เลี้ยงมาโดยตลอดเพราะลึกๆแล้ว เซฮุนเป็นคนรักสัตว์ โดยเฉพาะเจ้าสุนัขนั้น เขาอยากได้มาก อยากได้มาตลอดแต่ไม่เคยมีโอกาสได้ลองเลี้ยงเลยสักครั้ง

    สมัยเพิ่งดีกันใหม่ๆ การขอเลี้ยงหมาคือสิ่งแรกๆที่เซฮุนอ้อนขอกับคุณสามีเสมอ แต่จงอินก็บ่ายเบี่ยงไม่อยากให้เลี้ยงคงเพราะไม่อยากให้เขาเหนื่อย แต่ ... ในเมื่อลูกสามคนเขายังเลี้ยงได้ แล้วกับอิแค่หมาน้อยอีกตัวสองตัว มันจะเหนื่อยขึ้นขนาดไหนกันเชียว

    ที่อ้างไม่อยากให้เลี้ยงคงไม่ใช่เพราะอะไรหรอก

    ห่วงลูก กังวลไปต่างๆนาๆเสียมากกว่า

    “ก็ถ้าคุณทำตามสัญญา ... ผมก็กะว่าจะปล่อย ... ท้องเลย” เซฮุนรีบย้ำด้วยสีหน้านิ่งสนิท แต่ในใจนั้น กระโดดโลดเต้นเพราะรู้ว่าอีกนิดเดียวเท่านั้น จงอินจะยอมเขาแล้ว

    ยังเงียบอยู่ ...

    แต่พอเมียเอนตัวเข้าไปจุ๊บที่แก้มเบาๆเท่านั้น

    ก็ตอบเลย “พาเด็กๆไปทดสอบก่อนว่าแพ้ขนหมารึเปล่า แล้วหลังจากนั้นค่อยว่ากัน”

    บิงโก!

    เซฮุนถึงกับยิ้มออก ก่อนจะให้รางวัลคนปากหนักอีกรอบ แต่คราวนี้เขากลับจุ๊บลงไปบนริมฝีปากของชายหนุ่มเสียเต็มรัก “ผมอยากได้สีทองกับสีน้ำตาลอย่างละตัว เลี้ยงเป็นคู่ น้องจะได้ไม่เหงา”

    คราวนี้คุณสามีถึงกับถอนหายใจออกมาดังเฮือก

    แต่คนที่กำลังอารมณ์ถึงขีดสุดอยู่ก็ทำเป็นไม่ได้ยินแต่อย่างใด

    “ถ้าลูกไม่แพ้ เดี๋ยวฉันไปดูที่ฟาร์มโกลเด้นให้เลย โอเคไหม” ในที่สุด ก็ต้องยอมเมียจนได้

    “ขอบคุณครับจงอิน คุณน่ารักที่สุดเลย” เขารีบพูดแล้วแอบเขยิบเก้าอี้เข้าไปใกล้คุณสามีแบบเนียนๆแล้วขโมยหอมแก้มพ่อหมีหน้างอไปอีกที

    ให้สมกับความใจดี ... ของ(คุณ)พ่อบุญทุ่ม

    ใบหน้าขาวจัดแย้มยิ้มกับตนเองในตอนที่จงอินไม่ทันได้สังเกตเห็น เซฮุนรู้อยู่เต็มอก ถึงแม้ว่า คุณสามีจะทำเป็นไม่อยากให้เลี้ยง แถมยังเออออตามเขาไปทั้งอย่างนั้นมากเพียงใดก็ตาม แต่สุดท้ายในตอนที่ผลตรวจออกมาว่าเด็กๆไม่ได้แพ้ขนหมา

    ไม่นาน บ้านหลังนี้จะต้องมีน้องหมาพันธุ์โกลเด้น

    ขนสีทองกับสีน้ำตาลอย่างละตัว พันธุ์แท้ไม่มีผสม

    ตัวขนสวยที่สุด มาจากฟาร์มที่ดีที่สุด


    ... มาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวเรา อย่างแน่นอน






    จบบริบูรณ์ (จบจริงๆแล้วจ้า)



    Talk :  ถ้าอยากให้กำลังใจให้เราชื่นใจ
    อย่าลืม #ทะนงKH หรือ คอมเม้นท์ได้ที่ด้านล่างนะคะ
    รักเสมอ ขอบคุณจริงๆค่ะทุกคน



    เขียนโดย LONE WOLF
    Twitter hashtag: #ทะนงKH



    -  Thank You -
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
iambee_e (@iambee_e)
ส่งท้ายได้น่ารักและอบอุ่นมากค่ะ ลูกสามแล้วแต่ก็ยังหวานกันจนน่าอิจฉา ขอบคุณคุณไรท์อีกครั้ง ทะนงKH จะเป็นอีกเรื่องที่อยู่ในใจเราตลอดไปค่า>~<
somjuphalidha (@somjuphalidha)
ส่งท้ายแล้ว ขอบคุณนะคะคุณไรท์คนเก่ง ชื่นใจมากๆๆๆๆ คุณสาตอนเป็นหมีพ่อลูกติดน่ารักน่าอบอุ่นขึ้นไปอีกเป็นกองเลย ลูกติดพ่อไม่พอแถมพ่อติดลูกแบบเปย์หนักสปอยหนักน่าดู เจ้าแตงโมเจ้ามังคุดก็น่าเอ็นดูสมวัยมากกกกกกก สกิลความออดอ้อนออเซาะยังไม่น่าฟัดเท่าสกิลความดราม่ารัชดาลัย55555555555 ครอบครัวสุขสันต์ได้มีครอบครัวใหญ่ๆสมใจเซฮุน ทั้งลูกทั้งสามีก็ีน่าชื่นใจขนาดนี้ หัวใจน่าจะฟูมากๆๆ เนี่ยนะ ปกติแล้วเวลาอ่านฟิคจะเอ็นดูเซฮุนเหมือนน้องน้อยเหมือนลูกน้อยแต่เรื่องนี้คือเหมือนเซฮุนเป็นเพื่อนมาคอยเล่าระบาย คุยนู่นนี่ เม้าท์สามี บ่นเรื่องลูก เลยแบบเหมือนอายุเท่าๆกัน ได้รู้ความเป็นไปว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างจบแบบสวยงามแค่ไหนมันดี๊ดี.. ขอหมั่นไส้ความหวานของคู่นี้นิดนึง คนนึงก็ฉีดน้ำหอมเอาใจ คนนึงก็คอยหยอดหวานแซว โง้ยยย ตาร้อนนน
fishypug (@fishypug)
จบจริงๆแล้ว คุนสาน่ารักเกินทน
slowlylandx (@slowlylandx)
คุณสาาาาา ทำแบบนี้น้องระทวยไปหมด แงเขินนนมากลูกสามแล้วยังหวานกันตลอดและดูเหมือนว่าจะหวานขึ้นเรื่อยๆด้วย ><
hunhun1211 (@hunhun1211)
ดีใจกับน้องด้วยที่มีครอบครัวที่อบอุ่นและน่ารักมากๆขนาดนี้ :)
lookpla1102 (@lookpla1102)
ทำไมคุณพ่อหมีปากหวานแบบนี้ค่ะ ไม่ไหวแล้ว เขินอ่ะ