LETHAL ทะนงsavedbywolf
Three's A Charm.
  • LETHAL


    To know so deeply how unwanted you’re … is almost lethal.

    การรับรู้ว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการมากเพียงใดนั้น ... อันตรายถึงชีวิต




    • 19: Three’s A Charm.


    เซฮุนหลับไปเพราะความเพลียอีกครั้งหลังจากที่เจอลูกเป็นครั้งแรก ก่อนจะหลับไป เขาจำได้ว่าตัวเองดื้อจะอุ้มเซจองแล้วมองลูกอยู่แบบนั้น เสียงของคุณสามีกับฮยองนิมแล้วก็พี่จูฮยอน พ่วงมาด้วยจงแดที่คุยกันเบาๆกลายเป็นเพียงเสียงคลอไปในโลกที่มีแต่เขากับแตงโมสองคนเท่านั้น


    เขาจำได้แต่ว่า อุ้มลูกเอาไว้นิ่งๆแนบอก ระบมแผลผ่าตัดก็ระบมแต่มันเทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้นั่งมองเซจองหลับอย่างสงบอยู่ในอ้อมแขนของตัวเอง วันนี้แตงโมน่ารักมาก แต่ก็คงต้องขอยกความดีความชอบให้กับคุณพยาบาลที่ดูแลลูกสาวเขามากกว่าเพราะพวกเธอนั้น เอาชุดเด็กอ่อน ถุงมือ ถุงเท้าแล้วก็หมวก แถมด้วยผ้าห่อตัวลายแตงโมสีสันสดใสแต่งตัวให้เซจองน่ะสิ


    แค่แต่งตัวเป็นเซ็ตก็น่ารักจะตายอยู่แล้ว เด็กอะไรเนี่ย


    แต่สักพักก็เริ่มรู้ตัวว่าสู้ฤทธิ์ยาที่สั่งให้ร่างกายเขาพักผ่อนไม่ไหว จึงเรียกคุณสามีมาเอาลูกไป เซฮุนมองจงอินที่อุ้มเซจองด้วยความเบามือขึ้นเยอะ เขามองตามจนชายหนุ่มวางร่างเล็กๆของเธอลงบนเตียงน้อยของเธอเป็นที่เรียบร้อย ก่อนเปลือกตาจะค่อยๆปิดลงในที่สุด


    พอตื่นขึ้นมา แทบจะทันที เซฮุนก็มองหาแตงโมเป็นอย่างแรกตามสัญชาติญาณก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเธอยังนอนหลับอย่างเป็นสุขบนเตียงน้อยของเธอ ไม่นานเขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป เมื่อลองตั้งใจฟังดีๆก็เหมือนได้ยินเสียงคุณสามีกำลังทะเลาะกับใครสักคนอยู่ที่หน้าประตู


    ร่างสูงใหญ่ของจงอินยืนบังกรอบประตูไปเกือบครึ่งแต่ก็ยังมีใจเอาแขนกั้นประตูเอาไว้อีกชั้นราวกับว่าให้ตายอย่างไรก็จะไม่ให้คนที่อยู่อีกฝั่งผ่านเข้ามาได้ โดยมีฮยองนิมคอยห้ามเอาไว้อีกแรง ตอนนี้พี่จูฮยอนกับจงแดหายไปจากห้องนี้แล้ว เซฮุนสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทั้งพี่สะใภ้และหลานชายของเขาจะปลอดภัยดีหรือไม่


    “กลับไปซะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ”


    จงอินพูดออกไปด้วยความโกรธ ร่างกายของชายหนุ่มแข็งเกร็ง ท่าทางเหมือนสัตว์ตัวผู้ที่กำลังจะกระโจนใส่เหยื่อไม่มีผิด ถึงแม้จะแสดงออกอย่างก้าวร้าวมากเพียงใดแต่คุณสามีไม่ได้เสียงดังก็คงเพราะกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมาก่อน


    “คุณไม่มีสิทธิ์มาไล่ผมจงอิน เซฮุนเป็นลูกชายของผม ผมมีสิทธิ์จะเจอเขาเมื่อไหร่ก็ได้”


    สิ้นเสียงก็รู้เลย ... คุณพ่อ


    เข้าใจแล้วว่าทำไมจู่ๆคุณสามีถึงได้ของขึ้นถึงขนาดนี้ ยิ่งตอนนี้มีแตงโมมาด้วยแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพ่อลูกอ่อนจะดุมากเพียงใด


    “ผมไม่สนว่าคุณจะเป็นใคร แต่ถ้าคุณทำให้เมียผมไม่สบายใจก็เชิญกลับไปดีๆก่อนที่จะมีเรื่องกันที่นี่” คุณสามีพูดเสียงต่ำเหมือนจะนิ่ง แต่เซฮุนรู้ดีว่าตอนนี้จงอินกำลังพยายามข่มอารมณ์เอาไว้มากแค่ไหน “กลับไป แล้วอย่ามายุ่งกับครอบครัวผมอีก เซฮุนอยู่ได้ดีโดยไม่มีคุณมานานแล้ว ลืมเรื่องทายาทไปได้เลย อย่าหวังว่าผมจะยอมให้คุณเข้าใกล้ลูกสาวผมแม้แต่นิดเดียว”


    เกิดความเงียบระหว่างชายทั้งสามคนอยู่ครู่หนึ่ง


    ก่อนชายสูงวัยจะพูดประโยคที่ทำให้คนแอบฟังลมหายใจสะดุด


    “ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมให้ครอบครัวของคุณย้ายออกจากบ้านหลังนั้นไปได้เลย จงอิน”


    “เอาคืนไปเลย!” คุณสามีตอบกลับไปทันทีด้วยความโมโห ทำเอาเซฮุนตาโต


    ไม่ได้ ... เท่าที่เขาทราบ คุณพ่อแค่ยอมให้ตระกูลคิมเข้าไปอยู่ในบ้านที่ญี่ปุ่นในฐานะผู้เช่าเท่านั้น แต่ถ้าคุณพ่อฉีกสัญญา นั่นหมายความว่าคุณแม่ คุณพ่อ ครอบครัวของคุณสามีจะต้องหาที่อยู่ใหม่ แล้วที่สำคัญ ไหนจะอาการป่วยของคุณแม่อีก


    เขารู้ว่าเวลาจงอินโมโห อะไรก็เป็นไปได้ แต่ตอนนี้คุณสามีกำลังใจร้อน พูดอะไรออกไป ยังไม่ทันให้ดีหรอก


    “คุณคิดว่าคุณฉลาดนักใช่ไหม จะบอกอะไรให้ แม่ผมอาการดีขึ้นเยอะแล้ว เพราะฉะนั้น ไอ้บ้านหลังนั้นที่คุณหวงนักหวงหนามันก็ไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับผมเลย หลังจากนี้ครอบครัวผมจะย้ายกลับมาอยู่ที่เกาหลี เชิญคุณนอนกอดโฉนดบ้านที่ญี่ปุ่นได้ตามสบาย ผมไม่สนแม่งหรอก แต่อย่ามายุ่งกับลูกเมียผมเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นผมจะขอคำสั่งศาลห้ามคุณเข้าใกล้เซฮุนแล้วผมก็จะฟ้องคุณให้หมดตัวเลย คอยดู”


    “จงอิน ... จงอิน พอแล้วครับ พอแล้ว”


    ในทันทีที่เซฮุนส่งเสียงเรียกออกไป ชายทั้งสามก็นิ่งไปด้วยความคาดไม่ถึงก่อนสายตาทั้งสามคู่จะหันมามองเด็กหนุ่มบนเตียงเป็นตาเดียว


    “ไม่เป็นไรหรอกครับ ให้คุณพ่อเข้ามาเถอะ ผมอยากจะคุยกับเขาด้วย”


    “แน่ใจนะ ที่รัก?” จงอินรีบเดินกลับมาหาเขาในทันที น้ำเสียงกระซิบกระซาบ ดวงตาฉายแววกังวลอย่างชัดเจน


    เซฮุนยิ้ม ยกมือขึ้นมาแตะข้างแก้มคุณสามีเบาๆก่อนจะพยักหน้าในที่สุด “ให้เขาเข้ามาเถอะครับ คุณก็อยู่ทั้งคน ไหนจะฮยองนิมอีก”


    ชายหนุ่มถอนหายใจ สีหน้าของจงอินดีขึ้นนิดหน่อยในขณะที่คุณสามียอมถอยให้คุณพ่อเข้ามาใกล้เตียง ในทันทีฮยองนิมก็รีบเดินมาประกบที่เตียงอีกฝั่งทั้งที่ยังไม่ยอมพูด หน้าคุณพ่อ พี่ชายเขายังไม่ยอมมองท่านเลยสักนิด ส่วนตอนนี้คุณสามีก็ไปยืนจังก้าอยู่หน้าเตียงน้อยของลูก เอาตัวเองบังร่างเล็กๆของเซจองเอาไว้จนมิด เหมือนพ่อเสือที่กำลังปกป้องลูกน้อยของมันไม่มีผิด


    “เซฮุน ... ลูกดูดีขึ้นนะ”


    คำพูดเหมือนจะดี แต่น้ำเสียงก็ยังเย็นชาตามปกติ ในแบบที่เขาได้ยินมาตั้งแต่เล็กจนโต ในขณะที่เซฮุนโหยหาแต่ความรักจากคุณสามี ถ้าไม่ได้ เขาก็ยอมปล่อยจงอินไป เขาจึงไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมคุณแม่ถึงได้เลือกอยู่กับผู้ชายที่เย็นชา แข็งกระด้างขนาดนี้ได้


    “คะ ... คุณพ่อก็ดูดีเหมือนกันครับ”


    เขาตอบกลับตามมารยาท บอกตามตรง เขาไม่ได้คุยหรือเจอกับคุณพ่อมานานมาก ครั้งสุดท้ายที่ได้ยินเสียงก็ตอนที่แอบฟังคุณพ่อคุยโทรศัพท์กับจงอิน ส่วนฮยองนิมนั้นไม่ต้องพูดถึงเลย ตัดขาดกันมาหลายปีแล้ว ขนาดฮยองนิมล้มละลาย คุณพ่อยังไม่เหลียวแลจนพี่ชายเขามาได้จงอินช่วยเอาไว้นี่แหละ


    ตอนนี้ คนทั้งหมดมายืนอยู่ในห้องเดียวกันได้โดยที่ยังไม่ได้ฆ่ากันตายไปเสียก่อน ... เซฮุนก็ถือว่ามันดีมากแล้ว


    “ผมได้ลูกสาว ... คุณพ่อได้เจอหลานรึยังครับ” เขาถามขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อทั้งห้องมีแต่บรรยากาศมาคุ แถมยังเงียบสนิท ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าถ้ามาแล้วไม่ยอมพูดอะไร คุณพ่อจะมาทำไม


    “ยัง พ่อเพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้เอง” ชายสูงวัยตอบกลับมาเรียบๆ ดูเหมือนมีอะไรจะพูดกับเขาอยู่มากมาย แต่พอเจอหน้า แล้วเซฮุนไม่ได้สาดคำพูดร้ายๆใส่ คุณพ่อก็ดูเหมือนจะแปลกใจมากจนพูดอะไรไม่ออก


    “ถ้าคุณพ่อจะมาเยี่ยมหลาน ... ผมก็ขอเชิญให้คุณพ่ออยู่ อีกสักพักเซจองก็น่าจะตื่นพอดี แต่ถ้าคุณพ่อจะมาคุยเรื่องเก่าๆ เรื่องของผมหรือเรื่องของฮยองนิม ผมไม่มีอะไรจะพูดกับคุณพ่อครับ คงต้องให้จงอินเชิญคุณพ่อกลับไป เรื่องข้อตกลงที่ผ่านมา ตอนนี้ผมไว้ใจจงอินให้จัดการทุกอย่างให้ ถ้าเขาว่ายังไง ผมก็ตามนั้น”


    เซฮุนพูดช้าๆด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงของเขาสุภาพในแบบที่คุณแม่สอนมาไม่มีผิดและคุณพ่อเองก็ชอบให้เขามีบุคลิกแบบนี้ แต่ที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ เขาไม่ยอมให้คุณพ่อชักจูงชีวิตอีกต่อไปแล้ว นั่นคือสิ่งที่คิม จงอินเป็นคนสอนเขาตั้งแต่ที่เราใช้ชีวิตร่วมกัน


    และนั่นก็คือการสอนให้สู้คน ... สู้กับความไม่ถูกต้อง


    ในขณะที่คุณสามีอาจจะเป็นพวกดับเครื่องชน ตายเป็นตาย


    แต่เขาไม่ใช่คนแบบนั้น เพราะเซฮุนเป็นพวกน้ำนิ่ง ... แต่ไหลลึก


    และแรงน้ำของเขาก็แรงพอที่จะพังเกาะทั้งเกาะได้แล้วกัน ถ้าเขาอยากจะทำน่ะนะ


    “และถ้าหากคุณพ่ออยากจะมีส่วนร่วมในชีวิตของพวกเรา คุณพ่อต้องให้เกียรติครอบครัวของผม ... เรื่องของคุณพ่อกับฮยองนิมจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมไม่ทราบ แต่ผมให้โอกาสคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะที่คุณพ่อเคยเลี้ยงผมมา แต่ถ้าคุณพ่อจะ ‘รัก’ หลานในแบบที่คุณพ่อเคยบอกว่า ‘รัก’ ผม ผมขออนุญาตไม่รับนะครับ เพราะผมไม่อยากให้เซจองโตมาเป็นเด็กที่สงสัยตลอดเวลาว่าทำไมคุณตาถึงไม่รักเธอ”


    ให้ตายเถอะ ... สีหน้าคุณพ่อในตอนนี้


    เขาบรรยายมันออกมาไม่ถูกเลยทีเดียว และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เซฮุนแสดงออกว่าต่อต้านคุณพ่ออย่างชัดเจน แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีนักหรอก มันไม่ใช่สิ่งที่ดี เพียงแต่ว่า อย่างที่เคยบอกไป ตอนนี้เขาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ชีวิตของเขามีเซจองต้องให้ปกป้อง


    เซฮุนต้องปกป้องลูกเหมือนดั่งที่คุณแม่เคยทำในตอนที่ท่านยังอยู่


    เสียงเคาะประตูทำให้บทสนทนาทุกอย่างหยุดชะงักไปเสียก่อน


    พอคุณสามีเป็นคนเอ่ยอนุญาต อึดใจถัดมา คุณพยาบาลหน้าตายิ้มแย้มก็เดินเข้ามา เธอยิ้มอย่างใจดีให้กับทุกคนแล้วจึงเดินเข้ามาดูแตงโมเป็นอย่างแรก เมื่อเห็นว่าลูกสาวเขากำลังจะพลิกตัวเปลี่ยนท่า เธอก็ค่อยๆอุ้มเซจองขึ้นมาแล้วส่งให้กับเขาในทันที


    “แตงโมตื่นแล้วเหรอคะ ...” เซฮุนก้มหน้ากระซิบพูดคุยกับลูกสาวเบาๆ


    ตาสบตากับดวงตากลมบ๊อกของเซจองแล้วก็ยิ้ม ...


    ตาได้คุณพ่อ


    จมูกก็ได้คุณพ่อ


    มีปากนี่แหละที่ได้ป่ะป๊า


    แต่นิสัยยังไม่รู้เลยนะว่าได้ใครมา ...


    เซจองก็ได้แต่ยิ้มฟันหลอ ดูท่าจะเป็นเด็กอารมณ์ดีเหมือนจงแดแน่นอนนะลูกสาวเขา ไม่นานคุณพยาบาลก็เริ่มอธิบายถึงการป้อนนมลูก การดูแลขั้นพื้นฐานต่างๆที่เขารู้ดีอยู่แล้ว ก็ตอนซื้อคอร์สของโรงพยาบาลนี้ เขาแถมคอร์สเรียนต่างๆให้ด้วยน่ะสิ และคนที่มาเรียนกับเขาก็ไม่ใช่ใคร คุณสามีนี่แหละที่มาด้วยตลอดไม่เคยปล่อยให้มาคนเดียวเลย แต่เซฮุนก็ยังปล่อยให้เธอพูดต่อเพราะไม่อยากเสียมารยาทกับเธอ


    พอคุณพยาบาลทำหน้าที่ของเธอเสร็จเรียบร้อย


    ทั้งที่อุ้มแล้วก็ยังโอ๋เซจองไปพร้อมๆกันนั้น


    เซฮุนก็ตัดสินใจพูดต่อ “คุณพ่อครับ ผมพูดทุกอย่างที่อยากจะพูดไปหมดแล้ว เงื่อนไขของผมมีแค่นี้ ถ้าคุณพ่อไม่สามารถเปลี่ยนความคิดในการจะรักสักคนได้ ผมก็ขอให้คุณพ่อตัดขาดผมกับลูกออกจากชีวิตของคุณพ่อเถอะครับ ถ้าครอบครัวของจงอินเขาไม่ต้องการบ้านหลังนั้นแล้ว คุณพ่อเองก็ได้สมบัติเก่าของครอบครัวสามีผมไปมากมาย ฉะนั้น ... ผมเชื่อว่า เราไม่มีอะไรติดค้างต่อกันอีก


    “คิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วใช่ไหมถึงได้พูดแบบนี้”


    แน่ล่ะว่าคุณพ่อโกรธจัด ... โกรธจนทั้งคุณสามีและฮยองนิมต้องดึงให้ชายสูงวัยออกจากห้องพักผู้ป่วยของเขาไปเลย


    แต่เซฮุนกลับยิ้ม .... ไม่ได้ตอบโต้อะไรอีก


    เพราะคำตอบของคุณพ่อก็คงชัดเจนแล้วว่าท่านเลือกทางไหน แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงเสียใจที่ทุกอย่างมันไม่ได้จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งไปเสียทุกอย่างในแบบที่เคยฝันไว้ แต่ช่างปะไร ใครมันจะไปได้เสียทุกอย่างที่อยากได้กัน อย่างน้อยแตงโมก็ปลอดภัยและคงไม่มีอันตรายใดๆแน่ ยิ่งมองลูกสาวก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองทำถูกต้องที่สุดในครั้งนี้


    เขาไม่เพียงแต่ปกป้องตัวเอง แต่ครั้งนี้เขาปกป้องเซจองอีกด้วย


    แล้วพอจงอินเดินย้อนกลับมาก่อนจะก้มลงมาจุ๊บหน้าผากแตงโมจนลูกได้ร้องฮือประท้วงก็ทำเอาเซฮุนอารมณ์ดีขึ้นเป็นอีกเท่าตัว


    “ไม่ต้องเก็บเรื่องนี้ไปคิดมากนะ รักษาตัวให้หายดีก่อน เรื่องครอบครัวฉันไว้ค่อยไปคุยกันที่บ้าน” คุณสามีพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน ชายหนุ่มเดินไปลากเก้าอี้เฝ้าไข้มานั่งใกล้ๆอยู่ข้างเตียง


    เซฮุนพยักหน้า มองมืออุ่นๆของจงอินที่เลื่อนมาวางแปะอยู่บนต้นขาของเขา “ไม่คิดแล้วครับ ... ผมเองก็ไม่คิดว่าคุณพ่อจะเปลี่ยนได้ภายในวันสองวันหรอก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ว่าแต่ ... ฮยองนิมไปไหนแล้วครับ”


    “ไปหาจูฮยอนกับจงแดที่คอฟฟี่ชอปด้านล่างน่ะ เดี๋ยวก็ขึ้นมา” คุณสามีตอบเรียบเรื่อยแล้วก็เงียบ ทำมองตาหวานอยู่นั่นแหละ


    “จงอินครับ?”


    “หืมม?” รับคำในทันที แต่หน้าคุณสามีก็ง่วงมากแบบไม่ไหวแล้วเช่นกัน


    “ผมสงสัยน่ะ ทำไมตอนคุณซื้อของให้ลูก ผมหมายถึงก่อนที่แตงโมจะคลอดนะ ทำไมถึงซื้อแต่ของเด็กผู้หญิง คุณรู้ก่อนเหรอว่าลูกจะออกมาเป็นผู้หญิง แอบไปคุยกับคุณหมอปาร์คมาก่อนรึเปล่าครับเนี่ย”


    จงอินหัวเราะ ...


    ทำเอาเซฮุนแทบจะหน้างอ


    “ก็อยากได้ลูกสาว อยากได้จริงๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน” ยอมตอบกลับมาดีๆแต่ก็ยังหัวเราะอยู่นั่นแหละ
    “เอ๊า แล้วถ้าแตงโมออกมาเป็นผู้ชาย คุณจะทำไง ที่ขนซื้อมาของเด็กผู้หญิงทั้งนั้นเลยนะครับ”


    เซฮุนถามแล้วจ้องใบหน้าหล่อจัดของคุณสามีอยู่อย่างนั้น เขาสงสัยจริงจัง แต่ถ้าตอบว่า ทิ้งของที่ซื้อมาแล้วค่อยไปซื้อให้ลูกใหม่ นี่จะฟาดให้แขนช้ำเลยเชียว


    “คุณอยากได้ลูกสาวจริงๆนะ ไม่ได้ตอบเพราะจะเอาใจผมจริงๆใช่ไหม” เขาถาม เสียงเล็กเสียงน้อยแค่ไหนดูจากสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจของคุณสามีมันก็ชัดเจน


    “จริงสิ เบบี้ ... ต่อให้ได้ลูกชาย มันก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ให้ลูกเราใส่เสื้อผ้าสีชมพูบ้างหรือนอนกอดตุ๊กตาหมีบ้าง มันจะเป็นไรไป ลูกของเรา ยังไงก็เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับฉันเสมอ”


    พูดจบ ... ก็เป็นเขาเองที่เงียบ


    เพราะตอนนี้คุณสามีกำลังโน้มตัวมาใกล้ ตาสบตา ลมหายใจเป่ารดกันอยู่เพียงครู่เดียว แล้วก็เป็นเซฮุนเองที่เป็นฝ่ายเอาอีกมือประคองหัวเซจองเอาไว้ กลัวว่าจงอินจะโดนลูกแล้วทำให้ลูกเจ็บ ก่อนจะเอียงใบหน้า เปิดริมฝีปาก


    รอคอยการมาถึงของคุณสามี ...


    พอได้จูบ ได้หอม ได้คลอเคลียจนพอใจ ...


    จู่ๆจงอินก็ขออุ้มแตงโมบ้าง แต่ก็อุ้มเล่นกับลูกอยู่แปบเดียว สาวน้อยก็หลับลึกไปอีกครั้งอย่างง่ายดาย คุณสามีจึงเอาลูกลงไปนอนในเตียงน้อยก่อนจะเดินย้อนกลับมาหย่อนสะโพกนั่งลงบนเตียงคนป่วย จงอินเงียบไปพักหนึ่งจนเซฮุนได้แต่มองอย่างค้นหา


    “ฉัน ... ไม่รู้จะขอบคุณนายยังไง ที่อุ้มท้องเซจองมาได้นานขนาดนี้ แถมยังพาลูกออกมาเจอโลกได้อย่างปลอดภัย ฉันไม่รู้จะขอบคุณยังไงดีที่นายทำให้ครอบครัวของเราสมบูรณ์ ... ทำให้ฝันของฉันกลายเป็นจริง ขอบคุณจริงๆนะที่รัก”


    พูดจบ ... คุณสามีเค้าก็คว้ามือเขาไปหอม ไปจูบอยู่นานสองนาน มองไปมองมา ตอนนี้จงอินเหมือนกับหมาตัวใหญ่ๆที่พยายามจะอ้อนขอความรักจากเจ้าของไม่มีผิด


    แต่ก็ทั้งเขิน ทั้งดีใจ ทั้งเป็นสุข ... สารพัดที่จะรู้สึก


    ไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปเหมือนกัน นอกจาก …


    “ขอบคุณคุณเหมือนกันนะจงอิน ที่ช่วยเข้ามาเติมเต็มชีวิตของผม” เซฮุนพูดช้าๆ แต่เขินจัดยิ่งกว่าตอนที่เสียจูบแรกให้กับผู้ชายคนนี้ในคืนวันแต่งงานอันเละเทะของเราเสียอีก


    “ฉันมีของจะให้ ที่จริง ... เพิ่งเขียนตอนที่นายอยู่ในห้องผ่าตัด คือฉันฟุ้งซ่านจนทำอะไรไม่ได้ วิธีเดียวที่จะทำให้ฉันสงบได้ก็คือการเขียนเพลง แต่มันเป็นไอเดียที่สดมาก ยังไม่ได้แก้อะไรทั้งนั้น ที่จริงฉันก็เขียนเพลงให้เรื่องของเรามาตั้งนานแล้ว แต่เพลงนี้ชัดเจนมากที่สุด”


    พูดไป คุณสามีเค้าก็หยิบกระดาษยับยู่ยี่แผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเงินของตัวเองด้วยท่าทางดูลนลานเกินปกติ เหมือนตอนที่จงอินทำอะไรไม่ถูกในตอนที่เขาปวดท้องจะคลอดแตงโมไม่มีผิด แล้วอาการนั้นก็ทำให้คนบนเตียงมองตาม ได้แต่ยิ้ม


    เซฮุนยิ้มหวาน ...


    ใช้อีกมือยื่นไปรับกระดาษแผ่นนั้นมา


    ในตอนที่กำลังคลี่กระดาษออกดู ก็โดนขโมยหอมแก้มอีกครั้ง หอมเสร็จก็ดันพูดให้ได้ยินอีกว่า ‘เขินจนแก้มแดงไปหมดแล้ว’ ก็อยากจะถามกลับว่าแล้วใครมันจะไม่เขินได้ลง นี่เป็นครั้งแรกที่คุณสามีพูดตรงๆว่าเขียนเพลงให้เขา ปกติไม่มีหรอก มีแต่งุบงิบๆตอบไม่เต็มเสียงเท่าไหร่ ถ้าถามว่าที่เขียนไปนั้นให้แม่แตงโมใช่ไหม


    ทีตัวยังเขินได้เลย แล้วคนอื่นเขินบ้างไม่ได้เหรอ?


    แต่ก็เขินได้แปบเดียวเท่านั้น คนนำเสนอก็รีบคะยั้นคะยอให้เขาอ่าน


    เซฮุนพยักหน้าก่อนจะอ่านในที่สุด



             เพลง : เพลงของนางฟ้า

     

    ตั้งแต่เด็ก พ่อเคยเล่าว่า บนฟ้ามีนางฟ้า

    โตมาเลยมองแต่ฟ้า ไม่เคยมองดิน

    ได้แต่มองขึ้นไป เฝ้าฝันละเมอหา

    หวังว่าจะได้เห็นสักครั้ง นางฟ้าในฝันของผม

     

    แต่พอมาเจอคุณ ก็เป็นวันที่ผมเลิกมองฟ้า

    ลดสายตามามองคนข้างกาย ได้เจอนางฟ้าบนดิน

    วันนี้หยุดที่เคยละเมอหา ไม่เงยหน้า ไขว่คว้าอะไรที่เป็นไปไม่ได้

     

    หยุดที่เคยฝัน ... เพราะนางฟ้าบนดินมีอยู่จริง

    จะไม่มองขึ้นไป จากนี้ไป ขอมองแต่คุณ



    เนื้อเพลงโดย คิม จงอิน

    ขับร้องโดย พยอน แบคฮยอน (ไม่ก็ให้เป็นเพลงเดบิวต์ของโด คยองซู)



    แด่ ภรรยาอันเป็นที่รัก ผู้ซึ่งกำลังจะเป็นต้นแบบในอนาคตของลูกสาวผม







    เสียงหัวเราะดังลั่นมาจากชั้นล่างทำเอาเซฮุนต้องฝืนลืมตาตื่นขึ้นในที่สุด เด็กหนุ่มพลิกตัวมานอนหงายก่อนจะถอนหายใจเบาๆกับตัวเอง ให้ตายสิ สามเดือนแล้วที่กลับมาอยู่บ้าน ลูกเกิดเมื่อปลายปีที่แล้ว นี่ก็ปาเข้าจะไปกลางปีอยู่แล้ว เวลามันช่างผ่านไปไวจริงๆ จำได้ดีว่าเมื่อคืนกว่าเซจองจะหลับลึกลงไปได้อีกครั้งก็เกือบตีสาม ครั้นเห็นจงอินนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ข้างกายก็อดจะสงสารอีกฝ่ายไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องเป็นตัวเองที่ต้องลุกไปกล่อมลูกให้หลับอีกครั้ง


    ใครว่า ... ตอนอุ้มท้องหน่ะเหนื่อยหนักแล้ว


    ตอนลูกยังอ่อนๆนี่เหนื่อยกว่าเยอะเลย


    แต่มันเป็นความเหนื่อยที่แสนจะมีความสุข พ่อแม่คนไหนบ้างเล่าที่ถ้าเลือกได้ จะไม่อยากเห็นพัฒนาการในทุกๆวันของลูก ตัวเขากับจงอินนี่โชคดีมากมายแค่ไหนแล้ว ที่มีชีวิตที่สุขแสนจะสบายได้อยู่กับลูกในทุกๆวันโดยที่ไม่ต้องออกไปทำงานหามรุ่งหามค่ำแล้วให้คนอื่นเลี้ยงลูกให้ พอคิดได้ดังนั้น ร่างโปร่งบางก็ตัดใจลุกขึ้นจากที่นอนแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำ แต่งตัวตั้งใจจะตามคุณสามีลงไปข้างล่างในที่สุด


    ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าตอนเช้าๆแบบนี้ พ่อแตงโมกับลูกแตงโมจะพากันไปอยู่ส่วนไหนของบ้าน เซฮุนเดินช้าๆไปที่โต๊ะอาหาร จังหวะที่เดินเลี้ยวเข้าห้องกินข้าวมาได้ก็เห็นว่าจงอินกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่หัวโต๊ะ ข้างกายของคุณสามีมีเปลโยกไฟฟ้าตัวเล็กๆตั้งอยู่ ในเปลมีร่างของเซจองซึ่งตอนนี้ลูกสาวเขากำลังหลับปุ๋ยและคาดว่าน้ำลายคงจะย้อยเต็มแก้มแล้วแน่ๆ บนโต๊ะอาหารมีจานขนมปังกับพวกเนยและแยมรสต่างๆ ถ้วยกาแฟร้อนๆส่งควันหอมฉุ๋ยแล้วก็ขวดนมลายหมีน้อยเท่านั้นเอง


    เซฮุนอดไม่ได้จริงๆที่จะยิ้มให้กับภาพที่เห็น


    สงสัยคงจะกลัวลูกไม่รักพ่อมั้ง .... 


    ขนาดลูกหลับ แต่ตัวเองตื่นก็ยังอุตส่าจะอุ้มลูกลงมาด้วย เฝ้าไม่ห่างยิ่งกว่าหมีแม่ลูกอ่อนอีก


    “มอร์นิ่งครับ จงอิน”


    เซฮุนพูดเมื่อคุณสามีละสายตาจากหนังสือพิมพ์มาสบตา จงอินยิ้มตอบแล้วทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอชายหนุ่มเห็นว่าร่างโปร่งบางค้อมตัวลงหอมแก้มเปื้อนน้ำลายของเซจองด้วยความมันเขี้ยวเสียก่อนจึงรอให้เขาฟัดลูกเสร็จแล้วค่อยพูด


    “จะรีบลงมาแต่เช้าทำไม ทำไมไม่นอนพักก่อนล่ะ ฮึ เมื่อคืนแตงโมก็กวนทั้งคืนกว่าจะได้นอน” พอให้พูดได้ก็พูดเป็นชุด จนคนฟังเลือกไม่ถูกว่าจะตอบคำถามไหนก่อนดี เซฮุนก็เลยไม่ตอบ ได้แต่ส่ายหัวแล้วเปลี่ยนมาจุ๊บแก้มคุณสามีบ้าง


    บอกตรงๆนะ ...


    ไอ้สงสารมันก็สงสารอยู่หรอก เมื่อก่อนหน่ะ สมัยยังไม่มีแตงโม จงอินแทบจะไม่ห่างเขาเลย ถ้าไม่นับตอนแยกห้องนอนกันจริงๆจังๆ ก็เรียกได้ว่านอนด้วยกันแทบทุกคืน แต่พอมามีลูก เขาก็เหนื่อย คุณสามีเองก็เหนื่อย หัวถึงหมอนแต่ละคืนก็ต้องรีบหลับ เวลาส่วนตัวแทบจะไม่มี ทุกวันนี้ก็ทำเพียงแค่นัวเนียๆกันเท่านั้น แต่ถึงขั้นนอนด้วยกันเป็นเรื่องเป็นราว ก็กลัวว่าเซจองจะร้องไห้จ้าขึ้นมากลางดึก ล่มมันตรงนั้นเสียก่อน


    ตอนแรกที่พี่จูฮยอนพูดว่ามีเวลาว่างตรงกันทีกับฮยองนิมก็ต้องเอาจงแดไปฝากให้ฝั่งแม่ยายเลี้ยงเพื่อที่จะได้มีเวลาเอาใจสามีบ้าง ตอนนั้นเซฮุนไม่เข้าใจหรอก แต่ตอนนี้น่ะเหรอ เขาเข้าใจมันถ่องแท้เลยทีเดียว เซจองป่ะป๊าขอโทษนะลูก แต่ว่าถ้าหนูโตกว่านี้อีกหน่อย ถ้าหากป่ะป๊าจะให้หนูไปนอนเป็นเพื่อนพี่จงแดสักคืนสองคืนบ้าง ...


    หนูคงไม่โกรธป่ะป๊าหรอกใช่ไหม?


    “แล้วทำไมคุณถึงกินแค่กาแฟกับขนมปังล่ะครับ แค่นี้จะอิ่มเหรอ ไม่บอกให้แม่บ้านทำอะไรให้กินเพิ่มล่ะ” พอถามกลับบ้าง ร่างโปร่งบางก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆกับชายหนุ่ม เซฮุนยังทำเป็นไม่เห็นว่าอีกฝ่ายมองมาตาหวานมากเพียงใด พอเขินมากๆเข้าก็แสร้งทำเป็นหยิบขนมปังชิ้นเล็กๆที่จงอินปาดเนยทาแยมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเข้าปาก


    “ไม่เอา อยากกินกับข้าวฝีมือเมีย ...”


    ให้ตายเถอะ ... เคี้ยวๆขนมปังอยู่ดีๆจะสำลักเอาน่ะสิ จงอินนี่นะ ใครเขาสั่งสอนให้พูดจาแบบนี้ ปกติแค่พูดดีๆด้วยเขาก็แทบจะไปไม่เป็นอยู่แล้ว นี่ยังจะมาจีบอีก พ่อแตงโมนี่ร้ายจริงๆเลยนะ


    “ตอบดีๆสิครับ คุณอิ่มรึยัง ไม่งั้นผมจะได้ไปหาอะไรให้กิน” เซฮุนว่า ก่อนจะอ้าปากโดยอัตโนมัติเมื่อคุณสามีเขาหยิบขนมปังมาจ่อที่ปากอีกชิ้น


    “อิ่มแล้ว กินมื้อเช้าพร้อมลูกไปแล้ว วันนี้ทำท่าจะร้องปลุกพ่อตั้งแต่ตีห้า แต่ว่าฉันลุกไปดูพอดีก็เลยยังไม่ทันได้ตะเบ็งเสียงร้อง เลยพาลงมาแต่เช้า นี่ก็เพิ่งอิ่มนมหลับไปได้สักพักเอง ถ้าไม่พาลงมาก่อนนะนายก็ต้องตื่นไปด้วย”


    เซฮุนพยักหน้าหงึกหงัก ฟังทุกคำพูดของคุณสามีในระหว่างที่ลุกไปเตรียมอาหารเช้าของตัวเองบ้าง เหมือนเดิม ตั้งแต่ท้องเซจองแทนที่เขาจะขยาดน้ำมะพร้าวไปแล้ว ตรงกันข้าม มันกลับกลายมาเป็นเครื่องดื่มสุดโปรดตลอดกาลของเขาเป็นที่เรียบร้อย ไม่นาน ร่างโปร่งบางก็เดินกลับมาที่โต๊ะอาหารพร้อมกับถาดใส่อาหารของตัวเองในที่สุด


    “อย่าลืมนะว่าวันนี้ ตอนเย็นๆเราต้องออกไปกินข้าวข้างนอกกัน”


    พอได้จังหวะคุณสามีเค้าก็รีบเอ่ยย้ำเป็นรอบที่เท่าไหร่เซฮุนเองก็จำไม่ได้ ดูตื่นเต้นแบบแปลกๆแต่เขาคิดว่ามันอาจจะเป็นเพราะตั้งแต่มีเซจอง เรายังไม่เคยพาลูกออกไปฝากใครเลี้ยงเลย คราวนี้เขาเอาไปฝากคุณแม่ของพี่จูฮยอนเลี้ยงพร้อมกับจงแดเพราะทั้งฮยองนิมและพี่จูฮยอนต่างก็ตกลงมาร่วมโต๊ะในคืนนี้ด้วย แต่ก็ยังดีหน่อยที่คุณแม่ท่านยอมมานอนค้างที่บ้านของฮยองนิมเพื่อดูหลานให้ ไหนจะมีพี่เลี้ยงของหลานชายเขาอยู่อีก ไม่ต้องหอบลูกไปเลี้ยงในที่ที่เธอไม่คุ้นเคยก็ทำให้เซฮุนเบาใจไปเยอะ


    แต่จงอินนี่สิ จะตื่นเต้นอะไรนักหนาก็ไม่รู้


    ในเมื่อมันเป็นการไปดินเนอร์กันตามปกติหนิ ใช่ไหม?


    “ไม่ลืมครับ คุณย้ำผมเป็นรอบที่ร้อยแล้ว แล้วผมจะแต่งตัวไว้รอคุณกลับมารับด้วยเลยครับ”





    แต่พอตกเย็น


    แน่ล่ะว่าคุณสามีหอบลูกไปบ้านฮยองนิมตั้งแต่ตอนบ่ายก่อนจะเลยเข้าไปเคลียร์งานที่บริษัทแล้ว ตอนที่แต่งตัวอย่างดีนั่งรอจงอินกลับมารับ กลับเป็นฮยองนิมที่เป็นฝ่ายเดินลงมากดกริ่งหน้าบ้านพร้อมบอกให้เซฮุนจัดการตัวเองแล้วให้ไปพร้อมกัน ทำเอาเขาแปลกใจอยู่ไม่น้อย รู้สึกชัดเจนในตอนนี้ว่าจู่ๆจงอินก็ทำตัวแปลกไป


    บอกจะมารับเอง


    แต่จู่ๆกลับให้ฮยองนิมมารับแทน


    โดยที่ส่งข้อความมาบอกว่า มาพร้อมจุนมยอนนะ ... สั้นๆง่ายๆ


    ราวกับเจ้าตัวมีอะไรปิดบังอย่างนั้นแหละ


    แล้วพอขึ้นมาบนรถก็เพิ่งสังเกตว่าทั้งพี่ชายและพี่สะใภ้แต่งตัวมาอย่างเนี๊ยบทั้งคู่ก็ทำเอาเซฮุนโล่งใจไปไม่น้อย ก็เมื่อคืนน่ะสิ คุณสามีมาเจ้ากี้เจ้าการเลือกชุดให้เขา โดยที่เขาเองก็ไม่เข้าใจจงอินแม้แต่น้อย กับอิแค่ดินเนอร์ธรรมดาๆ เขาจำเป็นต้องใส่สแล็คแล้วก็สูทเชียวหรือ แต่ด้วยความตามใจคุณสามี เซฮุนจึงยอมใส่สูทขาวสวมทับเสื้อเชิ้ตผ้าไหมตัวโปรดแต่โดยดี


    ในตอนที่ฮยองนิมจอดรถเสร็จเรียบร้อย ในขณะที่พี่ชายของเขาเดินอ้อมรถมาเปิดประตูให้กับภรรยาของตัวเองนั้น เซฮุนก็เพิ่งจำได้ว่าร้านอาหารที่เขายืนอยู่นี่มันคือร้านเดียวกับที่คุณสามีเคยพาเขามาปาร์ตี้กับพวกชานยอล แบคฮยอน แต่วันนี้แปลกมากเพราะลานจอดรถมีรถบางตาจนตอนแรกเซฮุนคิดว่าร้านปิดหรือเปล่า


    แต่พอมองดีๆ ถึงได้รู้ว่ารถที่จอดอยู่มันรถของจงอินกับพวกเพื่อนๆของคุณสามีนี่หน่า เขาจำได้ว่ารถสปอร์ตสีแดงเป็นของแบคฮยอน แฮมเมอร์สีขาวเป็นของชานยอล มาเซราติสีดำเป็นของคยองซู ส่วนเจ้ามินิคูเปอร์สีเหลืองเป็นของแทมิน แล้วก็รถที่คุ้นตามากๆอีกหลายคันแต่เซฮุนกลับจำไม่ได้แน่ชัดว่ารถพวกนั้นเป็นของใคร


    อย่าบอกนะว่า ...


    คุณสามีเหมาร้านเพื่อที่จะกินดินเนอร์กับครอบครัวและบรรดาเพื่อนสนิทเพียงมื้อเดียว …


    ให้ตายเถอะ คิม จงอิน


    แต่ยังไม่ทันที่เซฮุนจะได้อ้าปากถาม ฮยองนิมก็เปิดประตูรถให้เขาเสียก่อน เด็กหนุ่มจึงต้องลงจากรถอย่างเสียไม่ได้ ในขณะที่พี่จูฮยอนควงแขนฮยองนิมอยู่ทางด้านขวา มือด้านซ้ายของพี่ชายก็คว้ามือเขาไปจับแล้วจูงให้ออกเดินไปพร้อมกัน ทำราวกับเขายังเป็นเด็กอย่างไรอย่างนั้น แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เซฮุนรู้สึกอบอุ่นเสมอมาเพราะตั้งแต่ตอนเด็กๆฮยองนิมชอบจับมือเขาเดินไม่เคยเปลี่ยนเลยน่ะสิ


    เดินมาจากลานจอดรถได้ไม่นาน ใกล้จะถึงประตูหน้าร้านอยู่แล้วเชียว จู่ๆฮยองนิมก็ปล่อยมือเขาออกแล้วเปลี่ยนมาดันหลังให้เซฮุนรีบเข้าไปด้านในแทน พร้อมๆกับที่ประตูหน้าร้านอาหารเปิดออกเป็นจังหวะราวกับในหนัง ชั่วขณะหนึ่งทุกอย่างเงียบกริบ ในตอนที่เขายืนสบตากับบรรดาเพื่อนสนิทของคุณสามีที่ยืนรอต้อนรับอยู่ในร้าน


    แต่วินาทีถัดมาเสียงเชียร์กับพลุกระดาษก็ดังขึ้นเกรียวกราด


    “เซอร์ไพรส์สสสสสสสส!!!!!”


    ทุกคนตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน ตรงหน้าของเขามีร่างของเพื่อนสนิทคุณสามียืนอยู่ครบ วันนี้ทุกคนแต่งตัวหล่อกริบแบบที่ไม่มีใครยอมใคร แบคฮยอนจุดพลุกระดาษขึ้นฟ้าร้องวู้วตะโกนโหวกเหวกตามสไตล์ คยองซูยืนปรบมือเงียบๆแต่บนใบหน้ากลับมีแต่รอยยิ้มกว้าง ในขณะที่แทมินกำลังโปรยกระดาษรูปดาวเล็กๆหลากสีขึ้นไปบนเพดานแล้วปล่อยให้ค่อยๆตกลงมาอย่างสวยงาม


    เป็นชานยอลที่พุ่งเข้ามากอดไหล่ด้วยความสนิทสนมแบบที่ชอบทำเป็นประจำ


    ในขณะที่เซฮุนยังยิ้มค้างแล้วตะโกนถามชายหนุ่ม เขาดีใจ เขาตื่นเต้นไปด้วย แต่ยังไม่รู้จริงๆว่าด้วยเหตุผลอะไร “นี่มันอะไรกันครับ”


    ทันที พอได้ยินคำถามชัดๆ แรปเปอร์หนุ่มก็ถึงกับหัวเราะก๊ากก่อนจะทั้งขำทั้งส่ายหัวไปพร้อมๆกัน “นายนี่ขี้ลืมแบบที่จงอินมันบอกจริงๆด้วย .... วันนี้วันเกิดตัวเอง จำไม่ได้รึไง”


    พูดจบ ร่างสูงใหญ่ของชานยอลก็กึ่งโอบ กึ่งบังคับให้เซฮุนเดินไปที่กลางห้องจัดเลี้ยงที่เขาเคยมาแล้ว มีทั้งวงดนตรีสดที่กำลังเล่นคลอไปเบาๆ ไหนจะโต๊ะที่ถูกจัดแยกเป็นกลุ่มๆ พร้อมทั้งบริกรที่เดินขวักไขว่คอยบริการแขกอีกมากมาย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีคนมางานวันเกิดของเขาเยอะขนาดนี้


    พอมองไปทางไหน ... ทุกคนก็มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า


    มองไปทางขวา ลูกน้องในทีมของคุณสามีก็โบกมือให้ด้วยความเป็นมิตร


    มองไปทางซ้าย ก็มีโต๊ะที่มีกล่องของขวัญวางอยู่กองใหญ่เบ้อเริ่ม


    และทั้งหมดนั่น ก็ทำเอาเซฮุนน้ำตาคลออย่างอดไม่ได้ เพราะตั้งแต่คุณแม่จากไป ฮยองนิมออกจากบ้านใหญ่ไปแล้ว ... ก็ไม่มีใครเลย ที่จะจัดงานวันเกิดที่ทั้งแสนจะน่ารักและอบอุ่นขนาดนี้ให้กับเขา


    นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เซฮุนรู้สึกอีกครั้งว่าตัวเองมี ... เพื่อน


    “สุขสันต์วันเกิดครับ ที่รัก”


    น้ำเสียงอันคุ้นเคยดังอยู่ข้างหู พร้อมกับที่เขารู้สึกว่าตัวเองโดนขโมยกอดจากด้านหลัง แล้วแมวขโมยตัวนั้นก็กล้าดึงให้ร่างของเราสองคนแนบแน่นชนิดที่คุณสามีเค้าชะโงกหน้ามาจูบแก้มเขาที่โดยไม่มีอายสายตาคนอื่นที่มองอยู่เลย กองเชียร์ก็นะ พอเห็นว่าจงอินหอมแก้มเขาได้ ก็เชียร์ใหญ่ให้จูบปาก คุณสามีก็ไม่มีอายจริงๆนั่นแหละ


    ยิ่งเชียร์ก็ยิ่งจัดให้


    ให้ตายเถอะ ตั้งแต่เดินเข้าร้านมา


    เซฮุนยังหุบยิ้มไม่ได้เลย


    พอปล่อยให้กอดให้หอมจนพอใจ คนที่มาร่วมงานก็หันไปสนใจอย่างอื่นแทนแล้ว ในเมื่อเจ้าของวันเกิดปรากฏตัวเรียบร้อย คนอื่นๆก็แยกย้ายกันไปเต้นที่ฟลอร์ ยืนฟังเพลง กิน ดื่มหรือพูดคุยกันอย่างสนุกสนานกันต่อไป ได้จังหวะที่เขาจะได้คุยกับจงอินเสียที


    “แผนคุณใช่ไหม ... ถึงว่าสองสามวันนี้อยู่ไม่สุขเลย” เขาพูดยิ้มๆ


    “ก็ใช่น่ะสิ ... เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน คนที่ลืมวันเกิดตัวเองได้สนิทขนาดนี้” พูดไปก็ยิ้มไป พร้อมกับโอบเอวแล้วดึงให้ร่างของเด็กหนุ่มเข้ามาซุกอยู่ข้างตัวเสียด้วย “ฉันอยากให้นายมีความสุข ... อยากให้นายเห็นว่ายังมีคนที่รักนายอีกมากแค่ไหน”


    “ทุกวันนี้ผมก็มีความสุขอยู่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ก็ได้นี่ครับจงอิน” ถึงแม้จะยังไม่แสดงออกมากมายว่าดีใจมากเพียงใด แต่เซฮุนรู้ตัวดีว่าน้ำเสียงที่ส่งออกไปมันบอกคุณสามีหมดแล้วว่าแพ้ความดีจนข้างในอ่อนละลายไปหมดเป็นที่เรียบร้อย


    “ก็ถ้าเป็นช่วงที่แม่ยังป่วย ลูกยังไม่คลอด ฉันก็คงไม่มีใจมาคิดเรื่องแบบนี้หรอก แต่ว่าหลายๆอย่างในชีวิตของเราสองคนมันดีขึ้นมากแล้ว ฉันเองก็คิดว่าเราสองคนมีเรื่องให้ฉลองจริงๆซะที อีกอย่างฉันอยากให้นายมีปาร์ตี้วันเกิดที่ดีที่สุดเหมือนกับตอนที่แม่นายเคยจัดให้ ... เบบี้ นายคือหนึ่งในคนที่เข้มแข็งที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จักมา นายสมควรได้รับสิ่งดีๆเหล่านี้นะที่รัก”


    เซฮุนถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่เม้มปากแล้วเป็นฝ่ายหันไปกอดจงอินเอาไว้แน่น ในทันทีฝ่ามืออุ่นๆทั้งสองข้างของชายหนุ่มก็วางแนบอยู่บนแผ่นหลังของเขาแล้วลูบไปลูบมา ตามมาด้วยน้ำเสียงนุ่มๆที่ถามอยู่ข้างหูว่า


    “ชอบไหม?”


    เขาพยักหน้าแล้วสูดลมหายใจเข้าเอากลิ่นของคุณสามีเข้าไปเต็มปอด


    “ขอบคุณนะจงอิน ขอบคุณจริงๆ” เซฮุนกระซิบกระซาบพึมพำคนเดียว แต่จากสัมผัสอุ่นๆที่แตะลงมาที่ข้างแก้มอีกครั้งก็ทำเอาเขามั่นใจว่าจงอินต้องได้ยินคำขอบคุณของเขาเป็นแน่


    “เอาโว้ย นานๆทีจะปล่อยเมียออกจากบ้านก็ห่างกันบ้างเถอะ ให้เจ้าของวันเกิดเขาคุยกับคนอื่นบ้าง” สิ้นเสียงแหบๆอันเป็นเอกลักษณ์นั่น เซฮุนก็แทบจะเด้งตัวออกจากอ้อมกอดของจงอินในทันที แต่กลับเป็นคุณสามีที่ทำอิดออดไม่ยอมปล่อยเขาแต่อย่างใด


    ใบหน้าขาวจัดถึงกับขึ้นสีเมื่อผละออกมาแล้วมองสบตาเข้ากับเบคคนดัง แล้วพอจงอินเห็นท่าทางของเขาเท่านั้น เจ้าตัวก็ถึงกับหน้าหงิกเพราะคุณสามีเค้ารู้ดีอยู่แก่ใจว่าเซฮุนปลื้มแบคฮยอนมาก ชอบมาก เป็นแฟนคลับเหนียวแน่น เจอทีไรก็เขินหน้าเปลี่ยนสีทุกครั้ง ช่วงแรกๆที่คุณสามีรู้ เจ้าตัวก็บอกเขาตรงๆเลยว่า ทำใจไม่ได้จริงๆที่เมียตัวเองมาปลื้มเพื่อนสนิทตัวเองเนี่ย หมั่นไส้ ...


    และนั่นก็ทำเอาเซฮุนถึงกับหลุดขำออกมาเลยทีเดียว


    “แบคฮยอน ... ช่วงนี้ไม่แวะไปหาหลานที่บ้านเลยนะครับ งานยุ่งเหรอ” เซฮุนถามยิ้มๆ ทำเป็นไม่เห็นว่าเพื่อนสนิทคุณสามีล้อเลียนเราทั้งคู่ด้วยสายตาอยู่


    “ก็จงอินมันติดบ้าน ฉันมันลูกน้อง ก็เลยต้องอยู่เคลียร์งานแทนเจ้านาย ช่วงนี้ยุ่งหน่อย ว่าแต่ ... แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะเซฮุน ขอให้สุขภาพแข็งแรง เจอกันอีกที ... ขอให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง”


    แบคฮยอนพูดจบเจ้าตัวก็ยิ้มกว้าง แต่คนที่ยืนโอบเขาอยู่นี่สิกลับหัวเราะหึหึ ราวกับชอบใจนักชอบใจหนากับคำว่ามีลูกมีหลานเต็มบ้านเต็มเมืองเนี่ย


    คุณสามีปล่อยให้เบคชวนเขาคุยอยู่อีกครู่หนึ่ง ราวกับเจ้าตัวรอเวลาอะไรสักอย่างอยู่ ไม่นานจงอินก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนจะเอ่ยปากไล่เพื่อนรักตัวเองหน้าตาเฉย “มาอวยพรเสร็จแล้วก็ไสหัวไป ฉันจะอยู่กับเมีย”


    แบคฮยอนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ไม่ถือสา แล้วจึงหันหลังเดินไปอีกทางโดยที่ไม่พูดอะไรเหมือนคนรู้กัน พอลับร่างอีกฝ่ายแล้ว เซฮุนกำลังจะอ้าปากถามแต่ก็มีเสียงเรียกชื่อของเขาดังมาจากทางด้านหลังเสียก่อน พร้อมกับเสียงดนตรีที่ดังคลอเบาๆก็ค่อยเบาหรี่ลง


    “เซฮุนนา ...”


    เป็นจงอินที่หันไปมองก่อนแล้วเขาก็หันหลังไปมองตามก่อนเซฮุนจะเป็นฝ่ายที่อ้าปากค้างเสียเอง


    ก็เพราะคนที่ส่งเสียงเรียกชื่อเขาก็คือ คุณแม่ของคุณสามีนั่นเอง


    เธอยังนั่งอยู่บนเก้าอี้วีลแชร์ แต่โดยรวมถือว่าดูดีขึ้นมาก หน้าตาสดใส หุ่นก็ดูท้วมขึ้น มีน้ำมีนวลขึ้นเป็นกอง คุณพ่อเองก็ดูดีเช่นกัน บนใบหน้าของผู้ใหญ่ทั้งสองมีรอยยิ้มที่ไม่ได้ปนด้วยความเครียดอีกต่อไป ข้างๆก็มีพี่สาวของคุณสามีพร้อมด้วยสามีของเธอและแทรินก็กำลังยืนยิ้มอย่างน่ารักให้เขาเช่นกัน


    “สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ แม่ขอให้เรามีความสุขมากๆนะ”


    พอท่านพูดจบ เขาก็รีบเดินเข้าไปใกล้แล้วย่อตัวลง คุกเข่าให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับท่าน ตื้นตันใจจนพูดไม่ออก ไม่นึกเลยว่าท่านจะแข็งแรงได้ขนาดนี้แล้ว ที่สำคัญท่านยังมางานวันเกิดเขาด้วย คราวนี้แหละ น้ำตาคลอของจริง คลอในแบบที่อีกนิดเดียวก็จะหยดแล้ว


    “ขอบคุณมากครับคุณแม่”


    เด็กหนุ่มพูดเสียงสั่น แล้วก้มหน้าเม้มปากกลั้นน้ำตาสุดชีวิตเมื่อมีมือของใครสักคนที่ยกขึ้นมาแตะหัวสองสามที


    “แทริน เอาของขวัญที่เราเตรียมมาให้พี่เขาสิลูก” เสียงคุณแม่พูดอย่างใจดี


    ไม่นาน เซฮุนก็รู้สึกว่าเด็กสาวเดินมานั่งคุกเข่าข้างๆเขาเช่นกัน เธอแทบจะมีใบหน้าที่ถอดแบบมาจากพี่สาวจงอินเปี๊ยบ ใบหน้ากลมๆหน่อย จมูกบู้บี้คล้ายคุณสามีพร้อมกับริมฝีปากอวบอิ่มเผยรอยยิ้ม จริงใจในแบบที่เธอส่งผ่านโปรแกรมวิดีโอคอลมาให้เขาแทบทุกอาทิตย์ตั้งแต่เราสองคนเริ่มรู้จักกัน


    “นี่ค่ะ หนูเลือกให้พี่เองเลยนะ หวังว่าพี่จะชอบ” แทรินยังพูดกับเขาแบบเขินๆเหมือนเคย ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้างเอาแต่ใจกับจงอินเป็นบางครั้ง แต่จริงๆแล้วเซฮุนก็เพิ่งเรียนรู้ได้ไม่นานว่าหลานสาวสุดที่รักของคุณสามีคนนี้ เนื้อแท้แล้ว เธอเป็นพวกแข็งนอกอ่อนในแบบสุดๆ


    เหมือนกับจงอินไม่มีผิดเลย


    “พี่ต้องชอบอยู่แล้ว แทรินให้อะไรพี่ พี่ก็ชอบหมดแหละ ขอบใจมากนะเรา” เขายื่นมือออกไปรับของขวัญมาถือไว้อย่างเบามือ เซฮุนยิ้มให้เธอก่อนจะหันไปมองคุณแม่ คุณพ่อแล้วก็พี่สาวของคุณสามี แล้วจึงลุกขึ้น เป็นฝ่ายเดินไปเข็นเก้าอี้วีลแชร์ของคุณแม่เข้าไปในงานด้วยสีหน้าดีใจสุดๆ


    “นายโอเคใช่ไหม เบบี้ ... อันที่จริง ที่เราคุยกันไว้คือ ครอบครัวฉันจะย้ายมาอยู่กับเราอาทิตย์หน้า แต่ว่าฉันอยากให้พวกเขามาร่วมงานวันเกิดนายด้วยก็เลยเลื่อนไฟลท์ให้เร็วขึ้น นายคงจะไม่ว่าอะไรใช่ไหม ถ้าหากพวกเขาจะเข้ามาอยู่ในบ้านของเราด้วยกันก่อน”


    พอพวกผู้ใหญ่หันไปนั่งรับประทานอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จู่ๆจงอินก็ชะโงกหน้าเข้ามาคุยกระซิบกระซาบเสียงเครียด ในแววตาของคุณสามีมีแววไม่แน่ใจอย่างจริงจังทำเอาคนมองได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ นึกถอนหายใจในหัวตัวเองเป็นร้อยครั้ง


    เฮ้อ ทีอย่างนี้ล่ะมาคิดมากนะ


    อยู่กันมาขนาดนี้แล้ว จงอินไม่รู้จริงๆหรือไงว่าเขาอยากมีครอบครัวใหญ่ๆมากแค่ไหน การที่ครอบครัวของคุณสามีย้ายเข้ามาเร็วๆสิดี เขาเองก็จะได้ไม่เหงาแล้วก็จะมีคนช่วยบอกช่วยสอนเวลาเขาหัดเลี้ยงเซจองด้วยตัวเองอีกด้วย ดีจะตาย


    คนมันอยู่คนเดียวมานาน


    เวลาได้อยู่กับคนเยอะๆ มันก็อบอุ่นดีไม่ใช่เหรอ


    “คุณนี่คิดมาก ผมบอกคุณไม่รู้กี่รอบแล้วว่าผมอยากให้พวกท่านมาอยู่ด้วย บ้านเรามีเป็นสิบห้อง หลังใหญ่เบ้อเริ่ม คนอยู่กันเยอะๆสิ บ้านจะได้ดูเป็นบ้าน เวลาคุณไม่อยู่ ผมก็จะได้ไม่เหงา แล้วผมเองก็จะได้ช่วยดูแลคุณแม่คุณด้วย มีเซจองอยู่ใกล้ๆท่าน ท่านอาจจะหายวันหายคืนก็ได้นะครับ” พูดเสียยาวเหยียดจนแทบจะหายใจไม่ทัน พอพูดจบแล้วก็ยิ้มให้กับคนที่มองมาอย่างอึ้งๆแทน หันไปมองข้างๆก็เห็นว่าแทรินยังคงวุ่นอยู่กับของกิน เซฮุนจึงรีบโน้มหน้าเข้าไปจุ๊บปากคุณสามีเป็นการย้ำอีกรอบ


    เท่านั้นเป็นการจบว่าตัวเขาโอเคจริงๆ


    ปัดตกไปเลย ... สำหรับเรื่องนี้


    “ขอบคุณสำหรับของขวัญวันเกิดปีนี้นะครับ คุณสามี” พอเห็นจงอินเงียบ เซฮุนก็พูดต่อ เขายิ้มอีกครั้งแล้วยื่นหน้าไปจูบที่แก้มสากนั้นเบาๆก่อนจะผละออกมายิ้มให้ชายหนุ่มอีกครั้ง ตบท้ายด้วยมุกตลกอย่างที่นานๆครั้งเขาจะพูดเล่นแบบนี้ “คุณทำดีมาก ต่อไปนี้ คุณไม่ได้เป็นผู้ชายทึ่มๆอีกแล้วนะ”


    “ครับผม ...” จงอินรับมุกหน้าตายแล้วนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยความสบายใจเฉิบก่อนจะวาดแขนมาโอบไหล่เขาเอาไว้หลวมๆ “ตามบัญชาสูงสุดของคุณเลยครับ คุณภรรยา”


    นั่งคุยเรื่อยเปื่อยกันไปได้พักใหญ่ ในช่วงที่คนอื่นต่างก็สนุกกับงาน เพลิดเพลินกับอาหาร เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด ที่คนอื่นต่างก็เข้ามาอวยพรวันเกิดเซฮุนเป็นที่เรียบร้อย จู่ๆคุณสามีก็หยิบกล่องกำมะหยี่กล่องยาวที่ดูก็รู้ว่าด้านในน่าจะเป็นสร้อยข้อมือไม่ผิดแน่


    “ตอนแรกว่าจะซื้อแหวนให้อีกวง แต่ว่า ... ปกติเห็นใส่แต่แหวนแต่งงาน ก็เลย ... เปลี่ยนใจมาซื้อสร้อยข้อมือให้แทน” คุณสามีพูดเรียบๆ น้ำเสียงเบาลงแทบจะเป็นกระซิบกระซาบราวกับอยากให้รู้กันแค่เราสองคนเท่านั้น


    เซฮุนได้แต่พยักหน้า ...


    พูดไม่ออก ... ตื้นตันจนจุกอกไปหมดแล้ว


    พอจงอินเห็นเขาไม่ตอบอะไร คุณสามีเค้าก็ค่อยๆเอาสร้อยออกมาจากกล่อง มืออีกข้างก็คว้าข้อมือด้านขวาของเขามาวางไว้นิ่งๆบนตัก ในขณะที่เซฮุนเองก็ให้ความร่วมมือกับอีกฝ่ายเต็มที่ ไม่มีหือ ไม่มีอือเลย เต็มใจมากที่จะโดนสามีตัวเองเอาอกเอาใจแบบนี้


    แต่ก่อนที่จะได้ใส่ จงอินก็พลิกสร้อยให้เขาดูข้อความที่สลักไว้อย่างสวยงามที่ด้านหลังของสร้อยเสียก่อน



    You’re my priority.
    (คุณคือที่หนึ่งของผม)



    นี่มัน ....


    การมีความรักมันดีอย่างนี้เองน่ะเหรอ?


    โดยเฉพาะการถูกรักโดยผู้ชายที่แสนจะมีศิลปะ


    ช่างสรรหาวิธีมาแสดงออกอย่างมากมาย ไม่มีวันเบื่อ


    มันดีแบบนี้นี่เองสินะ เพราะสำหรับเขามันยิ่งกว่าการบอกรักเสียอีก




        ♥

    Talk :  กลับมาแล้วค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ยังรออ่านอยู่นะ

    ถ้าอยากให้กำลังใจกัน อย่าลืม #ทะนงKH หรือ คอมเม้นท์ได้ที่ด้านล่างนะคะ

    รัก (ถึงแม้จะเขียนช้ามากก็ตาม) 

        ♥


    เขียนโดย LONEWOLF

    Twitter hashtag: #ทะนงKH


    -  Thank You  -


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
aday1412 (@aday1412)
ตอนนี้ก็คืออบอุ่นที่สุด ครอบครัวที่สมบูรณ์ อยากร้องไห้ แตงโมจะต้องโตมาอย่างดีแน่นอน หาสามีแบบนี้ได้จากไหนอีก
somjuphalidha (@somjuphalidha)
ฮืออออ ชื่นใจมากกก ใจมันฟูยังไงบอกไม่ถูก ไล่เรียงเอาความรู้สึกสูงสุดก่อนเลย คืออบอุ่นมาก โดยเฉพาะตอนที่บ้านของคุณสามาเซอร์ไพรส แบบ เซฮุนเหมือนมีบ้านหลังใหญ่จริงๆ ทั้งที่ครอบครัวจงอินยังไม่ย้ายเข้ามา แล้วมันก็เติมเต็มเซฮุนมากๆ ความรักที่ได้รับต่อเนื่องมามันมีแต่เพิ่มขึ้นๆ ฮือออ คุณสามีก็ช่างเอาอกเอาใจ ใส่ใจมากกกๆๆๆ ไปหมดแล้วอดีตที่เคยหมายหัวไว้ ตอนนี้คือ แกรรรรรรร๊!!! มีอะไรที่ผช. คนนี้ขาดอีกหรอ ฮือออ บทจะออเซาะก็คือ ‘เบบี้’คำเดียว ใจนี่เหลวเป็นสายน้ำค่าาา สายตาวิบวับนั่นอีก มีความพลุ่งพล่านมากเด้อออ (แต่แค่ไม่ประเจิดประเจ้อเหมือนคุณเท็ด #แอบพาดพิง5555) ใจปะป๊าก็มีแพลนๆถึงวันที่อยากจะเอาใจสามีอยู่บ้างละน้าาา ใจคุณพ่อนี่.. ดูแบคฮยอนโหนเสียงมา คือใช่ค่ะ ตามนั้นแหละ นอกจากห่วงแม่ลูกอ่อนแล้ว ก่คือเฝ้าเมียค่ะ เมียยิ้มให้เพื่อนนิดหน่อยก็หน้าหงิกจ้ะ แค่ปลื้มจ่ะคุณพ่อ ก็นะนางฟ้าของเขา กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ฮรืออออ
ehyukjaebt (@BBaekhyun)
ปริ่มมากเลยอ่ะ ฮืออออ
sawitreesribun1 (@sawitreesribun1)
หือออออ อบอุ่นภายในหัวใจเลยค่ะ ยินดีด้วยนะคะคุณสามีไม่ทึ่มอีกแล้วเนาะ555 มีเวลาว่างก็ช่วยทำน้องให้เซจองได้แล้ว คิคิ
ehyukjaebt (@BBaekhyun)
ฮือออ เขินอ่ะ น้ำตารื่นเลย
somjuphalidha (@somjuphalidha)
โหยยยย หวานแด่รักทีี่สุกงอมมากกก คุณสานี่ช่างใส่ใจแถมเอาใจปะป๊าไม่ห่างเลย แต่งเพลงให้เป็นของขวัญฉลองวันเกิดลูกสาวอีก ละมีโอกาสก็คือต้องได้คลอเคลียใกล้ชิด~ ปะป๊าแตงโมก็เก่งมากๆเลย ก้าวข้ามผ่านผู้มีพระคุณที่เรารักมันยากจะตาย หวังว่าฝ่ายคุณพ่อจะลดลาวาศอกลงบ้างนะ
sawitreesribun1 (@sawitreesribun1)
อร้ายยยย เซจองน้อยยยย เพลงคุณป๊าก็ความหมายดีไปอีกกกกก