LETHAL ทะนงsavedbywolf
Remember me.

  • LETHAL


    To know so deeply how unwanted you’re … is almost lethal.

    การรับรู้ว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการมากเพียงใดนั้น ... อันตรายถึงชีวิต






    สิ่งที่คั่งค้างอยู่ในความรู้สึก

    การรอคอย

    และการเสาะแสวงหาคำตอบของหัวใจ

    ในที่สุดก็ถูก . . . เปิดเผย



    หลังจากการตัดพ้อใหญ่โตของคุณสามีในวันนั้น


    ก็เรียกได้ว่า ... ผ่านมาพักใหญ่แล้ว ชีวิตคู่ของเราก็ถือว่าดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ไม่ได้ใกล้เคียงคำว่า สมบูรณ์แบบ เพราะทั้งเขาแล้วคุณสามีต่างก็นอนแยกห้องกันเช่นเดิม แน่ล่ะว่าเรื่องนี้จงอินต้องตามใจเขาอย่างไม่มีข้อแม้ แต่บางครั้งเซฮุนก็ยอมบ้างถ้าหากชายหนุ่มจะกอด หอมแก้มหรือว่าอยากจะลูบท้อง คุยกับลูกเป็นบางเวลา แต่ไม่ได้รวมถึงสัมผัสที่มากกว่านั้นแต่อย่างใด


    อยากจะนอนแยกห้อง คุณสามีเค้าก็ตามใจ


    แต่เรื่องเวลาสองสามชั่วโมง อาทิตย์ละสามวันนั้น


    จงอินไม่เคยยอมให้เขาผิดเวลาแม้แต่นิดเดียว


    เซฮุนถอนหายใจกับตัวเองเงียบๆ ถึงแม้ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในสภาวะเสี่ยงต่ออาการแท้งคุกคามแล้วแต่อย่างใด แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคุณสามีจะไม่บังคับให้เขา Bed rest อยู่กับบ้านเฉยๆ นี่คือคำแนะนำจากคุณหมอปาร์คและเพราะคำแนะนำนี้ คุณสามีเค้าก็แทบจะกลายร่างมาเป็นแม่ไก่จอมบงการในทันที ก็จงอินน่ะ แทบจะไม่ปล่อยให้เขาคลาดสายตาเลย


    แถมวันนี้คืนดีก็ยังเคยมายืนเฝ้าหน้าห้องน้ำตอนที่เขาอาบน้ำอีกเพราะกลัวเซฮุนจะลื่นล้มด้วยน่ะสิ ... แล้วอย่าคิดนะว่าคุณสามีเค้าจะหยุดแค่นั้น บอกเลยว่าไม่ เพราะคิมจงอินน่ะ สั่งแผ่นยางกันลื่นมาปูทับพื้นกระเบื้องสวยๆเสียจนเต็มพื้นที่เลย ดูท่าจะบ้าไปใหญ่แล้ว แล้วพอเขาบอกว่าปูพรมดีกว่าไหม อย่างน้อยมันก็น่าจะดูดีกว่า จงอินก็พูดทันทีว่าไม่ได้ พรมมันเก็บฝุ่น มันจะ ... บลา บลา บลา จนเขายอมแพ้นั่นแหละ คุณสามีเค้าถึงได้หยุดบ่น


    บอกตามตรงนะ เซฮุนแทบจะเป็นลมในตอนที่เห็นพื้นบ้านใหม่เอี่ยมครั้งแรกเพราะมัน ... ไม่สวยเลย เสียดายบ้านมาก หมดกัน บ้านหลังงามของคุณสามีที่เขาเฝ้าตบเฝ้าแต่ง ตอนนี้บ้านของเขาได้กลายเป็นบ้านขนมปังขิงที่มีพื้นเป็นตัวต่อเลโก้สีสันสดใสไปเสียแล้ว


    นอกจากการนอนอ่านหนังสือให้ลูกฟังแล้ว สิ่งเดียวที่ทำให้เซฮุนรู้สึกเพลิดเพลินอย่างแท้จริงนั่นก็คือการหัดทำอาหาร ขอสารภาพตามตรงอีกเช่นกันว่า เขาทำอาการคาวไม่เป็นเลย ถึงแม้เขาจะค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองทำขนมหวานอร่อยมากก็ตาม แต่ความสามารถนั้นไม่ได้รวมถึงการทำอาหารคาวเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะช่วงแรกๆที่จ้างคุณครูมาสอนที่บ้านนั้น มัน ... เละเทะมาก


    เพราะเมื่อลูกคลอด เขาอยากทำอาหารให้ลูกกินเอง


    แล้วเซฮุนก็ต้องมั่นใจว่าอาหารที่เขาทำ มันจะต้องอร่อยแล้วลูกก็จะชอบ


    ส่วนคุณสามีจะกินได้หรือกินไม่ได้ก็เรื่องของจงอินเถอะ บอกเลยว่าลูกคลอดเมื่อไหร่ ได้มีคนกลายเป็นหมีหัวเน่าแน่ๆเลยเชียว แล้วพอเขาสนุกกับการหัดทำอาหาร เวลาที่เซฮุนถูกรายล้อมไปด้วยคุณครูแล้วก็บรรดาแม่บ้านที่คอยเอาใจช่วยอย่างน้อยคุณสามีเค้าก็มั่นใจว่าคุณภรรยาจะมีคนคอยดูแล


    เค้าก็แอบขับรถหนีออกไปนอกบ้านคนเดียว


    แล้วรู้ไหมว่าเค้าแอบหนีออกไปทำอะไร ...


    ช้อปปิ้งครับผม ... ช้อปปิ้งของให้ลูก เพราะเวลาที่ไปเดินด้วยกัน จงอินจะอยากซื้อมันทุกอย่างแล้วก็จะโดนเขาเบรกตลอด เวลาซื้อทีก็จะซื้อสองสีด้วยนะเพราะยังไม่รู้ว่าลูกจะคลอดออกมาเป็นเพศอะไรเลยต้องซื้อดักเอาไว้ให้หมด พอเขาบ่นบ้าง คุณสามีเค้าก็จะบอกว่ามันลุ้นดี


    เอาเข้าไป ... สรุปว่าใครเห่อลูกมากกว่ากันแน่


    “หนีมาอยู่นี่เอง”


    เห็นไหม แปบเดียวเอง พูดถึงคุณสามี ... คุณสามีก็มา


    เซฮุนยิ้มให้ชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องนอนลูก ... ที่เอ่อ ... ตกแต่งเสร็จได้ไม่นาน ของก็เต็มห้องเสียแล้ว เขาเองก็เพิ่งจะเอาบรรดาของเล่นที่จงอินขนซื้อเข้ามาจัดเรียงไว้ในตู้ แต่คุณสามีเค้ามาพร้อมกับน้ำมะพร้าวเย็นๆ เซฮุนก็เลยถือโอกาสทรุดตัวนั่งลงกับเตียงกลางห้องเสียหน่อย


    นอกจากเตียงเล็กของลูกที่มีไม้กั้นทั้งสี่ด้านแล้ว คุณสามีเค้าก็ยังจะซื้อเตียงสำหรับผู้ใหญ่มาตั้งเผื่อไว้ในห้องนี้อีกด้วย แล้วพอเซฮุนนั่งได้ กำลังจะจิบน้ำมะพร้าวเย็นๆแล้วเชียว จู่ๆจงอินทรุดตัวนั่งลงกับพื้นก่อนจะเอาหัวมาซบกับตักของเขาราวกับตอนนี้เจ้าตัวต้องการความรักอย่างมากมาย


    “ลูกดิ้นเยอะไหมวันนี้ ...”


    ถามแล้วก็ยังซบหน้ากับต้นขาเขาอยู่แบบนั้นจนคนโดนซบ โดนกอดขาได้แต่มองอย่างแปลกใจ


    “ก็ปกติแหละครับ ผมชินแล้ว” เซฮุนตอบช้าๆ ดวงตาก็มองคุณสามีที่จู่ๆก็มาทำอ้อนแบบแปลกๆในขณะมือข้างที่ว่างก็อดไม่ได้ที่จะยกมาสางผมจงอินเล่นเบาๆ “คุณน่ะแหละ เป็นอะไรรึเปล่าครับ”


    “ก็เปล่า ไม่มีอะไร” เงยหน้ามาตอบได้แปบเดียวก็ย้อนกลับไปซบหน้ากับต้นขาเขาอีกแล้ว


    “ถ้างั้น ... คุณคิดอะไรอยู่ หืม?” เซฮุนพยายามจะถาม ดูท่า ถ้าไม่ตะล่อมค่อยๆเค้น จงอินก็คงจะเงียบไม่ยอมพูดอะไรเช่นเคย


    หลังจากพูดจบ ...


    ปฏิกิริยาแรกที่ได้รับจากคุณสามีก็คือ เสียงจุ๊บเบาๆบนท้องนูนของเขาเอง ทำเอาเซฮุนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาจนได้ แต่ก็ยังเงียบ ... เงียบไปอีกอึดใจหนึ่งเลยด้วยซ้ำ 


    “ฉันอยากให้นายได้เจอแม่ฉัน ...”


    จงอินพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งมากๆก่อนคุณสามีเค้าจะยอมเงยหน้า แล้วสบตาคุยดีๆในที่สุด เขามองตาอีกฝ่ายเนิ่นนาน ไม่รู้เลยเหมือนกันว่าจะต้องตอบอะไรกลับไป แต่ที่แน่ๆ เซฮุนอึ้งแล้วมันก็ไม่ใช่ความรู้สึกในด้านลบแต่อย่างใด


    แต่เขากลับรู้สึกเป็นเกียรติมาก


    ที่สำคัญ เซฮุนเริ่มรู้สึกว่าคุณสามีเค้าให้เกียรติกันในฐานะคู่ชีวิตอย่างแท้จริงเสียที


    “จงอิน ...” เซฮุนกระซิบตอบกลับไปแทบจะไม่มีเสียง มือที่เล่นผมชายหนุ่มอยู่ตกลงไปวางแหม่ะกับผืนเตียงในทันที พยายามจะยิ้มตอบเพื่อแสดงออกให้รู้ว่าดีใจมากเพราะเขารู้ดีที่สุดว่าตัวเองรอคอยช่วงเวลานี้มาอย่างยาวนานมากเพียงใด


    ก็ยาวนานเท่ากับชีวิตแต่งงานของเขากับจงอินนั่นแหละ


    “ถึงมันจะช้าไปมาก แต่ถ้านายไม่รังเกียจครอบครัวของฉัน ... ฉันเองก็อยากจะแนะนำนายกับลูกให้พวกเขารู้จัก ก่อนที่แม่ฉันจะจำไม่ได้ว่าตัวเองกำลังจะมีหลานอีกคน”


    “มันจะดีเหรอครับ ทั้งเรื่องที่คุณพ่อผมทำไว้ ไหนจะ-”


    ดวงตาที่ส่งแววอ้อนวอนและเต็มไปด้วยความหวังของจงอินหยุดเซฮุนเอาไว้ได้ เขามองสบตากับคุณสามีเนิ่นนาน และรู้สึกว่ามันเริ่มจะลึกซึ้งกว่าเมื่อครู่ เขาคิดมาก บอกตรงๆ คิดมากจริงๆเพราะเขาไม่รู้เลยว่าครอบครัวจงอินจะมองตัวเขาในตอนนี้อย่างไร ปฏิกิริยาแบบไหนที่ตัวเขาจะได้รับในตอนที่ได้เจอกันในครั้งแรก อีกอย่างเขาเองก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณสามีไม่ได้กลับญี่ปุ่นเลยในพักหลัง แล้วเซฮุนก็ไม่อยากเครียดเพราะเขาห่วงลูก


    “ตอนนี้แม่ฉัน ท่านกำลังแย่มาก”


    “ผม ... ผมเสียใจด้วยจริงๆนะจงอิน” เซฮุนพูดช้าๆสลับกับอ้าปากพะงาบๆไปด้วย ทั้งช็อก ทั้งเห็นใจแล้วก็ไม่รู้เลยจริงๆว่าตัวเองจะสามารถช่วยอะไรให้สถานการณ์ที่คุณสามีกำลังเผชิญอยู่มันดีขึ้นมาได้ ยิ่งได้รู้ก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ชายหนุ่มต้องมาติดเหง็กอยู่กับเขาทั้งๆที่ทางนู้นก็ต้องการจงอินไม่ต่างกัน “คุณต้องกลับไปเยี่ยมแม่ได้แล้วนะ ตอนนี้อาจจะเป็นช่วงเวลาเดียวที่คุณจะได้อยู่ดูแลท่าน”


    “ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะอยู่กับนายที่นี่”


    แน่ล่ะว่าคำตอบจากคุณสามีมันจะต้องมาแนวนี้ เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้วเชียว แต่เซฮุนก็ทำเพียงแค่ยิ้มบางๆแล้วดึงให้จงอินขึ้นมานั่งด้วยกับบนเตียงดีๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอ่อนทั้งหวานมากกว่าครั้งไหนๆที่ผ่านมา


    “ถ้าหากตัวผมคือสิ่งที่รั้งไม่ให้คุณกลับบ้าน ถ้าอย่างนั้นคืนนี้คุณกลับไปนอนคิดอีกทีได้ไหมจงอิน ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากให้คุณอยู่ แต่ว่าตอนนี้ครอบครัวของคุณ คุณแม่ของคุณต้องการคุณมากที่สุด อย่างน้อยกลับไปให้ท่านเห็นหน้าก็ยังดีนะจงอิน ผมยังมีฮยองนิมกับพี่จูฮยอนทั้งคน คุณไปแค่ไม่กี่วัน คุณไม่จำเป็นต้องห่วงอะไรเลย ...”


    “แต่นายก็ต้องการฉันเหมือนกัน ถ้าเกิดล้มไปหรือเป็นอะไรไปอีกครั้ง ฉันจะทำยังไง ฮึ เซฮุน?”


    คุณสามีเค้าพูดนิ่งๆ ดวงตาก็เอาแต่มองมาหวานเชื่อมพร้อมๆกับที่ดึงร่างของเขาเข้าไปซุกกับสีข้างของตัวเองดั่งที่ชอบทำเป็นประจำ ส่วนเจ้าน้ำมะพร้าวในตอนนี้น่ะเหรอ ... ก็จะเป็นอะไรได้ล่ะ นอกจากเป็นหมันน่ะ


    “ถ้าคุณไม่สบายใจ เดี๋ยวผมยอมไปอยู่ที่บ้านฮยองนิมในช่วงที่คุณไม่อยู่ก็ได้” เซฮุนตอบกลับ น้ำเสียงยังคงอ่อนบาง พยายามพูดดีๆเพื่อเลี้ยงอารมณ์อีกฝ่ายไปเรื่อยๆ “ผมยังช่วยตัวเองได้เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่คุณแม่ท่านช่วยตัวเองไม่ได้แล้ว มันต่างกันนะครับ”


    คุณสามียังส่ายหัวด้วยความดื้อดึง แต่สีหน้าก็แสดงออกชัดเจนมากแล้วว่าเจ้าตัวเครียดกับเรื่องที่เราทั้งคู่คุยกันอยู่มากเพียงใด “ฉันตัดสินใจแล้ว ถ้าหากลูกเรายังไม่คลอด ฉันทิ้งนายให้อยู่คนเดียวไม่ได้จริงๆ ถึงฉันไป แต่ถ้าฉันรู้ว่านายอยู่คนเดียว ฉันก็คงไม่เป็นอันทำอะไรอยู่ดีนั่นแหละ”


    “แต่ว่าผมไม่อยากให้คุณมานั่งรู้สึกผิดทีหลัง ถ้าเกิด ....ถ้าเกิดว่ามันมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นล่ะ คุณจะทำยังไง ผมไม่อยากให้คุณเกลียดผม แล้วผมก็ไม่อยากให้ครอบครัวคุณเกลียดผมมากกว่าเดิม ที่ผ่านมาทางผมเห็นแก่ตัวมาเยอะแล้ว ผมไม่ให้ทุกอย่างมันกลับไปแย่เหมือนเดิมอีก”


    จงอินถอนหายใจก่อนจะนิ่งไปพักหนึ่งแล้วตัดสินใจพูดต่อในที่สุด “อย่าคิดอะไรในแง่ร้ายแบบนั้นอีกเลยนะ ฉันสัญญาว่ามันจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน ฉันอยากให้ครอบครัวฉันได้เจอนายจริงๆนะเบบี้ แต่ที่จริง มันก็มีอีกทางหนึ่งที่เราทั้งหมดจะได้เจอกันเสียที ...”


    คราวนี้เป็นเซฮุนบ้างที่ถึงกับต้องส่ายหัวให้กับความดื้อรั้นของอีกฝ่าย ในใจนี่ปลุกลูกมาคุยด้วยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ป่ะป๊าขอเถอะนะลูก หนูออกมาแล้วอย่าเอานิสัยหัวงัดฝาของคุณพ่อมาด้วยเลยนะ แค่คุณพ่อหัวชนฝาคนเดียว ป่ะป๊าก็จะแย่แล้ว ถ้าหนูออกมาแล้วเอาหัวงัดฝามาเพิ่มอีกคน ป่ะป๊าตายแน่ๆเลยลูก


    “มันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะจงอิน คุณก็รู้ว่าผมท้องโตขนาดนี้แล้ว ใครเขาจะให้บินกัน คุณแม่คุณก็ป่วยหนัก คุณหมอก็คงไม่ให้บินแน่นอน แล้วจะเจอกันได้ยังไงล่ะ”


    “ก็ ... วิดีโอคอลไงล่ะครับคุณภรรยา แบบนี้ก็ปลอดภัยหายห่วงกันสองฝ่าย” จงอินตอบกลับมานิ่งมาก ... นิ่งจนเซฮุนรู้สึกว่าคุณสามีเค้ากวนได้ใจจริงๆ


    ชายหนุ่มมองเขาอย่างรอคอยพร้อมกับรอยยิ้มกว้างเต็มใบหน้า แต่เซฮุนก็ยังกัดปาก ดวงตาก้มมองแก้วน้ำมะพร้าวในมือด้วยความประหม่าอย่างเต็มที่ แต่พอเขาตัดสินใจได้ แล้วพยักหน้ายอมตกลงในที่สุด จงอินก็ยื่นหน้าเข้ามาพรวดเดียวแล้วชิงกดทั้งปากทั้งจมูกลงบนแก้มเขาดังฟืดเข้าให้เต็มๆ


    “ขอบคุณนะครับ”


    สั้นๆง่ายๆและแสนไพเราะ


    ดีต่อหัวใจของป่ะป๊าและสุขภาพของคุณลูกเสียเหลือเกิน



    .



    หลังจากมื้ออาหารค่ำจบลง


    คุณสามีเค้าก็รีบกุลีกุจอประคองเขาไปนั่งที่โซฟาใหญ่ภายในห้องนั่งเล่น ซึ่งบนโต๊ะกาแฟนั้นมีโน๊ตบุ๊คเครื่องหนึ่งตั้งอยู่และถูกเซ็ตอัพโปรแกรมวีดีโอคอลไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พอนั่งนิ่งๆได้ไม่ถึงนาที เซฮุนก็ต้องเอ่ยขอตัวแล้วรีบเดินอุ้ยอ้ายเท่าที่ร่างกายเขาจะอำนวยไปที่ห้องน้ำในทันที


    แต่จะมาโทษเขาได้หรือไง


    จะเจอครอบครัวของจงอินครั้งแรก เขาก็ต้องดูดีที่สุดสิ จริงไหม?


    ห้านาทีหลังจากนั้น พอตะโกนบอกชายหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้าห้องน้ำว่าพร้อมแล้ว จังหวะที่เซฮุนเปิดประตูออกไป คุณสามีเค้าก็คว้าหมับเข้าที่สะโพกก่อนจะประคองให้เดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าที่ดีกว่าเมื่อตอนกลางวันเยอะเลย


    “… แม่จะต้องดีใจมากแน่ๆเลย”


    คุณสามีเค้าพึมพำอยู่คนเดียวในขณะที่จัดแจงท่านั่งให้เขาแล้วหยิบหมอนอิงมาพิงหลังให้เสร็จสรรพ จงอินยิ้มอย่างสดใสราวกับเจ้าตัวเป็นเด็กๆก่อนจะหันไปจัดการกับโน๊ตบุ๊ค พิมพ์นู่นพิมพ์นี่ จัดการทำทุกอย่างเองจนคนที่ได้แต่มองต้องยิ้มตามไปด้วย


    “แค่คุณแม่คนเดียวเหรอครับ?”


    เซฮุนแหย่ยิ้มๆ กะอยู่แล้วว่าเดี๋ยวจะต้องรีบหันกลับมาอธิบายว่ามันไม่ใช่แบบนั้น บลา บลา แต่พอคุณสามีหันกลับมาแล้วเห็นว่าตัวเองเสียรู้เป็นที่เรียบร้อย คุณเค้าก็ทำท่าจะโผมาปล้ำจูบเพื่อลงโทษเป็นการใหญ่ แต่เซฮุนก็ทำเป็นปัดป้องปนหัวเราะได้แปบเดียว


    สุดท้ายก็เป็นเขาเองนั่นแหละ ...


    เขาเองเลยที่ยอมเอียงหน้าให้ชายหนุ่มหอมดังฟืด


    “ฉันก็ด้วย ฉันก็ดีใจมากเลยรู้ไหม” เอาอีกแล้ว พอปล่อยให้หอมได้ สุดท้ายก็ชอบมาอ้อนมาหยอดตบกลับมาเป็นการส่งท้ายทุกที


    แต่ก่อนที่เซฮุนจะได้ตอบอะไรกลับไป เสียงเรียกเข้าวีดีโอคอลของโปรแกรมแชทก็ดังขึ้นเสียก่อน ในทันทีคุณสามีเค้าก็ผละออกไปกดตอบรับ แล้วหน้าจอก็ปรากฏสีดำเพียงชั่วครู่ จงอินผละกลับมาเอนหลังข้างๆเขา จากนั้นก็วาดแขนข้างหนึ่งไปพาดกับพนักโซฟาเอาไว้ โอบกอดกลายๆราวกับต้องการให้กำลังใจกันว่าอย่ากลัวไปเลย


    ตอนนั้นเองที่เซฮุนรู้สึกว่า ... มันเกิดจริงๆแล้วสินะ


    ช่วงเวลาที่เขาเฝ้ารอคอยมาโดยตลอด


    ได้โปรดเถอะ ... โชคชะตา ขอให้ครอบครัวของคุณสามีอย่าได้เกลียดเขาไปมากกว่านี้เลย


    แต่เซฮุนก็พร่ำเพ้อภายในใจอยู่ได้แค่แปบเดียว ไม่นาน หน้าจอก็ปรากฏภาพสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งดูเหมือนคนทั้งสองจะนั่งรออยู่แล้วเหมือนกันกับเขา ดูเหมือนว่าการปรากฏตัวของคุณสามีจะทำให้ใบหน้าของคนทั้งคู่สดใสขึ้นในทันที จงอินยิ้มกว้างมากๆก่อนจะโค้งทักทายผู้ใหญ่ทั้งสอง


    แล้วพอชายหนุ่มผายมือมาทางเขาบ้าง เซฮุนก็รีบโค้งต่ำเท่าที่ท้องโตๆของเขาจะเอื้ออำนวยทั้งที่ยังไม่กล้าสบตากับท่านทั้งสองแต่อย่างใด แล้วพอเงยหน้าขึ้นมาได้ ดวงตาของเขาก็สบเข้ากับดวงตาของหญิงวัยกลางคนซึ่งตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้วีลแชร์ โดยมีชายอีกคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆเธอ ในตอนแรกที่เห็นหน้าคนทั้งสอง เขาก็รู้ได้เลยว่าจงอินน่ะ ลูกท่านแท้ๆเชียว


    ก็ดูสิ ทั้งปาก ทั้งจมูก ได้คุณแม่มาหมดเลย


    พอเซฮุนเงยหน้าขึ้นแล้วสบตากับคุณแม่ของจงอินอยู่แบบนั้น บอกตามตรง เขาก็ทำอะไรไม่ถูก พูดก็พูดไม่ออก ได้แต่วางมือบนท้องนูนๆของตัวเองแล้วจ้องท่านทั้งสองตาโตราวกับเด็กซื่อบื้ออยู่แบบนั้น จนในที่สุด คุณสามีเค้าต้องรีบใช้แขนข้างที่วางบนพนักพิงโซฟาโอบไหล่เขาเอาไว้หลวมๆ เหมือนกับตอนนี้จงอินรู้ว่าเขาอกสั่นขวัญหายมากเพียงใด


    “แม่ครับ พ่อครับ .... นี่เซฮุน แฟนผมเองครับ”


    คุณสามีเค้าเลือกใช้คำว่าแฟนทำให้บรรยากาศดูจะผ่อนคลายลงเยอะ ในทันที ก็เป็นคุณแม่ของจงอินก่อนที่ยิ้มรับแล้วรีบโบกมือไหวๆไปมาให้กับเขา ทำเอาเซฮุนเริ่มจะยิ้มออก เดาว่าคนทั้งคู่คงจะเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างของเขากับลูกชายของท่านเป็นอย่างดี ท่านจึงไม่ได้แสดงออกท่าทางที่ทำให้เขาอึดอัดเลยแม้แต่น้อย


    “สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า” เขาพูดช้าๆ เสียงเล็กเสียงลีบยิ่งกว่าตอนง้องอนกับพ่อของลูกนี่อีก


    “เรียกอะไรอย่างนั้นเล่า คนกันเองแท้ๆ เรียกพ่อเรียกแม่ก็ได้ลูก” คราวนี้คุณพ่อของจงอินรีบพูด นอกจากเซฮุนจะยิ้มออกแล้ว เรียกได้ว่าเขาเบาใจไปเยอะทีเดียว ท่านทั้งสองเป็นผู้ใหญ่มาก ความกลัวว่าครอบครัวของคุณสามีจะเหม็นขี้หน้าหายเป็นปลิดทิ้งในวินาทีที่คุณแม่ของจงอินยกมือขึ้นชี้มาที่ท้องนูนๆของเขาแล้วยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม


    “ตอนนี้ก็เจ็ดเดือนแล้วนะครับคุณแม่ ” เซฮุนรีบพูดแล้วลูบท้องตัวเองไปมา ก่อนเขาจะยิ้มอีกครั้งแล้วถามไถ่สุขภาพของท่านกลับไปบ้าง “ตอนนี้คุณแม่เป็นยังไงบ้างครับ จงอินเล่าให้ผมฟังว่าคุณแม่แข็งแรงขึ้นเยอะแล้ว รอหน่อยนะครับ น้องคลอดเมื่อไหร่ ผมจะรีบให้จงอินพาหลานไปหา”


    เซฮุนโกหกคำโต ...


    ข้อหนึ่ง คุณแม่ของจงอิน ตอนนี้ท่านดูแย่มาก นึกภาพออกไหม เธอดูอ่อนล้าแล้วก็ต้องนั่งอยู่บนวีลแชร์ พร้อมกับมีผ้าห่มผืนเล็กๆคลุมร่างของเธอเอาไว้ตลอดเวลา


    ข้อที่สอง เขากับคุณสามีไม่เคยพูดเรื่องพวกนี้กันเลย แต่มันหลุดปากไปเอง เซฮุนอยากให้บรรยากาศดีขึ้น เขาอย่างให้จงอินคลายกังวลจากเรื่องอะไรก็แล้วแต่ แล้วก็อยากให้ทางครอบครัวของคุณสามีเบาใจว่าอย่างน้อยถ้าหากลูกชายของพวกเขาอยู่ไกลบ้าน จงอินก็จะมีความสุขเหมือนกัน


    ปฏิกิริยาแรกจากคุณสามีก็คือ ... จงอินยิ้มกว้างทั้งที่แววตาในตอนที่เห็นสภาพของแม่ตัวเองนั้น มันแทบเก็บไม่อยู่เลยว่าชายหนุ่มเป็นห่วงเธอมากเพียงใด


    “พ่อกับแม่อยากได้อะไรไหมครับ ลูกคลอดเมื่อไหร่ ผมจะรีบกลับไปเยี่ยม แต่แม่ต้องแข็งแรงไวๆนะครับ ถ้าหมออนุญาตให้แม่เดินทางได้เมื่อไหร่ ผมจะกลับไปรับทุกคนมาเที่ยวที่นี่บ้าง แม่จะได้อยู่กับหลานนานๆไง”


    คุณแม่หัวเราะก่อนจะพยักหน้าช้าๆ ในขณะที่คุณพ่อก็ยิ้มตามทั้งที่ท่านทั้งสองก็รู้ดีว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่เธอก็ยังยิ้มแย้มแล้วพูดต่อเหมือนตอนนี้อาการของเธอกำลังจะดีขึ้นจริงๆ “ได้สิจงอิน แม่จะดูแลตัวเองดีๆนะ อยากเจอหลานจะแย่ แล้วรู้รึยังว่าได้ลูกชายหรือลูกสาว”


    คราวนี้เซฮุนรีบหันไปมองหน้าคุณสามีราวกับจะบอกชายหนุ่มว่าเรื่องนี้ ‘คุณตอบเองแล้วกัน’ แต่จงอินกลับส่ายหัวแล้วก็หัวเราะเหมือนไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องเก่าๆแล้ว


    “ก็เรื่องนี้แหละที่ทะเลาะกันแทบเป็นแทบตาย” จงอินพูดเบาๆ


    พูดจบ ... แล้วยังจะมีหน้ามาหัวเราะย้ำอีกทำเอาเซฮุนต้องแอบมองคุณสามีตาค้อนตาคว่ำ แล้วปฏิกิริยาของคุณพ่อคุณแม่ที่หัวเราะขึ้นมาพร้อมกันอีกรอบ ก็ทำเขาอดทำปากยื่นไม่ได้ ดูท่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะเล่าให้ท่านทั้งสองฟังเป็นที่เรียบร้อยหมดแล้วสินะ


    “พอแล้วหน่ะจงอิน ดีๆกันแล้วก็อย่าไปแหย่น้องให้งอนอีกสิ” เสียงของคุณพ่อพูดแล้วก็มองเขายิ้มๆ


    ในขณะที่คุณสามีก็ก้มหน้ามาวูบเดียว ขโมยหอมขมับต่อหน้าคุณแม่คุณพ่อได้อย่างหน้าไม่อายมากที่สุด


    “ขอโทษครับ จะไม่พูดเรื่องนี้แล้วครับ” แถมด้วยเสียงกระซิบเบาๆที่ทำเอาเซฮุนได้แต่หน้าร้อน ไม่สิ เขาหน้าร้อนตั้งแต่คุณพ่อเรียกเขาว่า ‘น้อง’ แล้ว พอคุณสามีมาทำอ้อนเสียงเล็กเสียงน้อยขอโทษขอโพยที่แกล้งแหย่บอกเลยว่าถึงกับ … หูแดง


    “ผมกับจงอินตัดสินใจว่าจะรอลุ้นตอนคลอดเลยดีกว่าครับคุณพ่อ” เซฮุนตอบช้าๆ รู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก ได้แต่นั่งกอดท้องตัวเองอยู่แบบนั้น เจ้าลูกแตงโมอายุเจ็ดเดือนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ดื้อ ไม่งอแง ไม่ดิ้นให้ป่ะป๊าต้องอายคุณปู่คุณย่าเลย


    “นี่ตัวแสบไม่อยู่เหรอครับพ่อ เรียกออกมาสวัสดีพี่เซฮุนหน่อยได้ไหมครับ”


    คุณพ่อพยักหน้ายิ้มๆแล้วจึงหันไปขยับผ้าห่มคลุมร่างคุณแม่ให้มิดชิดมากขึ้นโดยอัตโนมัติ สงสัยคุณพ่อคงกลัวว่าเธอจะหนาว นี่สินะ คนที่อยู่กันมานาน อยู่กันมาจนแก่จนเฒ่า มันคงเป็นแบบนี้นี่เอง “พี่สาวเราไปตามอยู่ พ่อล่ะปวดหัวกับเจ้าเด็กคนนี้จริงๆ เป็นเด็กผู้หญิงแท้ๆแต่ดันโตมาทะโมนอย่างกับลูกลิงลูกค่าง ไม่รู้ไปเอานิสัยใครมา”


    ชายสูงวัยพูดแล้วถอนหายใจดังเฮือก แต่แววตาของคุณพ่อไม่ได้มีแววเบื่อหน่ายจริงจังเลยสักนิด เดาว่าท่านก็คงบ่นลูกหลานไปตามประสานั่นแหละ ไม่นาน หลังจากที่ท่านพูดจบก็ปรากฏร่างของคนสองคนเดินเข้ามาในเฟรมภาพ เป็นหญิงสาวที่ดูน่าจะอายุมากกว่าจงอินอยู่ หน้าก็ถอดแบบกันมาเป๊ะ คนนี้น่าจะเป็นพี่สาวของคุณสามีเป็นแน่


    ส่วนอีกสาว ... เป็นสาวน้อยหน้างอ


    ดูท่าอายุไม่น่าจะเกินสิบเจ็ดสิบแปดไปจากนี้แน่ หน้าไม่เหมือนคุณสามีมากเท่าไหร่ แต่ท่าทางเวลาไม่พอใจนี่ถอดกันมาเลย นี่แหละนะที่เขาว่า เลือดยังไงก็ข้นกว่าน้ำ เวลาไม่พอใจก็ทำปากบึน ปากยื่นนำหน้ามาก่อนเลย จงอินจูเนียร์ชัดๆ เด็กสาวที่ว่านี่น่าจะเป็นลูกสาวของพี่สาวจงอินไม่ผิดไปจากนี้แน่


    พอเดินเข้ามาในห้องได้ พี่สาวคุณสามีก็ยืนนิ่งๆอยู่หลังคุณแม่ของเธอ ส่วนจงอินจูเนียร์ก็ล้มแผละลงกับพื้นข้างๆคุณยายของเธอ ก่อนจะเอาแขนกอดขาคุณยายแล้วเอาหน้าซบตามไปด้วย ดูท่าจะโดนแม่ดุมาชุดใหญ่ ถึงได้อ้อนเอาอ้อนเอาแบบนี้ เห็นไหม ถอดคุณสามีมาเลยแหละท่านี้น่ะ


    “แทริน ... สวัสดีพี่เซฮุนรึยัง”


    พอเห็นสาวน้อยแสดงท่าทางไม่น่ารัก คุณสามีเค้าก็ลงเสียงหนักใส่หลานสาวของตัวเองในทันที


    แต่เดี๋ยวนะ ....


    แทริน? …. แทริน ....


    นี่เขาได้ยินไม่ผิดใช่ไหม


    “หลานสาวคุณชื่อ แทรินเหรอ” โดยไม่รู้ตัว เซฮุนก็ถามผ่าออกมากลางวง ทำเอาทุกสายตาที่ตอนนี้กำลังมอง ‘แทริน’ อยู่หันกลับมามองเขาเป็นสายตาเดียว


    คุณสามีทำหน้าแปลกๆแล้วจึงหันไปมองสาวน้อยทีแล้วก็หันมามองเขาที “ก็ใช่นะซิ ทำไมเหรอ”


    แต่เซฮุนก็ยังถามอยู่ เขาไม่ได้สนสายตาคนอื่น แต่ตอนนี้เขาขอรู้ในสิ่งที่ต้องการรู้ก่อน “ที่ชอบโทรหาตอนดึกๆแล้วบอกว่าคิดถึงบ่อยๆคือน้อง ... แทรินหรอกเหรอครับ”


    คราวนี้สายตาที่คุณสามีมองมา ... เหมือนกับสายตาของคนที่ไม่รู้จริงๆว่าคราวนี้ตัวเองทำอะไรผิดอีก เหมือนลูกหมาน้อยที่กำลังพยายามเอาใจเจ้าของสุดฤทธิ์ กลัวไปหมดว่าเจ้าของจะไม่รักไม่เอ็นดู


    จงอินพยักหน้า ...


    “ก็ใช่ ... ก็พูดตลอดว่าคิดถึง เพราะไม่งั้นน้องจะงอแง แทรินติดฉัน ...”


    โอ้ ให้ตายเถอะ ... ถ้าตอนนี้โซฟาไม่มีพนักพิงนะ ทั้งเขาแล้วก็เจ้าแตงโมอายุเจ็ดเดือนลูกรักได้หงายหลังกลิ้งหลุนๆตกเก้าอี้ไปนานแล้ว


    เซฮุนอยากจะหัวเราะให้กับความซื่อบื้อของตัวเองจริงๆ


    ทั้งซื่อบื้อ ทั้งเล่นใหญ่ด้วยนะ


    ดูสิ ใหญ่ ไม่ใหญ่ ก็ทะเลาะกันแทบตายแบบที่คุณสามีเค้าฟ้องคุณพ่อสามีจริงๆนั่นแหละ ทำไงดีล่ะ ทำไงดี ... เรื่องนี้จะให้จงอินรู้ไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ บอกเลยว่าเสียน้ำตาท่วมหัวเข่าก็ยอมได้ แต่จะไม่ยอมเสียฟอร์มให้คุณสามีอีกต่อไปแล้ว


    อายจัง


    “ก็เปล่าครับ ...” เซฮุนอ้อมแอ้มตอบ แล้วบอกทั้งคุณสามี ทั้งคุณหลาน แล้วก็ทุกคนในบ้านด้วยสายตาสีหน้าแก้เก้อเต็มที “คือ ... ผมไม่คิดว่าน้องแทรินจะเด็กขนาดนี้ เห็นคุณเคยเล่าว่า หลานสาวโตแล้วเลยเรียกคุณว่าพี่ ผมนึกว่าอายุจะไล่ๆกันซะอีก”


    ป่ะป๊าขอโทษที่โกหกนะลูก ...


    หนูโตมาห้ามบอกคุณพ่อเด็ดขาดเลยนะเจ้าแตงโม


    “อ๋อ ...” จงอินรับคำเรียบๆ สีหน้ายังเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ถือว่ายังใจดีมากที่ไม่ต่อความยาวสาวความยืดแต่อย่างใด


    ไม่อย่างนั้น ถ้าหากคุณสามีเค้ารู้ว่า เขาทั้งหึงทั้งหวงจนแทบจะเก็บไม่อยู่


    นี่ ... ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆว่าจะโดนรุกอีกกี่สิบเท่า


    “ก็ห่างกันเยอะอยู่ อายุน่ะเท่าหนึ่งได้ แต่ฉันเลี้ยงเจ้าตัวแสบนี่มากับมือ แม่เค้าก็เลยให้เรียกพี่ เป็นพี่น้องกันไปเลย แบบนี้ก็ดี” คุณสามีอธิบายช้าๆ จนเขาคิดว่าจะลืมเรื่องที่ดุน้องแทรินเมื่อครู่ไปเรียบร้อยแล้ว


    แต่พอเซฮุนยิ้มทั้งที่แก้มแดงแปร๊ดแบบที่จงอินไม่รู้สาเหตุ


    เท่านั้น ชายหนุ่มก็หันกลับไปไล่เบี้ยหลานสาวของตัวเองในทันที


    “แทริน เมื่อกี้พี่บอกว่ายังไง” จงอินย้ำทำเอาเด็กสาวมองมาตาหงอย


    แต่เธอก็ยังเงียบ ทว่าสายตาหงอยๆของแทรินกลับค่อยๆเบนมามองเขาช้าๆ พอเราสบตากัน เท่านั้นเซฮุนก็ยิ้มให้เธอโดยอัตโนมัติ เด็กหนอเด็ก ทำไมเขาจะไม่รู้เล่าว่าตอนนี้แทรินรู้สึกอย่างไร ก็เขาเคยเป็นแบบเธอมาก่อนนี่ ตอนที่ฮยองนิมพาพี่จูฮยอนมาเจอเขาครั้งแรกน่ะสิ


    หนูยังดีนะที่มีทั้งพ่อแล้วก็แม่ ไหนจะคุณตาคุณยายอีก แต่พี่น่ะ มีแค่ฮยองนิมเพียงคนเดียว เพราะฉะนั้น พี่รู้จริงๆว่าการกลัวว่าจะโดนแย่งความรัก ความสำคัญไปมันเป็นอย่างไร


    “สวัสดีครับ น้องแทริน” เซฮุนเป็นฝ่ายเอ่ยทักก่อน ทำเอาคุณสามีต้องขมวดคิ้วที่เห็นว่าเด็กสาวยังดื้อเงียบ แต่เขาไม่ได้มีเจตนาทำให้เธอโดนดุแต่อย่างใด ที่ทักก่อนเพราะต้องการแสดงออกให้เห็นว่าเขาพร้อมจะเป็นเพื่อนที่ดีของเธออีกคนหนึ่ง “ยินดีที่ได้เจอหนูนะ”


    คราวนี้เป็นเด็กสาวบ้างที่มองเขาตาโต แล้วในจังหวะที่แทรินเอียงหัวมองเขาเหมือนกับเธอเองก็ไม่คิดว่าตัวเขาจะยินดีที่ได้รู้จักเธอแต่อย่างใด แต่พอเซฮุนยังยิ้มให้เธออยู่ ท่าทีของแทรินก็ค่อยๆอ่อนลงเรื่อยๆในที่สุด


    “สวัสดีค่ะ ... พี่เซฮุน”


    เขาพยักหน้า ... ในใจนึกถอนหายใจไม่รู้จบ เรื่องแบบนี้กับผู้ใหญ่ถ้าเคลียใจกัน หายข้องใจเมื่อไหร่มันจะง่ายมาก แต่กับเด็กๆนี่สิงานยาก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือสิ่งที่ฝังใจแทรินอยู่ เพราะดูเหมือนเธอค่อนข้างจะกลัวเขาน่าดู


    “จงอินบอกพี่ว่าหนูชอบกินพวกขนมที่เกาหลีเหรอ มีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษไหมแทริน พี่จะได้ส่งกลับไปให้เยอะๆเลย” เซฮุนค่อยๆตะล่อม บอกตามตรง ไม่ใช่แค่หลานของจงอินหรอกที่กลัวจะเสียคุณอาสุดที่รักของเธอไป แต่เขาเองก็อยากมีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาเหมือนกัน


    แทรินสั่นหัวก่อนจะช้อนตามองคุณยายของเธอที่นั่งมองเธออยู่ก่อนแล้ว ท่าทางแก่นแก้วเมื่อครู่หายไป กลายเป็นลูกหมาน้อยเหมือนคุณสามีเมื่อตะกี้ไม่มีผิด แต่พอคุณแม่ของจงอินพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต แทรินก็พูดขึ้นมาเบาๆในทันที


    “หนูอยากกินคุ้กกี้หมี ...” เธอตอบ มองเขาทีหนึ่งแล้วก็หันไปมองจงอินอีกทีหนึ่ง


    “คุ้กกี้รูปหมีเหรอ จำยี่ห้อได้ไหม พี่จะได้ซื้อให้ถูก”


    เด็กสาวส่ายหัว ใบหน้าเริ่มผ่อนคลาย มีรอยยิ้มน้อยๆขึ้นมาบ้างแล้ว ในขณะที่ผู้ใหญ่ทั้งหมดรวมทั้งคุณสามีก็เงียบแล้วปล่อยให้ทั้งเขาและแทรินคุยกัน ทำความรู้จักกันไปเรื่อยๆ “ไม่มียี่ห้อค่ะ แต่พี่จงอินเคยเอามาฝากหนูครั้งหนึ่ง มันเป็นคุ้กกี้รูปหมี กล่องสีฟ้าๆ อร่อยมาก หนูอยากกินอีก ...”


    “อ่อ ...” จู่ๆคุณสามีก็พูดขึ้นมาก่อนจะหันมามองเขายิ้มๆ “อันนั้นพี่ไม่ได้ซื้อหรอก พี่เซฮุนเค้าทำไว้ให้บ้านพี่ชายเค้า แต่พี่หยิบติดมือขึ้นเครื่องไปด้วย”


    “ใช่เหรอครับจงอิน คุ้กกี้หมีที่เคยทำ เท่าที่จำได้ก็ตอนที่พี่จูฮยอนเพิ่งท้องใหม่ๆ ผมไม่รู้เลยว่าคุณแอบหยิบกลับบ้านไปด้วย” เซฮุนว่า จำไม่ได้จริงๆว่าเป็นคุ้กกี้หมีที่เคยทำให้พี่สะใภ้ เพราะตอนที่จูฮยอนท้องอ่อนๆพี่สะใภ้เขาอยากขนมหวานมาก แต่ฮยองนิมก็เป็นห่วงไม่อยากให้กินของหวานๆเยอะเลยมาขอให้เขาลองทำคุ้กกี้ธัญพืชแบบโลว์ ชูการ์ให้พี่จูฮยอนแทน


    ไม่คิดเลยว่าจะมีมือดีแอบขโมยไปกินด้วยนะเนี่ย


    “ใช่ อันนั้นแหละ แอบหยิบไปตั้งหลายกล่อง ฉันกินเองก็ยังว่าอร่อย ไม่คิดว่าจะถูกปากคนที่บ้านด้วย” จงอินพูดก่อนจะหันไปมองแทรินด้วยแววตาเอ็นดูเหมือนกับแววตาที่ใช้มองจงแดจนเขาได้แต่อิจฉาไม่มีผิด “ถ้าอยากกินอีก ก็ขอให้พี่เซฮุนทำให้ดีๆสิแทริน”


    “ได้เหรอคะ จะไม่ลำบากพี่ใช่ไหมคะพี่เซฮุน” เธอถามก่อนจะชี้ๆมาที่เจ้าแตงโมในท้องเขาด้วยสีหน้าที่น่ารักสุดๆไปเลย


    “ไม่ลำบากหรอกครับ ทุกวันนี้พี่ก็ใช้การทำอาหารเป็นกายออกกำลังกายไปในตัว เดี๋ยวพี่ทำให้นะ แล้วจะรีบส่งกลับไปให้เลย” เขายิ้ม นึกขอบคุณจงอินอยู่ในใจที่ช่วยทำให้ทุกอย่างมันราบรื่นขึ้นเยอะ ดูท่าคุณสามีเค้าก็คงจับทางหลานสาวตัวเองได้อยู่บ้างเลยก็เลยช่วยกันตะล่อมน้องแทรินจนยิ้มออกจนได้ “แล้วคุณพ่อ คุณแม่กับนูน่าล่ะครับ อยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม ผมจะได้ส่งไปให้พร้อมกันทีเดียว”


    เขาถามพร้อมรอยยิ้ม ในใจเบิกบานมากมายกับทั้งคำพูด รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ทั้งเขา จงอินและคนที่อยู่ญี่ปุ่นพูดคุยโต้ตอบกันไปมา แต่ไม่นานหลังจากนั้น เสียงนาฬิกาปลุกจากฝั่งครอบครัวคุณสามีก็ดังขึ้น เซฮุนตกใจ นึกในใจว่าใครกันที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนกลางวันแสกๆ แต่พอคุณพ่ออธิบายว่าเป็นการตั้งเตือนเวลากินยาของคุณแม่เท่านั้นเขาก็พยักหน้าเป็นอันเข้าใจ


    วันนี้คงหมดเวลาเท่านี้


    ก่อนจะจากไป ครอบครัวของคุณสามีก็บอกลายกใหญ่ แถมแทรินยังอ้อนจงอินเป็นเด็กๆอีกว่าเธอคิดถึงแล้วก็รักพี่ชายของเธอมากจนคุณแม่ของสาวน้อยแต่ได้ส่ายหัว อาการทั้งหมดนั่นทำเอาเซฮุนที่มองอยู่อดจะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้


    “คุณแม่แข็งแรงไวๆนะครับ แล้วผมจะรีบพาแฟนกับหลานไปหาให้ไวที่สุด”


    หญิงวัยกลางคนรับคำ คุณแม่ยิ้มให้ทั้งเขาแล้วจงอินอย่างใจดีก่อนที่คุณพ่อจะค่อยๆเข็นวีลแชร์ของเธอให้กลับหลังหันโดยที่ไม่มีใครปิดกล้อง จงอินเองก็นั่งมองครอบครัวของตัวเองอยู่อย่างนั้น แต่พอจังหวะหนึ่งที่วีลแชร์ของคุณแม่ถูกเข็นจนเกือบจะออกจากห้องไปแล้ว จู่ๆเธอก็หันมองตรงมาที่กล้องอีกครั้ง


    ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไร


    ตอนนั้น ... เซฮุนรู้เลยว่าบางอย่างไม่ปกติแล้ว เพราะแววตาของคุณแม่ที่มองมามันว่างเปล่ามากราวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อชั่วโมงที่แล้ว ถูกมือที่มองไม่เห็นลบเลือนออกจากใจเธอไปจนหมดสิ้น คุณแม่มองมาแล้วริมฝีปากของเธอก็ขยับออกช้าๆ


    ‘ใครน่ะ?’


    แล้วก็ชี้มือมาทางจงอินซึ่งตอนนี้คุณสามีกำลังนั่งนิ่งอึ้ง ...


    แข็งเกร็งไปทั้งตัวเหมือนกับคนที่เพิ่งถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด


    เซฮุนตกใจ แล้วจึงรีบมองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มในทันที แต่จงอินกลับนิ่งแล้วค่อยๆเอื้อมมือมากดปิดโน๊ตบุ๊คอย่างช้าๆ คุณสามีไม่พูดอะไรเลยสักคำได้แต่เม้มปากแน่นก่อนจะทรุดตัวเอาศอกทั้งสองข้างท้าวกับหัวเข่าแล้วก้มเอาฝ่ามือปิดหน้าตัวเองเงียบๆ


    “จงอินครับ ...”


    เขาเรียกอีกฝ่ายเสียงอ่อน เซฮุนอ้าปาก ทำท่าจะพูดอะไรออกมาอีก


    “เบบี้ ฉันไม่เป็นไร ...” คุณสามีตอบกลับมา ไม่เงยหน้า เสียงอู้อี้จนเขารู้เลยว่าความเข้มแข็งสุดท้ายของจงอินกำลังจะหมดไปอยู่ในตอนนี้ “ไม่เป็นไร ฉันโอเค ฉันชินแล้ว เวลาอาการแม่กำเริบก็จะ ... ลืมฉันตลอด”


    “โธ่ ...”


    เขาพูดได้แค่นี้จริงๆ เซฮุนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองจงอินที่จมอยู่กับโลกของตัวเองอยู่แบบนั้น “เงยหน้าเถอะครับ เดี๋ยวก็หายใจไม่ออกหรอกจงอิน”


    เซฮุนบอกชายหนุ่มเสียงอ่อนโยน มือข้างหนึ่งละจากท้องของตัวเองแตะลงบนไหล่ของคุณสามี ... พอแตะลงไปเท่านั้นแหละ จงอินก็กลั้นไม่อยู่แล้วจริงๆ คราวนี้เขาได้ยินทั้งเสียงสูดจมูก เสียงสะอื้นเงียบๆของผู้ชายคนหนึ่งที่ถูก ... ลืม


    เขาไม่เคยปลอบใครที่ร้องไห้ได้เงียบเชียบขนาดนี้มาก่อน เซฮุนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร เขาก็เลยกอด ... กอดเอาไว้ เอาแขนโอบคุณสามีไว้เต็มแผ่นหลัง กอดแน่นๆจนท้องโตๆของเขาแนบกับสีข้างของจงอิน


    แต่อีกฝ่ายก็ยังนิ่งแล้วจมอยู่ในโลกของตัวเองเงียบๆ


    เขาปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น ได้แต่กอดเอาไว้แล้วพึมพำให้กำลังใจเบาๆ ช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ “อย่าเสียใจเลยนะครับ ... คุณทำดีที่สุดแล้วจงอิน คุณแม่ท่านรักคุณมากนะ คุณเป็นลูกชายที่ท่านภูมิใจมากๆ เชื่อผมสิครับ”


    ไม่มีเสียงตอบกลับมาแต่อย่างใด ...


    มีแต่ร่างสูงใหญ่ที่สั่นไหวจากแรงสะอื้นเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น


    จงอินยังก้มหน้าราวกับไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตา แต่ตอนนี้คุณสามีกลับยอมคลายมือที่ปิดหน้าตัวเองออกแล้วเปลี่ยนมาจับแขนเขาที่กอดร่างเจ้าตัวเอาไว้แทน


    “เซฮุน ...”


    “ครับ?” เขาขานรับเสียงเล็กเสียงน้อย แล้วเอาหน้าซุกคอของอีกฝ่ายราวกับเป็นแมวขี้อ้อน


    “อย่าทิ้งฉันไปนะ ...”


    เขาไม่ตอบ ... ได้แต่ผละร่างออกจากจงอิน ค่อยๆประคองหน้าคุณสามีให้เงยขึ้นแล้วเอาปลายนิ้วเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่าย


    เซฮุนยังไม่ตอบ ... ในตอนที่ยื่นหน้าเข้าไปแนบประทับจูบที่แสนจะไร้เดียงสาที่ริมฝีปากของจงอิน


    เซฮุนไม่จำเป็นต้องตอบ ในตอนที่เราจูบกันอย่างเรียบง่ายแล้วจงอินก็หยุดร้องไห้ก่อนจะถอนหายใจอย่างเป็นสุข


    ตอนนี้เซฮุนรู้แล้ว ...


    ว่า ‘การมาพยายามไปด้วยกันอีกครั้ง’ ของคุณสามี


    มันควรจะเป็นไปในทิศทางไหน


    ที่ผ่านมา มันก็ไม่ได้มีแค่จงอินคนเดียวหรอกที่ทำผิดพลาดไปในเรื่องของเรา ตัวเขาเองก็บกพร่องเหมือนกัน ผิดพลาดไปเยอะที่มองเห็นแต่ปัญหาของตัวเอง เพราะเขาไม่เคยรู้เลยว่าคุณสามีต้องนอนกอดตัวเองร้องไห้เงียบๆคนเดียวมากี่ครั้งแล้ว ปากบอกว่าชาชินที่คุณแม่จำตัวเองได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่คนเป็นลูก ใครมันจะไปชินได้ลง


    ผมขอโทษนะ จงอิน


    ขอโทษจริงๆ แล้วขอโอกาสให้ผมได้พยายามอีกครั้ง


    เพราะครั้งต่อไปที่คุณร้องไห้ ...


    ผมกับลูกจะกอดคุณเอาไว้เอง




    Talk : รักนะคะ

    ถ้าชอบอย่าลืมคอมเม้นท์หรือแทกให้กำลังใจกันบ้างน้า


    ขอบคุณทุกความรักและกำลังใจ

    ที่มีให้คุณสากับคุณแม่นะคะ

    แล้วเจอกันเรเร้วนี้ค้า

        ♥

     



    เขียนโดย LONEWOLF

    Twitter hashtag: #ทะนงKH


    -  Thank You  -




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
ehyukjaebt (@BBaekhyun)
ร้องไห้ตามแล้ว
mylegbigclub39 (@mylegbigclub39)
สงสารจงอินมากตอนที่ร้องไห้คือหน่วงใจตามเลยอ่ะ แต่อย่างน้อยในวันที่จงอินท้อแท้หมดกำลังใจก็ยังมีคนที่เป็นห่วงและยืนเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆอีกตั้ง2คน
cvlsaaj (@cvlsaaj)
เขาเข้าใจกันซักที ชอบที่พ่อจงอินเรียนเซฮุนว่าน้องมาก น่ารักกกก แต่ก็แอบสงสารสามีตอนที่คุณแม่จำไม่ได้ คุณหมีน่าสงสาร;___; แต่อะไรๆตอนนี้มันดีขึ้นมาก ชีวิตคู่ที่ครอบครัวเค้ายอมรับมันก็ถือว่าสบายใจไป1แล้วครอบครัวจงอินด็น่ารักมากๆที่เข้าใจเซฮุน หลังจากนี้คุณพ่อกับคุณป๋าเข้าใจกันแล้วก็รักกันมากๆจนลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองไปเลยน้า💛
somjuphalidha (@somjuphalidha)
อูยยยย อารมณ์ตอนนี้กำลังอิ่มเอิบมากๆๆๆๆเลย พออะไรๆมันค่อยๆเข้าที่เข้าทาง ความรู้สึกตกตะกอนดีแล้วคุณสามีที่หลงเมียเข้าขั้นก็เป็นตัวของตัวเองแบบสุดๆ คุณสาที่เคยเอาแต่ใจก็มีมุมเอาอกเอาใจแล้วก็ยอมเซฮุนเอาซะมากๆ แล้วเซฮุนก็ช่างน่ารักยอมอ่อนให้เขากอดได้หอมได้ใกล้ชิด แล้วเหมือนมันเป็นส่วนที่จงอินคอยเรียกหาจากเซฮุนอยู่ตลอด ที่ว่าเก็บไม้เก็บมือไม่ค่อยจะอยู่เนี่ยคงจะจริง ติดสกินชิพของเซฮุนมากเลยด้วยแน่ๆ แล้วเรื่องครอบครัวทางฝั่งนู้นของจงอิน เอาจริงมันเซ้นสิทีฟกับเซฮุนมากกก มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วอ่ะ ทำแบบนี้ว่าที่คุณแม่ใจพองไปอี้กกก รับรู้ได้ว่าคุณสาจริงจังแล้วก็เชื่อมั่นกับการขอเริ่มใหม่มากๆ อยากเปิดตัวจริงจังแถมยังคอยให้กำลังใจให้คุณแม่ไม่ต้องประหม่า คนที่บ้านเห็นยังไงก็ต้องเอ็นดูคนทางนี้ ส่วนประเด็นขายขี้หน้าของเซฮุนเนี่ย มันน่าล้อให้อายมากจริงๆ ดูซิๆๆ คุณสายังจับต้นชนปลายไม่ถูกยังเหวอๆกลัวไปทำอะไรผิดไม่เข้าตาเมียเข้า หมีมึนมากๆ นี่ถ้ารู้ขึ้นมาว่าเซฮุนหน้ามืดหึงใส่ไปขนาดนั้นคุณสาเขาจะว่ายังไง คึๆๆ เพราะฮอร์โมนแท้ๆเนอะ5555
ส่วนตอนตัดจบตอน ใจแป้วไปด้วยคนเลย สงสารคุณสาเขามากนะ กลายเป็นลูกหมีขี้แยแล้วก็ดูสิ้นหวังมากๆ.. ก็นะความเจ็บป่วยมันไม่มีใครอยากให้เกิด ทำใจได้ยาก ยิ่งเป็นคุณแม่ยิ่งแล้วใหญ่ เรื่องแบบนี้มันก็ต้องอาศัยกำลังใจ ซึ่งแน่นอนว่าเซฮุนจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้อย่างเยี่ยมยอด และไม่มีทางปล่อยให้คนรักต้องรู้สึกหมดพลังหมดกำลังใจแน่ๆ เซฮุนก็น่ารักที่ตรงเนี้ยย ใจอ่อนใจดีมากเลยคุณปะป๊าา
#คืดถึงนะคะ
linx8804 (@linx8804)
ชอบตอนสางผมมากละมุนสุดดด