Archive Synonyms, Archive AntonymsMellifluous
Crime - Went to The Heaven
  • (คีย์เวิร์ด "crime" ค่ะ อันนี้เป็นการเขียนครั้งแรกของปี มือฝืดเคือง กำลังพยายามเร่งหยอดน้ำมันค่ะ)



    มันหอบอิฐขึ้นก่อกำแพงล่องหนระหว่างที่นักสืบมอร์ริสก้มหน้าอ่านเอกสาร นิ้วดำเมื่อมยกวาดเหลี่ยมมุมกลางอากาศ สะบัดขยับตัวเรื่อยเปื่อย ปากแห้งแตกฮึมฮัมโทนเสียงใกล้เคียงกับโน้ตดนตรี ‘ดวงจันทร์เปรียบดังริ้วเงินฉายส่อง’ ฉบับเวย์น คิง ไร้วี่แววเดือดเนื้อร้อนใจ นัยน์ตาเยิ้มลอยเสไปทิศอื่นแม้ห้องแคบขาวจ้าจะไม่มีจุดรวมสายตาใดนอกจากบุรุษสวมเครื่องแบบที่นั่งเงียบเสพข้อมูลเบื้องหน้า กระทั่งขอบประตูยังบางเฉียบกลืนไปกับผนัง หน้าต่างแม้สักบานก็หาได้ปรากฏไม่ นับว่าสถาปนิกออกแบบห้องสืบสวนมาได้น่าสนใจ กะให้อาชญากรจดจ่อเพียงปัจจุบันด้วยห้องที่ไม่มีปัจจัยรบกวนอื่นเพื่อเสริมคุณภาพในการรีดเค้นข้อมูล ทว่าความพยายามก็ยังเป็นได้แค่ความพยายามอยู่วันยังค่ำ ใจมันลอยไปไกลแสนไกลเรียบร้อยแล้ว

    มันนึกฝันกลางวันถึงทุ่งข้าวสาลีทองอร่ามกลางฤดูเก็บเกี่ยว อากาศอวลกลิ่นเบอร์รีสุกงอมและดอกไม้นับพันจนประสาทรับกลิ่นด้านชา ครั้นวิ่งเล่นสามรอบก็นำกล้ามเนื้ออันปวดเมื่อยชื้นเหงื่อแช่ในน้ำตกเย็นฉ่ำท่ามกลางวงร้องเพลงประสานเสียงของนกลาร์ก นกปีกลายและนกกางเขน อ้าปากดื่มน้ำสะอาดบริสุทธิ์จากต้นธาร พุ่งฉมวกใส่ปลาอวบอ้วนสักสี่ห้าตัวเพื่อพวกมันจะได้จบลงเหนือกองไฟ แปรเป็นมื้อเย็นแสนอร่อย เมื่อฟ้ามืดดำก็ป่ายปืนต้นไม้สูงใหญ่ที่กิ่งก้านแผ่ไพศาลราวจะเกาะเกี่ยวเมฆมาเป็นใบ หลับนอนในโพรงแห้งบุฟาง อุ่นสบายในอ้อมกอดของเมเปิ้ลที่แก่ชรา

    ภาพจากนิทานทาสีเหล่านั้นหล่อเลี้ยงมันมาแรมปีนับแต่ยังฟันหลอน้ำลายยืดจวบจนไรหนวดเริ่มแทงผิว ทุกวันมันพร่ำเพลงกล่อมตัวเองให้หลับนอนไปโดยจินตนาการถึงสวรรค์ในนิยามก่อนนอนรวมถึงหลังตื่น ภาวนาให้สักวันมันไปถึงโดยเร็ว สวรรค์สุขสบายในนิทาน

    ฉับพลันทันใด บ้านต้นไม้เจือจาง ธารน้ำตกสดชื่นราวกับอยู่ไกลแสนไกล นกน้อยร้องเพลงจางหายไปเหมือนหมอกควัน แทรกแทนด้วยนิ้วชี้และนิ้วโป้งของคู่สนทนาหนึ่งเดียวที่ชูค้างตรงหน้าในอิริยาบถของคนเพิ่งดีดเป๊าะเรียกสติ มันไม่ได้สำแดงอาการหงุดหงิดงุ่นง่านที่ถูกขัด แต่เคลื่อนตาดำเชื่องช้าไปมองอวัยวะเดียวกันที่ออกจะเหนื่อยหน่ายระคนแข็งกร้าว มันเพิ่งรู้ตัวว่านั่งกัดเล็บตอนนักสืบมอร์ริสกระดิกมือเรียกให้โน้มกายเข้าใกล้แล้วนิ้วโป้งแทงคอตอนมันปฏิบัติตาม จำเลยย้ายนิ้วเปียกน้ำลายไปวางไว้บนโต๊ะ ทับเอกสารสามสี่แผ่นเปรอะเลอะของเหลวชุ่มเหนียวโดยปราศจากท่าทีกระดากเหนียมอาย นายนักสืบเองก็ไม่มีกะจิตกะใจจะก่นด่าเรื่องมารยาทเอากับอาชญากรสติไม่เต็มเต็ง เขาไม่รู้หรอกว่ามันครบถ้วนสมบูรณ์หรือแหว่งวิ่นอย่างไร ที่แน่ใจคือกริยามันห่างไกลจากนิยามปกติในพจนานุกรมส่วนตัวของเขา เขาเองก็จัดว่าปกติพอดู ฉะนั้นสิ่งที่แหวกขนบไปก็ฟั่นเฟืองทั้งนั้น

    “เอาล่ะ คุณมอร์ริส” นักสืบมอร์ริสดูไม่พอใจเลยที่ต้องสวมเปลือกเดียวกันกับอาชญากร มันผู้ชื่อมอร์ริสเช่นกันหัวเราะขันแทรก กรีดคมลงบนหน้าบางๆ ของนายตำรวจให้ขาดเป็นริ้ว “เอ่อ เพื่อนบ้านของคุณส่งโทรเลขแจ้งว่าเขาได้ยินเสียงกรีดร้องลั่นยาวนานราวห้านาที ระบุชัดว่าเป็นคุณนายเอดิสัน—แม่คุณ หล่อนหวีดร้องห้ามคุณที่พยายามลงมือกระทำอะไรบางอย่างที่ฟังดูแล้วท่าไม่ดี แต่กว่าเพื่อนบ้านแสนดีคนนั้นจะทำใจกล้าเรียกตำรวจ เมื่อหน่วยลาดตระเวนไปถึง แม่คุณก็นอนจมกองเลือด ไส้พุงเหวอะหวะ ลิ้นจุกปาก ตาเหลือก น้ำเหลืองสาดกระจายเต็มด้ามมีดที่มีรอยนิ้วมือคุณกำรอบ” นักสืบหนุ่มเลื่อนรูปถ่ายมาตรงหน้ามัน “ผมจะไม่พล่ามมากล่ะ เอ้า คุณรับมาเถอะว่ากระทำมาตุฆาต เรื่องนี้ต้องการแค่คำสารภาพของคุณเท่านั้น”

    ความเงียบกรีดร้องลั่นห้อง

    เห็นได้ชัดว่ามันหันไปสนใจการก่อกำแพงอากาศมากกว่าจดจ่ออยู่กับบทสนทนาสุดแสนสำคัญ เจ้าหน้าที่เอดิธ มอร์ริสก้มอ่านเอกสารทวนซํ้าด้วยอารามอ่อนใจ เขารับทำคดีนี้ประสานักสืบมือใหม่ไฟแรงต้องการกอบโกยผลงาน อายุเขาเพิ่งยี่สิบแปด ยังหนุ่มแน่นหล่อเหลา ยอมรับว่าการปะทะศพชำแหละสยองกับการลงภาคสนามครั้งแรกออกจะเกินคาดอยู่บ้างแต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เขาไม่ใช่พวกขวัญอ่อนอยู่แล้ว

    ปัญหาเพียงหนึ่งเดียวที่ดูจะโตโดดเด่นเกินส่วนสูงห้าฟุตเก้านิ้วคือผู้ต้องหารายนี้—วิคเตอร์ มอร์ริส, ไม่ใช่บุคคลที่จะสามารถมีบทสนทนาสามัญมนุษย์ด้วยได้ มันทำร้ายเจ้าหน้าที่กล้าหาญก่อนหน้าเขาไปสามคน คลั่งกัดแขนจิตแพทย์เนื้อหลุดคาปากไปหนึ่ง ตบท้ายทุกเหตุการณ์ด้วยการเอียงคอร้องเพลง เสียงส่วนใหญ่ลงให้ปิดคดีไปเสีย อะไรจะง่ายดายไปมากกว่านี้ ลูกสติฟั่นเฟืองฆ่าแม่ แค่สรุปส่งทางการแล้วยัดไอ้บ้าปัญญาอ่อนนี่เข้าคุก โลกจะกลับมาสงบสุขพักหนึ่ง ไม่มีเนื้อในซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรเลย

    มันมีแค่นั้นแหละ นักสืบมอร์ริสเองก็เชื่อว่าไม่มีอะไรอื่น แต่เขาเกิดฉุกใจขึ้นมาเสียเฉยๆ นี่ไม่เกี่ยวกับการที่พวกเขาใช้นามสกุลร่วมกันหรอกนะ เรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นทั่วสหรัฐฯ และไม่ใช่เรื่องใหม่ เขาแค่นึกถึงเรื่องอื่น

    “คุณจะไม่ต้องเข้าคุกปกติหรอกนะ ยินดีด้วย เราส่งคุณไปโรงพยาบาลจิตเวทย์เบธเลม รอยซ์.. เพื่อรักษาอะไรก็ตามที่คุณเป็นอยู่”

    หยิบแยบข้อมูลส่งให้เสี้ยวหนึ่ง หวังจะฉุดผู้ต้องหาคดีสะเทือนขวัญให้หันกลับมาสนอกสนใจกันบ้าง นักสืบมอร์ริสเปรยตามองไมโครโฟนบันทึกเสียงด้วยสายตาอ่านยาก เพื่อนเอ๋ย เดาว่าแกกำลังกรุ่นได้ที่เลยใช่ไหมล่ะที่ไม่ได้ห่ะเหวอะไรเลย ก็แกเล่นโหมงานหนักเสียขนาดนี้ หากเรานำคลิปเสียงที่แกบันทึกได้กลับไปเปิด ก็จะมีแต่ฉันละเมออยู่กับฆาตกรสติไม่ดี เขาเคาะนิ้วเตามจังหวะดนตรีจากปากอาชญากรนามเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ ดวงจันทร์เปรียบดังริ้วเงินฉายส่อง เจิดจ้าย้อมนภา ฝันใดไหนเล่าจะคุ้มค่าเงินตรา เท่าภาพเคียงแม่ยอดสิเนหา ดวงจันทร์เปรียบดังริ้วเงินฉายส่อง เฉิดฉันโรยรอบสองเรา ขอเพียงแม่นงเยาว์ ฉันก็รวยเลิศล้ำยิ่งกว่าใคร เพลงเก่าเหลือเกิน มันร้องอย่างนี้ใช่ไหมนะ เขาก็เกือบลืมไปแล้ว

    “ไม่ใช่ฆ่าสิ คุณตำรวจ”

    เพลงจากปากมันจบไปนานแล้ว มีแต่ดนตรีลึกล้ำบรรเลงต่อในหัวจุความทรงจำหนาหนักของเขา นักสืบมอร์ริสเกือบรักษามาดนิ่งไม่อยู่เมื่อบทสนทนาไม่มีปี่มีขลุ่ยถูกเริ่ม เขาคลายท่านั่งค้ำคางมายืดเหยียดหลังตรงจ้องใบหน้าเรียบเฉยกึ่งเริงรื่นของฆาตกรใจเหี้ยม นี่เขาเกลี้ยกล่อมมันให้เอ่ยปากได้แล้วหรือ ดีล่ะ แม้ไม่ใช่คำสารภาพทันที แต่เมื่อมันคุยแล้วก็ถือว่าก้าวหน้าระดับหนึ่ง

    “ผมไม่ได้ฆ่าหล่อน” มันย้ำ “ผมส่งหล่อนไปสวรรค์ต่างหาก”

    “ผู้จะตัดสินเรื่องนั้นคือพระเจ้า ไม่ใช่คุณ” นักสืบมอร์ริสโต้ เขาขยับไมโครโฟนให้เลื่อนใกล้ปากมันมากที่สุด เขามันก็ไม่ใช่ผู้ศรัทธาเปี่ยมล้นอันใดนักหรอก แต่ชีวิตที่ล้อมรอบด้วยโบสถ์และการโตมากับโรงเรียนคาธอลิคช่วยเสริมความรู้บ้าง

    “ช่างหัวพระเจ้า ท่านทำงานชักช้านี่หว่า” มันหัวเราะคิกคัก กุญแจมือลั่นกราวตามแรงสั่น “ผมก็ลองหลายวิธีแล้วนะที่ช่วยหล่อนไปถึงจุดสูงสุดของวิญญาณ สารพัดเลยแหละคุณ.. บางอันก็เหนื่อย บางอันก็แสนง่าย บางอันก็เหนอะหนะ” มันกำมือพร้อมกันสองข้างแล้วคลายสลับกัน วาดยิ้มเรี่ย ขาดไร้ความนัยแฝง “มีรอบนี้ที่เงียบสนิทดี ไม่บ่นเลยสักคำ ผมบอกหล่อนแล้วว่าจะเจ็บนิดหน่อยตอนเริ่ม แต่พอหลังจากนั้นก็จะสบายเอง นี่แน่ะ ผมผิดตรงไหนล่ะคุณตำรวจ ตอนนี้หล่อนก็ไปสบายแล้ว”

    “เอาเป็นว่าคุณสารภาพว่าสังหารเอดิสัน มอร์ริส คดีนี้ก็ปิดได้—”

    “ไม่ คุณตำรวจ ผมบอกว่าไม่ได้ฆ่าไง”

    จังหวะที่เขาตวัดปากกาเขียนรายงานรวดเร็วด้วยเริ่มเกิดแรงกระตุ้นที่จะออกไปจากห้องให้เร็วที่สุด รูปคดีง่ายดายอย่างที่ใครหลายคนเตือน เขาไม่น่าพาตัวเองมาเสือกแส่กับคนบ้า มัน, ไอ้เจ้าฆาตกร, ก็ทุบฝ่ามือลงทับเอกสาร กริยารุนแรงนี้หาได้มาจากอาการโกรธ เขามองหน้ามัน แววตาผู้ต้องหาเกือบจะเว้าวอนทีเดียว

    “คุณเข้าใจ คุณต้องเข้าใจสิ ใช่ไหมล่ะ ผมรู้ว่าคุณต่างจากคนอื่น ต่างจากไอ้พวกนั้น คุณรู้ว่าผมไม่ได้บ้า”

    นักสืบมอร์ริสส่ายหัวดิก

    “ถ้าคุณยืนยันว่าไม่ได้บ้าก็ต้องไปอยู่รวมกับพวกนักโทษเหลือเดนที่เรือนจำกลาง เอาอย่างนั้นไหมล่ะ หือ”

    อาชญากรชื่อเดียวกันเงียบ มันยังจ้องเขานิ่งเช่นนั้นจนเขากระชากเอกสารออกจากใต้มือมันไป สับเท้าอย่างเร็วเตรียมออกจากห้อง เขาจะไปรายงานให้ครบถ้วน เสริมข้อมูลที่ได้จากเทปบันทึกเสียงจนเอกสารคดีนี้หนาปึกเท่าสันนิบาตผมแดงของเชอร์ล็อค โฮล์ม ไอ้เจ้าคนนี้ต้องได้รับการบำบัดเยียวยาขั้นสูงสุดก่อนจะกู่ไม่กลับ เขาพยายามไม่นึกเจาะลึกถึงคำบรรยายวิธีการที่มันพาแม่ตัวเองขึ้นสวรรค์ที่ชวนให้ขยะแขยงพิกล จังหวะที่เขาหมุนลูกบิด ไอ้เจ้าคนสติฟั่นเฟืองก็ร้องตามมาข้างหลัง

    “ผมสอนคุณได้นะ วิธีพาคนขึ้นสวรรค์น่ะ คุณมาหาผมอีกสิ, วันหลัง เอาให้ถึงไส้ถึงพุง”

    เขาส่งสายตาขยะแขยงกลับไปแล้วปิดประตู ทิ้งเสียงหัวเราะเคล้าเพลงเก่าเพลงเดิมไว้เบื้องหลัง

    นี่มันแค่เริ่มต้นในสายอาชีพเท่านั้นแหละ นักสืบมอร์ริสสูดหายใจเรียกขวัญตัวเองหลังก้าวพ้นมาได้ระยะหนึ่ง นี่แค่เริ่มต้น เขาต้องเจออะไรมากกว่านี้อีกเยอะ มันเป็นความเสี่ยงในอาชีพ แต่ให้ตายเถอะ

    เพลงนั่นก็ติดหูเหลือเกิน เขาไม่ใช่คนขวัญอ่อนแท้ๆ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in