อ้วนส้มnillzeronoun
Something in the room

  • วันนี้เขามาถึงคลาสก่อนเวลาแค่ห้านาที ไม่ต้องพูดถึงข้าวเช้า แค่เขาเอาเจ้าส้มลงมาปล่อยในสวนแล้วโยนอาหารไว้ให้ก็เสียเวลาไปเยอะแล้ว

     

    มีใครเคยบอกไหมว่าแมวมันขี้ประจบแล้วก็น่ารำคาญมากๆด้วย  เราเพิ่งรู้จักกันนะ  ก็แค่ซื้อปลอกคอให้ แต่ก็ไม่ได้จะเลี้ยงจริงจังนี่ ปลอกคอนั่นก็แค่ป้องกันโดนเทศบาลจับเฉยๆไม่ได้มีความหมายมากกว่านั้น ไม่ต้องมาเดินพันขา ไม่ต้องมานอนทับเท้าเขาแบบนี้จะรีบไปเรียน

     

    ไม่ใจอ่อนหรอก ก็บอกว่าไม่ชอบแมวไง

    ถึงไม่จามก็ไม่ได้แปลว่าไม่แพ้นี่

    กว่าจะสู้รบกะเจ้าส้มจบเขาก็เกือบสายนั่นล่ะ  กึ่งวิ่งกึ่งเดินแล้วมานั่งหมดแรงอยู่ในคลาสจนได้

    เพราะรีบเลยไม่ได้สังเกตว่าเรียวตะกับโทโมยะเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่  โทโมยะเอาไม้กลองเคาะไหล่เขาเบาๆ แล้วนั่งลงประกบ

    “ไง...กะสายสองวันติดเลยหรอ รีบวิ่งมาสิท่าหอบเป็นหมาเชียว” ไงล่ะเพื่อนเขา

    คนถูกทักไม่ตอบ อยากสวนอยู่หรอกแต่ยังหายใจไม่ทันนี่สิ

    “ทำหยิ่งเดี๋ยวนี้หยิ่งหรอ ติดสาวเหรอวะ ทากาฮิโระคนซึนติดสาวว่ะ”เรียวตะว่าบ้าง หมอนั่นเบียดเข้ามาใกล้จนเขารำคาญผลักหัวที่ไว้ผมยาวกับหนวดเครารุงรังนั่นออกไป  นักศึกษาดนตรีไม่ต้องติสต์ขนาดนี้ก็ได้มั้ง มันใกล้จะเป็นฤษีเข้าไปทุกที

    หมอนั่นคว้าเอามือถือที่คว่ำหน้าของผมไปกดดูแล้วหัวเราะพรืดออกมา

    “เหย....เดี๋ยวนี้เปลี่ยนรสนิยมเหรอวะ ภาพหน้าจอนี่แบ้วเป็นบ้า ถ่ายในห้องซะด้วย น้องนมโตไปไหนซะแล้วล่ะ” โทโมยะที่ชะโงกหน้ามาเบียดดูพูดขึ้น  หมอนั่นมองเขาเหมือนเห็นผี  ขณะที่เรียวตะได้แต่ขมวดคิ้วแล้วจ้องหน้าเขาไม่วางตา

    “แต่เมิงแพ้ขนแมวนี่ คิดยังไงวะถึงเลี้ยงแมว”

    เขาหลุดหน้าแดง พวกมันรู้ได้ไงว่าเขาไปยุ่งกับเจ้าอ้วนส้มยิ่งเห็นมันสองคนมองหน้าเขาสลับกับจอมือถือเลยรีบคว้ากลับมา

    ฉิบหายทั้งหน้าโฮมหน้าล็อคสกรีนถูกเปลี่ยนเป็นรูปเจ้าอ้วนส้มใส่แว่นนอนบนเตียงเขามันเปลี่ยนได้ไง เขาจำได้ว่าแค่ถ่ายเก็บไว้ ไม่ได้เปลี่ยนซะหน่อย

    “มาได้ไงวะ” เขาอุทานเสียงดัง โทโมยะตบหัวเขาอีกรอบ

    “มือถือตัวเอง ใช้อยู่คนเดียวอย่าทำโง่ เมาแล้วเปลี่ยนเหรอ เมิงนี่ท่าจะเป็นเอามาก”

    “โคตรแต๋วเลย หน้าหวานแล้วยังจะเลี้ยงแมว สรุปเมิงเป็นหรอวะถ้าเป็นนี่คบกะกุได้นะกุชอบหมดล่ะ” เรียวตะหัวเราะลั่นก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้เขาไปเปิดค้นอีก เจ้าพวกนี้นี่

    “เชรดของจริงว่ะโทโมยะ เอ้ารับ”เจ้านั่นควักถุงอาหารแมวของเขาออกมาแล้วโยนให้เพื่อนอีกคน

    “แม่งของแพง นี่แพงกว่าข้าวมื้อนึงของพวกกุรวมกันอีกนะ โคตรเปย์อ่ะเสี่ยขา เลี้ยงหนูหน่อย” โทโมยะว่าแล้วเข้ามากระแซะอ้อนเขา

    “ไอ้พวกบ้าเอาคืนมา แล้วไสหัวออกไปไกลๆเลย”

    “ใช่ซี้ไม่ใช่แมวอ้วนส้มนี่” โทโมยะหรี่ตามองเขา

    “ใช่ซี้มีแมวแล้วเพื่อนเป็นหมาเลย” เรียวตะเกาเอื้อมมือมาเกาคางเขาชวนขนลุกจนต้องปัดออกแรงๆ

    “ไม่ใช่แมวกุซะหน่อย มาจากไหนก็ไม่รู้” ทากะพยายามเถียงรีบเปลี่ยนภาพหน้าจอกลับเป็นภาพเดิมที่เขาเคยใช้ แต่เปลี่ยนยังไงมันก็ไม่ยอม สงสัยเครื่องค้างซะแล้วก็ดันใช้มาตั้งสามปีละนี่

    “ขนาดไม่ใช่แมวตัวเองยังขนาดนี้ เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี กุว่าถ้าเอามาเลี้ยงจริงๆคงอาบน้ำด้วยกัน”

    “อาบน้ำๆ นึกภาพทากาฮิโระอาบน้ำแมว ฮ่าฮ่าฮ่า โคตรจี้”

    แต่เพื่อนไม่ขำ ไม่รับมุก จนอีกสองเลยคนชักกร่อย ยิ่งพอเห็นสีหน้าหมอนั่นก็รีบถามทันที

    “เมิง...มีไรหรอวะ”

    ทากะส่ายหน้า แววตาเคร่งขึ้นทันที “เปล่าๆ ไม่มีอะไรฝากจดเลคเชอร์ด้วย กุมีธุระเดี๋ยวกุมาบ่าย”

    เขาพูดจบแล้วหุนหันออกไป จนอีกสองคนได้แต่เกาหัวมองตามอย่างงุนงงนับวันหมอนี่ชักจะเพี้ยนมากขึ้นทุกที

    ทากะเดินตัวปลิวออกจากห้อง กระโดดขึ้นรถเมล์ตรงดิ่งกลับอพาร์ทเม้น

    เขากำสมาร์ทโฟนในมือแน่น อัลบั้มภาพที่เขาเปิดเมื่อกี้มีปัญหาแน่นอนภาพสุดท้ายคือเจ้าอ้วนส้มที่เขาถ่ายเองเมื่อเช้าแต่อีกสามสี่ภาพก่อนหน้านั้น เป็นรูปเขาเอง รูปเขาตอนหลับ หลับอยู่ในห้องของตัวเอง

    ห้องที่มีเพียงเขาคนเดียว....

     

     -----------------------------------------------------------------



    ทากาฮิโระเปิดประตูห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว ในห้องว่างเปล่าหน้าต่างเปิดอยู่ลมพัดชายผ้าม่านไหวเบาๆ

     เขาถอนใจ คงคิดมากเกินไปจริงๆก่อนความคิดนั้นจะต้องหายไปทันทีเมื่อรู้สึกตัวว่าห้องเขาแปลกไป

    ที่นอนถูกพับเก็บเรียบร้อย ของที่เคยกระจัดกระจายถูกเก็บเข้าที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนกลิ่นดอกไม้ แต่เขาหาไม่เจอแถมห้องก็สว่างกว่าปกติเพราะม่านส่วนใหญ่ถูกม้วนผูกอย่างดี

    แต่อะไรก็ไม่น่าตกใจเท่าเสียงฝักบัวในห้องน้ำที่ดังแว่วเบาๆนั่น

    เจ้าของห้องเบิกตากว้าง เขาลืมปิดน้ำงั้นหรอ ให้ตายๆ ค่าน้ำเดือนนี้ให้ตายๆ

    คนตัวเล็กเหวี่ยงกระเป๋าเป้ลงกับที่นอนมันกระดอนน้อยๆ ขาเรียวออกวิ่งสุดชีวิตไปที่ห้องอาบน้ำ

    แต่ห้องน้ำไม่ว่าง...

    มีผู้ชายอีกคนอยู่ในนั้น ผู้ชายผมทองยืนเปลือยอยู่ใต้ฝักบัวของเขาคนที่มีสายรัดคอสีดำกับตัวอักษร ‘T’สีเงินสะท้อน

    ทากาฮิโระเบิกตากว้างสายตาเผลอสำรวจหมอนั่นทุกสัดส่วนเขาเคยเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ เขารู้จักรูปปั้นเดวิด และหมอนี่แทบเรียกได้ว่าถอดแบบเดวิดมาทุกตารางนิ้ว

    ดวงตานิ่งเฉยใต้กระแสน้ำอุ่นจนขึ้นไอจางปรายมามองเขา

    ทากาฮิโระผงะ เผลอก้าวถอยหลังจนสะดุดก้นจ้ำเบ้า หมอนั่นเดินออกมาจากใต้ฝักบัวเนื้อตัวเปลือยเปล่าหยดน้ำเกาะพราวทุกมัดกล้าม เขาเอื้อมมือมาหา

    “อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก” เด็กหนุ่มนักศึกษาแหกปากลั่น ทากาฮิโระคว้าเสื้อผ้าตัวเองที่อยู่แถวนั้นปาใส่เจ้าหมอนั่นไม่ยั้งเขาทำหน้าอึ้งๆปล่อยให้คนตัวเล็กอาละวาดจนหนำใจแล้วทำเพียงเสียผมสีทองที่เปียกชุ่มให้พ้นหน้า

    “ไอ้โรคจิต แกเข้ามาในห้องฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ อ้ากกกกกกกก ขโมย ขโมย” เด็กหนุ่มควานหาทุกสิ่งอย่าง เสื้อผ้าที่พอจะหยิบถึงหมดแล้วเหลือแค่ราวตากผ้าถ้าเขาสามารถรื้อได้

    คนที่จู่ๆมาลักขโมยใช้น้ำห้องเขายังคงไม่พูดซักคำ หมอนั่นทำเพียงคว้าผ้าขนหนูที่แขวนไว้ในห้องน้ำมาพันรอบเอวลวกๆไม่มีอาการรีบร้อนลนลาน

    ทากาฮิโระรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย เขาผุดลุกขึ้นรีบวิ่งเข้าไปในห้อง

    เขาต้องแจ้งความ ห้องเขาถูกยึด ใครไม่รู้จู่ๆมาอาศัยห้องเขาไม่แน่ว่ารูปในมือถือนั่นหมอนี่อาจเป็นคนถ่าย

    แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริง...

    งั้นความฝันนั่นล่ะ บ้าจริง....มันไม่ใช่ความฝันหรอกเหรอ

    เขางงไปหมดใบหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวดำ

    เด็กหนุ่มรีบคว้ากระเป๋าบนเตียงกำลังจะเปิดประตูออกไปแต่บ้าจริงลูกบิดไม่ทำงาน หมุนเท่าไหร่ก็ไม่ไปให้ตายทำไมต้องมาพังเอาเวลาเร่งด่วนแบบนี้ เขาใช้สองเท้ายันประตู หมุนแทบตายมันไม่ขยับเลย

    “เปิดสิ เปิดสิวะ” เขาตะโกนเสียงดัง ได้ยินเหมือนประตูกระจกด้านหลังเปิดออกเขาหันไปมองไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวจับใจขนาดนี้มาก่อนเจ้าหมอนั่นที่ตัวเปียกเปลือยท่อนบนใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กของเขาซับน้ำออกจากผมสีทองชิลล์ๆ

    เขาชักสงสัยระหว่างตัวเองที่พยายามงัดประตูแทบตายกับหมอนั่นใครคือเจ้าของห้องกันแน่

    เจ้านั่นเลิกคิ้วน้อยๆ มองเขาด้วยแววตาสงสัย

    “ลืมของหรอครับ...”

    คำถามโคตรเมีย เหมือนกลับบ้านมาแล้วเจอภรรยารออยู่ แต่เขาโสดไงคนโสดตัวคนเดียวไม่ควรมีใครมาอยู่ในห้องเวลาแบบนี้

    ดวงตากลมจ้องสายรัดคอสีดำบนต้นคอขาวนั่นไม่กระพริบ

    เขาสาบานได้ว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อนไม่ผิดหรอกก็เขาซื้อมันให้เจ้าอ้วนส้มกับมือนี่ หรือสมัยนี้เขาฮิตกันบังเอิญไปมั้งที่เจ้านี่ก็ดันมีร่างขาวเดินเข้ามาใกล้  ทากาฮิโระขยับตัวไม่ได้จู่ๆเนื้อตัวก็หนักอึ้งไปหมด

    หมอนั่นเดินเข้ามากอดเขาทั้งๆที่ตัวยังชื้นอยู่แท้ๆ กอดเสร็จก็ออกแรงลากไปนั่งปลายเตียงขาเขาเดินตามอย่างว่าง่าย

    ไอ้ขาบ้า แกพาเดินไปผิดทิศแล้ว หนีสิ ต้องหนีสิโว้ย

    เขานั่งงงๆอยู่ปลายเตียง หมอนั่นยิ้มบางแล้วหันหลังนั่งลงบนพื้นแทรกอยู่ตรงหว่างขาเล็ก

     “เช็ดผมให้หน่อยสิครับ” เขาว่าเหลียวคอมามองพลางยื่นผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กให้

    เขางงไปหมด สถานการณ์มันแปลกๆนะ แต่ก็ยอมบรรจงใช้ผ้าซับน้ำออกจากผมสีทองนั่นอย่างเบามือ

    “ใจดีจริงๆด้วยนะครับ”หมอนั่นหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทำเอาเขาหน้าขึ้นสีใจเต้นแรงสบถออกมาแต่ดันไม่มีเสียงซะงั้นทากาฮิโระหน้าตาตื่นในใจเริ่มตงิดๆแล้วว่าหมอนี่อาจไม่ใช่คน

    พวกเล่นของเรอะ....

    “ไม่ต้องกลัวครับ ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก” เสียงทุ้มดังขึ้นขัดความคิด เหมือนอ่านใจได้ว่าเขากำลังจินตนาการอะไรทั้งที่เป็นคำพูดของคนแปลกหน้าแต่เขากลับเชื่อสนิทใจ

    ทากาฮิโระผ่อนคลายมากขึ้น เขาโค้งตัวลงใกล้กลุ่มผมสีทองนั้นโดยไม่ทันระวังหลับตาสูดกลิ่นที่ลอยมาแตะจมูก กลิ่นแชมพูนี่หอมชะมัดทั้งๆที่เขาซื้อมาเองแต่ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะหอมได้ขนาดนี้

    เสียงหัวเราะเบาๆนั่นทำเขาสะดุ้ง หมอนั่นขยับตัวค่อยๆหันมาหาแล้วดึงผ้าขนหนูไปจากมือเขาใกล้เกินไปแล้ว ทากาฮิโระรีบดึงตัวกลับ เจ้าของแผ่นหลังเนียนลุกขึ้น เดินตรงไปหยิบเชิ้ตขาวที่แขวนไว้หน้าตู้แล้วสวมลวกๆเขาติดกระดุมไม่ครบ อย่างน้อยก็สามเม็ดบนที่ไม่ได้ติด  ตามด้วยกางเกงเข้ารูปสีดำที่เจ้าตัวสวมผ่านใต้ผ้าขนหนู

    คนเผลอมองตามหน้าแดงก่ำ รีบหันหน้ากลับเมื่อเขาปรายตามามองเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ ก่อนหมอนั่นจะนั่งลงข้างๆ ไม่นั่งเปล่ายังชะโงกมาจ้องกันใกล้ๆอีก

    เขาเบี่ยงตัวหลบ ถอยตัวหนีจนตกเตียงจนหนีไปไหนไม่ได้ติดผนังแล้วแต่เจ้านั่นก็ยังเขยิบตามมาไม่หยุด

    คนตัวเล็กทำได้แค่หลับตาปี๋ไม่รู้เจ้านี่จะชักมีดมาแทงเขาตอนไหนร้องก็ไม่ได้ดันไม่มีเสียงซะงั้น

    สัมผัสชื้นๆนุ่มๆแตะลงข้างแก้ม กับลมหายใจร้อนๆ

    ทากาฮิโระลืมตา เจ้าอ้วนส้มที่นั่งอยู่ปลายเตียงกำลังชะเง้อคอมาจุ๊บแก้มเขา

     

      

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in