อ้วนส้มnillzeronoun
One Step Closer




  • One Step Closer

    .

    .

    .



    ช่วงปลายปีอากาศกลางกรุงโตเกียวเย็นลงจับขั้วหัวใจ เป็นช่วงต้นฤดูหนาวที่หิมะมาไวมากกว่าปีไหนๆ


    ทุกอย่างสิ่งทุกอย่างมันเริ่มต้นที่นี่ จวบจนกระทั่งสี่ปีให้หลังมันก็ยังคงดำเนินต่อมา ณ ที่แห่งนี้ กาลเวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน แต่บางสิ่งไม่เคยเปลี่ยนไป

     

    ยามาชิตะ โทรุ  สวมเชิ้ตแขนยาวสีดำสนิททับด้วยเสื้อคลุมตัวใหญ่สีเดียวกัน  ตอนนั้นเขายังคงสังกัดหน่วยเก็บวิญญาณตามหน้าที่เดิมของตนและทำงานอย่างไม่มีข้อขาดตกบกพร่อง   ใบหน้าคมสันภายใต้หมวกปีกกว้างทรงสวยก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือ 


    อีกสิบนาทีจะหกโมง พระอาทิตย์ตกดินไปสักพักแต่ยังพอมีแสงสลัวขอบฟ้าให้พอมองเห็น  ใกล้ถึงเวลาแล้วอีกเดี๋ยวมาซาโตะก็คงจะมา 


    คนตัวสูงขยับตัวไล่อาการปวดเมื่อย น่าจะนานกว่าสองชั่วโมงที่เขานั่งห้อยขาอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ภายในสวนสาธารณะข้างอพาร์ทเม้นต์สีขาว  ที่พักเปิดใหม่ในเขตควบคุมของมาซาโตะ  หมอนั่นน่ะช้าตลอด  


    ถึงจะเห็นว่าเขามานั่งรอเฉยๆอยู่ที่นี่เหมือนคนอู้งาน แต่บอกก่อนเลยงานวันนี้ของเขาน่ะเรียบร้อยตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว ไพ่ใบสุดท้ายถูกเก็บเกี่ยวพร้อมแพคส่งตรงไปหน่วยประตูคัดกรองเป็นที่เรียบร้อย  ตอนนี้เขาเลยต้องมานั่งแกร่วแกว่งขาทิ้ง  รอเจ้าเพื่อนตัวแสบไปสังสรรค์กันต่อหลังจากนี้ต่างหาก 


    มือถือรุ่นล่าสุดในกระเป๋าสว่างวาบ เจ้านั่นส่งข้อความมาว่าอีกสิบนาที ก็คงจะอีกสิบนาทีจริงๆ เขาก็แค่รอต่อไปนั่นล่ะ

     

    ชายหนุ่มนั่งผิวปากอารมณ์ดี ยามกวาดตามองไปรอบสวนที่ต้นไม้ยืนต้นไร้ใบ  กับร่องรอยหิมะที่ยังปรากฏให้เห็นอยู่บ้าง  อากาศวันนี้ยังคงหนาวจัด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาหรอก  บรรยากาศช่วงนี้เงียบเหงาผิดวิสัย  ส่วนนึงอาจเป็นเพราะฤดูหนาวทำให้พวกมนุษย์เอาแต่หมกตัวอยู่ใต้โคทัตสึนั่งแทะส้มไม่ค่อยอยากออกไปเดินเพ่นพล่านที่ไหน  


    ระวังตัวกันหน่อยก็ดี เขาก็ขี้เกียจตามเก็บนั่นล่ะ ใกล้จะปีใหม่ทีไรเหนื่อยพวกเขาทุกทีสิน่า ยมทูตเองก็อยากจะไปฉลองชิลล์ๆแบบมนุษย์บ้าง กลับกลายเป็นว่าเทศกาลงานดันเข้าหนักกว่าเดิมหลายเท่าตัว 


    ใช้ชีวิตประมาทน่ะ มันทำให้เขาเหนื่อยไม่รู้หรอ...


    “ขึ้นไปทำอะไรบนนั้นน่ะ”เสียงเล็กไม่คุ้นหูโทนออกไปทางหวานสูงดังขึ้นด้านขวามือ


    ร่างสูงบนต้นไม้ชะงัก ตัวแข็งค้างขึ้นมาทันที 


    ไม่มีทางหรอก...ไม่มีทางที่มนุษย์จะเห็นเขาได้ นอกซะจากพวกวิญญาณด้วยกันน่ะ 


    แต่คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ยืนอยู่ริมถนนนั่น...เด็กคนนั้นเด็กมนุษย์นี่นา


    ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาทางนี้  เจ้าของแววตาใสเป็นเด็กหนุ่มตัวเล็กนิดเดียวถ้าเทียบความสูงกันก็คงอยู่ประมาณไหล่ของเขาเท่านั้นล่ะมั้ง  ใบหน้าเรียวขาวสะอาด ริมฝีปากแตกซับสีซีดจาง อาจจะเพราะอากาศที่ลดต่ำ  แม้เขาจะสวมเสื้อกันหนาวตัวพองสีดำทับกับฮู้ดสีน้ำเงินสว่าง  ใส่เสื้อผ้าหนาขนาดนั้นแต่ก็ยังดูรู้ว่าขนาดไซส์จริงน่ะตัวเล็กแค่ไหน  


    เขาสวมหมวกแก๊ปสีขาวที่หันปีกไว้ด้านหลัง  ไหนจะเป้ใบใหญ่สะพายติดไว้ก็เทอะทะไม่สมตัว แถมไหล่ที่ยังสะพายกระเป๋ากีต้าร์ตัวยาวติดมาด้วยนั่นอีก

     

    นี่มันสภาพเหมือนคนกำลังย้ายบ้านชัดๆ หรือจะเป็นแบบนั้น คงเพิ่งย้ายมาแถวนี้จริงๆก็ได้  เขาน่ะมาหามาซาโตะอยู่ตลอดไม่เคยเลยที่จะเจอเด็กนี่


    เด็กแน่ๆก็อายุน่ะไม่น่าจะเกิน 18 ได้หรอก คนตัวสูงหรี่ตาลงแสยะยิ้มมุมปาก ขอดูประวัติส่วนตัวหน่อยละกัน

    เท่าทันความคิด รายละเอียดชื่อ อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก ประวัติพอสังเขปก็ผุดขึ้นเป็นสเกลอยู่เหนือร่างนั้น  ดวงตากลมโตไร้แววดูเย็นชาและไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่  ทว่าลึกลงไปเขากลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดเปราะบางในแววตาคู่นั้น  และนั่นทำให้เขาละความสนใจไม่ได้จริงๆ


    “เพิ่งถูกทิ้งมาล่ะสิ เจ้าแมวโง่ อากาศหนาวจะตายชัก  อีกเดี๋ยวหิมะก็จะตก ยังจะนั่งนิ่งอยู่ได้”

    เสียงนั้นว่าเข้าอีก ประโยคที่โทรุชะงัก รีบกวาดตามองรอบตัว


    แมว....? 


    เจ้านั่นไม่ได้ตั้งใจจะคุยกับเขาแต่แรกหรอกหรือ


    มีแมวจริงๆนั่นล่ะ ลูกแมวสีดำตัวน้อย แต่มันนอนหมอบอยู่บนระเบียงห้อง ถัดจากกิ่งไม้ใหญ่ที่เขานั่งไปนิดเดียว นั่นล่ะน่าแปลก ทำไมก่อนหน้านี้เขาไม่เห็นมันเลย


    แต่ก็...โล่งอกไม่น้อย ตอนแรกตกใจแทบตาย นึกว่าเด็กนั่นมองเห็นเขาจริงๆซะอีก


    เจ้าตัวเปี๊ยกนั่นยกยิ้มมุมปากเหมือนกำลังดูแคลนโลก เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า จริงดังคาดหิมะตกลงมาจนได้  มือบางที่เคยซุกไว้ในกระเป๋ายื่นออกมาข้างหน้าแล้วรับเกล็ดหิมะไว้ในมือ สัมผัสเย็นชืดนั้นละลายหายไปทันทีที่สัมผัสมือเขา  แววตาเด็กหนุ่มสั่นไหว เงยหน้าขึ้นช้าๆ 


    แวบนึงเขามั่นใจ มั่นใจมากๆว่าเจ้านั่นสบตาเขา  แต่นาทีต่อมาสายตาคู่นั้นก็ว่างเปล่าเหมือนเดิมแล้วมองเมินผ่านไป  มือเย็นจัดกระชับเป้บนไหล่  เขาเหลือบมองทางเท้าเล็กน้อย ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปที่ประตูอพาร์ทเม้นต์ข้างๆสวนนี่เอง


    ร่างนั้นผ่านไปแล้ว มันคงไม่มีอะไรพิเศษ  ก็คงเป็นแค่เรื่องบังเอิญชวนระทึกเล็กๆในวันที่ว่างเปล่าของเขา    ยามาชิตะ โทรุอาจจะคิดแบบนั้น ถ้าจู่ๆ ปลายนิ้วก้อยจะไม่ได้รู้สึกอุ่นวาบขึ้นซะก่อน 


    ชายหนุ่มชุดดำยกมือขาวที่เคยวางเกาะกิ่งไม้ขึ้นตรงหน้าช้าๆ


    ด้ายสีแดงเส้นเล็กเรืองแสงอ่อนปรากฏผูกแน่นอยู่บนโคนนิ้ว  เขาอ้าปากค้าง พูดไม่ออกได้แต่ไล่สายตามองตามเส้นสายจนมันไปบรรจบกับใครบางคนเข้า


    ใครคนนั้นที่มือข้างเดิมยังจับสายกระเป๋าไว้แน่น  เขาหยุดแหงนหน้ามองอพาร์ทเม้นหลายชั้นเบื้องหน้า เจ้าตัวถอนใจยาว แล้วลงมือกดกริ่งสองที


    นั่นเป็นครั้งแรกตั้งแต่รับหน้าที่ยมทูตมา เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงอัตราการเต้นของหัวใจในอกซ้าย มันเต้นแรงขึ้นอย่างที่เขาไม่คิดว่าจะเป็นได้ 


    ยามาชิตะ โทรุ ฉีกยิ้มกว้าง


    ในที่สุดเขาก็เจอ....


    ดวงตาคมหลุบลงมองด้ายสีแดงสดบนนิ้วเรียวสวยของตนเอง


    ด้ายแดงของเขาปรากฏขึ้นแล้ว  .


    .

    .

     

     

     

    4 ปีหลังจากนั้น

     

    “ฉันพลาดอะไรไปรึเปล่า” เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับม้านั่งข้างๆที่ยุบตัวลง  เก้าอี้ไม้ลั่นเอี๊ยด คนมาใหม่ถอดหมวกปีกกว้างสีดำพลางยกขึ้นโบกเข้าหาตัวทั้งที่อากาศเพิ่งจะพ้นจากเลขศูนย์เพิ่มมาเป็นหนึ่งเมื่อเช้านี้เอง


    ชายคนนั้นยกขาขึ้นไขว่ห้าง เอียงคอมองแมวสีส้มตัวโตที่ขดตัวเก็บมือเก็บเท้านอนทอดร่างอ้วนจนเป็นก้อนกลมอยู่บนเก้าอี้ข้างๆกันนี่

    อีกคนยังคงนิ่งดวงตากลมโตเหม่อมองก้อนหิมะที่ละลายบนพื้น มันเลอะดินโคลนจนสกปรกดำไม่สวยเหมือนตอนแรก  มาซาโตะเลิกคิ้ว เขาว่าเขาจำเพื่อนตัวเองได้อยู่นะ  หุ่นแบบนี้สีแบบนี้แถวนี้ไม่มีแมวอ้วนส้มเกลื่อนกลาดให้เขาเผลอเข้าใจผิดได้หรอก 


    ขนาดสะกิดก็ยังนิ่ง  แหมะ...เศร้าอะไรไหนเหลาให้เพื่อนสนิทอย่างเขาฟังหน่อยซิ


    “โดนเมียทิ้งมาอีกล่ะสิ” คนมาใหม่เปรยขึ้นอีก

    ใจจริงก็ห่วงใยนั่นล่ะแต่ปากเจ้ากรรมมันดันไวกว่าใจทุกครั้งนี่สิ


    “สู่รู้ ไม่ใช่ซะหน่อย”


    เหอะ...ทีงี้ละเถียงทันควันเชียว โอเคร...แมวนี่เพื่อนเขาจริงแท้แน่นอน ไม่มีแมวอื่นปลอมปน  แตะไม่ได้จริงๆละน้าเจ้าเด็กนั่นน่ะ

    อะไรนะ...ว่าที่เพื่อนเขยงั้นหรอ


     มาซาโตะเหยียดยิ้มแล้วถามง่ายๆ “งั้นทำไมไม่นอนอยู่ในห้องล่ะ  นอนทำตัวน่ารักๆให้เขามากอดมาฟัดแบบทุกทีน่ะ”เขาพยายามทำเสียงเฉยๆแล้วนะ  ไม่ได้หมั่นไส้เพื่อนตัวเองเลยสักนิด จริงๆ

    เจ้านั่นเงียบแฮะ...ไม่ด่าเหมือนเคยอย่างที่คาดการณ์ไว้ 


    ไรอ่ะ....ไม่หนุกเลย


    แมวอ้วนถอนใจหนักกว่าเก่า  


    เพื่อนเขาอาการไม่ดีกว่าที่เห็นนะเนี่ย ว้อทแฮพเพ่นดู้ท


     “หมอนั่นรู้ความจริงแล้ว” แมวตัวใหญ่ตอบเนือยๆท่าทางไม่แฮปปี้นัก ใจจริงเขาก็อยากจะปลอบจะโอ๋เพื่อนนะ  แต่ก็นั่นล่ะ...หมั่นไส้มันอ่ะ หนีมามีความสุขปล่อยให้เขาวิ่งทำโอเหมือนบ้านเป็นหนี้ตามลำพัง

    ใจเลยติดอยากจะแก้แค้นอยู่หน่อยๆ


    “แล้วไง.. เสียใจอะไร เสียใจที่ต่อไปจะเนียนน้วยเขาไม่ได้เหมือนเดิม  หรือเสียใจที่เขาจะไม่กอดนายแล้ว แหมอย่ามาเล่นบทโศก เมื่อคืนฉันเห็นหรอกนะ อุ้ป--” คนตัวสูงแสร้งยกมือขึ้นปิดปากแม้ดวงตาสีฟ้าวาวจะเป็นประกายเจ้าเล่ห์แล้วก็ตาม


    แมวตัวโตตวัดสายตาดุๆมาหาเพื่อน


     “เห็นอะไร อย่ามาพูดกำกวมให้คนเข้าใจผิดสิ  ก็แค่นอนกอดเฉยๆ เหมือนปกตินั่นล่ะ”


    เหมือนปกติ...โธ่เอ้ยจะทับถมเขาไปถึงไหน ไม่พูดมาเลยล่ะว่าเขาน่ะไม่มีใครให้กอด  


    แค้นนัก !!


    “นายก็ทำได้แค่นั้นแหละน่า ไม่มีน้ำยา” คนว่าเบ้ปาก พลางส่ายหน้าอย่างไม่ศรัทธา มือสวยวางลงบนหลังแบนๆของเพื่อนสนิทลูบขนสีส้มอุ่นๆอย่างเบามือก่อนจะเปลี่ยนเป็นขยี้หนักๆอย่างนึกหมั่นเขี้ยว

    และใช่....เจ้านั่นหันขวับมางับข้อมือเขาจนจมเขี้ยว

    หนอย...เจ้าแมวอ้วน แมวก้าวร้าว  แกหันมากัดเขาทันได้ไง ทำไมไม่ติดชั้นเหนียงใต้คอนั่น หนอย !!

    คนทั้งคู่หันมาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เกือบจะวางมวยกันแล้วถ้าไม่ถูกขัดซะก่อนละนะ



    “อ้วนส้ม...”


    เจ้าของชื่อสะดุ้ง รีบลุกขึ้นแล้วหันไปตามเสียงคุ้นเคยนั้น  ดูสิมัวแต่ทะเลาะกับเจ้านั่นทากะมาถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เนี่ย  หันไปอีกทีเพื่อนตัวดีของเขาก็หายไปแล้ว   ทีแบบนี้ล่ะไม่กล้าเผชิญหน้ากับเด็กเขา  อิโธ่...


    เด็กหนุ่มเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าแมวตัวใหญ่ เขาถอดผ้าพันคอออกแล้วคลุมลงบนศรีษะปุกปุยของอีกฝ่าย


    แมวหนุ่มชะงัก 


    ทากะเองก็ชะงัก 


    เขาลืมไปจริงๆนั่นล่ะ ลืมตลอดเลยว่าหมอนี่ไม่ใช่แมว   อย่างหมอนี่น่ะจะหนาวได้ยังไงกัน


    ทากะขยับตัว แต่ก็ไม่ได้ดึงผ้าพันคอคืนมาหรอกนะ “หิมะกำลังจะตกแล้ว...” คนตัวเล็กเกริ่นขึ้นต่อ ใบหน่ฝ้าเรัยวหันไปอีกทาง


    แมวตัวโตครางรับเสียงแผ่ว  ก่อนเสียงทุ้มคุ้นเคยง จะดังขึึ้นในหัวทากะ "...กลับมาแล้วหรอครับ ?”


     เด็กหนุ่มนิ่งไม่ตอบคำถามนั้น  เขาค่อยๆหมุนตัวเดินไปตามทาง สองมือซุกลงไปในเสื้อคลุมตัวหนา กำลังจะก้าวเข้าอพาร์ทเม้นท์  


    แมวตัวใหญ่คอตก หันหลังช้าๆ 


    นี่ล่ะสิ่งที่เขากลัว...เขากลัวว่าความจริงจะทำให้ทากะเปลี่ยนไป


    กลัวว่าแม้แต่ร่างนี้ก็ไม่อาจช่วยอะไรเขาได้อีกแล้ว


    สิ้นหวังแล้ว....


    “อืม...กลับมาแล้วล่ะ”  


    แมวหนุ่มชะงัก  เสียงเล็กที่ลอยตามลมมานั่นถึงจะแผ่วจางแต่เขากลับได้ยินชัดเจนในความรู้สึก หิมะปลายเดือนธันวาอาจจะหนาว   แต่ตอนนี้ใจเขากำลังอุ่นวาบ 


    ฤดูใบไม้ผลิมาถึงไวกว่ากำหนดสินะ...










Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in