อ้วนส้มnillzeronoun
ความลับของอ้วนส้ม




  • --- ชอบดนตรีเพลงนี้มาก รู้สึกมันฟุ้งๆนัวๆดี ----



    ความลับของอ้วนส้ม

    .


    .




    "นายน่ะ....คืออ้วนใช่มั้ย ยามาชิตะ โทรุ...นายคืออ้วนส้มใช่รึเปล่า"


    คนถูกถามนิ่งค้างไปชั่วเสี้ยวนาที ดวงตาคมเงยขึ้นสบกับคนบนเตียง  แววตาของทากะจริงจังมากกว่าครั้งไหน เขาแอบดีใจที่ไม่พบความหวาดกลัวในแววตาคู่นั้น


    เขารู้ว่ามันไม่ง่าย ไม่ใช่เรื่องปกติที่มนุษย์ทั่วไปจะรับได้  ถ้าทากะพูดขึ้นมาแบบนี้ก็คงเคยไตร่ตรองเรื่องของเขามาสักระยะ  จู่ๆถึงมั่นใจและตัดสินใจพูดออกมาตามตรง


    ใบหน้าคมนิ่งงัน  เขาหลุบสายตาลงต่ำ ลดมือเล็กที่แนบไว้ข้างแก้มมาวางไว้บนตัก


    อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด...มันอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้ เวลาที่ทากะควรได้รู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องของเขา


    คนตัวสูงขยับยิ้มบางยามที่เงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวเล็กอีกครั้ง


    “ดูเหมือนที่ผมคอยลบความทรงจำ มันจะเป็นเรื่องงี่เง่ามาตลอดสินะครับ” โทรุบีบมือเล็กแผ่วเบา เขาจ้องลึกลงไปในดวงตากลมสุกคู่นั้น


    คนตัวเล็กอ้าปากน้อยๆ เผลอกลั้นใจโดยไม่รู้ตัว


    ใช่จริงๆด้วยหมอนี่ลบความทรงจำเขามาตลอด ที่ผ่านมาล้วนเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เขาไม่ได้ฝันไป เขาไม่ได้คิดไปเองว่านั่นเป็นภาพหลอนจากความโดดเดี่ยวในส่วนลึกของตัวเอง


    ยามาชิตะ โทรุ ที่สองคนนั้นคอยแต่พูดถึง เขามีตัวตนอยู่จริงๆ 


    ถ้าอย่างนั้นละก็...


    ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า...

     

    ทากาฮิโระดึงมือออกจากอุ้งมืออุ่นช้าๆ ไม่ทันให้อีกฝ่ายไหวตัวทัน คนตัวบางดึงหมอนใบใหญ่ที่รองหลังของเขาไว้ออกมาช้าๆ  ใบหน้าหวานนิ่งสนิทไร้อารมณ์ ผิดกับดวงตากลมที่โชนแสงกล้ายามตวัดกลับมาหาอีกฝ่าย


    “นายเองสินะ...”พึมพำแค่นั้น ก่อนจะออกแรงฟาดอาวุธนุ่มนิ่มในมือใส่คนข้างเตียงไม่ยั้งเล่นเอาคนตัวสูงเบี่ยงซ้ายบ่ายขวาหลบเขาเป็นพัลวัน  


    การจู่โจมที่ไม่คาดคิด 


    การจู่โจมที่มาพร้อมคำบริพาธฟังไม่ได้ศัพท์จากคนป่วยบนเตียงนั่น


    “เจ้าแมววิตถาร  เจ้าผีไม่มีบ้าน เจ้าแมวโรคจิต แมวปลอม เออจะตัวอะไรก็ช่าง นายนี่.....นายนี่มันนี่แน่ะ โรคจิตชัดๆ ตายซะเถอะ นี่แน่ะๆๆๆ”


    หมอนใบใหญ่ฟาดอัดใส่คนตัวสูงไม่ยั้งและไม่มีท่าทีจะหยุดลงง่ายๆ  จนสุดท้ายโทรุต้องรีบยึดไว้เอง เขาไม่ได้เจ็บหรือปวดกับอาวุธในมือทากะสักนิด  แต่ที่ห่วงนะคืออีกฝ่ายต่างหาก  เพิ่งฟื้นไข้ขึ้นมาแท้ๆเดี๋ยวก็ได้ทรุดลงไปอีกพอดี    ถึงเขาจะพอเข้าใจว่าคนตัวเล็กเจ้าของห้องที่ซุกหัวนอนของเขาคงแค้นมากเอาการ


    “พอก่อนครับใจเย็นก่อน  ทากะไม่สบายอยู่นะ ไว้หายดีจะซ้อมผมยังไงก็ได้  ตอนนี้ต้องใจเย็นๆก่อนนะครับ”คนตัวสูงยึดหมอนสีขาวไว้ มองคนที่นั่งหอบสั่นหน้าผากผุดเหงื่อพรายอยู่นั่นอย่างนึกเป็นห่วง ไอร้อนโชยมาจากร่างอีกฝ่าย กับใบหน้าที่แดงขึ้นจากการออกแรงเกินตัว


    ทากะตาวาว พยายามจะยื้อเอาหมอนคืนแต่ก็สู้แรงอีกคนไม่ได้


    “ได้ไงเดี๋ยวนายก็ลบความทรงจำฉันอีกอยู่ดี  ต้องตอนนี้แหละ ตอนนี้เท่านั้น หึ้ย ปล่อยนะ ปล่อยเดะ

    โทรุส่ายหน้าแรงๆ รีบโดดไปนั่งข้างคนตัวเล็กจับมือยึดแขนอีกฝ่ายให้หันมาหา


    “ไม่แล้วล่ะครับ....ไม่มีเวลาแล้ว”เขาว่าเสียงเคร่งมองตรงไปในดวงตาอีกคน ทากะนิ่งไปเขาต้องตั้งสติหน่อยถึงแม้เรื่องที่ผ่านๆมาในอดีตมันจะน่าอาย แต่เรื่องที่หมอนี่แปลงร่างเป็นแมวได้ยังไงก็ควรจะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดตอนนี้


    ยามาชิตะ โทรุ ไม่ใช่มนุษย์แน่แท้ล้านเปอร์เซ็น !!!


    “นาย...หมายความว่าไง”


    “ผมไม่ใช่มนุษย์...ข้อนี้ทากะคงรู้ดี  แต่เหตุผลทั้งหมดผมคงบอกทากะตอนนี้ไม่ได้  แต่สักวันทากะจะรู้เอง”

    ประโยคที่ไม่ได้อธิบายอะไรให้อีกฝ่ายเข้าใจเพิ่มเลยเร่งให้คนตัวเล็กพ่นลมหายใจแรงๆใส่เขาหนักกว่าเดิม  ก่อนจะมองดุใส่มือหนาที่ถือวิสาสะเลื่อนมากุมจับมือเขาไว้ไม่ปล่อยนั่น


    โทรุยิ้มแห้งก่อนจะรีบโดดไปนั่งเก้าอี้ข้างเตียงแทน


    “ไม่กลัวหรอครับผมไม่ใช่มนุษย์นะ”


    ทากะกลอกตากับคำขู่นั่น


    “ก็ไม่ใช่คนแรกที่ฉันเห็นหรอก  นายแค่พิเศษหน่อยตรงที่มีร่างแมว แล้วก็...มีร่างเนื้อ”ท้ายประโยคจู่ๆแก้มขาวก็ร้อนวูบ


    ใช่สิ แถมเป็นร่างเนื้อวิตถารแบบนั้นด้วย คอยดูเถอะเขาจะให้หมอผีมาจัดการไปเข็ดหลาบ   ก่อนจับถ่วงน้ำขออัดให้หายแค้นสักหน่อยเหอะ


    โทรุยกยิ้มดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่

    “แต่ผมน่ะไม่ใช่ผีธรรมดาๆทั่วไปหรอกนะ  เท่ห์กว่านั้นเยอะเลย”

    คนบนเตียงเอียงคอมอง  ก่อนจะแสร้งตกใจ “ปีศาจ....นายเป็นปีศาจงั้นสิ"


    อ้วนส้มตัวโตอมยิ้มยามมองแววตากลมโตที่เบิกกว้างกว่าเดิมนั่น  แต่ก็พอเดาออกว่าเจ้าตัวไม่ได้กลัวจริงๆอย่างที่แสดงออกมาหรอก  นั่นทำให้เขายิ่งแปลกใจว่าทำไมทากะถึงได้ชินชากับเรื่องไม่ปกตินี่นักหรือเป็นเพราะที่เจ้าตัวบอกว่าเขาไม่ใช่คนแรกที่เคยเห็น


    “แล้วสรุปนาย...เป็นใครกันแน่?คนตัวเล็กถามเสียงเคร่งอีกครั้ง  โทรุถอนใจ หลุบดวงตาลงยามคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ความจริงที่เขาได้รับรู้ในวันนั้น



    “ผมน่ะ...”

     




    ****************************** 

     

     



    คนตัวสูงในชุดคลุมสีดำสนิทตัวยาวทั้งที่อยู่กลางฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น   หมวกปีกกว้างสีเดียวกันวางต่ำปิดบังใบหน้าคมให้ตกอยู่ในเงามืดครึ่งส่วน   เขาเปิดล็อกเก็ตทรงกลมที่ภายในบรรจุนาฬิกาแบบเข็มรุ่นโบราณตัวเลขทำจากอักษรโรมันสีดำตัดกับพื้นหลังบนกระดาษขาว



    ร่างนั้นพรูลมหายใจออก เบ้ปากอย่างขัดใจ โลกก้าวไปถึงศตวรรษไหนแล้ว ทำไมเขายังต้องพกอะไรเชยๆคร่ำครึแบบนี้อยู่อีกนะ 


    ความคิดที่หยุดพลันก่อนพลิกข้อมือซ้ายขึ้นยกนาฬิกาดิจิตอลสีดำสนิทที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของเขาออกมาแทน   นิ้วยาวไถเช็คตารางเวลารวมถึงกำหนดการแจ้งเตือนที่แม่นยำทุกวินาทีแล้วขยับยิ้มมุมปากน้อยๆ  


    แบบนี้สิถึงจะทันสมัยขึ้นมาหน่อย...

     

    ชายหนุ่มพินิจมองตัวเลขบนหน้าปัดก่อนจะนิ่งเงียบไป

     

    “ใกล้จะถึงเวลาแล้วล่ะมั้ง” เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเอง ปรับหมวกปีกกว้างให้เข้าที่ ค่อยๆถอนร่างที่พิงอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ออกช้าๆ  ดวงตาคมมองตรงไปยังถนนจอแจเบื้องหน้า  เสียงรถพยาบาลเปิดไซเรนขับผ่านด้วยความเร็วสูง  ฝั่งตรงข้ามเขาคือโรงพยาบาลกลางที่ใหญ่ที่สุดของเมือง   พอถูกย้ายให้มาคุมเขตนี้ งานเขาก็เข้าๆออกๆที่นี่เป็นว่าเล่นมาได้สักพัก

     

    สี่ห้าปีได้แล้วมั้ง....ตั้งแต่เจอหมอนั่นครั้งแรก

     

    มือขาวขยับหมวกปีกกว้างบนศีรษะอีกครั้ง  หย่อนมือเรียวหยิบไพ่กระดาษแผ่นบางออกจากอกเสื้อด้านขวา  ปกติไพ่พวกนี้จะถูกส่งล่วงหน้ามาก่อนกะเวลาไม่ได้แต่ก็นานพอควร  แต่มันจะหายไปแล้วปรากฏอีกทีเมื่อมีการคอนเฟิร์มครั้งสุดท้ายจากคนข้างบน...


    ชะตาชีวิตมนุษย์เปลี่ยนทุกวัน  เขาเองก็ไม่เคยมานั่งจำหรอกว่าไพ่เตือนของใครมาแล้วบ้าง  แค่ดูบันทึกรายสัปดาห์ลงละเอียดรายวันแล้วออกตามเก็บก็ค่อนข้างจะเพียงพอต่อการปฏิบัติงานของเขาแล้ว


    คิดมากไปก็เท่านั้นรีบๆทำงานแต่ละวันให้เสร็จแล้วไปนั่งรอ 'คนคนนั้น' ของเขาสนุกกว่า


     ไพ่ในกระเป๋าร้อนฉ่าเพิ่งจะถูกคอนเฟิร์มสดๆร้อนๆ  เขาต้องเตรียมตัวแล้วล่ะมั้ง อันที่จริงงานวันนี้ก็ไม่ได้เยอะแยะมากมายวันธรรมดาแบบนี้ในเขตของเขา อย่างมากตามเก็บแค่วันละรายสองรายก็ถือว่าเยอะแล้ว  ยกเว้นเสียแต่ช่วงเทศกาลนั่นล่ะ  ถึงจะยุ่งเป็นพิเศษหน่อย


     

    “โทรุ....อยู่นี่เอง”เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเพื่อนสนิทคนสำคัญและเพื่อนร่วมอาชีพ  คนที่จู่ๆก็โผล่ออกมาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเขาจำได้ว่าหมอนี่ก็มีงานวันนี้นี่นา  


    “อ้าว...งานเสร็จแล้วหรอ ไวจิงแฮะ”เขาเลิกคิ้วเอ่ยถาม


    คนมาใหม่เป็นชายหนุ่มร่างเพรียวสูงโปร่งความสูงไม่ต่างจากเขามากนัก  แต่ใบหน้าเป็นเอกลักษณ์แบบฉบับลูกครึ่งก็ทำให้ มาซาโตะ ฮายาคาวะเป็นที่นิยมในหมู่เพื่อนร่วมงานสาวๆของเขาอยู่ไม่น้อย  

     

    มาซาโตะไม่ตอบเขาในทันที ดวงตาเคร่งเครียดนั่นมองหน้าเขาผ่านแว่นทรงกลมสีใสที่เจ้าตัวใส่เพื่อแฟชั่นมากกว่าจะด้วยเรื่องสายตาจริงๆ  ก็นะคนอย่างพวกเขาจะมามีปัญหาเรื่องสายตาได้ยังไงกัน 


    ไม่ใช่มนุษย์ซะหน่อย

     

    เขายังจำได้ดีทั้งสีหน้าแววตา และน้ำเสียงจริงจังที่เจ้าตัว ใช้กับเขาในวันนั้น อย่างที่นานครั้งจะได้ยิน


    และเขา...ไม่ดีใจเลย

     


    หมอนั่นกำลังจะตาย..”

     

    โทรุมองเพื่อนตรงหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก  ด้วยรูปประโยคนี้มันเป็นข้อความปกติซะมากกว่าในหน้าที่การงานของพวกเขา  ถ้าบอกว่าหมอนั่นไม่ตายอันนี้สิเขาควรจะแปลกใจมากกว่าเพราะมันจะลดภาระงานคนถือเคียวแบบพวกเขาลงไปอีกหน่อย


    แต่เอาเข้าจริงหมอนั่น ที่เพื่อนรักของเขากำลังพูดถึง มันทำให้เขาหวาดกลัวสิ่งที่จะได้ยินต่อจากนี้มากกว่าเดิม  อย่างน้อยก็อีกเท่าตัว เขากำลังกลัวสิ่งที่ตัวเองคาดเดา

    มาซาโตะจับแขนเขาไว้แรงบีบส่งคลื่นความกดดันบางอย่างจนคนรอฟังเผลอกลั้นหายใจ


    “...เจ้าเด็กหนุ่มที่นายนั่งมองอยู่ทุกวันนั่นน่ะ หมอนั่นกำลังจะหมดอายุขัย...ไพ่ของเค้าถูกส่งมาเมื่อวาน”มาโซโตะเอ่ยช้าๆชัดๆ 


    บรรยากาศรอบตัวเงียบงันเหมือนอากาศหยุดนิ่งไปชั่วครู่ เขารู้...มาซาโตะเป็นคนอารมณ์ดี ชอบแกล้งกันอยู่เรื่อยแต่...คงไม่ใช่ครั้งนี้แน่ๆ ไม่ใช่เรื่องสำคัญของใครคนนั้น

     

    “ไม่จริงน่า ก็หมอนั่นน่ะ" โทรุพึมพำแผ่วเบา แววตาสับสน "ฉัน...ขอดูหน่อยได้ไหม ฉันคิดว่าอายุขัยของเขายาวกว่านี้นะเสียงที่เปล่งออกไปเหมือนไม่ใช่เสียงตัวเองนัก   ความรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งไขสันหลังนี่มันอะไรกัน เหมือนแสงสว่างในโลกทั้งใบกำลังดับวูบลง


    เขา...ไม่อยากยอมรับสิ่งที่ได้ยินนี้เท่าไหร่นัก


    มันต้องมีบางอย่างผิดพลาดแน่ๆ

     

    นายน่าจะรู้ดีตั้งแต่วันที่พบเด็กนั่นไม่ใช่หรอ  นายก็รู้นี่ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้  ตัวนายเองที่เป็นจุดเปลี่ยนของชะตาหมอนั่น   ทากะฮิโระจะต้องจากที่นี่ไป เขาต้องเปลี่ยนชาติภพใหม่ นายเองก็รู้นี่


    โทรุกำมือแน่นนั่นคือสิ่งที่เขากลัวมาตลอด  ไม่ใช่ว่าไม่เคยคิดถึงความเป็นไปได้ แต่เขาก็ไม่เคยยอมรับเขายังคงหลอกตัวเองว่าอย่างน้อยก็ไม่ใช่ด้วยอายุขัยเท่านี้ไม่ใช่ในเร็ววัน


    เขาเพิ่งจะเจอหมอนั่นไม่นานเองนะ

     

    โหดร้ายชะมัด หมอนั่นเพิ่งจะเริ่มใช้ชีวิตด้วยซ้ำ

     

    แต่นายก็เห็นนี่  ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตโดดเดี่ยวขนาดไหน ต้องดูแลตัวเองมาตลอด...ไม่แน่นะบางที ชาติหน้าเขาอาจดีกว่านี้หนุ่มลูกครึ่งเอ่ยปลอบเพื่อนสนิท  มือขาวแตะต้นแขนกำยำแล้วบีบเบาๆให้กำลังใจอีกฝ่าย

     

    ไม่ไหว...รอถึงภพหน้าไม่ได้หรอก  ตัวฉันใกล้หมดวาระเต็มทีนายก็รู้อยู่แก่ใจ  ถ้าหมอนั่นต้องเปลี่ยนภพไปเกิดตอนนี้  และตัวฉันเองก็ต้องไปเริ่มเดินทางใหม่  ฉัน...ฉันไม่มั่นใจเลยใบหน้าคมบิดเบี้ยวมันคือความเจ็บปวดข้างใน เจ็บปวดกับความจริงที่เลี่ยงไม่ได้


    มาซาโตะมองเพื่อนรักอย่างจนใจ เขาเข้าใจโทรุดีว่ากว่าที่จะพบปลายเส้นด้ายของตัวเองมันยากแค่ไหนกว่าด้ายแดงจะปรากฏมันยากเพียงใด  การที่เจอกันแล้วแต่ต้องจากกันมันคือความทรมานแสนสาหัสชนิดหนึ่ง

     

    เชื่อในพรหมลิขิตหน่อยสิ ด้ายแดงที่นิ้วก้อยนายน่ะชัดออกขนาดนั้นนะ

     

    มนุษย์มองเห็นรึไงกันเล่า แถมยังจำอะไรไม่ได้สักนิด  อีกอย่างโลกมนุษย์โหดร้ายขนาดไหนนายก็รู้ ลำพังเป็นแค่คนธรรมดา...ฉันจะดูแลเค้าได้ยังไงกัน

     

    นั่นมันขึ้นอยู่กับตัวนาย อย่าดูถูกพลังของมนุษย์หน่อยเลยโทรุ ยังไงซะไพ่ก็ถูกส่งมาแล้ว เด็กนั่นไม่มีทางเจอเนื้อคู่แน่ๆ เพราะนายนั่งอยู่นี่ไง แถมยังเป็นยมทูตจะไปอยู่ด้วยกันได้ยังไง


    คนตัวสูงเงียบไปคล้ายจะยอมรับความจริงอยู่ในที ทว่าเวลาต่อมาดวงตาคมกลับโชนแสงกล้าอย่างคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

     

    ได้สิ....ต้องมีทาง จำวันแรกที่เรารับตำแหน่งได้มั้ย ข้อร่างในสัญญานั่น

     

    คำขอหนึ่งประการน่ะหรือ นายควรเก็บไว้ใช้ก่อนเริ่มต้นเดินทางนะ มาซาโตะจับไหล่เขา สีหน้าเคร่งกว่าเดิม  เขาชักกลัวในสิ่งที่เพื่อนสนิทกำลังคิด หมอนี่นะมุทะลุบ้าบิ่นในบางที แต่เขาไม่อยากให้เป็นครั้งนี้เลย  เพราะถ้าตัดสิจใจแล้วล่ะก็  มันจะถอยหลังกลับไม่ได้หรอกนะ

     

    ไม่...ไม่จำเป็นหรอก ฉันอยากใช้มันเลย ใช้ในชาตินี้ ใช้มันกับเค้า โทรุว่าเสียงต่ำดวงตาสีดำโชนแสงเปล่งประกายมุ่งมั่นจริงจัง  เขาไม่มีทางเลือกมากนักหรอกไม่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่อะไรทั้งสิ้น ตอนนี้น่ะดีที่สุดแล้ว


     มาซาโตะมองแววตาเพื่อนรักแล้วได้แต่ถอนใจ


    ฉันเตือนนายแล้วนะ แต่นายรู้เงื่อนไขมันใช่มั้ย ถ้าภายในเวลาที่กำหนด นายไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์  หมอนั่นจะตายอยู่ดี คำขอที่นายยอมสละจะไร้ค่าทันทีเลยนะ” มาซาโตะเอ่ยย้ำ พยายามดึงสติเพื่อนรักให้มากที่สุด แน่นอนว่าตอนนี้เขาอาจพูดได้ แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งที่เขาตกอยู่ในสภาพเดียวกับโทรุ  ทางที่เลือกก็คงไม่ต่างกันนัก


    ฉันอยากลอง... อยากพยายามดูก่อนโทรุว่าเสียงเบาดวงตาจ้องลึกไปในอากาศข้างหน้า  ถึงตอนนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเขาเองน่ะเพื่อหมอนั่นแล้วไม่ว่ายังไงก็ต้องช่วยเขาเอาไว้ให้ได้  ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม


    แม้ต้องแลกด้วยทุกสิ่งที่เขามีที่เขาเป็น....เขาก็ยินดี


    รอก่อนนะ...ทากะฮิโระ


    ตามใจ ฉันจะทำเรื่องยื่นฝ่ายบุคคลให้เพื่อนสนิทเอ่ยในที่สุด


    ขอบใจนายมากนะ....มาซาโตะ คงมีแต่นายที่ตามฉันไปทุกชาติ ถ้าไม่ติดว่ามีทากะล่ะก็...ฉันคงอยากจะลองมองนายดูบ้างคนตัวสูงว่าพลางกลั้วหัวเราะ ในฐานะยมฑูตที่ทำงานร่วมกันมายี่สิบปีจนสามารถย้อนดูอดีตของตัวเองได้ เขาถึงพบว่าไม่ว่าตอนไหนเมื่อไหร่เจ้าลูกครึ่งนี่ก็อยู่กับเขามาโดยตลอดจริงๆ


    ทะลึ่ง !! ไม่เอาโว้ย ฉันไม่ได้ขอให้ตัวเองเกิดมาเป็นเนื้อคู่นายซะหน่อย ฉันแค่ขอให้ตัวเองได้เป็นเพื่อนกับนายทุกชาติต่างหาก  คำขอของฉันน่ะไม่ว่าจะตอนไหนเมื่อไหร่มันก็ถูกขอแบบนี้มาตลอดรู้ไว้ซะด้วยเจ้าของใบหน้าคมเอ่ยจริงจังหนักแน่น  โทรุมองเพื่อนสนิทอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเองนัก


    มาซาโตะ...”

     

    ไม่ต้องมาซึ้งเว้ย แล้วจะเอาไง จะไปวันนี้เลยรึเปล่า ให้ตายเถอะถ้าขอพักงานให้นายได้จริงแปลว่าฉันต้องคุมสองเขตแทนสินะเนี่ย นี่มันเอาเปรียบกันชัดๆ” 


    มาซาโตะบ่นเป็นหมีกินผึ้งทั้งที่จริงๆแล้วเขารู้สึกใจหายต่างหาก แต่เขาเองก็เข้าใจโทรุดี เพื่อนของเขารอคอยด้ายแดงมาตลอด ไม่รู้กี่ชาติกันแล้วที่ด้ายแดงไม่เคยปรากฏ คลาดกันทุกครั้งไปจนกระทั่งตอนนี้ที่โทรุหาอีกฝ่ายจนเจอ  แต่ดันต้องมาตกอยู่ในสภาพคนละภพกันอีก ทั้งๆที่อยู่ห่างแค่เพียงเอื้อมมือเท่านั้นเอง

     

    “แต่ก็นะ...ขอกอดหน่อยสิ”ยมฑูตลูกครึ่งเอ่ยขึ้นดื้อๆ  เงยหน้าขึ้นมองอีกคนที่เบิกตามองเขา 

    ความรู้สึกของหมาที่ถูกเอาไปทิ้งวัดเป็นแบบนี้รึเปล่านะ เหงาหน่อยๆแฮะ 


    โทรุยิ้มบางส่ายหน้าเอือมระอา เจ้าบ้า...”  ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เขาก็อ้าแขนรับคนที่เดินเข้ามากอดด้วยความเต็มใจ   มาซาโตะตบหลังเพื่อนสนิทเบาๆ กระชับกอดอีกฝ่ายแน่น



    โชคดีนะโทรุ มีความสุขมากๆล่ะ

     


     

     ****************************

     


    “ผมน่ะ...เป็นยมทูตนะทากะ”


    แสงสว่างวาบหมือนมีฟ้าผ่าอยู่ข้างนอก  ห้องเล็กเงียบกริบ ต่างฝ่ายต่างกลั้นหายใจเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง  มันเงียบจนได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของกระแสลมที่กระทบบานหน้าต่าง 


    ความรู้สึกเยือกเย็นแต่สงบนิ่งที่ทากะสัมผัสเป็นครั้งแรกในชีวิต


    มันอยู่ใกล้แค่เอื้อม


    “เป็นตัวลือกที่ฉันไม่เคยคิดถึงเลยด้วยซ้ำ”ทากะหลุบเปลือกตาลงต่ำ  เกินคาดเดาไปมากจริงๆนั่นล่ะ 


    ให้เป็นภูติผีไม่มีศาลยังจะดีซะกว่า ถ้าเป็นพวกผีปกติหรืออะไรก็ช่าง อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ยมฑูตมันจะฟังดูน่าตกใจน้อยกว่านี้  เพราะพวกนั้นยังไงมันจะดูไม่เกี่ยวข้องกับเขาโดยตรงสักเท่าไหร่เลย  แต่เพราะสิ่งที่โทรุเป็นนี่สินั่นพอจะทำให้เขาเดาบางสิ่งต่อไปได้ทันที


    สิ่งที่สุดท้ายแล้ววันนึงก็ต้องมาถึงนั่น


    “เมื่อไหร่...นาย...รู้กำหนดแล้วใช่รึเปล่า”คนตัวเล็กว่าเสียงเบา เงยหน้าส่งยิ้มบางที่ฝืดฝืนเต็มทีให้กับเขา โทรุพยักหน้ารับเบาๆสีหน้าหมอลงชัดเจน  เขาเลื่อนไปจับมือเล็กที่สั่นน้อยๆนั่น แม้เจ้าตัวจะนิ่งมากเกินกว่าที่เขาคิดก็ตาม


    “ทากะ...”ยมฑูตหนุ่มในชุดขาวมองคนตัวเล็กอย่างเป็นกังวลเหมือนทากะจะเข้าใจอะไรง่ายกว่าที่เขาคิด แต่นั่นไม่ได้ทำให้อะไรมันเปลี่ยนไปเลย


     คนตัวเล็กเหม่อมองปลายเท้าเด็กหนุ่มเหมือนคนกำลังไตร่ตรองอะไรบางอย่าง และไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้กับเขาแล้ว


    “ทากะ...ฟังผมนะ”เขาพูดได้แค่นั้น คนตัวเล็กกว่าก็โถมตัวเข้ากอดเขาแน่น ร่างนั้นสั่นน้อยๆแต่ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น


    กลัวสินะ....แน่ล่ะใครๆก็ต้องกลัวอยู่แล้วเพราะที่กำลังพูดถึงมันคือความตายนี่ เรื่องจริงที่มนุษย์มองว่าไกลตัวที่สุดทั้งที่มันใกล้แค่นี้เอง


    คนตัวสูงลูบแผ่นหลังเล็กขึ้นลงช้าๆโยกตัวไปมาหวังให้อีกฝ่ายคลายความกังวลลง

    “ไม่เป็นไรครับไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่นี่ไง อ้วนส้มของทากะ อย่ากังวลเลย  ผมสัญญาว่าทากะจะไม่เป็นอะไร  ไม่ใช่เร็วๆนี้หรอกนะครับ”


    มือเล็กกำชายเสื้อของเขาแน่นโทรุยังคงกอดคนตัวเล็กไม่ปล่อย เขานั่งอยู่แบบนั้นไม่รู้ว่านานแค่ไหน แต่ก็นานพอให้อีกฝ่ายได้สติละมั้ง


    คนตัวเล็กผละออกช้าๆปาดหน้าปาดตาป้อยๆ ก่อนเงยหน้ามองเขา


    โทรุพูดถูกไม่ใช่เดี๋ยวนี้ซะหน่อย ทุกคนยังไงสุดท้ายก็ต้องตายอยู่แล้ว ต้องอยู่กับปัจจุบันสิพอถึงตอนนั้นเขาจะมานั่งเสียดายอะไรอีกมากมายที่ไม่ได้ทำได้ยังไงกัน


    จริงๆต้องบอกว่าเขาเองคงจะโชคดีด้วยซ้ำละมั้ง จะมีมนุษย์สักที่คนกันที่มียมฑูตมาเตือนด้วยตนเองขนาดนี้ 


    แถมยังเป็น....


    ดวงตากลมตวัดมองเขาอีกหน


    “นายน่ะ...คืนนี้นอนนอกห้องไปเลยนะ  ฉันไม่ไว้ใจยมฑูตวิตถารแบบนายแล้ว”


    คนที่จู่ๆก็ถูกไล่ออกจากห้องได้แต่อ้าปากค้างโทรุรีบเปลี่ยนร่างเป็นแมวตัวกลมแล้วตีหน้าเส้าเล่าความเท็จเข้าไปออดอ้อน   อ้วนส้มใช้หัวฟูกลมของตัวเองซุกไปตามแนวเอวอีกฝ่าย  ทากะหัวเราะออกมาในที่สุด  มือขาวกึ่งดันกึ่งจับเจ้าแมวตัวใหญ่ออกไปจากตักนิ่มของตัวเอง


    “หนอย...คิดว่าเปลี่ยนเป็นร่างนี้แล้วฉันจะใจอ่อนหรอ  ไม่มีทาง ไม่ยอมเด็ดขาด”เขาส่งเสียงหึในลำคอ กอดอกมองแมวตัวไม่น้อยด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว


    โทรุคอตกเปลี่ยนเป็นร่างเดิมแล้วเดินออกจากห้องไปในที่สุด


    แต่ทากะก็คือทากะ


    ปลายด้ายแดงอีกด้านของเขา...

     

     เพราะถึงเจ้าตัวจะเอ่ยปากเนรเทศเขาไปแบบนั้นแต่สุดท้ายตกดึก  ตอนที่เขากำลังขดตัวสั่นสะท้านอยู่ในเบาะนอนสีแดง ที่เจ้าตัวใจดีเหวี่ยงตามออกมาให้ 

    คนตัวเล็กกลับเป็นฝ่ายออกมาอุ้มเขากลับเข้าไปในห้องอยู่ดีนั่นล่ะ  


    แหมโชคดีนะที่ใช้ร่างอ้วนส้มนอนขอความเห็นใจอยู่ข้างนอก ถ้าเขาคิดจริงจังตามคำพูดนั้นคงหนีไปหาเจ้าเดฟตามเคยแล้ว ดีนะที่เฉลียวใจไว้ก่อน

     

    - มาซาโตะ ดูเหมือนว่านายจะกังวลเกินไปนั่นล่ะ  ก็นะ...คำขอของฉันคงไม่เปล่าประโยชน์แล้วล่ะ -

     

    ยามาชิตะ โทรุยิ้มบาง ได้กลับมานอนซุกใต้ผ้าห่มอุ่นเบียดร่างนุ่มนิ่มแบบนี้ จะใช้ร่างแมวก็คงเสียดายแย่ เขาไม่ผิดนะคนอุ้มเขาพากลับเข้ามาก็คือเจ้าตัวเองต่างหากล่ะ


     

    เนอะ  : )

     

     

     ----------------------------------------------------------------------

     

    ชี้แจง : เรื่องชุดของโทรุสมัยที่ยังทำงานเป็นยมฑูตก็คือจะใส่ชุดคลุมตัวยาวสีดำสนิท อ้างอิงภาพจำจากลุงยมในเรื่องก็อบลินก็จะเห็นภาพชัดเจนหน่อยชุดอารมณ์แบบดงวุคงั้นเลยทุกครั้งที่สวมหมวกปีกกว้างจะไม่มีมนุษย์สามารถมองเห็นได้ เหมือนหายตัวได้ทันทีนั่นล่ะแต่มนุษย์จะมองเห็นได้ปกติหลังจากถอดหมวกออกใช้เป็นกฏแบบเดียวกัน


    หลังจากขอใช้กฏหนึ่งประการซึ่งถือเป็นสวัสดิการของยมฑูตทุกคน ส่วนใหญ่ยมฑูตที่ถึงเวลาปลดเกษียณจะใช้เพื่อขอไปเกิดในชาติภพที่ดีเป็นคนมีชื่อเสียง มีฐานะบลาๆ แล้วแต่คือถ้าขอเรื่องการไปเกิดใหม่ยังไงก็ผ่านหมดแล้วมันก็มีประโยชน์กับตัวเองสุดด้วยแต่ก็สามารถขออย่างอื่นได้เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าทางสภาสูงเขาจะอนุมัติไหม


    ของโทรุเองก็มีข้อจำกัดอยู่นั่นล่ะถือว่าขอพรไปแล้วแต่เงื่อนไขที่ขอเพื่อต่ออายุทากะยังไงก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนขึ้นมาด้วยไว้บอกในเนื้อหาต่อๆไป


    ตอนหลังที่โทรุออกมาเป็นอ้วนส้มแล้วทุกครั้งจะใส่ชุดสีขาวตลอดเวลาเป็นชุดลำลองของยมฑูตสำหรับคนที่ใกล้จะออกเดินทาง(หมายถึงไปเกิดใหม่)หรือปลดระวางหน้าที่ชั่วคราว ทั้งนี้ทั้งนั้นยมฑูตมีเวทมนตร์สามารถหายตัวได้ใช้เวทมนตร์พื้นฐานอื่นๆได้ตามแต่อายุงาน ยิ่งทำมาหลายปีก็จะยิ่งมีพลังสูง อย่างโทรุคืออยู่ในตำแหน่งมายี่สิบกว่าปีแล้วเท่ากับอายุทากะตอนนี้(22)



    *****************************************

    ขอความร่วมมือสำหรับคอมเม้นท์จากนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน งดสปอยล์เนื้อหาสำคัญลงในทวิตภพเด้อค่า ด้วยรักจากชายคนหนึ่ง
    (เหมือนหลายคนซีจนไม่กล้าหวีด ก็คือเม้นได้ปกติ  หวีดได้ แค่อย่าหลุดเฉลยพระเอกแค่นั้นค่ะ 5555555555555555555555) 

    โนชเอง ;  )
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in