อ้วนส้มnillzeronoun
First meet
  • ‘เจ้าฉ้ม’


    ช่วงนี้เขาเห็น หมอนั่นมาป้วนเปี้ยนแถวที่พักอยู่สักสองอาทิตย์ได้ละ 


    เห็นครั้งแรกก็สะดุดตาทันที แมวอะไรทำไมตัวใหญ่สีส้มตัวอ้วนกลมขนฟูแถมยังดูสะอาดสะอ้าน  วันๆไม่เห็นทำอะไร นอกจากนั่งเหม่อ นอนนิ่งมองไปแถวต้นไม้ข้างๆห้องเขา


    แถวนี้ติดสวนสาธารณะ  ต้นไม้เยอะ อากาศดี เจ้าแมวนี่ก็น่ารักจนไม่เหมือนแมวจร แต่ก็ไม่มีปลอกคออยู่ดีละนะ


    หลงทางมาหรอ… ?


    เป็นไปได้ว่าพลัดหลงกับเจ้าของ ไม่ค่อยอยากคิดว่าถูกทิ้งเท่าไหร่ เขาค่อนข้างอ่อนไหวกับคำนี้อยู่ก่อนแล้วน่ะ


    เขาไม่ชอบแมวนัก อันที่จริงไม่เคยเลี้ยงสัตว์ อพาร์ทเม้นท์เขายิ่งแล้วใหญ่ไม่อนุญาตโดยเด็ดขาด เขาไม่เคยแม้แต่จะเสียเวลามองกฏข้อนี้เลยสักนิด


    ทำไมน่ะหรอ...

    คงเพราะตัวคนเดียวแบบเขาไม่คิดจะเอาคนหรืออะไรมาเป็นภาระให้ยุ่งยากมากความอยู่แล้วละมั้ง

     

    วันนี้ก็เหมือนเดิมเจ้านั่นนอนนิ่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม มุมเดิม ไม่เบื่อบ้างรึไงนะ คงจะชอบล่ะมั้ง สงบสุขดีไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกะใคร

     

    แต่….มันไม่เหงาบ้างหรอ

     

    ฝนทำท่าจะตกแล้ว….

     

    เขาควรขึ้นไปเก็บผ้าที่ระเบียงก่อน ช่วงนี้พายุเข้าบ่อยทางที่ดีไม่ควรออกมาเดินเล่นโดยไม่เช็คสภาพอากาศ

    เมฆครึ้มก่อตัวหนาเป็นกำแพงใกล้เข้ามา วันนี้ฝนท่าจะตกหนักซะแล้ว

     

    คนตัวเล็กเหลือบมองเจ้าแมวส้มหน้าง่วงนั่นอีกหน มันลืมตาปรือๆขึ้นมาจ้องหน้าเขา จ้องอยู่นาน ก่อนจะหันกลับไปซุกหัวนอนตามเดิม เหมือนก็แค่มนุษย์คนนึง เหมือนไม่สนใจแล้ว

     

    ไม่รู้ทำไมจู่ๆเขาถึงหงุดหงิด เพราะถูกเมินหรอ แค่แมวจรจัดเมินเนี่ยนะ บ้าจิง

     

    ทำไมต้องไปใส่ใจกัน ช่างหัวมันสิ

     

    เขาส่ายหัวไล่ความคิดตัวเอง แล้วหมุนตัวเดินเข้าอพาร์ทเม้นท์ไป กดลิฟต์ชั้นห้าทันที พายุมาแบบนี้อยู่ในห้องตัวเองน่ะปลอดภัยที่สุดแล้ว

     

     

    ฝนตกหนักจัง

     

    ตกหนักมากๆเลย

     

     

    ตกมาจะสองชัวโมงอยู่แล้ว เขาชะโงกตัวไปที่หน้าต่าง น้ำบนถนนข้างหน้าอพาร์ทเม้นเจิ่งนอง ระบายลงท่อไม่ทัน

     

    อีกฝั่งคือสวนสาธารณะที่ติดกับห้องเขา ไม่รู้ทำไมสายตาถึงเหลือบไปที่เก้าอี้ตัวนั้น

     

    มันยังอยู่ที่เดิม ยังนอนอยู่ตรงนั้น….

     

    เจ้าบ้าเอ้ย อยากเป็นหวัดตายละมั้งเขาพึมพำ หงุดหงิดหนักกว่าเดิม หนักกว่าตอนโดนเจ้านั่นเมินใส่ซะอีก

     

    เขายืนจ้องอยู่นาน ห้านาที สิบนาที แต่ไม่ขยับ…. เจ้าอ้วนส้มนั่นไม่ขยับ คงจะนอนแบบนั้นมาสองชั่วโมงแล้ว มากกว่าสองชั่วโมงละมั้งก็ตั้งแต่ก่อนฝนตกก็อยู่ตรงนั้นนี่

     

    หงุดหงิด น่าหงุดหงิดชะมัด ทำไมไม่ยอมขยับเลยวะเขาพึมพำออกมาไม่รู้เลยว่ายืนมองเจ้าหน้าขนนั่นมานานขนาดไหนแล้ว

     

    แล้วทำไมฉันต้องมาห่วงมันด้วยเล่า ช่างหัวสิ ก็แค่แมวตัวนึงนี่

     

    เขารูดม่านปิดแรงๆ ปรับแอร์ให้ไม่เย็นจนเกินไป โดดขึ้นเตียงพยายามข่มตาหลับ


    แปะ


    แปะ


    แปะ


    แปะ


    เม็ดฝนหนาปะทะหน้าต่างบานกระจกดูจะแรงขึ้นเรื่อยๆหนักกว่าก่อนหน้านี้ซะอีก


    หยุดตกสักทีเถอะน่า จะตกไปถึงไหนกันเขาพลิกตัวนอนคว่ำเอาหมอนสีขาวใบใหญ่อีกใบทับบนหัวไว้ แต่เสียงข้างนอกก็ยังลอดเข้ามาได้อยู่ดี


    คนเจ้าอารมณ์ เหวี่ยงหมอน สะบัดผ้านวมออกจากตัว ก่อนจะเดินตรงไปยังตู้เก็บรองเท้าหน้าห้อง

    เขาคว้าร่มที่เสียบอยู่ในช่องเก็บออกมา

    .

    แปะ


    แปะ


    แปะ



    .

    จู่ๆเม็ดฝนที่เคยสาดใส่ตัวเขารุนแรงก็หายไป เจ้าตัวเปิดเปลือกตาหนักอึ้งอ่อนล้า ขึ้นอย่างยากลำบาก ข้างหน้าคือท่อนขาเล็กที่รุงรังไปด้วยขนหน้าแข้ง เป็นท่อนขาที่คุ้น ก็เขามองมันอยู่ทุกวันนี่


    คนที่ชอบแกล้งทำถุงใส่อาหารแมวตกแถวนี้ ตกแตกเสียด้วย ชอบมาทำตกวันละสองเวลาทุกเช้าทุกเย็น


    คิดว่าเขาจำไม่ได้ล่ะสิ….


    แล้วอะไรดลใจให้มายืนกางร่มให้เขากันล่ะ


    สงสารเขาแล้วล่ะสิ


    เมี๊ยว


    เขาส่งเสียงร้องอ่อนๆ ไม่ดังแต่ก็ไม่เบานัก ก่อนจะปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง


    เขาได้ยินคนตัวเล็กนั่นถอนใจแรงๆ จากที่มองแวบนึงเมื่อครู่ ดูเจ้าตัวจะหงุดหงิดมาก คงหงุดหงิดที่พาตัวเองมาอยู่ตรงนี้มาใส่ใจเขา คงจะไม่เข้าใจตัวเองล่ะสิ


    เพราะแบบนี้ไงเขาถึงต้องมานอนตากฝนอยู่สองชั่วโมง


    รู้ตัวสักทีสิว่าเป็นคนใจดีคนนึง


    ร่มนี่ไม่แพง ฉันมีเงินซื้อใหม่อีกเยอะ จะบริจาคให้แกคันนึงละกันเสียงใสๆนั่นว่า เจ้าตัวกางร่มคันเล็กที่ถือติดมือมาด้วยก่อนจะแทนที่ร่มของตัวเองแล้ววางกันฝนให้เขา


    ใจดีจริงๆด้วยสินะ….


    แต่ถ้ามันถูกเก็บไปทิ้ง แล้ววันหลังฝนตกแบบนี้อีก ถ้าแกยังโง่มานอนที่นี่ ฉันจะไม่สงสารแล้วนะ


    เขาอยากจะหัวเราะออกมาซะจริงๆ….


    มนุษย์ตัวเล็กหมุนตัวจากไป จังหวะนั้นเขาโดดลงจากเก้าอี้เข้าไปคลอเคลียอยู่แถวข้อเท้าเล็กๆนั่น เจ้าของร่างผงะไปเล็กน้อยแต่ไม่ได้สะบัดตัวออก หัวสีส้มเปียกชุ่มถึงได้ซุกลงบนรองเท้าแตะของเขา


    ออกไปฉันไม่ชอบแมวเจ้าหนุ่มนั่นว่าเสียงเคร่ง แต่แมวก็คงฟังภาษามนุษย์ไม่ออกอยู่ดี เพราะมันไม่ยอมขยับไปไหน


    เขาได้แต่ถอนใจ ไม่รู้จะทำยังไง เจ้านั่นทิ้งตัวลงนอนทับบนเท้าเขาเหมือนจะทอดสมอ ฝนก็ยังตกหนัก

    ที่ถ่อลงมายืนเปียกอยู่นี่ก็เพราะมันไม่ใช่รึไง

     

    เจ้าหนุ่มจำใจก้มลงไปแบกเจ้าแมวอ้วนนี่ขึ้นมา เหมือนเห็นแววตามันเปล่งประกายแปลกๆ

     

    เอาน่ะพาไปหลบฝนแค่นั้นเดี๋ยวจะเอามาปล่อยข้างล่างแปปเดียวไม่เป็นไรหรอก

     

    เขาบอกตัวเอง ออกเดินเร็วพลางมองซ้ายขวาก่อนจะรูดคีย์การ์ดเข้าอพาร์ทเม้น กดลิฟท์ขึ้นไปชั้นห้า

     

    เขาวางเจ้าแมวส้มบนพื้นห้อง ก่อนจะโยนผ้าขนหนูที่ไม่ใช้แล้วไปบนตัวมัน


    จัดการเอาเองว่าแค่นั้นก่อนเจ้าตัวจะคว้าผ้าขนหนูสีขาวที่ยังมีกลิ่นแดดอ่อนๆเจือจางอยู่ในนั้น แล้วเดินหายเข้าห้องน้ำไป

     

    แมวอ้วนส้มสะบัดตัวไล่หยดน้ำบนร่างก่อนจะโดดขึ้นเตียงนิ่มกลางห้อง

     

    เสียงฝักบัวดังขึ้นแล้วถูกปิดลงอึดในถัดมา บานประตูกระจกห้องน้ำถูกเลื่อนเปิดออกพร้อมกับร่างที่สวมผ้าขนหนูครึ่งท่อนเดินออกมา

     

    เพื่อที่จะพบว่ามีผู้ชายตัวใหญ่ผมสีบลอนด์ทองเปียกโชก นั่งเปลือยครึ่งท่อนโชว์แผ่นหลังขาวอยู่บนเตียงเขา

    .

    .

    .

    .

    สวัสดีทากาฮิโระ เจอกันซักทีนะ

     .

    .

    .

    .

    หมอนั่น คือเจ้าอ้วนส้มจริงๆหรอ


    บ้า……แมวจะแปลงร่างเป็นคนได้ไง เขาต้องตาฝาดแน่ๆ


    ทากาฮิโระขยี้ตาหนักๆ ปิดตาแน่นๆแล้วลืมตาขึ้นใหม่


    หายไปแล้ว !!!


    เจ้าหมอนั่นหายไปแล้ว มีแต่แมวอ้วนส้มตัวเปียกนอนเลียพุงอยู่บนเตียงเขา


    ง๊าวว….


    เจ้านั่นร้องเบาๆ จัดการเลียแข้งเลียขาอาบน้ำตัวเองต่อ


    เขาอ้าปากค้าง ตาฝาดไปถึงไหนกัน เขาจะจินตนาการเป็นตุเป็นตะได้ขนาดนั้นเชียว หรือว่า


    แมวผี….แกเป็นแมวผีเรอะ



    ง๊าวววว



    เจ้าตัวนั่นหง่าวอีกหน ชม้อยชม้ายชายตามองเขา พลางแถกดิ้นไปบนเตียงราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของ


    เขาคงคิดมากไปเอง


    จะมีแมวที่ไหนแปลงร่างเป็นคนได้ ช่วงนี้เขาคงอดนอนจนเบลอ


    คนตัวเล็กส่ายหน้า ปลดผ้าขนหนูที่คาดเอวออกแล้วโยนลงตะกร้า เนื้อตัวร่อนจ้อน


    มองอะไร ตัวผู้เหมือนกัน อย่าทำตกใจไปหน่อยน่าเขาว่าดุๆ เดินไปค้น เสื้อผ้าในตู้ ได้เป็นเสื้อกล้ามสีขาวตัวโคร่ง กับกางเกงบอลสีดำขากว้าง


    เขาสวมมันก่อนเดินไปหยุดเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง



    ออกไปนี่เตียงฉัน แกไปนอนนู่น บนกองผ้าเช็ดตัวที่โยนให้ไว้นั่น ลงไปเลย



    เขาว่าเสียงดัง แต่เจ้าอ้วนส้มไม่ฟัง แถมยังบิดขี้เกียจแล้วกลิ้งตัวไปอีกฝั่งของเตียงหน้าตาเฉย ยังไม่วายชำเลืองมองเขาประมาณว่าแบ่งเตียงให้ละนะเจ้ามนุษย์


    ดู๋ดูมัน กำเริบเสิบสานได้ขนาดนี้


    ไม่ต้องเบ่ง ยังไงพรุ่งนี้แกก็ต้องไสหัวไป ที่นี่ห้ามเลี้ยงสัตว์


    เขาว่า เดินไปเปิดโคมไฟหัวเตียง ก่อนจะกดปิดไฟกลางห้อง    


    เกือบสี่ทุ่มแล้ว พรุ่งนี้ต้องเข้ามหาลัยแต่เช้า เขาไม่ควรนอนดึกเกินไป


    คนตัวเล็กสอดตัวเข้าไปในผ้านวมนิ่ม กดปิดไฟหัวเตียงแล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว




    ในความสลึมสลือ คล้ายมีก้อนนิ่มเบียดชิดเข้ามาแถวช่วงหลังค่อนไปทางเอวเขา ก้อนนิ่มที่อบอุ่นอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะแปรเป็นท่อนแขนกำยำที่ขยับโอบรัดอยู่บนร่างเขา



     

    ทากะฮิโระขยับตัวยุกยิก พลิกอีกด้านเขาหาไออุ่นนั่น แต่ก็ยังไม่ได้สติ


    ความรู้สึกอุ่นวาบแนบลงบนริมฝีปาก เลื่อนไปที่ข้างแก้ม ไล้ไปหยุดที่หน้าผาก  สัมผัสละมุนที่ชวนให้รู้สึกดีจนเผลอยิ้มออกมา


    ในห้วงภวังค์เขากำลังฝันว่ามีคนตัวใหญ่นอนกอดเขาอยู่ คนที่ละม้ายคล้ายเจ้าอ้วนส้มที่เขาเห็นมันเป็นคนตอนนั้น


    ทั้งๆที่เป็นผู้ชายเหมือนกันแต่เขากลับไม่รู้สึกว่าแปลกอะไรที่ถูกหมอนี่กอดไว้


    เป็นความรู้สึกอุ่นๆในอกด้วยซ้ำ มันอบอุ่นจนต้องยกแขนขึ้นกอดตอบไม่อยากตื่นขึ้นมา


    จมูกร้อนๆไซร้ลงบนซอกคอเขากับสัมผัสอุ่นชื้น 


    เจ้านั่นเลีย….คงกำลังเลียเขา


    เหมือนแมวชะมัด....


    เขาต้องเพลียมากแน่ๆ จนจับนู่นนี่มาผสมเป็นความฝันพิสดารขนาดนี้


    มือสากสอดเข้ามาในเสื้อกล้ามตัวใหญ่ แถมยังไล้ไปตามแผ่นหลังเล็ก แล้วหยุดแค่นั้น เพียงเหนี่ยวรั้งเขาไว้ในอ้อมกอด


    ขณะที่มือเล็กเลื้อยไปตามอกแกร่งที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ก่อนจะหยุดวางทาบไว้ แล้วซบใบหน้าลงตาม


    เด็กหนุ่มครางฮือ ประหนึ่งพบที่ที่สบายที่สุดสำหรับตัวเองแล้ว


    เขาขยับยิ้มหวาน


    ทว่ามือเล็กอีกข้างเริ่มเลื้อยลงต่ำ เกือบจะพ้นท้องน้อยเขาไปแล้ว ถ้ามือหนาไม่ประกบจับไว้ก่อน


    ใจร้อนจังนะหนุ่มน้อยเสียงทุ้มชัดเหมือนไม่ใช่ความฝันดังอยู่เหนือศรีษะ


    แมวส้มยิ้มเจ้าเล่ห์


    เหยื่อติดกับเขาแล้ว….

     

      



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in