ซีรีส์และภาพยนตร์ที่ฉันดูจำปา
[review] ภาพยนตร์ที่ฉันดู : Better days #少年的你/ (2019-2020)
  • #少年的你 #Betterdays (2019-2020) 

    *สปอยล์รึเปล่าไม่รู้ แต่เล่าทั้งเรื่องแน่นอน เพราะอยากฉอดมาก*
    บรรยากาศหม่นๆ ภาพสีฟ้าชวนอารมณ์ให้จมดิ่ง



    เฉินเหนียนเป็นเด็กสงวนคำพูด เพราะบรรยากาศก่อนสอบเกาเข่าด้วย คนทั้งประเทศรวมทั้งโรงเรียนเหมือนสนใจจุดเดียว คือเด็กต้องทบทวนหนังสือให้หนัก เพื่อเตรียมสอบ ซึ่งการสอบเกาเข่ามันเหมือน ‘โอกาส’ ของคนปากกัดตีนถีบ อย่างที่เสี่ยวเป่ยพูดกับเพื่อนแก๊งนักเลงว่า 'คนที่เรียนจบป.ตรีนี่มันได้เงินเดือนขนาดไหน' พอบอก3-4พันหยวน เสี่ยวเป่ยก็ตะลึง เงินมันได้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอวะ 


    ชีวิตคนชั้นล่างที่หาเงินได้มากสุดก็400-500 ได้เห็นคำว่าเป็นพัน มันก็เหมือนประตูสู่ชีวิตที่ดีขึ้น ถึงจะไม่ได้อยู่สบาย แต่ถ้าไอ้เงินตรงนี้มันทำให้ขีวิตดีกว่าเดิม ถึงจะแค่นิดหน่อยก็นับว่าดีขึ้นแล้ว นั่นแหละการสอบเกาเข่าเลยเหมือนประตูบ้านเล็กๆที่แง้มรอให้คนเก่งๆเข้าไป 


    บ้านเฉินเหนียนไม่ได้ร่ำรวยอะไร แม่ขายของหนีภาษี ที่บางทีก็ทิ้งเธออยู่คนเดียว ให้หลบพวกลูกหนี้ที่มาเคาะประตูบ้าน เอาดีๆมันก็อยู่ด้วยความหวาดระแวงแหละ ไม่เคยรู้นึกปลอดภัย หรือได้หลับตานอนอย่างสบายใจสักครั้ง เหมือนมีชนักติดหลังตลอดเวลา 

    พอวันหนึ่งเพื่อนในห้องที่โดนแกล้ง ต่อมาตัดสินใจฆ่าตัวตาย ไอ้พวกหัวโจกที่เคยแกล้ง เลยมารุมเธอแทน เพราะเธอไม่เคยคิดจะสู้ ทั้งชีวิตเคยแต่หลบซ่อนมาตลอด แม่ก็บอกอยู่ว่าถ้าเจ้าหนี้มาทวงก็แค่หลบ ยังเป็นเด็ก เจ้าหนี้ไม่กล้าทำอะไรหรอก เฉินเหนียนก็คิดแค่นั้น เอาเถอะ หลบๆไป ถ้าสอบเกาเข่าเสร็จชีวิตก็จะดีขึ้น 


    ระหว่างทางเฉินเหนียนก็เหมือนตกตะกอนความคิดบางอย่างแหละ ว่าการที่ปล่อยให้เพื่อนโดนแกล้ง แม้จะไม่ได้เข้าไปผสมโรงร่วมด้วย แต่การเมินเฉยก็เท่ากับสนับสนุนให้ทำ เพราะนอกจากจะไม่ห้าม ยังไม่แยแสด้วย พอเฉินเหนียนเป็นเป้าของการถูกลั่นแกล้งซะเอง เธอเลยรู้ซึ้ง เออว่ะ ไอ้เพื่อนคนนั้นมันคงรู้สึกแบบนี้สินะ คนทั้งห้องรู้ คนทั้งห้องเห็น แต่ไม่มีหมาตัวไหนยื่นมือมาช่วยเธอบ้างเลย 


    พอวันหนึ่งเฉินเหนียนเห็นเสี่ยวเป่ยโดนซ้อม เลยยื่นมือเข้าไปช่วยแบบกล้าๆกลัวๆ ใจนึงเธอก็คงคิดแหละ จะช่วยมันทำไม เราก็เดือดร้อน แต่ก็อยากชมนะว่าเธอกล้าหาญมากกับเหตุการณ์แบบนั้น ระหว่างนั้นเสี่ยวเป่ยกลายเป็นมาเป็นคนคุ้มครองเฉินเหนียนแทน


    คนสองคนมาเจอกัน จะบอกว่าโรแมนติกก็คงไม่ใช่ เพราะสภาพห้องโกโรโกโส สภาพแวดล้อมไม่ดีเท่าไหร่ แต่มันเหมือนประโยคที่เธอเคยเขียน คนบางคนอยู่ในที่เลวร้าย แต่ตาเเหงนมองฟ้า กลายเป็นคนสองคนเติมเต็มกันและกัน คนนึงขาดแหว่งตรงนี้ อีกคนนึงขาดแหว่งเหมือนกันแต่ก็มีส่วนที่อีกคนขาด ก็จูนกันติด เฉินเหนียนไม่เคยรู้ว่าการอยู่แบบสบายใจเป็นยังไง ทั้งชีวิตรู้จักแต่หลบซ่อน ไม่เคยยิ้มได้อย่างสบายใจ 


    วันหนี่งเสี่ยวเป่ยมาเติมตรงนี้ ส่วนเสี่ยวเป่ยก็เป็นคนที่ขาดจนแทบพรุน ไม่ได้มีจุดหมายอะไรในชีวิต วันๆคิดแต่ว่าจะเอาตัวยังไงให้รอด จะไปคิดถึงอนาคตได้ยังไง ในเมื่อปากท้องยังไม่อิ่ม แล้วจะไปคิดถึงอนาคตอีกทำไม ในเมื่อไม่มีใครมองดูเขาประสบความสำเร็จ พอวันนึงเฉินเหนียนเข้ามาในชีวิต เสี่ยวเป่ยก็เริ่มคิดแบบปุถุชนขึ้นมาบ้าง เริ่มคิดถึงใครสักคน คิดแล้วว่าวันนี้มีเป้าหมายอะไรในชีวิต 


    ไอ้ฉากโคลสอัพตัดสลับทำได้ดีมากเหลือเกิน ดีจนแทบจะลุกขึ้นปรบมือ ทีมงานที่ดูแลเรื่องภาพทำได้ดีจริงๆ ตัดสลับคนสองได้ไม่น่าเบื่อ แถมจังหวะนั้นยังบีบคั้นคนดูได้ดี บีบคั้นจนทนไม่ไหวต้องร้องออกมา เพราะเหมือนเราอึดอัดไปเขาสองคนด้วย มีแต่คนพูดว่ารีบๆโตเป็นผู้ใหญ่ จะได้รับมือกับโลกใบนี้ได้ แต่ไม่มีใครมาบอกต่อเลยว่าการเป็นผู้ใหญ่มันคืออะไรวะ ถ้าการเป็นผู้ใหญ่มันแย่ขนาดนี้ เราไม่โตดีไหมวะ

      
    ก่อนไปดูมีคนสปอยมาว่าฉากจูบนั่นมันโคตรมีเอกลักษณ์ ไอ้เราก็เตรียมใจไว้แล้วว่าฉันต้องอดทนดูลูกจูบเหรอ เออ สรุปมันเป็นฉากจูบที่ตราตรึง นึกถึงแล้วร้องไห้อย่างกับหมา ฉันเหมือนคนอกหักมากตอนออกจากโรง จนถึงตอนนี้ผ่านมาวันหนึ่งก็ยังลืมไม่ได้ เป็นฉากจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ลึกซึ้ง ความเดียงสาในความรักมันเป็นแบบนี้เอง มันไม่ซับซ้อนหรอก การรักใครสักคนน่ะ 


    ยังจำได้ว่าผู้กองในเรื่องก็คุยๆกันกับตำรวจหญิง ว่าพวกเขายังเด็ก ยังไม่รู้เดียงสา แต่ไอ้การไม่รู้เดียงสานี่แหละ โคตรมีเสน่ห์เลย ก็ยังคิดว่าถ้าเป็นเราล่ะ จะกล้าลงมือทำอะไรแบบนี้บ้างไหม ในฐานะที่อายุเป็นผู้ใหญ่แล้ว.. ก็คงตอบว่าจะบ้าเหรอวะ พอมองกลับไปที่ตัวเสี่ยวเป่ย เออ มันคงบ้าจริงๆ แต่เป็นบ้าที่ตราตรึง 


    วันรอบสื่อของหนังเรื่องนี้ มีคนเรียกน้องแจ็คสันว่าเป็นนักแสดง น้องน้ำตารื้นเลย จนมาดูหนังจบ ถึงได้รู้ว่าน้องทุ่มเทมาก ไอ้บทเสี่ยวเป่ยนั่นไม่มีคราบไอดอลหนุ่มเลย มีแต่ไอ้เด็กเสี่ยวเป่ย กุ๊ยข้างถนนที่มีชีวิตร่อนเร่ไปวันๆ 


    ในขณะที่โจวตงอวี่ก็ไม่เคยทำเราผิดหวังสักครั้ง us and them ที่เล่นคู่กับจิ่งป๋อหรัน ก็ดีมาก ยิ่ง end credit ยิ่งเหมือนมีคนเอามีมากรีดแผลที่มันกลัดหนอง ดูจบแล้วช้ำกว่าเดิมอีก / พอมาเรื่อง soul mate ที่เล่นกับหม่าซือฉุน นั่นก็ทำให้ได้รางวัลม้าทองคำคู่ คิดดูว่ามันต้องสมบทบาทขนาดไหน กรรมการถึงมอบให้คู่ไปเลย 

    แล้วอีกเรื่องที่เล่นกับหลินเกิงซิน (เรื่องอะไรจะไม่ได้ละ นานแล้ว) ฉากที่ต่างประเทศไปจนถึงตอนจบ กุแทบเอาหัวไถกำแพงเพราะมันชอกช้ำมาก นี่เป็นเรื่องแรกของโจวตงอวี่เลยนะ แต่ทำได้ดีจนงง บทโศก บทดราม่ายิ่งเข้าทางนาง 


    สุดท้ายละ ไปดูเหอะ ไปดูหนังดีๆสักครั้งในชีวิต นักแสดงก็ตั้งใจ คนตัดต่อก็ทำได้เนี้ยบ ก็ไม่มีข้อกังขาแล้วว่ากวาดรางวัลกันขนาดนี้มาได้ยังไง เพราะเรื่องนี้ควรเป็นลิสต์หนังหนึ่งเรื่องที่ควรดู


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in