ซีรีส์และภาพยนตร์ที่ฉันดูจำปา
[review] ภาพยนตร์ที่ฉันดู : Love You Forever (2019-2020)
  • รีวิวภาพยนตร์ : Love You Forever 我在时间尽头等你 (2019-2020) 





    รายละเอียดภาพยนตร์

    ประเภท: แฟนตาซี/โรแมนติก

    ภาษา: จีนกลาง

    ผู้กำกับ : Tingting Yao

    เวลา: 1ชั่วโมง 55นาที

    นักแสดง: หลี่หงฉี หลี่อี้ถง





    (8/10)


    **Spoiler alert**



    ย้อนรักให้ยังมีเธอ (Love You Forever) สร้างมาจากนวนิยายขายดีของเจิ้งจื่อ ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักของชายคนหนึ่งที่ชื่อว่าหลินเก๋อ (หลี่หงฉี) และชิวเชี่ยน (หลี่อี้ถง) เส้นไทม์ไลน์ของหนังเริ่มต้นในปัจจุบัน ปี 2019 ชิวเชี่ยนเป็นนักบัลเล่ต์ระดับพรีม่า(ดารานำของคณะบัลเล่ต์) ที่ร่วมแสดงกับนักบัลเล่ต์ของเซี่ยงไฮ้ และหลินเก๋อในวัยชรา ทำหน้าที่เป็นภารโรงในโรงละครแห่งนั้น ขณะเดียวกันหลินเก๋อในวัยชราอาการทรุดจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล ชิวเชี่ยนที่ยืนอยู่ตรงนั้นจึงพาหลินเก๋อไปส่งโรงพยาบาล เรื่องราวเริ่มต้นจากตรงนี้ เมื่อชิวเชี่ยนพบบันทึกเล่มหนึ่งของหลินเก๋อ 


    ย้อนไปในฤดูร้อนของปี 1991 ชิวเชี่ยนและหลินเก๋อ เป็นเพื่อนรักในวัยเด็ก หลินเก๋อพบกับ “นาฬิกาสีทอง” ในน้ำ ซึ่งนาฬิกาตัวนี้นี่แหละที่จะนำพาหลินเก๋อก้าวข้ามเวลาและใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน 


    ชิวเชี่ยนในวัยเด็กต้องย้ายบ้านไปอยู่กว่างตงกับป้า ทำให้ต้องแยกจากหลินเก๋อในวัยเด็ก แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็มาพบกันอีกครั้งตอนมัธยมปลาย ซึ่งระหว่างออกเดท ชิวเชี่ยนถูกรถชน แต่เพราะพระเจ้าเข้าข้างหรือเพราะความโชคดีก็ไม่รู้ที่หลินเก๋อสามารถย้อนเวลาได้ โดยหลินเก๋อพูดว่าเขาจะยอมแลกทุกอย่างในชีวิตเพื่อให้ชิวเชี่ยนกลับมา ซึ่งหลินเก๋อต้องแลก ‘ช่วงเวลาในชีวิต’ ของตัวเองเพื่อให้ชิวเชี่ยนรอด …. หลินเก๋อที่ฝืนกฎธรรมชาติไม่เพียงต้องแลกช่วงวัยในชีวิตตัวเองเท่านั้น แต่ตัวตนในโลกของหลินเก๋อก็ถูกลบออกไปเช่นกัน หมายความว่าหลินเก๋อไม่มีตัวตนบนโลก กลายเป็นแค่บุคคลนิรนาม ตัวตนในครอบครัวไม่มี เพื่อนลืม เสมือนไม่มีเขาบนโลกใบนี้มาก่อน 


    อ่านมาจนถึงตอนนี้ทุกคนคงคิดว่าหลินเก๋อแลกไปเท่านี้เอง มันจะกลายเป็นหนังรักดราม่าได้ยังไง.. แต่ไม่ใช่แบบนั้น หลินเก๋อแลกชีวิตเพื่อชิวเชี่ยนจนตัวเองเเก่หงัก ยอมสละเวลาและใช้ชีวิตของเขาซ้ำๆเพื่อชิวเชี่ยน เรายังคิดว่าหลินเก๋อมันบ้า ทั้งบ้าและโง่ ซึ่งยิ่งตอบย้ำว่าหลินเก๋อบ้าอย่างที่เราคิดจริงๆ เมื่อคู่หมั้นชิวเชี่ยนกล่าวว่า “ผมอ่านบันทึกแล้ว ผมไม่สามารถเป็นคนแบบหลินเก๋อได้” ซึ่งเราก็เห็นด้วยเช่นกัน คงไม่มีใครบ้าและโง่ได้เท่าหลินเก๋ออีกแล้ว


    แต่เราเข้าใจความบ้าและโง่ที่ยอมทุ่มเทของหลินเก๋อได้ เมื่อเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน หลินเก๋อมีเพียงชิวเชี่ยนเท่านั้น ทั้งชีวิตหลินเก๋อไม่เหลือใครแล้ว จึงไม่แปลกที่หลินเก๋อเอาความรักทั้งหมดของตัวเองไปทุ่มลงที่ชิวเชี่ยน 


    การใช้ “เวลา” เป็นทั้งจุดเด่นและจุดบอดของเรื่อง เพราะหากสติหลุดระหว่างดู อาจจะทำให้งงไปเลย เนื่องจากหนังอิงกฎฟิสิกส์และทฤษฎีของไอสไตน์ จุดนี้อาจจะดูไม่แปลกหนังถ้าเป็นหนังฮอลลีวูด การอิงกฎฟิสิกส์หรือทฤษฎีวิทยาศาสตร์คือการเพิ่มความน่าเชื่อ แต่เมื่อเป็นหนังจีนเราจะเห็นว่านี่คือกฎของกองเซ็นเซอร์จีน(กบว.) ที่เคยห้ามละคร/หนังย้อนเวลา เพราะเคยมีเด็กประถมไปกระโดดน้ำตายเนื่องจากเชื่อว่าตัวเองจะย้อนเวลาตามนางเอกได้ หลังจากนั้นกบว.ก็เข้มงวดมาโดยตลอด แต่จะมีข้อยกเว้นก็ต่อเมื่อมันย้อนเวลาได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ 





    กลับมาที่หนังต่อ แม้ว่าหนังจะใช้การเดินทางข้ามเวลาหลายครั้ง ซึ่งไม่ใช่พล็อตแปลกใหม่อะไร About time(2013)ก็เคยทำมาก่อนแล้ว แต่หนังทำให้เราลุ้นตัวโก่งเมื่อเปิดเรื่องมาด้วย หลินเก๋อในวัยชรา ปรากฎตัวพร้อมกับชิวเชี่ยนในวัยสามสิบปี หนังใช้เรื่องเวลาได้เป็นประโยชน์และยังทำให้เราสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้น อะไรตือแรงบันดาลใจให้หลินเก๋อยอมแลกชีวิตของตัวเองเพื่อชิวเชี่ยนหลายๆรอบ 


    ความน่าสนใจอย่างที่สองคือ หนังจีนเมื่อกล่าวถึงความฝันแล้ว มักจะพ่วงมาด้วยแนวคิดความฝันของจีน(中国梦) เสมอ คือมีความฝันแต่พ่วงมาด้วยฝันนี้เพื่อชาติด้วย เช่น จะเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตระดับชาติแต่ก็มีความฝันจะพาชาติจีนไประดับโลกด้วย อย่าง Go Go Squid! (2019) , Cross fire (2020) แต่ Love You Forever (2019-2020) ไม่ใช่แบบนั้น เรื่องราวความฝันของชิวเชี่ยนและความรักของหลินเก๋อเป็นเรื่องของปัจเจกล้วนๆ ไม่มีความเป็นชาติเข้ามาเกี่ยวข้องเลย ถึงอย่างนั้นก็ทำให้เราซาบซึ้งไปกับความรักของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี 


    การแสดงของหลี่หงฉีน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์แบบมากขึ้น เมื่อก่อนเราเห็นคนคอมเมนท์ว่า “หลี่หงฉีเล่นใหญ่”  คือแสดงล้นจนไม่เป็นธรรมชาติ แต่เมื่อเรามาดูหนังที่หลี่หงฉีเล่น ทำให้เรารู้ว่าหลี่หงฉีไม่ได้เล่นล้น คนอื่นแค่เล่นดรอป และหลี่หงฉีก็แสดงออกมาได้ทรงพลังมาก โดยเฉพาะซีนดราม่า เป็นผู้ชายที่แววตาเว้าวอน น่าสงสารมากจริงๆ เราแอบเห็นเบื้องหลังในซีนหนึ่ง หลี่หงฉีร้องไห้จนหยุดร้องไม่ได้เพราะเข้าถึงบทบาทมากๆ 


    ในขณะที่หลี่อี้ถงก็เป็นตัวทอปของ SNH48 มาก่อน เวลาขึ้นจอใหญ่ในโรงหนัง ใบหน้าของหลี่อี้ถงชวนให้เราเคลิบเคลิ้มจริงๆ ถ้าทางฝั่งเกาหลีใบหน้าสวยบริสุทธิ์แบบนี้คงเป็นยุนอา ทางฝั่งจีนเราขอยกให้หลี่อี้ถง ใบหน้าชวนมองไปเรื่อยๆจริงๆ


    ท้ายที่สุดนี้ แม้ว่าการตัดต่อของภาพยนตร์อาจจะไม่ถูกใจเรามากนัก เพราะช่วงหลังตัดต่อให้ดีกว่านี้ได้ จะช่วยให้ไม่งง ถึงกระนั้นก็ขอชื่นชมการแสดงของหลี่หงฉีและหลี่อี้ถง ที่ทำให้ภาพยนตร์สมบูรณ์ขึ้น รวมไปถึงเคมีของพระนางที่เข้ากันมากๆ และในตอนจบที่เราแอบเทคะแนนให้สูงขึ้น หนังเรื่องนี้ใช้ชื่อภาษาจีนว่า《我在时间尽头等你》แปลเรียบๆว่าฉันจะรอเธอไปตลอดกาล เมื่อดูหนังจบทำให้เราเข้าใจความหมายแล้ว ไม่ใช่แค่หลินเก๋อที่เต็มใจรอคอยชิวเชี่ยนไปตลอด แต่ชิวเชี่ยนเองก็เต็มใจด้วยเช่นกัน







    *หมายเหตุ: เผยแพร่ในเพจมนุษย์ติ่งจีน


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in