เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ทางของอรุณElio Alba
ฟ้าครามที่เคยสดใส
  • เก้าอี้พลาสติกตัวเก่าที่ขาหักไปข้างหนึ่งนอนอยู่บนพื้นไม่ไกลออกไปจากที่ผมยืนอยู่ แกนไม้ที่ผมและเขาเคยใช้เป็นโต๊ะยังคงอยู่ที่เดิมแต่มันก็เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ท้องฟ้ายามเย็นส่องแสงริบหรี่ขึ้นเต็มที ผมค่อยๆ วางตัวลงบนแกนไม้นั้นและหลับตาลงสักพัก

     

    เด็กหนุ่มคนนั้นยังคงจ้องมาที่ผม “อื้ม…”

     

    “มึงมาดูดบุหรี่หรอ?”

     

    การกระทำของเขาทำให้ผมประหลาดใจทั้งน้ำเสียงและลักษณะท่าทางที่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ตกใจกับการมาของผมแม้แต่น้อย

     

    “เปล่า กูแค่ลองเดินสำรวจอะ”

     

    “ห้ะ? เดินสำรวจ? มึงมาทัศนศึกษาหรอ?” เขายิ้มมุมปากจากการเย้ยหยันผม

     

    การกระทำที่ดูไร้ความสนใจกับสิ่งโดยรอบและไร้ความเกรงกลัวของเขาทำให้ผมสนใจเขาตั้งแต่แรกพบ ต่างจากผมที่กังวลและเคร่งเครียดไปกับทุกสิ่ง เขาดูเป็นคนที่เปิดกว้างและเข้าถึงได้ง่ายถึงแม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะจะดูมีเลศนัยแต่มันดูเหมือนจะไม่ได้มีอะไรแง่ร้ายซ่อนอยู่

     

    ผมเดินไปที่ข้างเขาและนั่งลงบนพื้นปูน

     

    “กูโดดเรียนมาอะ”

     

    “คนเดียวอะนะ? มึงไม่เหงาหรอ?”

     

    “ใช่แต่กูแค่ไม่อยากเข้าเรียนวันนี้อะ กูเลยวิ่งมาจากหน้าโรงเรียน เนี้ย เหงื่อซ่กเลย”

     

    เขาขำผม

     

    “มึงมาขำกูแต่มึงก็นั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวไม่ใช่หรอ” ผมหันหน้าประจันเขา

     

    “ทีหลังมึงเดินเอาก็ได้นะเว้ย ไม่มีใครเขามาวิ่งตามจับมึงหรอก” เขาแสยะยิ้มเยาะเย้ยให้ผม

     

    “แล้วมึงอะมานั่งติสอะไรคนเดียวอยู่บนดาดฟ้าแบบนี้” ผมถามตอบไปเพื่อแก้ต่างการกระทำประหลาดของผม

     

    “ก็นี้ที่ประจำกูเวลามาดูดบุหรี่ เอาสักมวนไหม”

     

    เหงื่อเม็ดใสที่จับตัวบนหน้าผากของเขาไหลลงมาบรรจบใกล้กับคิ้วหนา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามสายมันช่างดูน่าหลงใหลจนน่าประหลาดใจ ผมเริ่มสำรวจใบหน้าของเขาทีละนิด หนวดที่ขึ้นเล็กน้อยและริมฝีปากที่แห้งกระด้างจากการสูบบุหรี่เป็นภาพจำของเขาสำหรับผม เราสบตากันได้สักพักและเป็นผมเองที่หลบสายตาอันเฉียบแหลมของเขา

     

    “มึงชื่อไรอะ” เขาถามผม

     

    “กูอรุณ” ผมตอบไปอย่างห้วนๆ

     

    “กูสิน”

     

    สินหวัฒน์ เจริญกุล นั้นคือชื่อของเขา เขาแก่กว่าผม 1 ปีแต่เขาเป็นคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเสียเลยถึงแม้ว่าภายหลังผมจะมารู้เขาอยู่ม.5 และพยายามเรียกเขาว่าพี่แต่เขาก็กระแนะกระแหนผมจนสุดท้ายผมก็เรียกเขาว่ามึงเหมือนเดิม เขาบอกว่ามันดูสนิทกันมากกว่าที่จะเรียกกันแบบนี้

     

    เรานั่งคุยใต้แสงแดดของยามสายกันได้สักพักเพื่อทำความรู้จักซิ่งกันและกันและนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้ทำแบบนี้กับใครสักคน ความสัมพันธ์ที่ผมจะไม่มีวันลืมเลือน ณ ดาดฟ้าของอพาร์ทเม้นร้างนี้ คือจุดเริ่มต้นของชีวิตม.ปลายของผม

     

    สนธยาเริ่มที่จะคลาบเคลื่อนไป ผมลุกขึ้นและเดินออกมาจากดาดฟ้าแห่งความทรงจำ ในระยะเวลาเพียงแค่ 4 ปีทุกอย่างก็ผันเปลี่ยนไปได้ไวขนาดนี้ ผมโทษตัวเองในหลายๆ เรื่องราวที่ผ่านมา แต่พอลองนึกย้อนกลับไปดูแล้ว ผมก็เป็นแค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่หลงทาง

     

    ผมขึ้นรถกระบะคันเก่าของผมและขับออกไป ซอยเก่ายังคงเหมือนเดิมอย่างที่ผ่านมา ไฟข้างทางที่ติดบ้างไม่ติดบ้างราดยาวไปสุดซอย ความมืดมิดที่ปลกคลุมทำให้ผมรู้ว่า ในตอนนี้มีผมเพียงผู้เดียวที่ยังคงอยู่ในซอยเก่านี้ ผมขับต่อไปเรื่อยๆ จนออกจากความมืดมิดของซอยเก่าสู้ถนนใหญ่ของตัวเมืองรถรามากมายที่กำลังขับมุ่งตรงไปสู่จุดหมาย ผมเปิดกระจกรถและขับออกไปเรื่อยๆ ใต้แสงข้างทางของถนนที่ผมคุ้นเคย

     

    โทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น ผมหยิบมันมารับสายโดยไม่คิดอะไร

     

    “ฮัลโหลมึง อยู่ไหนอะ?”

     

    ผมยิ้มมุมปากหลังจากที่ได้ยินเสียงของผู้ที่โทรหาผมมา มันเป็นเสียงที่ผมคิดถึงมากเหลือเกิน

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in