Every day, Every momentNoc_lilsis
Chapter 6 / Hel...lo- at Café


  • โน๊ตบุ๊คเปิดแช่ค้างไว้แต่เช้ายันตอนตกเย็น วันเสาร์ขี้เกียดของจองยอนปกติเธอจะใช้เวลาไปกับการนั่งดูหนัง ซีรีส์ และสารคดีที่เธอชอบ วันนี้เธอหมกหมุ่นอยู่กับนวนิยายที่เธอเคยเขียนไว้ เลือกเรื่องที่เธอชอบที่สุดมาและทำการแก้ไขในบางส่วน อาจจะหลายๆส่วน

    บริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ที่เธอเล็งไว้มานานประกาศเปิดรับสมัครอย่างไม่เป็นทางการบนสตอรี่อินสตาแกรมของเพื่อนเก่า มันไม่เป็นทางการเพราะคนที่ประกาศเขียนกำกับเช่นนั้นเอง ทุกคนสามารถส่งใบสมัครงานผ่านอีเมล์ที่เขาเขียนไว้ เธอเป็นหนึ่งในผู้สนใจเข้าร่วม ตำแหน่ง พิสูจน์อักษร ซึ่งขัดกับความต้องการในตำแหน่งนักเขียน

    คารอสคือชื่อคนรู้จักที่ทำงานในบริษัทนั้น เขาเป็นรุ่นพี่เธอ2ปี เธอจำไม่ได้ว่าเขาเรียนสาขาอะไร รู้แต่ว่าเขามีชื่อเสียงในมหาลัย ยันตอนนี้เขาก็มีชื่อเสียงพอตัว เขาเดินทางอาชีพตัวไปได้ไกลในนิวยอร์ก เมืองที่ใครๆในมหาลัยเธอต่างฝันจะได้อยู่ไม่ก็สักแห่งในอเมริกา คารอสเข้ามาทักทายเธอครั้งแรกในวิชาเขียนสร้างสรรค์ พูดชมนวนิยายสั้นของเธอที่เขียนส่งอาจารย์กลางเทอมและยังขออินสตาแกรมเธอไว้ ตอนนั้นเธอคิดว่าคารอสเข้ามาจีบเพราะเขามักเข้ามาพูดคุยกับเธอนั่งข้างเธอเป็นประจำในคาบเรียน แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอถึงมารู้ว่าเขาไม่ได้มีรสนิยมชอบผู้หญิง เขาหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆเขาชื่นชมเธออย่างจริงใจ เสียดายที่เธอไม่ได้มีมนุษยสัมพันธ์ที่น่าประทับใจจึงไม่ได้สนิดสนมกัน

    เข้าสู่วันศุกร์ รถเมล์กำลังผ่านสวนสาธารณะ วันนี้ปราศจากเมฆครึ้ม ฝนหยุดตกมาได้เกือบ2สัปดาห์แล้ว ท้องฟ้าวันนี้ปลอดโปร่งก้อนเมฆลักษณะต่างๆชวนมองให้จินตนาการเป็นสิ่งต่างๆ ตอนเด็กเราจะคอยสังเกตก้อนเมฆ หัวเราะกับเพื่อนตัวเล็กๆในวัยเยาว์ถึงความคิดจินตนาการพิลึก เมื่อเราเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก็ไม่ได้มีใครอยากมาสนุกกับการเล่นจินตนาการก้อนเมฆอีกแล้ว

    นานเหมือนกันที่เธอห่างหายจากสวนสาธารณะนี้ เสียงเพลงจากหูฟังขับเกลาจิตใจที่ไร้ชีวิตชีวาให้ได้มีความรู้สึกบ้าง ทิวทัศน์ข้างหน้า ท้องฟ้ายามเย็นที่ตะวันยังไม่ยอมตกลับฟ้า เธอหลับตาเพื่อพักสายตา สักครู่ถึงลืมตาอีกครั้ง และกวาดสายตารอบๆปรับแสงในการมองเห็น ชายคนที่เธอคุ้นหน้ากลับมา เขานั่งอยู่จุดเดิม วันนี้เธอแอบสังเกตเขาจากปกติที่เธอไม่ได้สนใจใครรอบข้างสักนิด เธอมองจากทางด้านหลังเขาเห็นเพียงแต่หลังกับเสี้ยวหน้า เขากำลังหัวเราะให้แก๊งค์เด็กเล็กที่เล่นเกมส์แปะตัวแข็ง เธอขำออกมาตามเขา และรอยยิ้มกว้างจากเขาที่ทำให้เธอต้องหยุดคิดชั่วขณะหนึ่ง ตอนนี้เธอควรหยุดมองเขาก่อนที่เขาจะรู้ตัว เธอกลับมาสนใจท้องฟ้าที่ถูกแต้มสีจากแสงอาทิตย์ ความสุขของวันนี้ก็คือตอนนี้ล่ะ

    บ่ายวันอาทิตย์ที่ไร้เมฆกลุ่มก้อนสีเทา ท้องฟ้ายังคงสว่าง อากาศร้อนกว่าวันก่อนๆ เธอที่ยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอนภาษาให้กับกลุ่มนักศึกษาปี4 เธอลงประกาศรับสอนพิเศษไว้ในเว็บหางานสอนพิเศษเมื่อ3เดือนก่อน ลืมด้วยซ้ำว่าเคยลงประกาศไว้

    นักเรียนเช่าห้องประชุมขนาดเล็กบนร้านคาเฟ่ ชั้นสอง ครึ่งหนึ่งของร้านจะแบ่งห้องไว้สำหรับเช่าสถานที่ไว้ประชุม สังสรรค์ ระหว่างพักการสอนเธอลงมาชั้นล่างเพื่อจะสั่งน้ำดื่ม

    "น้ำเปล่าเย็นหนึ่งขวดค่ะ" เธอสั่ง

    เขาที่นั่งอยู่ในร้านเช่นกัน เธอเหลือบมองเห็นเขารอยยิ้มที่ยังฉายมาในหัวเป็นพักๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้มีเด็กเล็กเล่นเกมส์แปะแข็ง แต่เป็นเขาที่นั่งคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง

    "แฟนเหรอ...ไหนบอกว่าไม่มีแฟน..." เธอพูดเบาๆ ก่อนจะเดินขึ้น

    นั้นแฟนเขาเหรอ... อยากเห็นหน้าจัง... เขาบอกว่าไม่มีแฟน....แต่นั้นก็นานมาแล้วที่เขาบอก...แล้วฉันจะเอามาคิดกวนใจไปทำไมกัน

    เวลาสอนจบลง การสอนวันแรกเป็นไปได้ด้วยดี เธอมีความมั่นใจอยู่ไม่น้อยในการสอน โชคดีที่นักเรียนเธอตั้งใจไปพร้อมๆกับเธอ นักเรียนในคลาสมีทั้งหมด 4 คน ชายสอง หญิงสอง

    แต่ละวันดำเนินเรื่อยๆตามตารางงาน ไม่มีช่วงเวลาพิเศษ ช่วงเวลาตื่นเต้นใดๆ ชีวิตมีอะไรมากนอกจาก ทำงาน กิน นอน ทำงานอย่างเครื่องจักรแลกกับเงินโดยสูญเสียเวลาชีวิต สุขภาพกาย สุขภาพใจ ชีวิตมีอยู่เพื่ออุทิศให้งานมากกว่าอุทิศให้ตัวเอง อุทิศให้ทุนนิยม แต่เธอก็เชื่อว่าอนาคตทุกอย่างมันจะสมดุลมากกว่านี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นกับเธอแต่อาจจะรุ่นถัดจากนี้


    ช่วงเวลารถติดในตอนเย็น แจจินกำลังขับรถกลับจากทำงาน ร้านเบเกอรี่ทางซ้ายมือสะดุดตา เขานึกถึงเธอคนที่ผ่านมาให้เจอเป็นพักๆ เขาสงสัยว่าขนมเค้กในร้านกับขนมปังมาจากฝีมือเธอไหม รถเมล์ประจำทางจอดข้างๆค่อยๆเคลื่อนที่ไล่เลี่ยขนานกับรถของเขา ไฟแดงขึ้นเตือนรถทุกครั้งในฝั่งเส้นทางเดียวกับเขาต่างหยุด เขาที่คิดถึงภาพแผนงานโปรโมทรถที่จะถูกปล่อยออกมาอีกไม่นานนี้ งานเริ่มกลับมายุ่งในเร็วๆนี้แล้ว เขามองออกนอกหน้าต่างเห็นบุคคลที่เขาคุ้นหน้า จองยอนนั้นเองเขาจำชื่อเธอได้ สภาพเธอตอนนี้ดูแย่กว่าครั้งล่าสุดที่เขาเจอ หน้าตาเธอซีดเซียวขอบตาคล้ำเล็กน้อย หน้าตอบลงอย่างเห็นได้ชัด

    "แยกไม่ออกเลยว่าเธอทุกข์ใจหรือนั้นเป็นสภาพปกติเธอ อย่างน้อยก็น่าจะดูแลตัวเองหน่อย" เขาพูดอย่างเห็นใจในประโยคตอนท้าย

    สีหน้าเรียบเฉยของเธอทำให้เขาเกร็งและน่าอึดอัดทุกครั้งที่พบเธอ แต่ทุกครั้งที่ทักทายกัน เธอก็ดูเป็นกันเองมากขึ้นๆ สีหน้าเธอเหมือนเบื่อโลกตลอดเวลาถึงอย่างนั้นเขารู้สึกได้ว่าเธอเป็นคนจิตใจดีคนหนึ่ง ไฟเขียวสว่างขึ้น รถเมล์คันที่เธอนั้งออกตัวนำเขาไปก่อน มีสายเข้ามาชะงักเรื่องเธอไว้มีเรื่องใหม่เข้ามาให้คิดแทน


    สัปดาห์นี้คลาสภาษาอังกฤษถูกขยับเวลามาเป็นบ่าย 1 จากปกติเริ่มบ่าย3 เธอเข้าร้านสั่งลาเต้หวาน80% ลดช็อต การสอนเริ่มต้นขึ้น ความมั่นใจกับความสามารถในการสอนสิ่งที่เธอถนัดนั้นทำให้เธอมีความสุขถึงแม้จะเหนื่อยมากก็ตาม เธอพยายามตรวจสอบเสมอว่าการสอนเธอทำให้นักเรียนเข้าใจง่ายขึ้นไหม และนักเรียนได้เข้าใจ ทำได้กับการเรียนได้มากเท่าไร

    2ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอคุยกับนักเรียนเล็กน้อยก่อนลงมาด้านล่าง

    "ขอชาพีชน้ำผึ้ง แล้วแซนวิชแฮม 1 ค่ะ ทานนี่"

    เธอมองหาโต๊ะที่จะนั่ง เธอมองไปทางโต๊ะที่เขานั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน มุมนั้นเป็นมุมที่สามารถชมวิวด้านนอกได้ชัด ชำระเงินเสร็จเธอสำรวจรอบๆร้านอีกครั้งว่าเธอควรนั่งตรงไหนนอกจากที่ที่เขาเคยนั่ง สุดท้ายเธอก็เลือกที่ที่เขานั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน

    ไฟแช็คหายจากกระเป๋า น่าจะทำตกตอนจะเอาไฟแช็คใส่กระเป๋ากางเกงขณะออกจากห้อง เธอรีบกลับขึ้นข้างบน เดินสวนกับกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังลงมาเลยต้องรอให้พวกเขาลงมาหมดก่อนบันไดไม่ได้กว้างพอให้สะดวกหาไฟแช็คที่ตก เมื่อทางสะดวกเธอกวาดสายตาอย่างระมัดระวังมองหาไฟแช็คที่เธอเพิ่งซื้อมา เดินขึ้นจนถึงชั้นสอง เสื้อแจ็คเก็ตที่คุ้นตาเลือนลางอยู่ปลายหางตา เธอหันไปมองทันทีและพบเขายืนอยู่ตรงหน้ามือถือแท็บเล็ต ทั้งสองจ้องตากัน เขากำลังพิจารณาว่านั้นใช่เธอคนเดียวกับที่เขาเห็นบนรถเมล์ไหม วันนี้เธอแต่งตัวดีกว่าปกติ ขอบตาไม่คล้ำ ต่างจากทุกครั้งที่เขาเห็น เธอนั้นนึกคำพูดไม่ออกได้แต่นิ่ง คราวนี้ทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้ ครั้งก่อนเธอหาเรื่องพูดกับเขาได้ตั้งมากมาย 

    "สวัสดี" เขาเริ่มพูด

    "สวัสดี"

    "มีมีทติ้งข้างบนนี่เหมือนกันเหรอ?"

    "ค่ะ...มีสอนพิเศษน่ะแต่เสร็จแล้ว ฉันมาหา..."

    เธอเห็นไฟแช็คตกตรงพื้นและเดินไปหยิบทันที

    "สูบบุหรี่ด้วยเหรอ?" เขาถาม

    "แล้วคุณสูบไหม?"

    คำถามที่ควรได้คำตอบจากเธอก่อนแต่เธอกลับย้อนถาม เขามีอาการเคืองเล็กน้อยแต่มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาไม่พอ

    "สูบ" เขาตอบ

    "ฉันก็สูบ คุณมีประชุมเหรอคะ? ในวันอาทิตย์? วันนี้ควรเป็นวันพักผ่อนสิ"

    "เธอก็มีสอนพิเศษวันนี้เหมือนกัน"

    "อืม...ใช่"

    เขาที่คิดว่าเธอจะพูดประโยคที่ยาวกว่านี้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น ส่วนเธอเองก็เช่นกัน เธอรอว่าเขาอาจมีอะไรพูดกับเธออีกหน่อยแต่ก็มีเพียงความเงียบ นั้นเป็นการบอกชัดเจนว่าอย่าปล่อยให้บรรยากาศน่าอึดอัดนี้นานไปกว่านี้

    "ฉันขอตัวก่อน อาหารที่สั่งไว้น่าจะมาถึงแล้ว" เธอเป็นคนพูด เขาพยักหน้ารับรู้

    ยังไม่ทันก้าวเท้า ในหัวเธอนึกถึงเรื่องเรื่องหนึ่งที่แอบเป็นประเด็นอยู่ในหัวมาหลายวัน

    "ไม่อยากเชื่อว่าจะเจอกันที่นี่...สัปดาห์ที่แล้วฉันเห็นคนหน้าคล้ายคุณมาเดทที่นี่..." เธอพูด

    ด้วยความที่เรื่องนี้แอบติดค้างในหัวเธอมาหลายวัน เธอจึงโพล่งพูดออกไปเช่นนั้น ทุกความคิดในหัวเธอไม่จำเป็นต้องพูดออกมาเสมอก็ได้ เธอตำหนิตัวเอง

    "เดท...? ทิตที่แล้วเธอมาที่นี่เหมือนกันเหรอ นั้นอาจเป็นฉัน แต่ฉันไม่ได้มาเดท"

    "ฉันขอตัวก่อนนะคะ" เธอตัดบทโดยทันที เขาพยักหน้าและมองดูเธอเดินจากไป คำพูดของเขากำลังถูกช่างน้ำหนักจริงเท็จระหว่างที่เธอเดินลงบันได แต่มันก็พอทำให้เธอโล่งอก เขาเดินย้อนกลับห้องประชุมอีกครั้ง เพราะลืมโทรศัพท์ไว้บนเก้าอี้

    "อยู่ๆถามไปปบบนั้นได้ไงกันเนี่ย แล้ว...เขาทันไปหล่อตอนไหนน่ะ ไหนลองเช็คสายตาตัวเองอีกที" เธอมีความคิดจะกลับขึ้นไปดูเขาอีกรอบ "เอ๊ะ...อย่าไปสนใจเขาดีกว่า"

    แซนวิชวางอยู่บนโต๊ะทรงกลมยังไม่ถูกกินทันที ผู้คนด้านนอกที่เดินอยู่ทั่ว ใบหน้าไม่ซ้ำเดินผ่านสวนทางกัน เหมือนเธอกำลังดูทีวีจอยักษ์ที่ไม่มีตัวเอกตัวรอง เธอเคยคิดว่าเธอคือคนเดียวบนโลกที่มีจิตใจมีชีวิต เป็นตัวละครเอกของเรื่องในจักรวาล มันเป็นความคิดเมื่อยังเด็ก พอโตขึ้นหน่อยถึงเข้าใจว่าทุกคนมีชีวิตของตัวเอง เธอมีคำถามสงสัยมาตลอดว่าทำไมเธอถึงมีชีวิตบนโลก ทำไมต้องมาหาคำตอบของการมีอยู่ ทำไมถึงการมีชีวิตเป็นสิ่งเหนื่อยหน่าย ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายทั้งสิ่งแวดล้อมและความบิดเบี้ยวภายในใจเธอเอง

    แซนวิชกลับมาถูกสนใจอีกครั้ง มันถูกกำจัดภายในชั่วพริบตา เธอลุกขึ้นทันที่กินเสร็จ

    "ชีสเค้กมะม่วง3 ชิ้น คุกกี้ข้าวโอ๊ต2 ถุง คุกกี้ธัญพืช2 ถุง แซนวิสชีสแฮม1 ที่ เอากลับ" เธอบอกกับพนักงาน พนักงานทวนรายการอีกครั้งและตามด้วยการชำระเงิน

    "ซื้อไปฝากใครเยอะแยะ" เขาที่ยืนข้างๆเธอพูดขึ้นมา ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย

    "ลาเต้เย็นหนึ่ง และชีสเค้กมะ...ลาเต้เย็นอย่างเดียว" เขาจะสั่งมะม่วงชีสเค้กแต่จำได้ว่าเธอสั่งมะม่วงชีสเค้กหมด เขายืนอยู่ด้านหลังเธอตั้งแต่เธอเริ่มสั่ง

    "ขอโทษด้วย ฉันเหมาหมดแล้วล่ะ มะม่วงชีสเค้กน่ะ"

    "ขอโทษทำไมกัน ฉันกินอย่างอื่นก็ได้ แล้วเธอสบายใช่ไหม?"

    "สบายดีค่ะ คุณล่ะ?"

    "สบายดี"

    ทั้งสองยิ้มเล็กน้อยด้วยความเกร็ง ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองอีกครั้ง ต่างคนต่างหวังว่าอีกฝ่ายจะเริ่มบทสนทนาได้ดีกว่า เธอกว้านหาคำถามเรื่องต่างๆที่จะระงับบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ เธอไม่เคยสนใจเกี่ยวกับการสนทนาว่ามันจะไหลเลื่อนอย่างไร คราวนี้เธอทำไมถึงพยายามหาประเด็นเพื่อมาพูดคุยกับเขา เป็นไปได้ก็ขอให้พนักงานรีบจัดของให้เธอเสร็จโดยเร็ว ทั้งสองเดินหลบอยู่ข้างๆเค้าเตอร์เพื่อรอออเดอร์ เขาชำเลืองมองเธอ เธอดูต่างจากบนรถเมล์แต่ยังไงก็พอดูออกว่าเธอไม่ดูแลตัวเองเท่าไรนัก

    "ไม่แน่ใจว่าวันนั้นฉันเห็นเธอบนรถเมล์ไหม เธอดูซูบผอมจนฉันตกใจเลยว่าเธอป่วยอะไรหรือเปล่า ถึงจะใช่หรือไม่ใช่ อย่างไรแต่ คนเราควรพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารดีๆ ดูแลสุขภาพบ้าง" เขาพูดขึ้นมา

    เธอหันหน้าไปทางเขาขณะพูด เธอทั้งสนใจและแปลกใจที่เขาพูดดีกับเธอเช่นนั้น นั้นทำให้เกิดความประทับใจที่มีต่อเขาพุ่งสูงขึ้นมาจากเดิมเท่าตัว ส่วนเขานั้นไม่ได้มีความคิดใดนอกจากความเห็นใจต่อมิตรเท่านั้น

    "น่าจะเป็นฉัน ช่วงนี้อากาศร้อนฉันไม่อยากอาหารเท่าไร" เธอพูด

    พนักงานวางถุงสองถุงตามด้วยลาเต้ ทั้งสองต่างหยิบของของตัวเองบนเค้าเตอร์

    "ยินดีที่ได้พบกันอีก" เขาพูด

    "สักครู่ค่ะ"

    เธอหยิบมะม่วงชีสเค้กออกมาหนึ่งกล่องยื่นให้กับเขา

    "ไม่เป็นไรๆ เธอเก็บไว้กินเองดีกว่า" เขารีบปฎิเสธทันที

    "ฉันตั้งใจให้น่ะ รับไปเถอะค่ะ"

    เขาเกรงใจที่จะรับไว้ ในเมื่อเธอยื่นมาให้ขนาดนี้ปฎิเสธไปก็ไม่ควรเราถึงรับไว้ เช่นเคยเขาได้เป็นฝ่ายรับจากเธอเสมอหากคิดดีๆ เขาไม่เคยหยิบยื่นอะไรให้เพื่อนบ้านคนนี้ ตามเทคนิคแล้วทั้งสองถือว่าเป็นเพื่อนบ้านละแวกเดียวกัน

    "ขอบคุณ เธอมีน้ำใจให้เสมอเลย"

    "เล็กน้อยน่ะ ไปก่อนค่ะ โชคดี บาย"

    ประตูร้านเปิดออกอัตโนมัติ เธอเดินนำหน้าห่างจากเขาเกือบสองเมตร ความรู้สึกหนึ่งผุดขึ้นออกมา เธอชอบที่รู้ว่ามีเขาอยู่ใกล้ๆ ยิ่งได้ยินฝีเท้าของเขาที่เดินอยู่ด้านหลัง นั้นคล้ายกับจังหวะดนตรีมันเป็นจังหวะดนตรีใหม่ที่น่าสนใจ เขาเดินอยู่ด้านหลังเธอได้ช่วงระยะทางหนึ่ง กระทั่งรู้สึกได้ว่าเสียงรองเท้านั้นเงียบไป ทั้งสองแยกทางกันกลับในที่สุด

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in