Every day, Every momentNoc_lilsis
Chapter 5 / ตั้งใจจะหาหนังสืออ่าน เข้าร้านได้2นาทีต้องออกจากร้าน
  • ฝนหยุดตกมาได้ 3 วันแล้วแต่ท้องฟ้ายังไม่สดใสดีนัก สักพักแดดออกสักพักแดดหาย เป็นแบบนี้สลับกัน วันจันทร์ที่น่าเบื่อหมดสิ้นลงสำหรับสัปดาห์นี้ วันอังคารที่น่าท้อแท้มาแทน

    พนักงานในโรงงานเค้กมาหลายคนที่มีการศึกษาในระดับสูงติดตรงที่พวกเขามาจากประเทศยากจน ประเทศพวกเขาไม่ได้มีรายได้สมดุลกับการครองชีพ สวัสดิการแย่ รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพจนประชาชนเดือดร้อน หลายคนต้องอยู่อย่างผิดกฎหมายที่นี่ เธอไม่สนับสนุนเท่าไรกับการมาผิดกฎหมายแต่เธอจะติดสินทั้งหมดไม่ได้เพราะต้นทุนแต่ละคนไม่เท่ากัน

    เธอกำลังดูใบรับรองการศึกษาของเธอ และใบสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่เธอจะสอบทุกปี ใบผ่านงานจากบริษัทเก่าเมื่อยังอยู่เม็กซิโก โปรไฟล์เธอไม่ได้ดูแย่เลยแต่ทำไมเธอถึงหางานที่ดีกว่าไม่ได้ในประเทศนี้ เธอมาจากการสอบเพื่อหางานระดับแรงงานในอุตสาหกรรม มันเกิดจากการคิดน้อยที่หวังเพียงว่าขอให้ได้มาประเทศนี้ก็พอแล้วค่อยหาวิธีหางานที่เหมาะกับเธอ แต่สุดท้ายมันกลับกลายเป็นเช่นนี้ จะว่าประเทศนี้ไม่เห็นใจเธอไม่ได้ เหตุผลขี้แพ้คือเธอไม่พยายามพอและเธอยังมีความกังวลว่าคนอย่างเธอจะทนรับแรงกดดันจากสังคมทำงานที่แตกต่างได้ไหม ความสามารถเธอยังไม่ดีพอเมื่อเทียบกับคนอื่น และเธอก็คุ้นชินกับงานที่ทำอยู่เธอจึงไม่ได้ให้กระตือรือร้นกับการหางาน น่าสิ้นหวังกับตัวเองเช่นนี้

    "ช่างมันเถอะหน่า...เอาทุกวันนี้ให้รอดก็พอ ฉันก็พอมีเงินเก็บ...แก่มาไม่ลำบากก็ดีแล้ว ฉันมีชีวิตเดียว ใช้ชีวิตให้มีความสุขเถอะ...จองยอน...มีความสุขวันนี้ให้ได้ก่อน อย่าเอาใครมาเปรียบเทียบกับเธอ และใครมันจะสนใจเธอล่ะ เธอไม่มีเพื่อนสักคน นั้นนะสิ...ฉันจะเอาตัวเองเปรียบเทียบกับคนอื่นทำไม คิดแบบนี้ได้ก็สบายใจหน่อย...ไว้ค่อยหางานใหม่"

    เธอพูดกับตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองอยู่ในห้องแคบๆ หน้าต่างบานเล็ก อาการหดหู่ใจค่อยๆลดลง แสงแดดสาดส่องสว่างอยู่ด้านนอก คงเพราะแสงแดดที่ทำให้เธอสดใสอีกครั้ง พรุ่งนี้พยากรณ์อากาศแจ้งว่าจะมีแดดทั้งวันและจะมีแดดไปถึงวันพุธหน้า เป็นข่าวดีเล็กสำหรับเธอ

    แดดส่อง ท้องฟ้าปลอดโปร่งแค่ถึงวันศุกร์เท่านั้น พยากรณ์อากาศแจ้งผิดพลาดอย่างมหันต์ ในตกตั้งแต่10โมงเช้า ตก70%ของพื้น ที่พักตั้งแคมป์เธอก็แจ้งปิดกระทันหัน ความตั้งใจถูกตัดทิ้ง เพราะภาวะโลกร้อนทำให้ฝนตกหนักสภาพอากาศแปรปรวน เธอแยกขยะ ลดการใช้แก๊ส บริจาคเงินให้องค์ดูแลสิ่งแวดล้อมมาตลอดเมื่อเทียบกับรายได้อันน้อยนิด โลกน่าจะปราณีเธอสักหน่อย

    ฝนยังตกตกทั้งวันจนถึงเวลาเย็นฝนถึงหยุด เธอตัดสินใจออกจากห้องแคบๆ เธอจะไม่ปล่อยให้วันหยุดสุดสัปดาห์เสียไปกับห้องแคบๆนี้ ด้านนอกฟ้ายังคงอึมครึมเล็กน้อย ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินสวยมันยังไม่มืดแต่ก็ไม่สว่างให้มองเห็นอะไรชัด แสงหลอดไฟตามถนนเข้ากันได้ดีกับแสงสีน้ำเงินจากท้องฟ้า สวยงามอย่างกับอยู่ในโลกเวทมนตร์ ร้านหนังสือที่ทาด้วยสีน้ำเงินคล้ายสีของบ้านในหนังเรื่อง Notting Hill แต่เข้มกว่าตัดดีกับไฟสีส้ม เธอไม่เคยเดินมาซอยนี้ เป็นครั้งแรกที่เจอร้านหนังสือร้านนี้ ชื่อร้าน indigo เธอเดินเข้าร้านค่อยๆมองรอบๆ มีหนังสือต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่เป็นจังหวะดีที่จะหาหนังสือมาอ่าน เพราะเธอต้องการอ่านหนังสือที่ตีพิมพ์ไม่นานนี้เพื่อเพิ่มความสามารถทางวรรณกรรม และภาษาสมัยใหม่และหาหนังสือเรื่อง Still Alice เธอทำมันหล่นหายเมื่อ3ปีก่อน นั้นเป็นหนังสือเล่มโปรดเธอตลอดกาล

    "ขอโทษทุกท่านด้วย วันนี้ขอปิดร้านก่อนกำหนด จะปิดตอนนี้เลย เพราะผมต้องรีบไปส่งพี่สาวคลอดลูก ขอความร่วมมือช่วยออกจากร้านตอนนี้ด้วยครับ ขอโทษจริงๆ แต่หลานใกล้คลอดแล้ว" เจ้าของร้านพูดประกาศออกไมค์

    "ทำไมไม่ให้พ่อเด็กไปส่งล่ะ" ลูกค้าคนหนึ่งท้วง

    "รายนั้นไม่สำคัญ พี่สาวผมเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว" เจ้าของร้านพูด เมื่อได้ยินอย่างนั้นทุกคนในร้านรีบให้ความร่วมมือโดยการออกจากร้านอย่างรวดเร็ว

    เจ้าของร้านไล่ปิดไฟในจัดต่างๆ เขากล่าวขอโทษหลายรอบ ลูกค้า10กว่าคนในร้านต่างอวยพรก่อนออกจากร้านอย่างว่องไว เธอแอบเสียดายเธอเพิ่งเข้าร้านได้ไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำก็ถูกเชิญออกจากร้านแล้ว เธอหยุดยืนอยู่หน้าร้านดูบรรยากาศรอบและคิดว่าเย็นนี้กอนอะไรดีและเป็นอีกครั้งที่เธอเจอเขา เขายืนอยู่ข้างๆเธอ ทั้งสองหันหน้าเข้าหากันต่างคนต่างตกใจกันและกัน

    "เจอกันอีกแล้ว" เธอพูด

    "นั้นนะสิ" รอยยิ้มเจื่อนๆบนใบหน้าทั้งสอง ทั้งสองทำตัวไม่ถูกว่าควรจะเดินแยกออกมาเลยหรือถามไถ่ตามมารยาทก่อนสักหน่อย

    "ไม่ได้หนังสือออกมาเหรอ?" เธอเริ่มถาม

    "ไม่ ฉันเพิ่งเข้าร้านได้ไม่กี่นาทีเอง เธอได้อะไรมาบ้าง?"

    "ฉันยังเข้าร้านไม่ถึง2 นาทีด้วยซ้ำ ว่าจะไปเลือกดูหนังสือมาอ่าน น่าเสียดายจัง"

    "มาวันหลังก็ได้นิ"

    "ฉันอยากได้วันนี้นิ"

    "สนใจแนวไหน?"

    "อ่านได้หมด ยกเว้ยพวกหนังสือไลฟ์โค้ช ปรัชญาชีวิตจอมปลอม"

    "ฉันก็ไม่ชอบ"

    "จริงเหรอ...โอ้ว...เพิ่งเคยเห็นคนไม่ชอบเหมือนกัน"

    "มีคนตั้งมากมายที่ไม่ชอบ"

    "เป็นไปได้ว่าคุณเป็นพวกใช้ชีวิตในแบบปรัชญาตัวเอง อืม...คุณทานมื้อเย็นหรือยัง? ไปกินซับเวย์กัน ฉันเลี้ยงเองร้านอยู่ใกล้ๆนี้"

    เขาครุ่นคิดเล็กน้อยว่าเขาควรไปกับเธอไหม หน้านิ่งๆเธอทำให้เขาอึดอัดที่จะอยู่ด้วยบวกกับวาจาที่ฟังดูห่วนๆทำเขาไม่พอใจเท่าไรในบางครั้ง เขาไม่อยากเจอบรรยากาศอึดอัดแบบนั้น

    "ถ้าไม่อยากไปฉันก็ไม่ว่าหรอก งั้นฉันไปก่อน"

    เขารู้สึกผิดขึ้นมาที่ทำท่าทีปฎิเสธเธอ

    "ไปซับเวย์กัน เธอเลี้ยงใช่ไหม"

    เขาเดินตามเธอ ทั้งสองเธอห่างกันคืบหนึ่งเธอเดินนำหน้าส่วนเขาเดินตามหลัง คราวนี้มาแปลกกว่าทุกทีที่เจอ เธอชวนเขาคุยตลอดทางเดิน เธอขอให้เขาแนะนำหนังสือให้เธอ คิดว่าหนังสือสัญชาติเกาหลีเล่มไหนควรค่าแก่การอ่าน หนังสือต่างประเทศไหนที่เขาประทับใจ คำถามเหล่านี้บอกได้ว่าเธอเป็นพวกสนใจการอ่านไม่น้อย

    เธอสั่งแซนวิชไซส์ใหญ่ 2 ชิ้น เขาไม่อยากน้อยหน้าเธอเลยสั่งแซนวิชไซส์ใหญ่เช่นกัน น่าตกใจที่เธอกินแซนวิชวิชไซส์ใหญ่ 2 ชิ้น เธอกัดกินคำใหญ่ดูจริงจังกับการกินเอามาก นี่เธอหิวโซมาจากไหนกัน

    "กินค่อยๆหน่อย ระวังติดคอ" เขาเตือนเธอ

    "วันนี้ฉันยังไม่ได้กินอะไร"

    "ทำไมไม่กิน?"

    "ผิดหวังกับฝนตกน่ะ ตั้งใจไปตั้งแคมป์ ฉันจองที่พักไว้แล้วด้วยแต่ถูกยกเลิกจอง แค้นพยากรณ์อากาศมากเลยล่ะตอนนี้ ไหนบอกแดดจะออกถึงพุธหน้า"

    "เสียใจด้วย แล้วทำไมไม่นัดเพื่อนๆไปที่อื่นแทน"

    "ฉันไปคนเดียว"

    "คนเดียว?"

    "แปลกเหรอ?"

    "ฉันแค่คิดว่าผู้หญิงไปตั้งแคมป์คนเดียวมันไม่ปลอดภัยเท่าไร"

    "ฉันรู้วิธีเอาตัวรอดหน่า - ว่าแต่คุณแต่งตัวดีนะ เป็นแบบที่ฉันชอบเลย ว่าแต่คุณมีแฟนหรือยัง?"

    เขาค่อยๆหันหน้ามามองหน้าเธอไม่คาดคิดว่าเธอจะถามคำถามนี้กับเขา ทั้งเธอยังจ้องตาเขากลับ

    "นี่ ฉันไม่ได้จะจีบคุณ ถามไว้เผื่อคุณมีแฟนไง แล้วถ้าแฟนคุณดันมาเห็นเรานั่งด้วยกัน ก็จะเกิดปัญหาได้ ส่วนตัวฉันน่ะผู้หญิงผู้ชายเป็นเพื่อนกันได้ไม่ต่างจากเพศเดียวกันเป็นเพื่อนกัน" เธอรีบอธิบายทันที

    "เธอทำตัวสนิทกับคนได้ง่ายๆทุกครั้งเลยรึเปล่า?"

    "ไม่ ก็แค่เจอคุณบ่อยเลยลองชวนมากินซับเวย์ หาเพื่อนคุยแลกเปลี่ยนความคิด"

    "อืม...เข้าใจ"

    เธอยัดแซนวิชเข้าปากต่อ กินอย่างว่องไว เขาเห็นสภาพเธอก็ทั้งหนักใจแทนและเอ็นดูเธอไปพร้อมกัน เธอเป็นคนยังไงกัน

    "ตัวก็แค่นี้ทำไมกินดุ" เขาพูด พร้อมยื่นทิชชู่ให้เธอ

    "ฉันกินเร็วน่ะ ตั้งแต่เรียนจบเมื่อทำงาน ฉันก็กลายเป็นคนกินเร็ว"

    "งานแรกเธอคืองานอะไร?" เขาถามเธอเพื่อให้เธอได้ลดความเร็วในการกิน

    "ก็งานเอกสารน่ะ อยู่แต่หน้าคอมมองจอทั้งวัน"

    "งานยุ่งสิท่า"

    "เปล่า ไม่มีงานด้วยซ้ำ นั่งโง่ๆทั้งวัน"

    "ความฝันเธอคืออะไร?"

    เธออ่าปากค้างขณะที่จะกัดคำใหญ่ เธอนิ่งไปสักพัก เอานิ้วเคาะโต๊ะ

    "ว้าว!!" เธอพูดขึ้นมา เขาตกใจว่าเธอ ว้าว กับสิ่งใด

    "ฉันอยากเป็นนักเขียน"

    "นักเขียนเลยเหรอ ทำไมอยากเป็น?"

    "คุณก็เป็นพวกอยากรู้เรื่องคนอื่นเหมือนกันนะเนี่ย"

    "อ่า..." เขาทำหน้าไม่พอใจเท่าไรที่เธอพูดเช่นนั้น

    "คือฉันไม่ใช่คนที่เรียนเก่ง ไม่เก่งสักทาง ภาษาอังกฤษเป็นแค่สิ่งเดียวที่ฉันได้ติดตัวมาจากสังคมที่ฉันอยู่ เลยคิดว่าการเป็นนักเขียนโดยใช้ภาษาอังกฤษน่าจะเป็นไปได้สำหรับฉัน สเปนฉันก็ไม่ได้เรื่องขนาดโตที่นั้น"

    "เม็กซิโกเป็นประเทศอีกประเทศที่ฉันชอบ ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม"

    "ฉันก็ชอบ แต่จำเป็นต้องจากมา"

    "เธอลองหางานบ้างหรือยัง งานทำนองที่ต่อยอดความฝันได้"

    "ยัง ฉันหยุดสมัครงานไปหลายเดือนแล้ว"

    "งั้นก็ลองหาใหม่ไปเรื่อยๆ ระหว่างนี้ก็ค่อยไปพัฒนาตัวเอง ฉันว่าเธอเป็นคนเก่งระดับหนึ่งเลย"

    "ฮะฮะฮะ ยังไม่รู้จักฉันเลย มาดูออกได้ไง"

    "ไม่มีใครไม่เก่งหรอก ถ้าคิดว่าตัวเองไม่เก่งก็ไม่เห็นเป็นไร ความฝันถ้ามองจริงๆมันก็ถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ของสังคมที่กดดันเรา ไม่จำเป็นต้องมีความฝันทางอาชีพก็ได้ในความคิดฉัน"

    "อืม...มีความสุขกับทุกวัน ฉันเพิ่งจะพยายามทำแบบนั้นเอง ฉันจะกินทุกอย่าง จะทำทุกอย่าง ฉันไม่หวังชีวิตยืนยาวหรอก"

    "เฮ้! ฉันไม่ได้บอกให้เธอทำร้ายตัวเองนะ"

    "ฉันไม่ได้จะทำร้ายตัวเอง"

    "เพลาๆเรื่องเหล้าก็ดี"

    "พูดเหมือนเป็นพ่อ เป็นพี่ชายฉันล่ะ ฉันอิ่มแล้ว ขอบคุณที่มานั่งเป็นเพื่อนกัน ฉันขอตัวก่อน"

    "พอจะไปก็ไปง่ายๆ ยังไงก็ใช้ชีวิตให้ดี มั่นใจในตัวเองเข้าไว้"

    "อื้ม...ขอบคุณ"

    ทั้งสองแยกทางกันตรงหน้าร้าน เธอหันไปมองเขาที่เดินหันหลังให้เธอ สลับกับเขาที่ดูเธอเช่นกัน

    เธออดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ คนที่เพิ่งรู้จักอย่างเขากลับทำให้เธอสบายใจที่จะพูดคุยด้วย อาจเพราะเธอเหงาไม่มีเพื่อนตั้งแต่พี่สาวเธอย้ายไปโซลเธอก็ไม่มีเพื่อนให้พบเจอ น่าขำสิ้นดีที่เขาคิดว่าเธอเป็นคนเก่ง เขามองคนในแง่ดีหรือพูดตามมารยาทกัน แต่อย่างไรเธอเกิดอาการใจเต้นขึ้นมาแปลกๆตอนเธอเห็นเขาใกล้ๆ ถ้าพรุ่งนี้เจอเขาอีกก็น่าจะดี
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in