Every day, Every momentNoc_lilsis
Chapter 3 / ฝนตกไม่แผ่ว
  • วันแต่ละวันผ่านไปโดยไร้แรงจูงใจ ความหวังใดๆ ที่พอช่วยให้คิดว่าพรุ่งนี้ช่างเป็นวันที่รอคอย การเป็นมนุษย์นั้นหากคิดดีๆมันช่างไร้เหตุผล มนุษย์ต้องคอยกดดันตัวเองให้ชีวิตเดินไกลขึ้นสูงขึ้น แผนชีวิตเธอนั้นขอวันพักผ่อนกับการนั่งชมวิวสวยๆ มีเงินเก็บในบัญชีพอสำหรับจ่ายค่าบ้านพักคนชราระดับพรีเมี่ยมยามเธอแก่เฒ่า สิ่งที่ติดค้างใจเธอตลอดมาคือเธอยังไม่กระตือรือร้น ขาดความทะเยอทะยานที่จะหางานให้คุ้มกับใบปริญญาที่เธอรับมา ตอนนี้เธอติดอยู่กับโรงงานเค้กมาเกือบ3ปีแล้ว จะหยุดอยู่จุดนี้อีกนานเท่าไร...

    อากาศในวันนี้ร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน เธอชมวิวตรงหน้า แต่ไม่ได้จดจ่อมีสมาธิกับภาพตรงหน้า ความคิดมากมายตีปะปนอยู่ในหัว จนเรียงลำดับนึกคิดไม่ได้ ตอนนี้เธอควรเติบโตมากกว่านี้สิ เธอกำลังเสียเวลา ถึงเวลาที่ต้องพยายามมากกว่าเดิมแล้ว เมื่อคิดถึงความฝัน เธอเคยมีความฝันที่แรงกล้า ส่วนความฝันตอนนี้มันเลือนลาง เธอไม่กล้าคิดถึงเพราะแค่งานทุกวันนี้ทำให้เธอเหนื่อยล้าจนไม่มีเวลาคิดเรื่องใดๆ เธอถามกับตัวเองว่ากำลังมีความสุขดีใช่ไหม พรุ่งนี้ควรทำอะไร ตอนนี้ต้องการอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีคำตอบในคำถามเหล่านี้ เธอนึกขึ้นได้ว่าใส่หูฟังค้างไว้โดยไร้เสียงเพลงเปิด บางทีการอยู่เงียบๆมันก็กลืนกินเรา บ้างก็ทำให้เราผ่อนคลาย

    ตัวเลขจำนวนความห่างของปีแต่ละปีในเหตุการณ์ความทรงจำถูกคำนวณอย่างรวดเร็ววนหัวของเขา เวลาผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ความทรงจำเหล่านี้ยังคงแม่นยำ แต่ละก้าวที่พามาถึงวันนี้นับได้ว่าเขามาไกลมากโข ตอนนี้เขามีทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดขัดสน เขาไม่จำเป็นต้องกังวลสำหรับอนาคต เขาทบทวนชีวิตในแต่ละวัน การใช้ชีวิตในแต่ละวันของเขาไม่ได้ต่างจากอดีตเท่าไรนัก ใช้ชีวิตไปวันๆกับการทำงาน พักผ่อนและทำงานต่อ รอดูผลลัพธ์จากงานที่สร้าง ค่อนข้างน่าเบื่อเหมือนกัน แต่อย่างน้อยความกังวลเรื่องเงินก็ไม่ได้มีอีกแล้ว ไม่ถึงกับสุขเรื่องทุกข์ก็ไม่มี เขาต้องการสิ่งใดในชีวิตอีกล่ะ นอกจากเรื่องงาน ท่องเที่ยว ส่วนเรื่องเดตนั้นเขาไม่ได้คาดหวังใดๆมาหลายปีแล้ว หากในวัยของเขา หากในวัยนี้เจาควรมีครอบครัว มีลูกที่อาจจะเรียนอยู่มัธยมต้น เขาเคยฝันเช่นนั้นแต่เมื่อรู้ตัวอีกทีมันก็ยากที่จะเกิดขึ้น อาจเพราะเขาอยู่กับตัวเองมากเกินละมั้ง รู้สึกผิดกับแฟนเก่าก่อนหน้าขึ้นมาสะอย่างนั้น

    เขาเห็นหญิงคนเดิมประจำตำแหน่งบันไดขั้นบน เธอมีสีหน้าที่เหม่อลอย เดาไม่ถูกว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไร เขาอยากรู้ขึ้นมาว่าคนวัยอายุเท่าเธอยุคนี้มีแผนการใช้ชีวิตอย่างไร กลุ่มเมฆฝนก้อนใหญ่กำลังตกอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำเป็นภาพหายาก ลมเริ่มพัดแรงแต่ผู้คนรอบๆยังคงทำกิจกรรมของตัวเองไม่ได้ตระหนกถึงฝน ทั้งสองสังเกตว่าผู้คนยังไงทำตัวปกติพวกเขาจึงยังอยู่ที่เดิม ลมเย็นพัดผ่านสัมผัสผิวหน้าและกาย อากาศที่ร้อนก่อนหน้าเมื่อลมเย็นมาก็ขอได้รับลมเย็นบ้าง ไม่ทันไรฝนเกิดเทลงมาอย่างหนักโดยไม่ทันตั้งตัว ในจังหวะที่เขาหยิบมือถือขึ้นมาเสียงฟ้าผ่าทำให้เขาตกใจจนทำมือถือหลุดมือ เม็ดฝนตกลงมาเป็นเม็ดหนาจนเขาไที่สามารถมองเห็นมือถือที่ตก ทั้งตัวเขากำลังเปียก ตอนนั้นเองฝนได้หยุดกระทบลงบนตัวเขาแต่รอบๆยังคงตก เขาหันหลังทันทีว่าใครมากางร่มให้ หญิงคนที่นั่งบันไดขั้นบนคือคนที่กางร่มให้เขา เธอช่วยเขาหามือถือ


    "ตกอย่างตรงนั้นน่ะ" เธอชี้จุด และบอกให้เขาตามเธอไปหยิบมือถือ

    "ขอบคุณมาก" เขากล่าว

    "รีบไปหลบในร่มดีกว่า ตรงนี้ เสี่ยงฟ้าผ่า" เธอกล่าว ทั้งสองอยู่ใต้ร่มคันเดียวกัน เขาค่อน


    ข้างสูงกว่าเธอ เขาจึงอาสาถือร่มแทน ทั้งสองหลบฝนอยู่ในร่ม แต่ฝนก็ยังคงตกหนัก ตกนานกว่าที่คิด


    "คุณมายังไง จอดรถไว้ที่ไหน ถ้าจะกลับฉันเดินไปส่งได้ คิดว่าฝนน่าจะตกอีกสักพัก" เธอถามเขาเพราะเธอจะกลับแล้ว ฝนดูท่าไม่น่าจะหยุดตกง่ายๆ ถ้าเธอออกไปแต่ทิ้งเขาไว้มันก็ดูไม่ดี

    "ฉันเอารถจอดไว้ไม่ไกลจากนี้เท่าไร แล้วเธอมายังไง?"

    "เดินมาน่ะ สรุปคุณจะกลับที่รถไหม?"

    "ฉันไม่รบกวนเธอใช่ไหม?"

    "ไม่ งั้นไปกัน"


    เขาถือร่ม มองดูเธอที่ทำหน้าตายคาดเดายากว่าเธอมีความคิดเช่นไร เธอเต็มใจหรือว่าเธอทำตามมารยาท แต่เธอเสนอช่วยเขานั้นก็เป็นน้ำใจที่ดี เธอมีหน้านิ่งหน้าเดียวหรือไงกันเขาแอบคิดในใจนั้นมันทำให้เขาอึดอัดไม่น้อย กลัวว่าเขาจะทำเธอเสียเวลา บรรยากาศใต้ร่มทั้งเงียบและน่าอึดอัด เขาต้องทำลายบรรยากาศเงียบนี้แล้วล่ะ


    "ฉันแจจิน ฉันขอรู้ชื่อเธอได้ไหม?"

    "โจอันนา"

    "โจอันนา...ภาษาต่างประเทศ?"

    "เป็นชื่อภาษาละติน"

    "ชื่อในวงการ?"

    "วงการ?"

    "ก็ชื่อเล่นที่ตั้งขึ้นมาเพื่อความแฟนซีหรือ ไว้ให้ชาวต่างชาติเรียกง่ายๆ"

    "แต่นั้นชื่อจริงฉัน"

    "จริง?"

    "ดูพาสปอร์ตฉันไหมล่ะ"

    "เธอไม่ใช่คนเกาหลีเหรอ?"

    "เล่าแล้วยาวน่ะ"

    "ไม่ต้องเล่าก็ได้"

    "แล้วคุณชื่ออะไรนะ?"

    "แจจิน"


    เมื่อรับรู้ชื่อกันและกันแล้วความเงียบกลับมาอีกรอบ ฝนค่อยๆเบาลงแต่ยังถือว่าหนักในระดับหนึ่ง


    "ไกลจัง" เธอพูดขึ้นมา เขารู้สึกเกรงใจเธอขึ้นมา บวกกับสีหน้าเธอที่นิ่งเฉยชวนน่าอึดอัด เขาจึงเริ่มหาบทพูดอีกครั้ง

    "เธอมาจากประเทศไหน?"

    "เม็กซิโก แต่พ่อแม่ฉันเป็นเกาหลี ฉันโตที่นั้นน่ะ"

    "ทำไมถึงมาที่นี่"

    "ก็..." เธอเหลือบมองดูเขา คิดว่าเขาถามเธอมากเกินไปหน่อย แต่เธอก็ยอมตอบเขา "ที่นี่มีงาน มีเงินและมีสวัสดิการที่ดีพอให้ฉัน"

    "อืม..."

    "คุณอึดอัดเหรอ? ไม่ต้องชวนคุยหรอก เดินไปเรื่อยๆเถอะ อีกไกลไหมน่ะ?"

    "ใกล้ๆนี้"


    เขาเงียบตามที่เธอแนะนำ เขาอยากถามเธอต่อว่าเธอคงพูดอังกฤษคล่อง อยากรู้รวมไปถึงการศึกษาแต่นั้นมันเป็นเรื่องส่วนตัวรู้เพียงเท่านี้พอ แค่ฆ่าเวลาฆ่าบรรยากาศอันน่าอึดอัด ไม่นานทั้งสองก็ถึงที่รถ ฝนตกหยุดตกพอดี


    "ฉันต้องขอบคุณเธอมาก เธอเป็นคนที่มีน้ำใจ" เขากล่าวคำชมเธอ

    "ไม่เป็นไร - ฉันขอตัวก่อน"

    "ขอบคุณ กลับปลอดภัย"


    เธอหันหลังให้เขากำลังจะก้าวเท้า แต่เธอเปลี่ยนใจหันหลังมาอีกที


    "ยินดีที่ได้รู้จัก" ทั้งสองพูดออกมาพร้อมกัน


    ทั้งสองพยายามไม่แสดงอาการแปลกใจใดๆออกมา ต่างคนต่างยิ้มให้กันอย่างเจื่อนๆ ก่อนจะหันกลับและแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง พวกเขากลั้นยิ้มไว้และกลั้นขำเอาไว้เช่นกัน จนรู้ตัวว่าพวกเขาอยู่ห่างกันระยะหนึ่งถึงค่อยหลุดขำออกมาเบาๆ นั้นมันเป็นจังหวะเหตุการณ์พิลึกอะไรถึงพูดออกมาพร้อมกันได้ทั้งสองคิดเช่นนั้น
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in