ดาบโบตั๋นdivevil
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน ดาบโบตั๋น — ห้องพักริมทะเล
  • หย่งชินไม่เคยคิดมาก่อนว่าการชวนมา 'พักผ่อนกันแบบส่วนตัว' ของหัวหน้าตระกูลเว่ยเฉินจะลงเอยแบบนี้


    แบบที่ทำให้เขากึ่งนอนกึ่งพิงอยู่บนตัวจอห์น คนตรงหน้าใช้มือข้างหนึ่งเกลี่ยปอยผมชื้นเหงื่อที่ตกลงมาปรกดวงตาขึ้นไปทัดหูให้ ส่วนอีกข้างลูบแขนเขาเบาๆ ราวให้กำลังใจ ในขณะที่มือใหญ่ๆ อีกคู่ของคนด้านหลังหย่งชินกำลังบีบบั้นท้ายเขาด้วยแรงที่เมื่อยกมือออก ก็คงทิ้งรอยแดงชัดเจนเอาไว้ให้ใครก็ตามที่เห็นได้รู้ว่าเขาเพิ่งผ่านกิจกรรมแบบไหนมา


    เสียงหายใจของลูคัสดังก้องในห้องสวีทของโรงแรมที่มีผนังด้านหนึ่งเปิดโล่งให้เห็นวิวทะเลสีฟ้างดงาม ลมเย็นๆ โชยกลิ่นเกลือทะเลเข้ามาในห้องกว้าง แต่ตอนนี้แขกทั้งสามกลับไม่ได้ใส่ใจวิวที่ว่าสักเท่าไหร่


    ลูคัสขยับเอวเป็นจังหวะเชื่องช้าราวพวกเขามีเวลาที่เหลือทั้งหมดในครอบครอง หย่งชินจำไม่ได้ว่าพวกเขาอยู่ในท่านี้มานานแค่ไหนแล้ว และเขาไม่มั่นใจว่าความอดทนของลูคัสหรือสติที่เหลืออยู่ของตนจะหมดลงก่อนกัน ส่วนความพยายามในการใช้มือข้างหนึ่งแทรกช่องว่างระหว่างตัวเขากับจอห์นเพื่อปลดปล่อยตัวเองก็โดนลูคัสสกัดเอาไว้อย่างง่ายดาย มือหนาคว้าข้อมือเขาไว้แล้วขยับตัวออกช้าๆ จนหย่งชินรู้สึกเหมือนสัมผัสที่รวมเขาสองคนเข้าด้วยกันกำลังจะหายไป ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวเองกลับเข้ามาจนสุดแล้วค้างไว้อย่างนั้น


    "ลูคัส" หย่งชินพูด -- พยายามจะพูด -- เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ออกมาจากปากตัวเองเมื่อกี้นั้นรู้เรื่องพอที่คนข้างหลังเขาจะเข้าใจไหม แต่เขารู้สึกได้ว่าลูคัสโน้มตัวลงมา "ลูคัส" จนริมฝีปากอิ่มกดจูบเบาๆ ที่แผ่นหลังเปลือยเปล่า


    จอห์นขยับตัวเล็กน้อย เขาฮัมเบาๆ แล้วก้มลงจุมพิตปลายจมูกหย่งชิน ความแข็งขืนกลางลำตัวชัดเจนเสียดสีกับอวัยวะของหย่งชิน "คนเก่ง" จอห์นว่า รอยยิ้มอ่อนโยนและดวงตาสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายจนหย่งชินต้องหลับตา เขากัดหัวไหล่จอห์นเมื่อลูคัสลากผ่านจุดอ่อนไหวของตัวเองช้าๆ ลมหายใจของจอห์นสะดุดเพียงชั่วขณะ เขาเม้มปากลงกับผิวที่แดงเป็นรอยฟันของตัวเองแทนคำขอโทษ จอห์นส่ายหัวนิดๆ ลิ้นสีชมพูแลบเลียริมฝีปาก นัยน์ตาสีน้ำตาลดูเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับชั่วลมหายใจที่แล้ว


    "พูดสิ" ลูคัสเอ่ย ไม่ได้ขยายความอะไรเพิ่ม จังหวะในการขยับค่อยๆ เร่งเร็วขึ้นจนเขากลั้นเสียงร้องในลำคอเอาไว้ไม่ได้ ความรู้เต็มตื้นด้านล่างทำเอาเขาตาพร่าไปครู่หนึ่ง


    "ลู-" เขาขบผิวขาวๆ ของจอห์นโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อจู่ๆ ลูคัสก็แตะบริเวณที่เขาหายเข้าไปในตัวหย่งชิน เสียงตึงดังขึ้นเหนือหัวเขา เมื่อเงยหน้าขึ้นมองจึงพบว่าหัวของจอห์นกำลังพิงอยู่กับหัวเตียง ก่อนจอห์นจะยกหัวขึ้นแล้วกระแทกลงไปอีกหนึ่งที -- ตึง -- เขาส่งเสียงประท้วงในลำคออย่างน่าสงสาร


    "ขอร้อง" จอห์นพูด "ขอร้องล่ะ"


    "ลืมหรือไง" ลูคัสหยุดการเคลื่อนไหว "ว่าทำไมนายถึงมาอยู่ตรงนี้ได้"


    หย่งชินพยายามขยับบั้นท้าย แต่กลับถูกฝ่ามือแข็งแรงยึดเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนที่ไปไหน "ลูคัส" เขาครวญ "ฉัน..." ลูคัสช้อนตัวเขาให้ลุกขึ้นนั่ง หลังพิงอกคนตัวสูง การเปลี่ยนท่าทางอย่างกะทันหันทำให้คุณชายตระกูลหลี่อย่างเขาส่งเสียงเว้าวอนในลำคออย่างอดไม่ได้ และเมื่อเบื้องหน้าไม่มีร่างกายอุ่นๆ แนบชิด ผิวหนังชื้นเหงื่อของเขาก็รับรู้ได้ถึงลมเย็นๆ ในห้องได้อย่างถนัดถนี่


    รวมถึงส่วนนั้นของเขาที่ตั้งชูชันอย่างชัดเจนตรงหน้า ของเหลวข้นขาวปริมาณหนึ่งไหลเยิ้มลงมาจากส่วนปลายสีแดงก่ำ หลักฐานชัดเจนของอารมณ์วาบหวามที่โดนพัดให้พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่พอจะถึงจุดสูงสุด กลับโดนปฏิเสธการปลดปล่อย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า


    จอห์นทุบมือลงกับเตียง เขากัดริมฝีปากแน่น หอบหายใจถี่ สายตาทอดมองหย่งชินและส่วนที่ถูกละเลย สลับกับอวัยวะที่แข็งขืนไม่แพ้กันตรงหว่างขาตนเอง "หวังซวี่ซี่"


    ริมฝีปากลูคัสสัมผัสกับต้นคอหย่งชิน ก่อนจะขบกัดอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ปลายลิ้นไล่จากลำคอเรื่อยมายังสันกรามก่อนจะมาสิ้นสุดที่ริมฝีปาก หย่งชินเปิดรับเขาเข้ามาอีกครั้ง จุมพิตหอมหวานมึนเมาเหมือนเหล้าวิสกี้ผสมน้ำผึ้ง


    จังหวะที่ลูคัสผละออก หย่งชินไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนขยับปากไล่ตามสัมผัสดูดดื่มจนกระทั่งเสียงทุ้มๆ ของลูคัสดังขึ้น


    "ยองโฮ" ลูคัสเรียกชื่ออดีตคู่แข่ง จอห์นกะพริบตาให้เขาสองสามครั้ง เป็นสัญญาณว่าเขายังมีสติ "ในเมื่อได้รับโอกาสแล้ว ก็หัดใช้ปากของนายให้เป็นประโยชน์เสียบ้าง" ลูคัสลูบไล้ท้องน้อยหย่งชิน เข้าใกล้แต่ก็ไม่ยอมสัมผัสส่วนที่เขาอยากให้สัมผัสที่สุด "ถ้านายทำดีกับคุณชายของฉัน ฉันก็อาจจะอนุญาตให้นายได้รับของตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ จากเขา"


    หย่งชินมาคิดตามทันว่าลูคัสหมายความว่าอะไรเอาก็ตอนที่จอห์นโน้มตัวลงมา ก่อนจะหยุดเมื่อริมฝีปากห่างจากหย่งชินเพียงไม่กี่มิลลิเมตร เขามองลอดแพขนตาหนาขึ้นมาสบตากับหย่งชินเป็นเชิงขออนุญาต


    หย่งชินพยักหน้า ไม่ถึงวินาทีถัดมา ความคิดทุกอย่างในหัวของเขาก็หายวับไป


    สัมผัสร้อนรุ่มครอบงำเขา จากยอดลงไปเรื่อยๆ จนถึงโคน ลำคอของจอห์นขยับบีบรัดส่วนหัวจนเขาคิดอะไรไม่ออก ก่อนที่จะเกิดอะไรมากไปกว่านั้น จอห์นก็ถอนปากออก ริมฝีปากแดงก่ำเปื้อนน้ำลายและสิ่งที่ข้นกว่านั้น "ทำไม..." เขาพยายามจะถาม แล้วจึงสังเกตเห็นมือของลูคัสที่ขยุ้มผมส่วนหนึ่งของจอห์นเอาไว้ คิ้วหนาขมวดกับตาขวางๆ ของจอห์นแลดูไม่น่ากลัวอย่างที่เจ้าตัวต้องการเมื่อส่วนนั้นของหย่งชินชูชันห่างจากใบหน้าเขาไปเพียงนิดเดียว


    จอห์นรออยู่อย่างนั้นสักพักโดยไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร


    หย่งชินขยับเอวอีกครั้ง ก่อนจะบีบรัดลูคัสแน่นอย่างใจร้อน ลูคัสคำรามเบาๆ ข้างหูเขา มือหนาสองข้างประคองลำตัวหย่งชิน แล้วจึงดันหย่งชินลงกับเตียง-


    และเริ่มขยับอย่างมีเป้าหมายอีกครั้ง


    เขารู้ว่าตัวเองร้องออกมา เสียงดังต่อเนื่องอย่างไม่อาจห้ามได้ ท่ามกลางอารมณ์ความรู้สึกมากมายที่ประดังเข้ามาในวินาทีนั้น หย่งชินรู้ตัวว่ามีคนกำลังเคลื่อนที่ ลูคัสยกเขาขึ้นจากเตียงครู่หนึ่ง พูดว่า "เชิญ" ก่อนจะวางหย่งชินลง -- บนตัวจอห์น -- สิ่งแรกที่เขาเห็นคือความต้องการของอีกฝ่าย จากนั้นสัมผัสอุ่นชื้นของปลายลิ้นจอห์นก็พุ่งเข้าโจมตีและกลืนกินเขาเข้าไปอีกครั้ง


    หย่งชินพยายามจะช่วยจอห์นด้วยปากของตน แต่ระหว่างลูคัสที่เคลื่อนไหวเหมือนสัตว์ป่ากับลำคอร้อนแรงของจอห์นแล้ว ด้วยสติที่ยังพอจะหลงเหลืออยู่บ้าง เขาก็ตัดสินใจว่าควรถอนปากของตนออกจากอวัยวะอ่อนไหวของอีกฝ่าย และใช้นิ้วมืออ่อนปวกเปียกของตัวเองทำหน้าที่นั้นแทน


    เขาโดนลูคัสและจอห์นดึงให้ลอยขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ สมองของเขาตัดสิ่งแวดล้อมออกจากโสตประสาทอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงสัมผัสวาบหวามล้ำลึกที่กำลังจะผลักให้เขาตกลงจากหน้าผา-











    หย่งชินรู้สึกตัวขึ้นมาหลังจากเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เขานอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ค่อนข้างสะอาด ลูคัสอยู่ทางขวา กำลังเขี่ยผมเขาเล่น ส่วนจอห์นนอนอยู่ทางซ้าย ใบหน้าซุกอยู่ตรงซอกคอของเขา


    "สุดยอด" คือคำๆ แรกที่หลุดออกมาจากปากเขา


    "ผมรู้" ลูคัสว่า หย่งชินสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มมุมปากน่าหมั่นไส้จากคุณชายสองแห่งเว่ยเฉิน


    จอห์นพยักหน้าหงึกหงัก เส้นผมนุ่มนิ่มคลอเคลียใบหูหย่งชิน "อือ"


    เอ... "ฉันจำได้แค่ว่าตัวเองถึงจุดสุดยอด แล้วก็เผลอหลับไป"


    "เรียกว่าหมดสติดีกว่า คุณน่ะ" ลูคัสหอมแก้มเขาอย่างมันเขี้ยว


    เขารู้สึกว่าบรรยากาศมันประหลาดๆ "พวกนายก็เหมือนกันใช่ไหม"


    "ผมไม่ได้หมดสตินะ" ลูคัสเถียง


    หย่งชินพ่นลมหายใจเสียงดัง "ฉันหมายถึงพวกนายก็ถึงเหมือนกันใช่ไหม"


    "ถึงสิ" เจ้าตัวแสบว่าพลางยักคิ้ว "หลักฐานอยู่ในตัวคุณน่ะ ผมไม่ได้เช็ดให้ละเอียดขนาดนั้น"


    "อ๋อ..." จริงๆ เขาก็พอจะรู้ตัวดีว่าลูคัสไปถึงจุดนั้นแล้ว แต่คนที่เขาอยากถามจริงๆ ก็คือ... "จอห์น นายล่ะ"


    "เออ" จอห์นส่งเสียงงึมงำในลำคอ


    "เอ๊ะ" หย่งชินยันตัวขึ้นนิดหนึ่งเพื่อให้มองหน้าจอห์นได้ถนัด เขาคิดว่าตัวเองตาฝากจึงยกมือขึ้นขยี้ตา นายซอยองโฮกำลังหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก "จอห์นนี..."


    เจ้าของชื่อไม่ยอมมองหน้าเขา แต่คนตัวโตที่นอนเหยียดแขนอยู่อีกฝั่งกลับส่งเสียงหัวเราะชอบใจที่สุดแสนจะน่าสงสัยออกมา


    มีอะไรในกอไผ่แน่นอน หย่งชินหันไปมองลูคัส ก่อนจะหันหน้ากลับมามองจอห์นที่กำลังนอนจ้องรอยเปื้อนตรงหมอนอย่างตั้งใจเกินเหตุ


    "พวกนาย..." หย่งชินพยายามสรุป แต่ก็จนปัญญาจะอธิบายสถานการณ์แปลกประหลาดในตอนนี้ จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ


    ลูคัสส่งเสียงหัวเราะชั่วร้ายขึ้นอีกครั้ง


    "นายสองคน..." หย่งชินพยายามอีกครั้ง


    "เปล่าเลย" จอห์นนีพูดแทรกขึ้นมา เขาดันตัวลุกขึ้นแล้วกระโดดลงจากเตียงด้วยความเร็วในระดับหมีโดนน้ำร้อนลวก หย่งชินสังเกตเห็นจังหวะที่เขาเซเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ทั้งเรื่องเมื่อกี้กับเรื่องที่จอห์นดูจะหน้าแดงขึ้นกว่าเมื่อกี้อีก จอห์นยืนมองเขาอยู่อย่างนั้น ก่อนจะโน้มตัวลงมาจุมพิตปลายจมูกของเขาชั่วครู่เดียว จากนั้นจึงกึ่งวิ่งกึ่งเซไปทางห้องน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับห้องนอน "ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ" เขาว่า แล้วปิดประตูดังปัง


    หย่งชินเปลี่ยนเป้าหมายกลับมาเป็นลูคัส ที่นอนจ้องหน้าเขาอยู่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร "นายทำอะไรเขา"


    "เปล่า" เจ้าตัวยักไหล่เล็กน้อย ก่อนจะเสริมว่า "ก็แค่ช่วยอะไรนิดหน่อย"


    หย่งชินมองหน้าเขา ส่งสายตาคาดคั้น แต่ลูคัสกลับใช้อุ้งมือใหญ่ๆ ของตัวเองตะปบตัวหย่งชินแล้วลากเขาลงไปนอนข้างตัวเองได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง "คุณนอนเถอะ พักสักหน่อย แล้วเราไปหาอะไรกินกัน"


    เขาหรี่ตา พอจะมีเค้าลางๆ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตอนตัวเองวูบหลับไป แต่ตอนนี้ถึงเค้นอย่างไร คนคนนี้ก็คงเอาแต่บ่ายเบี่ยงเขาไปเรื่อยๆ แน่ๆ คิดได้ดังนั้น หย่งชินก็ถอนหายใจ ทั้งเหนื่อยหน่ายและเอ็นดูผู้ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นหัวมังกรแห่งเว่ยเฉินที่กำลังแสร้งทำเป็นนอนหลับตาพริ้มให้เขา


    เอาเถอะ เขาคิด เสียงคลื่นที่มาพร้อมสายลมเย็นสบายเริ่มถ่วงให้หนังตาหนัก นอกจากนั้นเขาก็เริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองจะพยายามต้านทานความง่วงอยู่ทำไมกัน ไว้นอนหลับเอาแรงก่อน ค่อยตื่นมาจัดการเจ้าคนตรงหน้าก็ยังไม่สาย


    สิ่งสุดท้ายที่หย่งชินรับรู้ก่อนหลับสนิทคือสัมผัสแผ่วเบาบนเปลือกตา






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in