หม้อจับฉ่าย2019Piti Pui
หงุดหงิดโว้ย!!!
  • อยากจะยอมรับตัวเองว่าโคตรหงุดหงิด โคตรเกลียด โคตรอึดอัด แต่คือ พยายามคูลดาวน์ เพราะมันน่าจะส่งผลดีกับตัวเองมากกว่าไปต่อยอดความหงุดหงิด สิ่งที่เขียนนี้อ่านแล้วอาจจะรู้สึกเนือย ๆ ไม่มีอารมณ์ ไงลึก ๆ มันก็มีปะทุ ๆ คุกรุ่นอยู่นะ

    นานมากแล้วช่วงยังเรียนเปียโน ครูพูดขึ้นว่า "พอแก่ขึ้นเรื่อย ๆ ก็พบว่ามันเล่นง่ายขึ้นเรื่อย ๆ" ครูเขาเป็นศิลปินด้วย เขารู้สึกว่ายิ่งเขามีอายุก็ยิ่งฟอร์มดี อะไรทำนองนั้น เราเคยพูดกับเขาถึงตัวเองกลับไปว่าแต่ของเรามัน "แก่เกินแกงแล้วไหม" ทีแรกเขาถามว่าเกินแกงคืออะไร เราว่าเกินแกงแบบเนื้อเหนียวจนแกงยังไงมันก็ยังเหนียว (ความจริงน่าจะหมายถึงกะทิมันแตกมันหรือเปล่านะ) ครูยิ้มแล้วตอบกลับมาว่า "เนื้อยิ่งแกงยิ่งตุ๋นมันจะยิ่งอ่อนนุ่มและน่ากิน" เรายังจำยิ้มของเขาได้ เขาทำท่าเหมือนได้กินของอร่อย ภาพเนื้อที่ถูกตุ๋นจนนุ่มคงผุดขึ้นมาตอนที่เขาพูดคำนี้

    ไอ้ที่ว่าแก่ขึ้นเรื่อย ๆ พบว่าเข้าใจมากขึ้น ประโยคแรก ๆ ที่ได้ยินคงมาจากครูเค้า แต่พอเราโตขึ้นมาเรื่อย ๆ จริง ๆ ก็ได้ยินเรื่องเหล่านี้เรื่อย ๆ สุดท้ายก็ได้ยินเสียงของตัวเองบอกอย่างงั้นเหมือนกันว่าพอเราเติบโตขึ้นมันก็เห็นภาพในมุมกว้างมากขึ้น

    เมื่อคืน มีประเด็นให้อึดอัดใจ มาอึดอัดเอาตอนประมาณ ตี 1 ครึ่ง เพื่อนที่จะคลิ๊กแบบบ่นบ้าใส่ได้ ตอนนี้ติดต่อไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม และคนอื่นที่หลงเหลือก็คงหลับไหลกันไปหมด ตัวเลือกที่จะปลดปล่อยไม่มีเลย การจะไปปล่อยขยะอารมณ์ในโซเชียลก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ยิ่งโตยิ่งรู้สึกว่าการบ่นในโซเชียลจะยิ่งทำให้ตัวเองดูแย่ ดูเป็นคนอ่อนแอในสายตายชาวบ้าน

    เราก็เลยคิดว่างั้นเราจะคูลดาวน์ตัวเองยังไง??? ก่อนอื่น เรื่องที่ทำให้อึดอัดใจก็คือ เราต้องดีลกับคน ๆ นึง ที่เรารู้สึกว่า เราไม่เข้าทางกับเขาเลย ซึ่งเรารู้ตัวเรามานานมากแล้วว่ากับคนนี้เราแพ้ หลัง ๆ ก็หนี ๆ แต่ไม่ได้มานั่งคิดว่าทำไมว่ะ เมื่อคืนหลังจากโดนคำพูดประหลาด ๆ พูดใส่มาจากคนนี้แล้วเราก็เริ่มรู้สึกอึดอัดอ่ะ เราก็เลยย้อน ๆ กลับไปดูว่าทำไมเรารู้สึกเราแพ้ ผลก็คือ อีกฝ่ายเขาเป็นคนที่ถ้าอยากได้อะไรเขาจะมีเทคนิคกดดันทำนองร้ายเล็ก ๆ พูดทีเล่นทีจริง ซึ่งพอมาใช้กับเรา เหมือนเราหนีลำบาก เรามักจะแก้ปัญหาแบบอ้อม ๆ คนที่อ่านบรรยากาศความรู้สึกเราไม่ออก หรืออ่านออกแต่ไม่สนใจ เขาก็จะสามารถเล่นกับเราตรงนี้ได้

    ไงกรณีของเมื่อวานมันก็จบไปแบบ ช่างเหอะ พอวิเคราะห์สาเหตุว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบนี้ ต่อไปนี้ถ้ามีประโยคมากดดันอะไรอีกก็ไม่ต้องไปสนใจการกดดันนั้น ๆ เพราะนั่นคือนิสัยของเขา และมันก็สอนเราไปในตัวว่า เราเองถ้าอยากได้อะไรการทำตัวไปพูดกดดันคนอื่นโดยใช้ภาษาและการวางตัวแบบนี้ก็ไม่ดีเหมือนกัน เพราะคนที่ถูกกระทำอาจจะอึดอัด แบบที่เราเป็นมา

    ย้อนกลับไปคิดถึงตัวเองตอนที่เคยถูกกระทำแบบนี้ใส่มานมนาน มันเหมือนไม่เข้าใจว่าทำไม ๆ ตอนนั้นเราอาจจะมองหาสาเหตุอยู่เหมือนกัน แต่มันไม่เจอ มันให้ความรู้สึกแค่เพียงว่า ทำไมเราต้องยอมคนนี้ทั้ง ๆ ที่ยอมไปแล้วมีแต่จะเปลืองแรง ซึ่งช่วงเวลาก่อนหน้าเรายังไม่เก่งพอในการวิเคราะห์สถานการณ์ เราไม่รู้เทคนิคที่ค่อย ๆ แกะจุดสาเหตุหลัก ๆ อารมณ์เรามันไปก่อนด้วยเลยทำให้เราเบลอ ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น นี่ก็เป็นเพราะเราเติบโตเก่งขึ้น เข้าใจมากขึ้น จึงเริ่มค้นหาเจอว่า ประโยคที่เขาใช้กับเราแบบนี้ นิสัยที่เขาทำประจำกับเราแบบนี้นั่นเอง

    ในนี้ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่สาธารณะ เราก็คงเล่าเจาะลึกไม่ได้มาก ใครหลงเข้ามาอ่านอาจจะรู้สึกว่าเขียนอะไร อธิบายไม่เข้าใจ อันนี้เพราะไม่อยากจะเขียนเจาะ อยากจะแค่เขียนเอาไว้เตือนเป็นกรณีศึกษาโดยที่ไม่ได้กล่าวว่าร้ายอีกฝ่าย เพราะนิสัยกับสิ่งที่เขาทำกับเรามันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินว่ามันผิดหรือถูก มันก็แค่นิสัยแบบนึง ที่เราไม่เข้ากับคนนิสัยแบบนี้เท่านั้น

    จบตรงนี้แล้วกัน คืนนี้อาจจะได้พูดระบายกับคนสนิท แล้วเราก็น่าจะดีขึ้นเมื่อได้เล่า

    ขนปุย
    JUN 16, 2019 4:35PM

    ____________________________________
    บันทึกอื่น ๆ
    1. รูปปกจากเกมส์เกาหลี ที่มันมีธีมห้องแชตใหม่ออกมา
    2. เขียน ขนปุยดูฯ แยกออกมาแล้วนะ เป็นแนวคุยหนัง
    3. อยากบ่นมากกว่านี้ อยากเล่าแบบหมดเปลือก คิดถึงไดอารี่อีสที่เคยเขียนมีระบบล๊อกได
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in