Music is MagicPatstylez
แปลเพลง : Billie Eilish - when the party's over



  • Song Title : when the party's over
    Artist : Billie Eilish

    Talk
    มาแล้วนะคะซิงเกิลใหม่ล่าสุดของน้องบิลลี่ ไอลิช คนงามของพวกเรา หลังจากความเปรี้ยงปร้างอลังการของซิงเกิลล่าสุดอย่าง lovely ซึ่งนอกจากจะเป็นเพลงที่ได้ร่วมงานกับศิลปินหนุ่มชื่อดังอย่าง Khalid แล้ว เพลงนี้ก็ยังได้ถูกนำไปใช้ประกอบซีรีย์ Netflix ที่ได้รับความนิยมสุดๆอย่าง 13 Reasons Why ด้วย ซึ่งแน่นอนว่ากระแสตอบรับของเพลงดังกล่าวก็ดีมากๆจนทำให้ฮิตติดอันดับ 2 บน Billboard เลย

    สำหรับซิงเกิลนี้ เนื้อหาของเพลงได้บอกเล่าถึงความรู้สึกจากการยุติความสัมพันธ์ที่เศร้า แต่ก็ไม่ได้เศร้า 'ขนาดนั้น' จากที่บิลลี่ได้พูดถึงเอาไว้ในสัมภาษณ์กับนิตยสาร Coup de main บิลลี่อธิบายว่า เพลงนี้มันไม่ใช่ 'ฉันเศร้าจังเลย' แต่จะให้อารมณ์เหมือนเมื่อคุณอยู่ในงานปาร์ตี้ และต้องคุยโทรศัพท์กับใครสักคน แต่ไม่สามารถได้ยินกันแบบชัดๆ เพราะในปาร์ตี้มันเสียงดังวุ่นวายมากๆ จนคนที่คุณกำลังพูดด้วยนั้นโมโหและตะโกนใส่ ทำให้คุณรู้สึกว่า 'รู้อะไรมั้ย... ไปไกลๆเหอะ' มากกว่า

    ------------------------------------------------------------------

    Don't you know I'm no good for you
    I've learned to lose you, can't afford to
    Tore my shirt to stop you bleedin'
    But nothin' ever stops you leavin'

    คุณไม่รู้หรอว่าฉันน่ะไม่ดีสำหรับคุณ
    ฉันได้เรียนรู้ที่จะเสียคุณไป อย่าเลยนะ
    ฉีกเสื้อของฉันออกเพื่อที่จะห้ามเลือดให้คุณ
    แต่ยังไงก็ไม่มีอะไรจะรั้งไม่ให้คุณเดินจากไปได้

    (ท่อนนี้เราคิดว่าน่าจะหมายถึง ความสัมพันธ์ของคู่นี้มีปัญหากันบ่อยครั้ง จนบิลลี่เริ่มได้เรียนรู้ในการอยู่โดยไม่มีอีกฝ่ายแล้ว เพราะตนเองเป็นเพียงฝ่ายเดียวที่คอยรั้งความสัมพันธ์เอาไว้ตลอด แต่ก็ไม่มีอะไรจะสามารถหยุดอีกฝ่ายไม่ให้เอาแต่เดินจากไปได้ ดังนั้น อย่าเสี่ยงอีกรอบเถอะ เพราะบิลลี่เริ่มจะไม่ทนแล้ว)
    *Cannot afford to หมายถึง ไม่ควรกระทำสิ่งนั้นๆ เพราะมันจะสร้างปัญหาหนักให้

    Quiet when I'm coming home and I'm on my own
    I could lie, say I like it like that, like it like that
    I could lie, say I like it like that, like it like that

    เงียบสงบเมื่อฉันกลับมาที่บ้านและอยู่ด้วยตัวคนเดียว
    ฉันสามารถโกหกได้ว่านั่นแหล่ะคือสิ่งที่ต้องการ นั่นแหล่ะสิ่งที่ฉันต้องการ
    ฉันสามารถโกหกได้ว่านั่นแหล่ะคือสิ่งที่ต้องการ นั่นแหล่ะสิ่งที่ฉันต้องการ


    Don't you know too much already
    I'll only hurt you if you let me
    Call me friend but keep me closer (Call me back)
    And I'll call you when the party's over

    คุณไม่ได้รู้มากจนเกินไปอยู่แล้วหรอ
    ว่าฉันน่ะจะทำให้คุณเจ็บก็ต่อเมื่อคุณอนุญาตเท่านั้น
    เรียกฉันว่าเพื่อน แต่กลับเก็บฉันไว้ใกล้ๆ (โทรกลับมาด้วยล่ะ)
    งั้นไว้ฉันค่อยโทรหาเมื่อปาร์ตี้จบลงแล้วกัน

    Quiet when I'm coming home and I'm on my own
    And I could lie, say I like it like that, like it like that
    Yeah I could lie, say I like it like that, like it like that

    เงียบสงบเมื่อฉันกลับมาที่บ้านและอยู่ด้วยตัวคนเดียว
    ฉันสามารถโกหกได้ว่านั่นแหล่ะคือสิ่งที่ต้องการ นั่นแหล่ะสิ่งที่ฉันต้องการ
    ฉันสามารถโกหกได้ว่านั่นแหล่ะคือสิ่งที่ต้องการ นั่นแหล่ะสิ่งที่ฉันต้องการ


    (แม้จะรำคาญในความสัมพันธ์ที่วุ่นวาย แต่เมื่อต้องกลับมาอยู่ตัวคนเดียว บิลลี่ก็ยังรู้สึกโหยหาอีกฝ่ายจนต้องโกหกกับตัวเองว่านี่แหล่ะคือสิ่งที่ต้องการ)

    But nothing is better sometimes
    Once we've both said our goodbyes
    Let's just let it go
    Let me let you go

    แต่บางทีมันก็ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว
    เมื่อครั้งที่เราทั้งสองบอกลากันและกัน
    แค่ปล่อยมันไปซะเถอะ
    ปล่อยฉัน ปล่อยคุณไป

    (ความสัมพันธ์นี้มันไม่น่าจะดีขึ้นไปกว่านี้ได้แล้ว ดังนั้นการบอกลากันคือสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ)

    Quiet when I'm coming home and I'm on my own
    I could lie, and say I like it like that, like it like that
    I could lie, and say I like it like that, like it like that

    เงียบสงบเมื่อฉันกลับมาที่บ้านและอยู่ด้วยตัวคนเดียว
    ฉันสามารถโกหกได้ว่านั่นแหล่ะคือสิ่งที่ต้องการ นั่นแหล่ะสิ่งที่ฉันต้องการ
    ฉันสามารถโกหกได้ว่านั่นแหล่ะคือสิ่งที่ต้องการ นั่นแหล่ะสิ่งที่ฉันต้องการ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Alice Alisa (@fb7518028453395)
อารมณ์แบบนี้ตอนนี้เลยมีแต่เราคนเดียวที่พยายาม 😭😭😭
Patstylez (@patstylez)
@fb7518028453395 บางครั้งถ้ามันไม่มีอะไรดีขึ้นแล้วจริงๆ let me let you go แบบที่บิลลี่บอกก็เป็นหนึ่งในทางออกนะคะ ;-;
0310 (@kc_awe)
แปลดีมากๆเลย ลึกซึ้งมาก ขอบคุณมากนะคะ
Patstylez (@patstylez)
@kc_awe ขอบคุณมากเลยนะคะะะะะะ
chubbyxbae (@chubbyxbae)
แอบงงตรง don't you know too much already คือทำไมถึงคิดงั้น
Patstylez (@patstylez)
@chubbyxbae เราคิดว่ารูปประโยคมันให้ความหมายแบบนี้น่ะค่ะ คือถ้าเป็นประโยค don’t you know มันจะต่างกับ do you know ตรงที่ แบบแรกจะเป็นประโยคที่ผู้พูดคาดเดาคำตอบเอาไว้แล้ว ไม่ใช่ประโยคคำถามที่ต้องการคำตอบจริงๆค่า พอจะช่วยให้เข้าใจขึ้นไหมคะแง
Puttadon Jatupornsathian (@fb1582821818485)
ขอบคุณมากครับ แปลดีมากๆเลย ชอบฟังบิลลี่แต่ไม่ค่อยเข้าใจความหมายสักเท่าไหร่555
Patstylez (@patstylez)
@fb1582821818485 ขอบคุณมากนะคะ บางเพลงก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันค่ะจนต้องไปดูสัมภาษณ์ ฮือ 55555 แต่เสียงบิลลี่ถ้าได้ฟังก็หยุดไม่ได้จริงๆค่ะ
Lalita Tantilidtinon (@fb7582879278537)
แปลดีมากเลยค่ะ มีตีความหมายให้ด้วย ชอบบมากกๆเลยยจ้าาา
Patstylez (@patstylez)
@fb7582879278537 ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ;__; อันนี้ไม่ค่อยมั่นใจว่าตีความไปถูกรึเปล่า เพราะใน Genius ยังมีแค่เนื้อเพลงเปล่าๆอยู่เลย แต่จากสัมภาษณ์ของบิลลี่คิดว่าน่าจะประมาณนี้ค่ะ ดีใจที่ชอบนะคะะะ
Sarocha Chuenkhum (@fb3264531346014)
ขอบคุณที่มาแปลให้นะคะมาเร็วมากเลย🙏🙏
Patstylez (@patstylez)
@fb3264531346014 ยินดีค่าา แฟนคลับน้องบิลลี่น่ารักทุกคนน อิอิอิ