ขนปุยดู?Piti Pui
ขนปุยดู Ratched
  • ซีรี่ส์มาใหม่ลง Netflix นำด้วย Sarah Paulson ที่ดูเทรลเลอร์แล้วก็อย่างกะดู American Horror Story อย่างไงอย่างงั้น 


    [ความรู้สึกก่อนดู ตอนดู และหลังดู ... เอาสามความรู้สึกเลย จะยาวหน่อยนะ]


    ตอนที่เห็น trailer แล้วยังไม่รู้ว่าเป็นทีมเดียวกับผู้สร้าง American Horror Story เราก็รู้สึกได้ว่า มันคือ อเมริกันฮอเร่อฯ และคิดว่าแฟน ๆ ที่เคยดู อเมริกันฮอเร่อฯ ก็คงสัมผัสได้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะ??? เราก็ตั้งเป้าว่าเรื่องนี้มายังไงก็คงดู และคิดว่าน่าจะดูรวด ๆ ก็เลยจัดเวลาไว้ดูรวด ๆ

    ความรู้สึกระหว่างดูกันบ้าง ... ยอมรับ สรุป พอจัดเวลาว่าเอาวะ ดูรวด ๆ ไปเลย มันไม่สนุก ดึงดูดขนาดให้รวด ๆ บอกตามตรงว่ารู้สึกการเล่าเรื่องอืด รู้สึกว่าถ้ามันทำเป็นหนังยาวไม่ใช่ซีรี่ส์มันอาจจะดึงดูดมากกว่านี้ เราเครื่องติดเอาท้าย EP5 เฮ้ย ช้าไปหรือเปล่า??? สารภาพว่าหลัง EP5  ถึงเพิ่งเข้าใจว่าเรื่องต้องการให้เราตามอะไรกันแน่

    เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวละคร นางพยาบาลเร็ดเช็ด ที่อยู่ในหนังเก่า "บ้าก็บ้าวะ" ที่แสดงนำโดยแจ๊คนิโคสัน เราเกิดไม่ทันหรอก แต่เคยดู เมื่อโคตรแห่งความจะนานจนจำไม่ได้ บ้าก็บ้าวะ ไอ้เรื่องนี้ที่จำไม่ค่อยได้ก็ราง ๆ ว่าเป็นยุคที่โรงพยาบาลบ้ายังรักษาคนด้วยการช๊อคไฟฟ้า (หรือตอนนี้ยังมีอยู่???) เร็ดเช็ดที่อยู่ในหนัง... จำไม่ได้อ่ะ น่าจะเป็นนางพยาบาลนิ่ง ๆ ดูไม่ค่อยมีความเมตตาปราณี (มั้งนะ) เอาว่า ต่างกับในซีรี่ส์

    ซีรี่ส์ที่เพิ่งได้ดู เป็นแนวเล่นใหญ่ สีสันฉูดฉาด คือเซ็ตติ้งบอกว่าเป็นยุคหลัง สงครามโลกครั้งที่สอง แต่เราไม่สัมผัสถึงความเก่าเท่าไหร่ มันดูใหม่ ดูทันสมัย คำพูดคำจา หรือท่าทางตัวละคร คงเป็นความจงใจของผกก. แต่พวกความเล่นใหญ่และสีสันเหล่านี้อาจจะทำให้เราคนดูลืมไปว่ามันเป็นหนังย้อนยุคอ่ะนะ

    หลัง EP5 เราชอบมากขึ้น มันลดฉากโชว์ความสีสัน ไปเยอะ จากที่ EP1-4 จัดเต็มเรื่องของสีและองค์ประกอบ เหมือนว่าหนังเน้นเล่าเรื่องมากขึ้น สีสันดูเป็น earth tone มากขึ้น ไม่มีฉากแนวอยู่ดี ๆ ก็ไฟเขียว อยู่ดี ๆ ก็ไฟแดง แบบ EP ต้น ๆ การพัฒนาบางอย่างของตัวละคร และเส้นเรื่องที่เคยปูไว้ถูกนำเอามาใช้ไม่เสียของเลย

    สรุปว่าพอดูจบ กลับต้องบอกว่าชอบ มีความชอบอยู่มากกว่าความไม่ชอบ ถือว่าเป็นซีรี่ส์งานดี นักแสดงเล่นดี แทรกนัยยะ ความพลังหญิง แต่ก็อดพูดไม่ได้ว่า มีจุดที่ดูแล้วเบื่อ ๆ ไม่เร้าอารมณ์อยู่เยอะเหมือนกัน ถ้าเล่าไม่ยืด น่าจะได้ใจไปมากกว่านี้ ความรู้สึกหลังดูก็ประมาณนี้แล้วกันเนอะ


    [คุยหนังสำหรับคนที่ดูแล้ว จะมีเขียนสปอยล์แทรกด้วยต่อจากตรงนี้]

    ก่อนดูก็คาดเอาไว้ว่าตัวละคร มิลดริด เร็ดเช็ด น่าจะร้าย ๆ แบบเลือดเย็นไม่เห็นหัวใคร พอดูแล้วไม่ใช่ กลายเป็นตัวละครเกือบทุกตัวในเรื่องที่มีมุมร้าย ๆ อย่างพอเรามองว่ามันเล้วเลว ก็กลายเป็นมีเหตุผลซัพพอร์ทการกระทำกันไปหมด ระหว่างดูก็เลยอึก ๆ อัก ๆ ไม่รู้จะอินกับตัวละครไหน เอาใจช่วยใคร หรือจุดหมายที่เราดูคืออะไรกันแน่ 

    ของเราเครื่องติดที่ EP5 เป็นตอนที่เริ่มเข้าใจว่าเรื่องอยากให้เราตามดูอะไรอยู่ โดยเฉพาะหลังตอนฉากงานเต้นรำ ค่อยรู้สึกบันเทิงขึ้นมาก ถามว่าก่อนหน้าฉากงานเต้นรำมีจุดไหนที่ชอบที่ว่าเด็ด ๆ บ้าง มันก็มีนะ แต่มันอาจจะยังเร้าอารมณ์ไม่พอละมั้ง เช่น ตอนที่มันปูเรื่อง ให้ด๊อกเตอร์โชว์เจาะสมองตอกลูกกะตาแล้วมิลดริดก็เลยไปทำตามบ้าง ก็เจ๋งดีแหละ แต่ยังไม่สุด ไม่เหมือนฉากงานเต้นรำ มองว่าตื่นเต้นกว่าจุดอื่น ๆ เหมือนว่า conflict ของทุกคู่ทุกคนมันมายำรวมในเหตุการเดียวกันด้วย พอผ่าน EP5 ไปได้แล้ว ทำให้เราอยากดูแบบต่อเนื่องมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ต่อรวดหมดเลยแบบพีค ๆ มีจังหวะที่ง่วง ๆ ก็เลือกจะหลับดีกว่า ต่างกับบางเรื่องที่ถ้าพีคจริง ๆ เราอาจจะตื่นตัวกว่านี้

    เรื่องนี้ใส่เรื่องผู้หญิง ๆ ไว้เยอะ แบบว่าสังคมผู้ชายอาจจะนึกไม่ถึงว่าผู้หญิงสามารถทำอะไรได้บ้าง จัดการอะไรได้บ้าง และตัวละครผู้ชายบางคนในเรื่องมีหัวคิดเรื่องการกดขี่ขนาดไหน เช่น ผู้ว่าการรัฐฯ ชอบแทะโลมผู้หญิงไม่ว่าจะด้วยวาจาท่าที หรือ ด๊อกเตอร์ที่กดเนิร์สบักเก็ตเพราะคิดว่าตนเก่งจัดการได้ดีกว่า หรือตัวละครชาล๊อตที่มีหลายบุคลิกและบุคลิกที่ครอบงำตัวจริงก็เป็นบุคลิกของผู้ชาย โดยเฉพาะ EP7 และ 8 จะมีแทรกบทพูดที่ชัดเจนใช้คำว่า "พวกผู้ชาย" "เราผู้หญิง" เราว่ามันก็เป็นแมสเสจที่ก็ดีที่แทรก ๆ มา แต่ด้วยความว่าหนังพยายามจะย้อนยุคแล้วเราไม่ค่อยเชื่อว่ามันย้อนยุคจากความเล่นใหญ่ความสีสัน เลยแหม่ง ๆ เหมือนว่าตอนนี้สังคมมันอิสระแล้ว ดูแล้วเลยรู้สึกว่าไม่สุด ไม่อินกับประเด็นพลังหญิงอะไรมากมายนัก

    จุดที่เราชอบและว่าก็กินใจ คือความรักของ มิลดริด ที่มีต่อ เอ็ดมัน ... บวกกับประสบการณ์ที่สั่งสมว่า การการุณยฆาต คือ "ความเมตตา" คือการปลดปล่อยที่แท้จริง เลยทำให้เธอวางแผนจะฆ่าน้องชายด้วยมือของเธอเอง ส่วนเอ็ดมันตัวละครที่ลึก ๆ มีความอ่อนโยน เริ่มพัฒนาโหดร้ายขึ้นเรื่อย ๆ เพราะยิ่งรู้ว่าพี่สาวที่รักกลับทรยศ มันยิ่งเจ็บปวดเนอะ เหมือนว่าทั้ง มิลดริด เอ็ดมัน พยายามทำสิ่งดี ๆ ให้กันและกัน แต่ผลลัพธ์ออกมาทำไมถึงยิ่งมีแต่จะถลำลึกไปในทางลบกันแน่นะ???

    ชีวิตจริง ๆ เองมันก็ ... เป็นอย่างงี้ละมั้ง

    ขนปุยเอง
    SEP 23, 2020
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Piti Pui (@pitipui)
อ่อ อีกอย่างที่ชอบ คือ อินโทร ดูตลอดไม่เคยข้าม มันเข้ากับเพลง dance mascrabre มาก ๆ คนสีไวโอลิน น่าจะเป็นไอ้กุ๊ยห้าวไวโอลินเฟิร์สแชร์ในเรื่อง 555