ขนปุยดู?Piti Pui
ขนปุยดู Hope Frozen
  • หนังสารคดีจากผกก.คนไทย ว่าด้วยครอบครัวที่สูญเสียลูกสาวจากโรคมะเร็ง แต่ยังมีความหวังว่าวิทยาศาสตร์ในอนาคตจะสามารถรักษาชีวิตเธอได้ เพียงแค่ต้องแช่แข็งรอเวลาเอาไว้ก่อน 


    [ความรู้สึกหลังดูจบ]


    ตัดต่อ และลำดับเรื่อง ก็ดี เล่าเรียงลำดับตามเวลาธรรมดา ไม่หวือหวา แนวดูได้เรื่อย ๆ หนังแค่ ชม. ครึ่ง มีแบบพากย์ไทยทับจุดที่เป็นภาษาอังกฤษด้วย และถึงแม้จะมีเรื่องวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง แต่ไม่เจาะลึกขนาดอธิบายยากจนไม่เข้าใจ ทำให้ดูง่าย เข้าใจง่าย

    เรื่องนี้จังหวะเรียบ ๆ เลยนะ ใครกลัวปล่อยโฮ กลัวใจไม่ไหวจะดู เราว่าไม่ขนาดนั้น ไม่ขยี้ดราม่า ไม่ขยี้ความเศร้า เป็นความเรียบ ๆ แนวมาเล่าเรื่อง เอาว่าสบาย ๆ

    สรุปคือ เปิดโลกทัศน์ ดูง่าย มีเวลาก็หยิบมาดูได้ถ้าสนใจ
     

    [ตรงนี้ขอพูดถึงเนื้อหาในหนัง และทัศนคติส่วนตัวที่มีต่อเรื่องนี้]


    หลายคนอาจจะรู้มานานแล้ว แต่สำหรับเราก็เรียกว่าเปิดโลกในระดับนึง ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเดี๋ยวนี้มันมีอะไรแบบนี้ มีที่แช่แข็งเซลล์เอาไว้ก่อนรออนาคต 

    หนังสารคดีเขาไม่ขยี้ประเด็นอ่อนไหวอะไรมาก ก็ดี ดูเคารพครอบครัวดี ตอนแรกเราคิดว่าจะมีตีแผ่ดราม่าอะไรหรือเปล่า ก็ไม่เนอะ ซึ่งก็ดี กลายเป็นแนวเรื่อย ๆ ก็ดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่นดี หัวก้าวหน้า มีความเชื่อเป็นของตัวเอง ที่สำคัญเราว่าดูเขา "มูฟออน" กันได้นี่หว่า ไม่ได้จับเจ่าเศร้าสร้อย เขาก็ยอมรับได้อย่างที่มันควรจะเป็น เพียงแค่พอดีบ้านเขามีโอกาส ก็อยากทำให้ลูกสาวเขา ไหนจะมีกำลังทรัพย์ มีความเชื่อว่ามันมีความเป็นไปได้ในแง่มุมของความเป็นนักวิทยาศาสตร์

    เพิ่งเห็นในสารคดีว่า คุณพ่อไปออกรายการมาหลายรายการแล้ว อ่าว เรื่องนี้มันดังมานานแล้วเหรอ??? เราไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลย รายการต่าง ๆ ฉากที่ตัดออกมา คำถามที่พิธีกรถาม เว้ย!!! ถามไม่เกรงใจเลย ฟังแหม่ง ๆ แปลก ๆ แต่ก็ต้องเข้าใจ รายการมันก็ต้องยิงคำถามเด็ด ๆ เพียงแค่ พิธีกรต่างก็ถามด้วยน้ำเสียงเอย ท่าทางเอย เหมือนว่า ลึก ๆ เขารู้สึกว่าทางคุณพ่อ มูฟออนไม่ได้ เราก็ไม่ได้ดูรายการต่าง ๆ นั้นเต็ม ๆ ด้วยเนอะ ได้ดูแค่สารคดีอันนี้ มันก็ตัดสินลำบากว่ารายการเขาจงใจตีตราคุณพ่อมากน้อยขนาดไหน ส่วนตัวมองว่าคุณพ่อ มูฟออนได้ ไม่ใช่อย่างที่เข้าใจกันว่าเขาไม่ปล่อยวาง

    หลักฐานสำคัญที่เราว่าเขามูฟออนได้ คือ ครอบครัวเขารู้อยู่แล้วว่าช่วงชีวิตของเขา (รวมถึงเรา ๆ นี่ด้วย) วิทยาศาสตร์มันยังไปไกลได้ไม่พอ ไงก็ตายก่อนที่น้องไอนส์ (ลูกสาว) จะฟื้นขึ้นมาแน่นอน

    ท้ายเรื่อง คุณพี่ชาย ไปพบนักวิทยาศาสตร์ ที่ฟื้นฟูสมองที่ตายแล้วกลับมาใช้งานได้หรืออะไรซักอย่าง แต่สุดท้ายพอไปเจอจริงคือ เฟล ตรงที่ ถึงแม้สมองฟ่อมีทางฟูกลับมาใช้งานได้แต่ความทรงจำนั้นกู้ไม่ได้ หรือถ้ากู้ได้คือเปอร์เซนน้อย พี่ชายก็เซ็ง ๆ วิดีโอคอลกลับไทยมาคุยกับคุณพ่อ คุณพ่อก็ว่า เอ้ยยย... ใจเย็น อนาคตอีกซักพันปีป่านนั้นอาจจะกู้ความจำได้และ อาจจะมีไทม์แมชชีนกลับมารียูเนี่ยนกัน (ถ้าเราจำไม่ผิดคุณพ่อพูดอะไรประมาณนี้) นี่คุณพ่อไม่ได้ปล่อยมุกใช่ไหม??? หน้าคุณพ่อพูดคือนิ่งมาก แบบไม่ได้ปล่อยมุกนะ คนดูอย่างเรา ๆ เวลาใครพูดประโยคนี้มาคงคิดว่าเล่นมุก แต่สำหรับคุณพ่อ เขาคงเชื่อว่าอนาคตจะมีไทม์แมชชีนจริง ๆ แน่เลย

    เราแอบคิดว่าอะไรก็ตามถ้าเรารู้โครงสร้างของมันเราจะแก้ไขมันได้??? อย่างงั้นเหรอ เช่นถ้าเรารู้โครงสร้างของเวลางี้ โครงสร้างของแอนโทปี้ อย่างงี้ ก็สร้างไทม์แมชชีน สร้างเครื่องหมุนเทนเนท อย่างงี้???? ได้เหรอ? อาจจะได้มั้งนะ

    ขนปุยเอง
    SEP 16, 2020
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in