ขนปุยดู?Piti Pui
ขนปุยดู Aggretsuko : Season 2
  • จั่วปกเป็นแค่โลโก้ภาษาญี่ปุ่น ถ้าใครไม่ใช่แฟนเรื่องนี้อาจจะจำไม่ได้ว่ามันเรื่องอะไรหว่า??? Aggrestuko แพนด้าแดงสายร๊อคเฮฟวี่ มีภาคต่อแล้วในเน็ตฟลิกจ้า!!!



    [คุยภาพรวม ตรงนี้ไม่มีสปอยล์]


    ในญี่ปุ่นมีบริษัทที่สร้างคาแรคเตอร์น่ารักโดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายบรรดาสาว ๆ ที่อาจจะต้องการกำลังใจในการเรียนการทำงาน เมื่อยามได้สะสมสินค้าต่าง ๆ ที่มีคาแรคเตอร์น่ารักที่ตัวเองชื่นชอบ ก็รู้สึกว่าอบอุ่นและมีชีวิตชีวา คาแรคเตอร์เหล่านี้ถูกต่อยอดให้เข้าใจสาว ๆ เหล่านี้มากขึ้นผ่านการเวลาจนหนึ่งในคาแรคเตอร์ใหม่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ตอบโจทย์นี้ เธอคือ เรตสึโกะ สาวออฟฟิศที่ระบายความเครียดด้วยการว้ากเฮฟวีเมทัล

    ถ้าใครยังไม่ได้ดูภาคแรก ก็อยากจะแนะนำให้ไปดูนะ การ์ตูนมันน่ารัก ดูแล้วอมยิ้ม แต่ก็กัดสังคมสาวออฟฟิศเบา ๆ ว่าต้องทนแรงกดดันขนาดไหน

    สำหรับคนที่คลิ๊กเข้ามา เราขอคาดเดาเอาเองว่าส่วนใหญ่น่าจะรู้จักเรตสึโกะ หรือเคยดูภาคแรกแล้ว ภาพรวมของภาค 2 จะเป็นเรื่องของเรตสึโกะที่ค้นหาตัวตน "การเป็นผู้ใหญ่" และสิ่งที่เธอต้องการในชีวิต ก็จะมีปัญหาหยุมหยิมเข้ามาในชีวิตมากมาย เช่น ต้องไปดูตัวแต่งงาน ต้องสอนรุ่นน้องที่เข้ามาใหม่ ฯลฯ ซึ่งแตกต่างจากภาคแรกที่เน้นหนักปัญหาในออฟฟิศและเจ้านายอย่างเดียว การที่ไม่เน้นหนักไปที่ปัญหาเดียว แต่มีปัญหารอบด้าน อาจจะทำให้เรารู้สึกไม่กดดันแบบหึกเหิมอย่างภาคแรกที่เรตสึโกะจะเข้าเกะฯ ว้ากเฮฟวี่เกือบทุกตอน ภาคนี้ฉากว้ากของเธอน้อยลงไปเยอะ คนที่ตามเรื่องนี้น่าจะเพราะฉากเวลาเธอออกมาว้ากชีวิตเส็งเคร็งของเธอ พอมันมีน้อยเลยไม่ค่อยถึงใจ ไงก็ตามภาคนี้มันได้ความกดดันแบบจุกอกเข้ามาแทนที่เพราะปัญหาของเธอเป็นการถามปัญหาเกี่ยวกับจุดหมายชีวิตแทน เส้นเรื่องก็กล้อมแกล้มไป สรุป เราว่าภาคแรกก็ลงตัวมากกว่า

    เอาล่ะใครดูภาค 2 แล้วบ้าง ได้เวลาคุยเจาะกันแล้ว



    [จากนี้คุยเจาะประเด็นในหนัง มีสปอยล์เน้อ]

    เรื่องเปิดมา EP แรก มีมุมที่โดนใจเราเรื่องแม่ซื้อเสื้อให้เรตสึโกะ อันนี้เป็นจุดจี๊ดส่วนตัวนึดนึง แล้วพอคำพูดที่เธอปฏิเสธแม่ มันแบบเป็นคำพูดเดียวกับเราที่บอกแม่ ถึงไม่เหมือนเป๊ะ แต่คล้าย ๆ ก็รู้สึกพอเข้าถึงตัวเรตสึโกะได้บ้าง แต่รวม ๆ เรากับเรตสึโกะค่อนข้างมีทัศนคติที่ต่างกันอยู่เยอะ หลายจุดเลยไม่ได้อินมาก ต้องมานั่งคิด ๆ หน่อย ค่อยเข้าใจได้ว่าเธอรู้สึกอะไร

    อันว่าที่เขียนตะกี้ ภาคเก่ามันกดดันแบบหึกเหิม คือ มันเร้าให้เราดูตอนต่อตอนแบบไม่หยุดไม่พัก แต่ภาคนี้มันกดดันแบบจุกอก ดูจบอาจจะต้องคิดนิดหน่อยว่าเรตสึโกะรู้สึกอะไรกันแน่ มันก็เป็นอีกหนึ่งมุมของคนในวัยทำงาน ที่ยังไม่แน่ใจกับจุดหมายของตัวเอง พอไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวในชีวิตก็เซ็ง ๆ ชีวิตของทั้งเรตสึโกะ และเฟนเนโกะเองก็ตาม ในหนังบอกว่า พวกเธอตื่น ทำงาน กลับบ้านเล่นมือถือเล็กน้อย แล้วก็นอน เป็นงี้ทุกวัน ๆ เรตสึโกะคงนั่งคิดนอนคิดแหละว่า แต่งงานน่าจะเป็นคำตอบให้หลุดบ่วงพวกนี้

    ทีนี้หนังมันแทรกอีกประเด็นขึ้นมาไง คือ รุ่นน้องเข้ามาใหม่ ที่เรตสึโกะต้องรับผิดชอบสอนงานให้ ไอ้จุดนี้หนังมันอาจจะพยายามให้เราฮา? แต่เราไม่ฮาอ่ะ ฮาไม่ออก รู้สึกประหลาด ๆ อาจจะมีคนแบบนี้อยู่ในสังคมญี่ปุ่นเยอะไหมนะ? เราไม่เคยเจอคนแบบนี้ด้วยเนอะ ไงรุ่นน้องหัวแข็ง อาไนคุง ก็สยบต่อ คาบาเอะซัง ฮิปโปคุณแม่ขาเจ๋อ หนังพยายามเล่าว่าทำไม คาบาเอะซังถึงได้ใจอาไนคุง แรก ๆ เราไม่เก็ทนะ แต่พอมาฉากที่ คาบาเอะซังแกสอนลูกฮิปโป อันนี้เรียกว่าได้ใจและเราอินเลย ลูกหกล้มหัวโนร้องไห้ไม่ยอมหยุด คาบาเอะซังก็เลยบอกลูกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "เกิดอะไรขึ้นแบบนี้ลูกรู้อยู่แล้วเนอะ ว่าควรจะทำอะไร" แล้วลูกฮิปโปก็ท่องมนต์แบบว่าความเจ็บจงหายลอยไป ๆ จากนั้นคุณพ่อก็ทำท่าแบบว่าเจ็บแทนแบบขำ ๆ มันเป็นโมเม้นท์ที่ทั้งน่ารัก ทั้งทำให้เราเห็นวิธีสอนลูกแบบไม่ใช่การดุด่า การโอ๋เกินไป หรือหนีปัญหาทิ้งไว้ตรงนั้น

    ประเด็นแทรก ๆ อื่น ๆ ก็มีแนว ไปดูตัวแล้วปล่อยโอกาสดี ๆ หลุดไป หรือบางทีก็ไปเจอต้มตุ๋น มีเพื่อนสาวที่ไปเที่ยวอยู่ดี ๆ ก็ทะเลาะกันเพราะบังเอิญเมาเลยหลุดพูดความรู้สึกในใจ อะไรที่แทรก ๆ เราว่ามันก็ทำให้ได้เรียนรู้ตัวละครมากขึ้น แต่เอาจริงตัดออกแล้วใส่ฉากว้ากเฮฟวี่เอาใจแฟน ๆ ดีกว่ามั้ง

    กลับมาตอนหลัง ๆ ที่มันจะเริ่มเข้าประเด็นหลัก ตอนที่เรตสึโกะค้นพบว่าคนที่เธอเดทอยู่เป็นเซเลบด้านเทคโนโลยี ตรงนี้เราเซอร์ไพรส์ ตรงที่ไม่คิดว่าการ์ตูนจะทำคาแรคเตอร์อย่างทาดาโนะออกมานะ ทาดาโนะ ซึ่งน่าจะเป็นตัวลาออกมาเป็นตัวหลอกคนดูเกี่ยวกับภาพลักษณ์ความเป็นลา แถมฮีหาวตลอดเวฯ ดูไม่มีงานการทำ แต่ตอนที่เผยว่าเป็นกรีกด้านเทคโนโลยีผลิตเอไอออกมา แล้วฮีบอกว่า "อยากให้เอไอทำงานแทนคน ไม่ใช่จะทำให้คนว่างงาน แต่คนจะได้ไปทำอย่างอื่นที่ตัวเองอยากทำ โลกจะได้ยิ่งพัฒนา" มันเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่และมีมิติมากพอตัวกับการ์ตูนเล็ก ๆ อย่างงี้ สำหรับเรตสึโกะเอง เหมือนเธอกล้าที่จะเลือกคนที่ไม่มีงานทำถ้าได้แต่งงาน มากกว่าท่านประธานเซเลบตัวพ่อแต่แค่อยู่กินไม่ต้องจัดงานแต่งหรือมีลูก ไงก็ดี ตอนจบเธอก็เลือกแล้ว เพราะเธออยากจะทำงานและใช้ชีวิตแบบไม่มีเป้าเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีเป้าว่าสักวันจะแต่งงาน ฟังดูแล้วเหมือนก็เป็นเป้าแบบเพ้อฝัน? ถามเรา เราว่าก็เป็นทางเลือกตามความเชื่อลึก ๆ ของแต่ละคนเนอะ แต่สังคมรอบ ๆ อาจจะว่า เรตสึโกะนี่มันโง่หรือบ้ากันแน่ (ซึ่งเหตุผลที่เข้าใจได้ง่ายกว่า อาจจะเป็นว่า เพราะพระเอกเรื่องคือไฮดะคุงต่างหาก ถ้าเรตสึโกะเลือกอีลอนมัสก์ ... เอ้ย ทาดาโนะ เรื่องก็จบเด่ะ)

    เฮ้ย... เครียดเกิ้นนนน กลับมาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นสรุปที่ง่าย ๆ ก่อนจะจบแล้วกัน เราว่าภาคที่แล้วสนุกเพราะเรตสึโกะว้ากแล้วฮา หรือไอ้ครูสอนโยคะจิงโจ้ร้องโปรตีน ๆ ก็ฮา ฉากที่ดวนเพลงกับบอสหมูจอมโหดนั่นก็ติดตา พอภาคนี้แบบฮาไม่ออกเท่าไหร่ ไหนยังเขี่ยไฮดะคุงออกไปแทบไม่มีซีนอะไรเลย โอ้ยยย... เสียดายจริง ๆ เพราะนาน ๆ จะออกมาทีกับซีรี่ย์นี้ เส้นเรื่องน่าจะไปทางที่มีตัวละครที่คนรักออกมาเยอะ ๆ มีใครคิดเหมือนกันบ้าง?

    ขนปุย
    JUN 15, 2019 5:24PM
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in