เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
[Book Review] ผลพลอยได้จากอาการ book hangover หลังอ่านสารพัน MM RomanceParntranslation and Review
[Review] Irresponsible Puckboy by Eden Finley & Saxon James
  • พักจากแนวโรแมนติกดราม่าของ Tal กลับมาหาแนว Oblivious MC trope รีเฟรชหัวใจกันบ้างค่ะ เรื่อง Irresponsible Puckboy 🏒 ซึ่งเป็นเล่ม 2 ในซีรีส์ Puckboys (นี่ยังไม่ได้อ่านเล่ม 1 เลย เห็นรีวิวบอกว่า Banter คล้ายเชนกับอิลยา ว่าจะไปลองชิมเหมือนกัน)

    เรื่องย่อ: 
    เรื่องนี้เป็นเรื่องของ Tripp × Dex นักฮอกกี้ NHL จากทีม Las Vegas ทั้งสองเป็นคู่ซี้แบบตัวติดกันหนึบหนับ สกินชิป จุ๊บขมับ จับมือถือแขนกันเปิดเผยต่อสาธารณชน หวงกันไปมา จนเพื่อนทั้งทีมแซวอยู่ตลอดว่าจริงๆ แอบคบกันหรือเปล่า แฟนสาวของเด็กซ์ก็งอแงหาว่าเด็กซ์รักทริปป์มากกว่าจนหาเรื่องทะเลาะอยู่บ่อยครั้ง (ซึ่งจริงๆ เซนส์ของนางก็ถูกอยู่นะ...)

    และในความเป็นจริงทริปป์เป็นเกย์แบบเปิดเผยและแอบรักเด็กซ์หนุ่มสเตรทเพื่อนสนิทของตัวเองมาหลายปีดีดัก จนมาถึงจุดที่เขารู้ว่าการอยู่ใกล้เด็กซ์ต่อไปกำลังทำร้ายตัวเอง จึงพยายามถอยออกมาเพื่อเลิกชอบอีกฝ่ายให้ได้ แต่บังเอิ๊ญเด็กซ์ดันโดนแฟนสาวขอเลิกเพราะทนไม่ได้ที่เด็กซ์ไม่ยอมขอแต่งงานเสียที เด็กซ์ก็โทษตัวเอง นึกว่าตัวเองเป็นคนไร้ความรับผิดชอบ คบใครจริงจังไม่ได้ จึงหันมาขอให้ทริปป์ช่วยปลอบใจ ถึงขั้นขอให้ซ้อมแต่งงานเพื่อรักษาอาการเจ้าบ่าวกลัวฝนของตน แน่นอนว่าทริปป์ก็ใจอ่อนทันที เพราะสำหรับเขาแล้ว เด็กซ์สำคัญกว่าการปกป้องหัวใจตัวเอง ขณะที่เด็กซ์มีปมครอบครัวหย่าร้าง จึงไม่เคยเชื่อในความรักที่ยั่งยืน แต่ในขณะเดียวกันเขากลับมองว่าทริปป์เป็นคนที่ขาดไม่ได้ในชีวิต โดยไม่เคยเฉลียวคิดเลยว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น 🤦‍♀️

    จุดเปลี่ยนก็มาจากการซ้อมแต่งงานที่ว่า ดันกลายเป็นจริงขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะความเข้าใจผิดของเด็กซ์ คือฮึนึกว่าแค่ไปยืนสาบานในโบสถ์+จดทะเบียน แต่ไม่ส่งเอกสารก็จะไม่ส่งผลตามกฎหมาย ปรากฎว่าแค่ไปจดก็ถือว่าแต่งแล้วจ้า แถมยังเรื่องแดงไปถึง PR ทีมเสียด้วย จะหย่าเลยก็ไม่ได้อีกเพราะจะกลายเป็นเสียภาพลักษณ์ เหมือนเล่นหัวใจแฟนๆ ตลอดจนชาวเควียร์ ทั้งสองจึงจำต้องทำตัวเป็นคู่สามีสามีที่รักกันหวานแหววไปสักปี แล้วค่อยหาเรื่องหย่าทีหลังตอนเรื่องซา

    ซึ่งการทำตัวเป็นคู่สามีสามีปลอมๆ ย่อมรวมถึงการย้ายมาอยู่ด้วยกันด้วย คอมมิทว่าจะไม่มีคนอื่นตลอดระยะเวลาการแต่งงาน ซึ่งเด็กซ์ก็โซชิลกับเรื่องนี้เหลือเกิน เพราะมองว่าอีกฝ่ายเป็นทริปป์ไง ถึงขั้นขอให้ทริปป์สอนวิธีทำตัวเป็นเกย์ เพื่อแสดงเป็นสามีสามีได้อย่างสมจริง โอ๊ยยยย รู้กกกก ถึงจุดนี้คนอ่านจะเริ่มอยากเอาหัวโขกโต๊ะเบาๆ แล้ว และแน่นอนค่ะ มันรวมถึงการสอนเรื่องบนเตียงด้วย สอนไปสอนมาก็ติดใจ ทำให้เด็กซ์ตื่นรู้ว่าตัวเองเป็นไบในที่สุด (แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าตัวเองชอบทริปป์!) //ล้มโต๊ะ 

    ทุกอย่างเหมือนจะดี แต่ทั้งสองก็มีความคิดไปเองฝ่ายเดียว ซึ่งไปคนละทางค่ะ! คือถึงตัวเด็กซ์เองจะชิลกับการแต่งงานนี้ขนาดไหน แต่ก็จะมีความรู้สึกผิดตลอดเวลาเพราะนึกว่าตัวเองดึงทริปป์มาเกี่ยวพันกับการแต่งงานแสนวุ่นวาย ต้องมาติดแหง่กกับตน ไม่มีสิทธิ์ไป Hook up กับหนุ่มๆ เหมือนเคย และคิดว่าทริปป์คงอยากให้การแต่งงานจอมปลอมนี่จบลงเร็วๆ ขณะเดียวกันทริปป์ก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่าการที่เด็กซ์ยอมมีเซ็กซ์ ยอมเดทกับตน เป็นเพราะความรัก ฉะนั้นฮีก็จะระแวงตลอดเวลาว่ายิ่งมีความสุขตอนนี้เท่าไร ยิ่งมีความสัมพันธ์ทางกายกันด้วยแล้ว สักวันนึง เมื่อการแต่งงานจอมปลอมนี่จบลง ก็จะกลายเป็นว่าตัวเองต้องบอบช้ำมาจากการถลำตัวถลำใจรักเขาไปแล้วมากมายจนไม่อาจถอยกลับไปเป็นเพื่อนสนิทกันได้อีก...

    รีวิว: 
    เล่มนี้เนื้อเรื่องดีนะ คือพล็อตเหมือนจะคลิเช่ แต่ก็ไม่เรียบเกินควร มันไม่ใช่แค่การแต่งงานโดยบังเอิญแล้วค้นพบว่าจริงๆ แล้วรักกันแล้วก็จบ แต่การแต่งงานกันโดนบังเอิญแล้วนำไปสู่การโกหกต่อเป็นทอดๆ เป็นเหตุให้เกิดปมคอนฟลิคของตัวละครต่อๆ ไปด้วยเช่นกัน ซึ่งก็คิดว่าคนเขียนผูกเรื่องได้เก่งดี จังหวะมันโบ๊ะบ๊ะไปหมด (หรือพูดให้ถูกคือจังหวะนรกไปหมด55) มีเรื่องการแข่งขันที่ไม่เป็นดังหวัง ไม่ใช่ว่าทีมพระเอกต้องเก่งเวอร์ไปหมด มันก็ทำให้แอบรู้สึกหน่วงๆ บ้างแหละ แต่นี่มองว่าช่วยสร้างคาแรกเตอร์ให้มีมิติมากขึ้น มีความเป็น sport romance จริงๆ ไม่ใช่ว่าทั้งสองคนต้องคิดถึงแต่เรื่องความรัก 🥹

    ส่วนถ้าจะมีหงุดหงิดบ้านก็คือตอนอ่านความรู้สึกในใจน้องเด็กซ์ คือฮีคิดมากได้ทุกเรื่อง คิดว่าตัวเองต้องเป็นที่หนึ่งของทริปป์เพราะเป็น "best friend" แต่ไม่สามารถวิเคราะห์ความรู้สึกตัวเองที่มีต่อทริปป์ได้ว่ามันคือ "ฟามฮัก" ซึ่งอันนี้ถ้าพูดอีกแง่มันก็คือเสน่ห์ของโทรปนี้อะนะ คือถ้าทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ว่าอยากจะมุดเข้าไปเขย่าคอแล้วบอกตัวละครว่า “รู้กกกก หนูรักเขา รู้ตัวซะที!!!” ได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ซึ่งเรื่องนี้ก็ตอบโจทย์เลย คือเด็กซ์ทึ่มจนน่าเอ็นดูวววววและน่าเขย่าคอในเวลาเดียวกัน 😂😂😂

    อีกเรื่องที่เป็นจุดเด่นในเล่มคือมีคาแรกเตอร์จากซีรีส์ Puckboys เล่มอื่นๆ เข้ามาด้วย เป็นกลุ่ม Queer Collective ก็คือรวมนักกีฬาฮอกกี้ที่เป็นเควียร์นั่นเอง โดยในเล่มนี้จะมีโผล่มา 3 คนคือ Ezra × Anton (คู่จากเล่ม 1) และ Oskar (จากเล่ม 3) โดยกลุ่มนี้ก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะในซีรีส์มีตั้ง 10 เล่มแน่ะ ข้อดีคือถ้าอ่านเล่ม 1 มาแล้วก็จะอินกับคาแรกเตอร์ตัวประกอบพวกนี้ด้วย แต่ถ้าไม่ได้อ่าน (เหมือนเรา) ก็จะแอบรู้สึกไม่ค่อยอินกับที่มาที่ไปว่าทำไมคาแรกเตอร์พวกนี้ต้องเข้ามาเจ้ากี้เจ้าการเรื่องทริปป์ขนาดนั้น โดยเฉพาะอิตาออสการ์😑

    โดยรวมแล้วเป็นเรื่องที่อ่านเพลินมากค่ะ ชอบที่เป็น Dual POV ทำให้เราได้เห็นทั้งฝั่งทริปป์ที่รู้ตัวและทรมานกับการแอบรักเพื่อน กับฝั่งเด็กซ์ซึ่งก็ค่อยๆ ประมวลผลความรู้สึกตัวเองไปทีละขั้น คือแบบฮีเป็น “ไอ้บื้อที่รักเขาอยู่แล้วแต่สมองยังไม่ยอมทำงาน” แบบเต็มสูบเลย และจุดเด่นของแนว Oblivious Hero แบบนี้คือจะพลิกหน้ามันส์มาก เพราะเราจะอยากรู้เร็วๆ ว่าเมื่อไรพ่อเจ้าประคุณจะรู้ตัวเสียที เสียอย่างเดียวเทียบกับจำนวนหน้าแพงไปหน่อย (เทียบกับ Tal อะนะ) แต่ก็ตอบโจทย์ในแง่ความบันเทิงดีมาก สรุปเอาไป 8.5/10 ค่ะ😂

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in