ไดอารี่ของฉันhui
บริจาคเลือดไม่ผ่าน
  • ฉันคิดวางแผนจะบริจาคเลือดเดือน เม.ย. ตั้งแต่ที่ตัดสินใจไม่บริจาคเลือดในเดือน ตุลาคมปีที่แล้ว เพราะตอนนั้นใกล้จะผ่าตัดเนื้องอกท่อน้ำนม ก็ตัดสินใจเก็บเลือดไว้ใช้เองดีกว่า แล้วก็ต้องรอหลังผ่าตัด 6 เดือน ถึงจะกลับมาบริจาคเลือดได้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งก็จะครบปีพอดี หลังจากที่บริจาคไปปีที่แล้ว

    ฉันเริ่มทานยาบำรุงเลือดตั้งแต่เดือน มี.ค. เป็นการทำให้เลือดเข้มขึ้นก่อนบริจาคเลือด ก็จะทานยาบำรุงเลือด ที่สภากาชาดให้มา ก่อนนอนครั้งละ 1 เม็ด เป็นเวลา 1เดือนเต็ม แล้วก็มาทานก่อนนอน 2 เม็ด ในเดือน เมษายนที่จะบริจาคเลือด  โดยฉันก็ต้องรอให้ประจำเดือนหมดก่อน 

    แต่ด้วยเดือนนี้ประจำเดือนมาล้าช้า ทำให้ที่คิดเอาไว้ว่าจะบริจาคหลังประจำเดือนมาได้ 2 สัปดาห์กลายเป็นหลังประจำเดือนมา เพียงแค่สัปดาห์เดียว 

    อาหารเสริมวิตามินเซนทรัมป์ วิตามินซี แคลเซี่ยม อะไรฉันก็ทานนะ บำรุงร่างกายตลอด เช้านี้ก็พยายามตื่นสายๆ เพื่อให้ร่างกายได้นอน 8 ชั่วโมง พักผ่อนให้เพียงพอ ( แต่วันก่อนๆหน้านี้  นอน 6 ชม.)

    วันนี้ก็ตั้งใจเต็มที่จะไปบริจาคโลหิต  ถือเป็นการทำบุญวันสงกรานต์  และฉลองหลังผ่าตัดมาได้ 6 เดือน สามารถบริจาคเลือดได้แล้ว 

    ก่อนบริจาคก็ทานข้าวเรียบร้อย ดื่มน้ำเยอะๆ ดื่มไปประมาณ 1 ลิตร  


    พอเดินเข้าประตูสภากาชาดไทย จะมีเจ้าหน้าที่วัดอุณหภูมิร่างกาย และมีคนกดเจลล้างมือให้ก่อนเข้าไปภายในอาคาร วันนี้มีคนมาบริจาคเยอะพอสมควร 

    จุดแรกคือกรอกประวัติ มีแผ่นเอกสารเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ใบ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับโรคโควิด-19 มีการถามว่าเราเดินทางไปต่างประเทศมาหรือเปล่า เคยติดเชื้อมาหรือเปล่า มีความเสี่ยงไหม ทำนองนี้แหละ เราก็กรอกประวัติไป  แล้วก็วัดความดัน กับการเต้นของหัวใจให้เรียบร้อย

    จุดที่2 จุดลงทะเบียนก็ไปยืนต่อแถว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน แปะสติกเกอร์บาร์โค้ชของเรา ลงในใบประวัติ เสร็จแล้วก็กดบัตรคิว เพื่อรอเรียกในจุดที่ 3



    จุดที่ 3  ฉันได้ลำดับที่ 576 แล้วก็นั่งรอเป็นคิวที่ 38 จุดนี้เจ้าหน้าที่จะเจาะเลือด แล้วก็พูดคุยกับคุณหมอ  ซึ่งฉันไม่ผ่านจุดนี้ เพราะความเข้มเลือดอยู่ที่ 12.1 ซึ่งผู้บริจาคจำเป็นต้องมีความเข้มเลือด 12.5 ขึ้นไป  เจ้าหน้าที่บอกให้ฉันไปห้องหมายเลข 8   ไม่ได้ขึ้นไปชั้น 2 เพื่อรอคิวบริจาคเลือด


    ห้อง 8 ไปถึงก็วางเอกสารบนตะกร้า เจ้าหน้าที่จะรับเอกสารไปลงทะเบียน แล้วก็พาฉันไปเจาะเลือด ใส่หลอดตัวอย่าง 2 หลอด เพื่อเข้าเครื่องตรวจเลือด เมื่อได้ผลเลือดออกมาแล้ว ก็เข้าไปคุยกับคุณหมอ


    คุณหมอไม่ได้อธิบายผลเลือดให้ฟัง (แต่ให้ใบผลเลือดกลับมา) บอกแต่เพียงว่า โปรตีนในเลือดต่ำไปหน่อย ควรจะทานไข่เยอะๆ ช่วยได้  แล้วความเข้มเลือด วัดออกมาได้ 11.8 ต่ำกว่าที่วัดในห้องตรวจ 2 ด้วย ก็ให้เลือดไม่ได้ ต้องกลับไปทานยาบำรุงเลือดให้เข้มกว่านี้ก่อนถึงจะบริจาคได้ 

    คุณหมอได้ให้ยา บำรุงโลหิต 2 ถุง วิตามินบี1-6-12 1 ถุง และ โฟลิก 1 ถุง โดยทานยาบำรุงเลือดเช้าและเย็น มื้อละ  2 เม็ด พร้อมกับวิตามินและโฟลิกอย่างละ 1 เม็ด เท่ากับวันหนึ่ง ทานยาบำรุงเลือด 4 เม็ด รวม 800 mg. ซึ่งถือว่าเยอะนะ เพราะปรกติ คนทั่วไปให้ทานแค่วันละ 1 เม็ดเท่านั้น



    ขนาดว่าเตรียมตัวมาดีแล้วนะ เว้นระยะมา 1 ปีแล้วนะ แต่ก็ไม่รอดอีกแล้ว ฉันเบื่อจริงๆไปเสียเที่ยว  การบริจาคเลือดมันไม่เคยง่ายเลย ถึงแม้จะบริจาคมา 63 ครั้ง ก็ใช่ว่าจะผ่าน มันไม่ใช่ครั้งแรก ที่ฉันต้องไปตรวจเลือดเพราะบริจาคไม่ผ่าน มันไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ที่ต้องกลับมาแก้ตัวใหม่ ต้องโดนเอายากลับมากินแทน แล้วก็ต้องเสียเวลาไปใหม่ 

    เลือดของฉันถ้าไม่กินบำรุงเลือด ไม่เสิรมอาหาร ไม่บำรุงอะไรเลย มันไม่เคยผ่านเลยนะ รอบนี้กินยาล่วงหน้าเดือนกว่าก็ยังไม่ผ่าน  ก็ต้องมาทานยาอีกเดือน แล้วค่อยไปใหม่ เลือดจางสะสมแก้ไม่หาย  การสร้างโปรตีนในเลือดทำไมมันยากเย็นอย่างนี้ ไปทีไร ตรวจทีไรโปรตีนต่ำทุกที ต้องกินหมูเป็นตัว กินวัวเป็นตัว กินไข่เป็นโหลๆ เลยไหม เพื่อให้ร่างกายมีโปรตีนในเลือดสูง มีเม็ดเลือดแดงเยอะๆหน่อย 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in