ไดอารี่ของฉันhui
หน้ากากผ้า
  • ฉันไปเดินตามหาหน้ากากอนามัยในสำเพ็ง ไม่มีขายเลย ไม่มีเลยสักเจ้า ไม่มีใครขายเลย  หลังจากมีข่าวออกไปว่าสำเพ็งขายเกินราคา มีการจับร้านค้าที่ขายหน้ากากอนามัยเกินราคา ตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้านำมาขายอีกเลย เพราะขายยังไงก็แพง ยิ่งโดนจับ ของก็ยิ่งแพง ยิ่งไม่กล้านำมาขายกัน 

    ทำให้สำเพ็งเต็มไปด้วยหน้ากากผ้า แต่ราคาครั้งนี้เบาลงกว่าคราวก่อน ช่วงต้นเดืิอนที่ฉันเคยมาเดินสำเพ็ง ซึ่งครั้งนั้นแพง หน้ากากผ้าธรรมดาขึ้นไปถึงราคาอันละ 20-25 บาท ตอนนี้ราคาลงมาแล้วอยู่ที่อันละ10 บาท โหลละ 120 บาท ถ้าหาเจอร้านที่ถูกหน่อย ก็จะได้โหลละ 100 บาท ซึ่งมีแค่บางร้านหายากหน่อย ส่วนใหญ่ก็โหลละ 120 บาท ซึ่งถือว่าไม่โหดเท่าไหร่  แต่เดิมหน้ากากพวกนี้โหลละ 50 บาทเอง แต่ตอนนี้ โหลละ 100 ก็ถือว่าถูกแล้ว


    ส่วนหน้ากากอื่นๆ ก็เป็นราคาที่เบาลงจากต้นเดือน แพงในระดับที่ยังพอรับได้  รุ่นบางๆก็อันละ 20-25 บาท 5 ชิ้น 100 หรือ 4 ชิ้น 100 บาท  ส่วนตัวหนาก็จะ 3 ชิ้น 100 บาท ส่วนใหญ่ร้านค้าจะขายในเรทราคาเดียวกัน ขายของเหมือนๆกัน ราคาไม่ได้แพงเวอร์ เหมือนช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา









    ช่วงนี้เชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโรคโควิด-19 ค่อนข้างระบาดหนัก โดยเฉพาะในกรุงเทพ ผู้ติดเชื้อค่อนข้างมาก  ยอดผู้ป่วยใหม่วันนี้ 60 ราย ยอดผู้ป่วยรวมสะสม 272 รายแล้ว 

    จนไปไหนก็ต้องใส่หน้ากากแล้วนะ เพราะมันดูน่ากลัวไปหมดแล้ว  ส่วนตัวฉันซื้อหน้ากากอนามัยมาไว้ใช้เองส่วนหนึ่ง  แล้วก็ขายส่วนหนึ่ง แต่ด้วยต้นทุนที่มาแพง ทำให้ราคาขายปลีก ก็แพงตามไปด้วย ผู้ใหญ่ หรือ คนที่กลัวไวรัส บางคนยอมจ่ายแพง เพื่อที่จะได้มีหน้ากากอนามัยป้องกันตนเองจากไวรัส 

    แล้วความน่ากลัว มันคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวขึ้นทุกวัน  จากเรื่องไกลตัว จนมันใกล้ตัวเข้ามาทุกที ฉันมองหน้าเด็กๆ ที่เป็นลูกค้ามาเล่นเกมส์ที่ร้าน มาซื้อขนมที่ร้าน  ไม่มีใครใส่หน้ากากอนามัยเลยสักคน  

    มีเด็กบางคนที่มาดูหน้ากากอนามัย แต่เห็นราคาแล้วซื้อไม่ได้ เงินไม่พอ ทำให้ไม่มีหน้ากากอนามัยใส่ นั่นจึงเป็นเหตุให้ฉัน ต้องไปตามหา หน้ากากผ้าราคาถูก เพราะหน้ากากอนามัยหาซื้อไม่ได้แล้ว ถึงแม้จะกันไวรัสไม่ได้ 100% แต่ก็ดีกว่าไม่ได้มีอะไรป้องกันเลย มีผ้าป้องกันไว้หน่อยก็ยังดีกว่าไม่มีเลย

    ในใจฉันอยากจะแจกฟรีให้กับเด็กๆด้วยซ้ำ แต่ถ้าแจกฟรี 50อันก็ไม่พอ เพราะคนอื่นได้ข่าว คำว่า "ฟรี" มันทำให้ผู้ใหญ่หลายๆคนก็อยากได้ด้วยเช่นกัน จะแจกเป็นร้อยก็ไม่ไหวนะ ด้วยต้นทุนตนเองก็มีไม่ได้มาก ขืนแจกฟรี หนี้ที่ห่วมหัวอยู่คงไม่มีปัญญาจ่าย ใจคิดดี แต่ทำจริงๆไม่ได้น่ะซิ  จึงทำได้แค่ พยายามหาถูกๆ มาขายถูกอันละ 10-15 บาท เพื่อให้เด็กๆมีความสามารถในการซื้อ โดยไม่รู้สึกว่าเดือดร้อน 

    ผู้ใหญ่หลายคน ตอนนี้ทำประกันโควิดกันเต็มไปหมด เพราะใครๆก็กลัว  แต่กลับไม่ซื้อหน้ากากอนามัยให้กับลูกหลาน  บางบ้านที่เป็นห่วงเด็กๆในบ้านตนเอง ก็จะซื้อมาตุนไว้  แล้วก็บอก รวมถึงสั่งให้ลูกใส่หน้ากากด้วย จะผ้า หรือจะอนามัยก็ตาม  แต่บางบ้านกลับไม่ได้สนใจลูกหรือเด็กในบ้านตนเองเท่าไหร่ รู้แค่ว่าแพง ไม่ซื้อ แล้วก็ปล่อยเด็กๆออกมาวิ่งเล่นนอกบ้าน โดยไม่มีอะไรป้องกันเลย  ซึ่งฉันเห็นก็เป็นห่วงนะ ได้แค่เตือน  เด็กผู้หญิงดูจะเชื่อฟังหน่อย และใส่ใจที่จะใส่หน้ากากเพื่อป้องกันตนเอง มากกว่าเด็กผู้ชาย ที่ไม่ค่อยจริงจังนัก และบางคนไม่คิดจะใส่เลย

    และสิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างคือ คำสั่งรัฐบาล ถ้าเมื่อไหร่ มาถึงธุรกิจตนเอง สั่งปิดร้านเกม ห้ามเด็กมาเล่นเกม ฉันก็คงเครียดเช่นกัน เพราะนั่นคือการขาดรายได้ เรื่องอดตายคงไม่อดตาย เพราะฉันก็ได้ไปซื้ออาหารมาตุนไว้แล้วเช่นกัน แห่ไปซื้อมาม่า ผักกาดดอง มาตุนไว้กับเขาบ้าง แต่จะไม่มีเงินจ่ายหนี้สินต่างๆ รวมถึงลูกจ้างด้วย

    ฉันจัดการแก้ไขปัญหาตัวเองก่อน ด้วยการบอกให้ลูกจ้างต่างด้าว ที่เป็นสาวลาว กลับบ้าน กลับประเทศไปสิ้นเดือนก่อน เหตุผลหนึ่งก็คือหนีโรคโควิด19  อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ฉันกลัวโดนสั่งปิดร้าน เดี๋ยวจะไม่มีเงินจ่ายค่าจ้าง จึงให้พักงานไปก่อน สัก 1-2 เดือน แล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่ 

    แล้วลาวก็กำลังจะปิดประเทศ ปิดด่านสิ้นเดือนนี้ นั่นก็เป็นเหตุผลที่จูงใจให้สาวลาว อยากกลับบ้านด้วยเช่นกัน 

    ส่วนตนเองก็อยู่กรุงเทพต่อไปด้วยความหวาดหวั่น จะติดเชื้อไหม เพราะไม่มีบ้านนอก หรือต่างจังหวัดให้กลับ จะไปเที่ยวก็กลัวโรค ก็ต้องอยู่บ้านที่กรุงเทพต่อไป เมืองที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในประเทศขณะนี้



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in