ไดอารี่ของฉันhui
หน้ากากอนามัย
  • ตอนฟังข่าวว่าขาดตลาด ราคาแพง หาซื้อไม่ได้ ก็รู้สึกเฉยๆนะ แต่ตอนที่ต้องไปหาซื้อจริงๆ ถึงได้เข้าใจว่า มันหาซื้อยากจริง เพราะเราไปเดินแทบจะทั่วคลองถม เจอแค่ 2-3 ร้าน แล้วราคาก็แพงจริงๆ 

    พวกหน้ากากผ้า แบบเย็บที่ใช้ซ้ำได้ ต้องซัก ราคาไม่แพง และหาซื้อง่าย หน้ากากแบบกันสารพิษ ก็มีขาย  แต่พวกหน้ากากอนามัยแบบกระดาษใช้แล้วทิ้ง เหมือนกับที่ ตามโรงพยาบาลใช้กัน พวกนี้หาซื้อแทบไม่ได้เลย 

    แล้วเดิมที เคยซื้อ 50 แผ่น ราคา 100 บาท บางเจ้าขาย 90 บาทด้วยซ้ำ ตอนนี้หาซื้อแบบกล่อง 50 แผ่นไม่มีแล้ว มีแต่เป็นแพค 3 แผ่น หรือ 15 แผ่น แบบแบ่งขาย  แล้วที่ซื้อกลับมาก็คือ 15 แผ่น 130 บาท เป็นราคาที่น่าตกใจมาก







    ลองไปเดินหาที่สำเพ็งดู ปรากฎว่ายังพอมีบางร้านขายอยู่ แต่ต้องหาดีๆ เพราะบางเจ้าขาย 50 แผ่น 500 บาท ฟังราคาแล้วแทบเป็นลม จากต้นทุนใบละ 2 บาท กลายเป็นต้นทุนใบละ 10 บาท 

    เดินๆหน่อยจะเจอเจ้าที่ 50 แผ่น 350 บาท ถือเป็นราคาที่ถูกที่สุดในเวลานี้ ใบละ 7 บาท  แต่ก็ต้องเลือกอีก เพราะจะมีหน้ากาก ชั้นเดียว " อย่างบาง " คือมีแค่แผ่นนอกด้านหน้าพับๆไว้ แต่ไม่มีแผ่นที่ 2 ด้านใน คือ มันบางมาก จนเหมือนแทบกันอะไรไม่ได้เลย  กับแผ่นปรกติที่มี 2ด้าน แม่ค้าจะเรียกว่า " อยากหนา" ทั้งที่จริงๆ มันคือ อย่างปรกติทั่วไป  50 แผ่น 400 บาท ตกใบละ 8 บาท เป็นราคาที่ก้าวกระโดด สูงมากอย่างน่าตกใจ เหมือนกับที่เป็นข่าว 

    ถ้าร้านค้าส่งยังขายใบละ 8 บาท ค้าปลีกทั่วไป ก็ต้องมีราคา 15-20 บาท ต่อใบ จากเดิมขายใบละ 4-5 บาท จะใช้แล้วทิ้งทุกวัน ก็รู้สึกว่า ทำใจลำบากเหลือเกิน 






    มีข่าวว่า รัฐบาลจะควบคุมราคา หน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า รัฐบาลจะทำให้ราคาลงมาเป็นปรกติได้เมื่อไหร่ รู้แต่ตอนนี้ราคาแพงเหลือเกิน




    มีข่าวจากทางจีนว่า ตอนนี้โรงงานที่จีนกำลังเร่งการผลิตทั้งหน้ากากอนามัยและชุดที่หมอใส่กันเชื้อโรคอย่างเร่งด่วน  สิ้นเดือนกุมภาฯนี้ จะสามารถผลิตหน้ากากอนามัยออกมาได้ ประมาณ 180 ล้านชิ้น ฟังตอนแรก ดีใจ ผลิตได้เยอะมาก เดือนหน้าราคาน่าจะลง เพราะออกมาสู่ตลาดเยอะ   

    แต่...คนในประเทศจีน มี 1,400 ล้านคน เหมือนหน้ากากอนามัยที่ผลิตมาได้ 180 ล้านชิ้น ยังไม่พอใช้แค่ในประเทศเลย แล้วมันจะมีส่งมาถึงไทยไหม   เพราะคนจีนตอนนี้ ออกจากบ้านต้องสวมหน้ากากทุกคน เขาต้องการหน้ากากอนามัย มากกว่าเราอีก 



    แล้วตามคาดการณ์ของจีน คนที่ติดเชื้อไวรัส โคโลน่า จะสูงถึง 7 หมื่น- 1 แสนราย  วันนี้ยอดผู้ติดเชื้อ 2 หมื่นคนแล้ว ยังไปไม่ถึงยอดที่เขาคาดการณ์เอาไว้เลย  แล้วระยะเวลาที่คาดการณ์ ก็จะยาวนานไปอีก 4 - 5 เดือน จนกว่าประเทศจีนจะหมดหน้าหนาว เข้าสู่หน้าร้อน เดือน พ.ค. - มิ.ย.  เชื้อโรคตัวนี้ก็จะเบาบางลง หายไป เพราะอากาศร้อนขึ้น

    เท่ากับว่า เราก็ต้องระวังตามจีนไปด้วย อีกเกือบครึ่งปี ที่จะต้องยังคงใส่หน้ากากกันไวรัส เพื่อให้ตนเองไม่เป็นหนึ่งในแสนราย ที่จะป่วยในอนาคต 

    แล้วอย่าลืมว่า พอจีนเข้าหน้าร้อน เราก็จะเข้าหน้าฝน ซึ่งเป็นฤดูหวัดของบ้านเราเช่นกัน ฝนมาทีไร หวัดก็ตามมาทุกที แต่ตอนนี้ ระวังตนเองไม่ให้เป็นหวัดดีที่สุด ไม่ว่าจะฤดูไหน 



    ช่วงลอยกระทง ปลายปีที่แล้ว แถวบ้าน เกิดโรคไข้หวัด ชิคุนกุนยา ระบาด เป็นเชื้อหวัดที่มาจากยุงลาย แต่พิษของเชื้อชิคุนกุนยา ร้ายไม่เบา เพราะผ่านมา 3-4 เดือนแล้ว คนแก่ที่โดนยุงกัด ได้รับเชื้อ ยังปวดกระดูก ปวดกล้ามเนื้อไม่หาย คนหนุ่มสาว หายแล้ว ไม่ปวดแขน ปวดขาแล้ว แต่ตอนเป็นทรมานเช่นกัน ส่วนคนแก่ ปวดข้อไม่หาย กำมือได้ไม่สุด เจ็บมือไปหมด เดินก็โอย นั่งก็โอย ต้องไปฉีดยาแก้ปวดประจำ

    ดังนั้นไม่ว่าไข้หวัดไหน ก็อันตรายทั้งนั้น ดูแลรักษาสุขภาพตนเองให้แข็งแรงไว้ดีกว่า ไม่เป็นไรดีที่สุด ป้องกันตนเองไว้ ดีกว่าเป็นแล้วมารักษา ทรมานกว่ากันเยอะ 


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in