ไดอารี่ของฉันhui
เมื่อความรักกลับมา
  • การอยู่คนเดียวนานๆ มีแฟนก็เหมือนไม่มี เพราะไม่ใช่แค่ไม่ได้เจอกัน แต่ไม่ได้คุยกันเป็นเดือนก็มี ความสัมพันธ์มันเบาบางจนบางทีเราก็ไม่รู้ว่า ยังรักกันอยู่หรือเปล่า รูปสักใบก็ไม่ส่งมาให้ดู คุยกันในไลน์ก็แค่ไม่กี่ประโยค แถมบางทีทะเลาะกัน จนไม่คุยกันเป็นเดือนก็ได้ 

    มันมีช่วงเวลาที่อยากเลิกมากๆ ต้องเลิกให้ได้ ยังไงก็ไม่อยากจะคบอีกต่อไปแล้ว ไม่คุยกันเลย จนบางทีก็เกิดคำถามกับตัวเอง ไม่คุยกันนี่เท่ากับเราเลิกกันแล้วใช่หรือเปล่า  แล้วจะบอกเลิกทำไม เพราะการกระทำมันชัดเจนกว่าคำพูดอีก ก็เลยไม่ได้พูดบอกเลิกไป แต่หายหัวกันไปเลย 

    คบกันมา 4 ปี แต่เจอกันนับครั้ง ไม่เจอกันเป็นปีก็มี ช่วงเวลาที่อยากเลิกกัน หายหัวไปเป็นปี หายไปเป็นเดือน ไม่แคร์กันเลย ถ้าเขาไม่ง้อ ไม่คุยไม่ทักก่อน ฉันก็ไม่กลับมา ไม่แคร์ 

    แต่จริงๆลึกๆคิดถึงนะ แต่เขาไม่คุย ฉันก็ไม่คุย ไม่สนใจ เพราะเขาไม่สนใจฉันก่อน ฉันก็ไม่แคร์เขาเช่นกัน  คนเราห่างกันนานๆ ความผูกพันธ์มันก็เบาบางลงไป จนแทบไม่แคร์กัน



    ในชีวิตจริงๆ ก็ไม่ได้มีผู้ชายคนเดียวในชีิวิต ก็ยังมีคนที่เคยเป็นแฟนเก่า คนที่อยากจะเข้ามาทำหน้าที่แฟนใหม่ การยืนอยู่ในจุดที่ เราไม่ต้องการใครเพิ่ม เพราะเราไม่อยากเสียคนที่เรารักไป มันยากนะ เมื่อเราตัดสินใจแล้ว ว่าเราเลือกใคร แม้ว่าเขาจะไม่ดี แม้บางทีจะเกิดคำถามว่าเลือกผิดคนหรือเปล่านะ แม้จะทะเลาะจนอยากเลิก แม้ว่าเขาจะไม่สนใจเรา ปัญหามากมาย แม้จะทิ้งให้เราอยู่คนเดียว ไม่กลับมาหาเลย    แต่เราก็ไม่ได้ต้องการให้ใครเข้ามาแทรกแซง หรือทำให้ความสัมพันธ์ของเราจบ เพราะมีมือที่ 3 เข้ามาเกี่ยว  มันก็ไม่ได้ง่าย 

    มันไม่ใช่ความซื่อสัตย์  แต่เป็นเพราะใจเรารู้ว่าเรารักใคร เราเลือกใครแล้ว  เราตัดสินใจไปแล้ว  ดังนั้นคนอื่นไม่เกี่ยว เราไม่ไขว้เขว  เพราะกว่าเราจะมาถึงจุดนี้ได้  ก่อนหน้านี้เราก็เลือกมาเยอะแล้ว เราก็ผ่านความรักครั้งก่อนๆมาแล้ว ที่ไม่ประสบความสำเร็จ 

    เส้นทางการทำงานของเรา มันง่ายกว่า เส้นทางความรักของเราอีกนะ  ใครว่าทำธุรกิจยาก ค้าขายยาก เราว่า ความรัก มันยากกว่าอีก  อยู่มาจนจะใกล้จะ 50 แล้ว ยังไม่ได้แต่งงานเลย  มีผู้ชายรักตั้งหลายคน แต่ไม่มีคนไหน ไปถึงการแต่งงานเลย   กับคนปัจจุบัน เราก็ไม่คิดว่าเราจะได้แต่งงานหรือเปล่า เพราะมันเลยช่วงเวลาของการแต่งงานไปแล้ว  มันเหลือแค่ช่วงเวลาว่า เราจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้หรือเปล่า  ทุกวันนี้ยังไม่เห็นแววเลย ว่าจะเป็นไปได้   ไม่รู้ทำไมตนเองหาแต่ความรักยากๆ ก็ไม่รู้ ง่ายๆไม่เอา



    หายไป 1 ปี ฉันไม่มั่นใจว่า เขาคิดถึงฉันหรือเปล่า แต่ฉันดีใจที่ได้เจอเขาอีก เขามีินิสัยร่าเริง สนุกสนานเช่นเคย อารมณ์ดี หัวเราะเก่ง พูดเก่งมาก  แต่ไม่เคยพูดว่า คิดถึง หรือ รัก ฉันเลย แต่ถึงแม้เขาจะไม่ชอบพูดอะไรหวานๆ หรือโรแมนติก  แต่เวลาเขาจับมือ หรือ กอด  มันรู้สึกได้ถึงความรัก ความคิดถึงของเขา ทีี่รู้สึกว่า มันจะมากกว่าที่คิดฉันซะอีก  

    เขาแอบมีพุงใหญ่ขึ้น ไม่ยอมถ่ายรูปส่งให้ฉันดู ไม่บอกว่าอ้วนขึ้น แต่ฉันบอกเขาตลอดว่าอ้วนขึ้นนะ  แต่เทียบพุงแล้ว พุงเขาใหญ่กว่าอะ แต่แขนขาเล็กผอมเหมือนเดิม ตัวสูงดูไม่อ้วน ฉันซิดูอ้วนกว่าอีก  

    มันตลกมาก ที่เขาซื้อของฝากมาให้ เป็นปลอกแขน กับ ถุงผ้า ไม่รู้จะฮาดี หรือ ดีใจ  เพราะแดดเมืองไทยร้อน ร้อนจริงๆ จนฉันควรจะใส่ปลอกแขนงั้นหรอ เป็นสิ่งที่ฉันไม่มี แต่เขาคิดว่า ควรจะมีมั้ง  กับถุงผ้า ฉันบอกเขาก่อนมา ว่าเมืองไทย 7-11 ไม่มีถุงใส่ของแล้วนะ  ถ้าจะซื้อของ ต้องพกถุงไปด้วย  เขารับทราบ  แล้วก็ซื้อกระเป๋าผ้า คิดตี้ มาฝากฉัน  เอาไว้ไปซื้อของ 7-11 แม้น่าดีใจจริงๆ 

    เขามาเมืองไทย ครั้งนี้ 7 วัน แต่อยู่ กทม. 2 วัน  ติดตรงฉันมีโปรแกรมไปเที่ยวพม่า 1วัน เขาเลยไปเที่ยว กาญจนบุรี 3 วัน 2 คืน กลับมา แล้วเราก็จะไปเที่ยว อยุธยาด้วยกัน

    ละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส พึ่งฉายที่ฮ่องกงไม่นาน  แต่ว่า ดังมาก จนทำให้เขาอยากไปเที่ยว อยุธยา เพราะ แม่หญิงการะเกด สวยมาก น่ารัก ก็ไม่คิดว่า ละครจะมีอิทธิพล ขนาดนี้  ไม่รู้ว่าไปเที่ยวอยุธยาครั้งนี้ จะเจอทัวร์จีน ทัวร์ต่างชาติเยอะขนาดไหน เพราะละครไทย ดังไกลเหลือเกิน



    คราวก่อนๆมา เราไปเดินห้างกันบ่อยแล้ว วัดพระแก้วก็เข้าแล้ว  ครั้งนี้ คิดว่าจะพาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ก่อนไปอยุธยา  แต่ไปถึงปรากฎว่า เขาปิด วันจันทร์-อังคาร ก็เลยอดเข้าชม   ฉันพาไปเดินบ้าน จิม ทอมสัน แทนไปดูบ้านไทยโบราณเก่าๆ เขาชอบมาก 

    ฉันพาเขาไปกินร้านอาหารชื่อดังแถวบ้าน อร่อยมาก เขาชอบจนอยากกลับไปกินอีก ทำให้ฉันดีใจ ไม่ต้องทำกับข้าว ไม่ต้องทำอาหารให้กิน  ชวนกันไปนั่งกินข้าวข้างนอกดีกว่า อร่อยกว่าฉันทำอีก 

    เขาใจดี และตามใจฉันมาก เสียอย่างเดียว บอกให้ฉันเลิกดื่มโค้กได้แล้ว มันไม่ดี เขาบอกว่า เวลาเขาพูดสั่งสอนคนอื่น คนอื่นฟังหมด ยกเว้นฉันไม่ค่อยเชื่อฟังเขา  ฉันก็รับปากจะพยายาม ( แต่ในใจ คิดว่า ไม่ดื่มแค่ตอนเขาอยู่เท่านั้นแหละ  เดี๋ยวเขากลับไปก็ดื่มโค้กเหมือนเดิมแหละ )

    เวลาเจอกัน ความสัมพันธ์เราก็ดี ทุกอย่างดูเหมือนรักกันดี เข้ากันได้ดี สนิทสนมกัน ตามใจกัน อารมณ์ดีทั้งคู่ น่ารัก แต่ไม่รู้ว่า พอเขากลับไป จะมีเรื่องทะเลาะกันอีกหรือเปล่า  เขาไม่ชอบให้ถามอยู่ไหน ไม่ชอบรายงานตัว ไม่ชอบบอกทำอะไร แต่บางทีฉันก็อยากรู้ ถามไม่ได้หรือไง เป็นเรื่องที่งอนกันบ่อย 

    เขาเป็นนักเดินทาง ปีหนึ่ง เดินทางบ่อยมากๆ บางปีมากกว่า 15 ประเทศ ปีนี้ มีโปรแกรมออนทัวร์  ทวีปแอฟริกา 2 เดือน อยู่กี่ประเทศไม่รู้  เดินทางบ่อยแรกๆฉันก็ถาม เขาไม่ยอมเล่า ตอนหลังขี้เกียจถาม บอกมาก็เลย ขี้เกียจจำ เรื่องของเขา แต่ถ้าโปรแกรมเดินทางแน่นทั้งปี  ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาอีกทีเมื่อไหร่  ฉันไม่อยากถาม ให้เป็นเรื่องทะเลาะกัน เพราะงานของเขาไม่ได้อยู่กับที่ ต้องเดินทางตลอด

    เรื่องผู้หญิงอื่น ฉันไม่คิด เพราะมันเลยช่วงเวลาที่ต้องสงสัย หรือหึงหวงไปแล้ว  เพราะถ้าเขาคิดจะมี หรือเขาเลือกคนอื่น เขาก็คงไม่กลับมาหาฉันแล้ว  เขากลับมาก็แสดงว่าเขาเลือกแล้วเช่นกัน  ฉันไม่ใช่รักครั้่งแรก ไม่ใช่ภรรยาคนแรก เขาก็ผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว เลิกราไปแล้ว  การจะมีคนใหม่ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะเปิดใจอีกครั้ง

    ผู้หญิงเขารู้จักทั่วโลก แต่ความรัก มันก็ไม่ได้หาได้ทั่วโลก บางคนต้องการเงิน บางคนต้องการเซ็กซ์ บางคนต้องการแค่มีแฟนตัวติดกัน เขาไม่ใช่คนที่ทำได้แบบนั้น ไม่ใช่คนที่จะมีเวลามาผูกติดกับใคร มันจึงไม่ใชเรื่องง่ายของเขาเช่นกัน ที่จะรักใครสักคน 



    ความรักของเรา มันเจอกันง่าย แต่คบกันยาก เราตกหลุมรักกันตั้งแต่วันแรกที่เจอ ไม่ใช่แค่ฉันชอบเขา ไม่ใช่แค่เขาชอบฉัน แต่เราชอบกันทั้่งคู่  จึงคบกัน แต่มันไม่ได้ง่ายเลย  เพราะเขาแค่เดินทางมาทำงานแล้วเจอฉัน แล้วก็กลับไป  ฉันก็ไม่สามารถไปหาเขา  ต่อให้บินไปฮ่องกง เขาก็อาจจะไม่ได้อยู่ฮ่องกง ไปอยู่ประเทศไหนก็ไม่รู้   กว่าจะรอเขาโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้ง ใช้เวลายาวนานเหลือเกิน 





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in