ไดอารี่ของฉันhui
ของขวัญปีใหม่
  • สมัยเด็กๆ ฉันจะนั่งรถไปกับพ่อ เพื่อแจกกระเช้าของขวัญปีใหม่ ฉันไม่รู้จักหรอก ว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร เห็นแต่พ่อของฉัน เวลาให้ของขวัญ ก็ต้องยกมือไหว้คนที่ให้ ด้วยความน้อบน้อมกับทุกคน ตะเวนวันหนึ่งแจกประมาณสิบกระเช้าก็หมดวันแล้ว เรียกว่า ใช้เวลาในเดือนธันวาคม หมดไปกับการแจกของขวัญปีใหม่ 

    แม่ของฉันจะเป็นคนจัดกระเช้าของขวัญปีใหม่ทุกปี ฉันเห็นตั้งแต่เด็กจนโต จากห่อของขวัญไม่เป็น กลายเป็นชำนาญเลยแหละ ในการจัดกระเช้าปีใหม่ และห่อของขวัญ กล่องคุ๊กกี้ทรงกลมที่ว่าห่อยากๆ ฉันก็ห่อปีละเป็นสิบกล่อง ดอกริบบิ้นทำจนชำนาญ

    แม่จะซื้อของเพื่อจัดกระเช้าเป็นโหล เป็นลังเลย เหล้ามีตั้งแต่บรั่นดี วิสกี้ ไปจนถึงแม่โขง ตามลำดับ ความหรูหรา ไปจนถึง กระเช้าธรรมดา เรียกว่า แจกคนหลายระดับ ตั้งแต่นายพล นายกอง ไปจนถึงจ่า รวมถึงบริษัท ห้าง ร้าน พนักงานบริษัท

    แต่หลังจากพ่อตาย การแจกของขวัญปีใหม่ ของพ่อก็ยุติลง

    พอฉันมาทำงาน ร้านค้า ลูกค้าของฉัน ไม่เหมือนกับของพ่อแม่  งานของพ่อประมูลครั้งเป็นแสน เป็นล้าน เป็นสิบล้าน ก็ต้องเอาใจตั้งแต่นายใหญ่ จนถึงลูกน้อง แต่งานของฉัน มันแค่บุคคลทั่วไป กำไรไม่ได้เป็นหมื่นเป็นแสน ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดมาไล่แจกของขวัญได้ทุกคน

    แต่ลูกค้าบางคน เป็นลูกค้าประจำ มาซื้อของบ่อย จนฉันอยากจะตอบแทนน้ำใจ อยากจะให้ของขวัญปีใหม่  ฉันก็ไม่เคยเจอร้านค้าโชว์ห่วยไหน ให้ของขวัญปีใหม่ลูกค้าเหมือนกัน  ฉันไม่ได้ทำตามเขา แตฉันทำตามใจตัวเอง ที่อยากรักษาลูกค้าเอาไว้  อยากตอบแทนที่มาอุดหนุนกันประจำ มีน้ำใจให้กัน 

    แล้วฉันทดลองแล้วมันได้ผล ทำให้ลูกค้ารัก และ กลับมาซื้อของประจำ ลูกค้าบางคนจำได้ไม่ลืมด้วย ว่าเคยได้รับอะไร  ลูกค้าบางคนจำได้ว่าแจกของขวัญปีใหม่ ก็มาทวงด้วยว่าปีนี้จะให้อะไร  นั่นจึงทำให้ฉันแลกของขวัญปีใหม่ลูกค้าทุกปี และทำประจำต่อเนื่องมาหลายปี ที่ต้องหาของเล๋็กๆน้อยๆ มาแจกลูกค้า

    เวลาแจกของขวัญปีใหม่  ฉันไม่ได้คิดหรอกนะ ว่าลูกค้าวันนี้มาซื้อเท่าไหร่ 5 บาท หรือ 10 บาท หรือต้องซื้อเป็นร้อยละ ถึงจะได้ของขวัญ  เพราะฉันมองภาพรวมทั้งปีมากกกว่า ว่าใครมาซื้อประจำ ใครมาซื้อบ่อย  ใครซื้อเยอะ ใครซื้อน้อย  ฉันก็จะมีการแบ่งเกรดในใจ 

    แน่นอนว่า คนที๋ซื้อประจำ และยอดเยอะ ย่อมได้ของที่มีราคาแพงกว่า คนที่ซื้อประจำแต่ยอดน้อย ส่วนคนที่นานๆมาที ก็อาจจะได้ของมูลค่าน้อยหน่อย น้อยกว่าลูกค้าประจำ แต่ก็ให้  ยกเว้นขาจร ที่ฉันจะไม่แยกของขวัญปีใหม่ แต่จะให้ลูกอม สำหรับคนที่มาซื้อของในช่วงเทศกาลปีใหม่แทน 

    ลูกอม ก็เป็นสิ่งที่ฉันแจกทุกปีเช่นกันในเดือน ธันวาคม เพราะลูกอมให้ง่าย และให้ได้บ่อย  ฉันจะแจกหลังจากลูกค้าซื้อของเสร็จแล้ว ทอนเงิน จะให้พร้อมเงินทอน และ กล่าวสวัสดีปีใหม่ แทนคำว่า ขอบคุณ ที่ต้องพูดตอนทอนเงินลูกค้า

    ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบของฟรี  ไม่ว่าลูกอมเล็กๆน้อยๆก็เอา มันให้ความรู้สึกที่ดี ที่ได้รับของฟรี และ เป็นของที่กินง่ายด้วย อมแล้วมีความสุข สบายใจ มูลค่าเล็กน้อยแต่ความรู้สึกยิ่งใหญ่นัก

    ของขวัญปีนี้ จะเป็นจานแก้ว และ ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนูขนาดกลาง ซึ่งมีจำนวนจำกัด จานแก้วเล็ก 1 โหล จากแก้วกลาง 1 โหล จานแก้วใหญ่ หรือถาดแก้ว 1 โหล และผ้าขนหนูขนาดกลาง 1 โหล  ถึงจะแจกลูกค้าไม่ได้หมด  แต่ก็ได้ใจลูกค้าหลายราย



    ส่วนลูกค้าเล่นเกม ฉันจะแจกคูปองเล่นเกมฟรี ในวันที่ 25 ธ.ค. ถือว่าเป็นของขวัญคริสมาส แต่ว่า จะแจกเลย ก็ดูไม่สนุก สำหรับเด็กๆ จึงต้องเล่นเกมกันหน่อย  โดยจะเอาคูปองใส่ในไข่แฟนซี แล้วให้ลูกค้าจับฉลาก ลุ้นเอาเองว่าจะได้คูปองเล่นเกมเท่าไหร่ มูลค่าต่ำสุด 20 บาท สูงสุด 300 บาท ก็แล้วแต่ดวงว่าใครจะโชคดี หรือใครจะโชคร้าย ได้มากได้น้อย  แต่มีคูปองในไข่ทุกใบ จับยังไงก็ได้ ไม่มีเสีย   ถือเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้าส่วนหนึ่ง สำหรับเด็กติดเกม  


    เมื่อฉันเติบโตมากับการให้ ฉันจึงไม่เคยคิดเรื่องเสียดายเงินเลย กับการแจกของขวัญปีใหม่ เพราะมูลค่าที่ให้ มันน้อยกว่ามูลค่าที่ได้รับเสมอ จึงไม่เคยเสียดาย หรือว่า รู้สึกแย่ หรือว่ารู้สึกอะไรที่ไม่ดีเลย กับการให้ของขวัญคนอื่น 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in