ไดอารี่ของฉันhui
งานยุ่ง
  • ช่วงนี้เริ่มรู้สึกตัวเองงานยุ่งยังไงไม่รู้ ทั้งที่ร้านก็ว่าง ลูกค้าไม่เยอะ แต่ไม่รู้ทำไมงานเยอะ

    เรื่องขอวีซ่าอเมริกา เหมือนอยู่ดีๆก็หาเรื่องใส่ตัว ยังไม่มีแพลนจะเดินทางเลย แต่พี่ชายเห็นว่า ฉันพึ่งกลับจากอังกฤษ วีซ่าอังกฤษยังอยู่ เลยให้ฉันไปทำวีซ่าอเมริกา มันจะได้ของ่าย ฉันก็เชื่อตามพี่ชายง่ายๆ  แต่ตอนทำจริง มันไม่ได้ง่าย  เรื่องที่ไม่ควรจะเร่งด่วน กลับกลายเป็นงานเร่งด่วน ยังไงไม่รู้ 

    พอฉันทำเรื่องขอวีซ่า ฉันก็เลยต้องเดินตามขั้นตอนทุกอย่าง เหมือนตามน้ำไป  กรอกข้อมูลก็ยังเขียนนามสกุลตัวเองผิดเลย  ไม่รู้ว่าตอนไปสัมภาษณ์จะแก้ได้หรือเปล่า  เพราะในคำขอ DS-160 มันกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว ผิดแล้วผิดเลย  แต่ที่ผิดซ้ำซ้อนอีกก็คือ ตอนไปจ่ายเงิน ฉันดันเขียนผิดอีกเหมือนเดิม 

    สาเหตุของการเขียนผิด ก็คือ ในบัตรประชาชน กับ วีซ่า ฉันสะกดชื่อกับนามสกุลตัวเองไม่เหมือนกัน  ก็เลยจำสลับ ไปเขียนแบบในบัตรประชาชน ซึ่งดันไม่ตรงกับในวีซ่า มันก็เลยเป็นเรื่องขึ้นมา ก็ยังไม่รู้จะแก้ยังไงเลย เพราะจ่ายตังค์ไปแล้ว ไม่อยากกรอกใหม่ เสียเงินซ้ำ

    ฉันได้เลือกวันนัดไปสัมภาษณ์แล้วเป็นพุธหน้า 4 ธ.ค. เวลา 7.30 น.  ตอนไปหาหมอ นัด 8 โมงเช้า ฉันยังต้องตื่น ตี 5 เลย ไปทำวีซ่า นัด 7.30 น. ฉันต้องตื่นตี 4 หรือเปล่าเนี่ย  การตื่นเช้า มันค่อนข้างโหดร้ายกับฉันพอสมควร เพราะปรกติฉันตื่น  8 โมง ทำงาน 10 โมง การต้องมาตื่น ตี 4 จึงไม่ใช่เรื่องปรกติของฉันเลย ต้องออกจากบ้านก่อน 6 โมงเช้าด้วย

    ฉันยังสงสัยตนเองเลย  ถ้าฉันขอวีซ่าสำเร็จ ฉันจะมีโอกาสได้เดินทางไปจริงหรือเปล่า  เพราะมันอยู่เหนือเกินความคาดหวัง   คือ ฉันไม่เคยมีความฝันอยากไปอเมริกาเลย และฉันก็รู้ตัวเองดีว่า ตังค์ไม่มี จะไปได้ยังไง

    แล้วฉันก็ต้องมาวุ่นวายเรื่องทำเอกสารการเงิน เพื่อเตรียมไปสัมภาษณ์ ฉันบอกพี่ชายกับพี่สาวให้โอนเงิน ยืมตัวเลขหน่อย เพื่อทำวีซ่า ทั้งพี่ชายคนกลาง และ พี่สาวคนโต ก็ยินดีช่วยเหลือ เพื่อให้ตัวเลขเงินในบัญชีผ่าน 


    ฉันความรู้สึกของฉัน ช่วงนี้เหมือนดวงจะดี เพราะเวลามีปัญหา  ขอความช่วยเหลือใคร มันก็ง่าย   โอกาสมา ดวงมา ก็เหมือนต้องรีบคว้าเอาไว้  ไม่เคยคิดจะวีซ่าไปอเมริกาเลย  พี่ชายก็ดันบอกให้ไปทำ แถมช่วยเหลือเรื่องตัวเลขด้วย  มันเหมือนโอกาสมา ฉันก็คว้าเอาไว้ ทำวีซ่าตามเขาบอกเลย  ถ้าฉันดวงดีจริง มันต้องสำเร็จ 

    แล้วร้านของฉันนะ ฉันโทรตามจิก น้องชายเลย ต้องมาช่วยฉันทำเดินสายแลนในร้านใหม่  แถมขู่ด้วยนะ ว่าทำเสร็จแล้ว  ฉันจะให้พี่ชายคนกลางตรวจ  ถ้ามันไม่ผ่าน ก็ต้องแก้ทำใหม่นะ นั่นแปลว่าต้องทำให้ดี  ถ้าฉันดวงดี งานนี้ก็ต้องสำเร็จ เช่นกัน  น้องชายฉันต้องมาทำให้เสร็จก่อนปีใหม่ ที่ฉันกำหนดไว้



    การจะเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม มันต้องอาศัยทั้งจังหวะ ความพร้อมทั้ง  ด้านเงิน และ คนช่วยเหลือ ทุกอย่างมันต้องมาพร้อมกัน สิ่งที่ต้องการจึงจะเกิด  ฉันทำร้านเกมได้ ตอนนั้น ก็ได้พี่ชายคนกลางช่วยเหลือ จัดการให้ทุกอย่าง ถึงมีร้านเกมออกมาได้   ไม่งั้นลำพังตัวฉันคนเดียว จะทำอะไรเป็น ชี้นิ้วสั่งงานเป็นอย่างเดียว ยกของหนักก็ไม่ทำ เดินสายไฟก็ไม่เป็น ประกอบคอมก็ไม่ได้ ติดตั้งประตูกระจก แอร์ ไม่รู้เรื่องสักอย่าง แต่ก็ทำร้านเสร็จออกมาได้  ส่วนเงินทุน ขายบ้านมรดกที่ต่างจังหวัดให้พี่สาวคนกลาง ถึงได้ทุนออกมาทำร้านเกม 


    ตอนจะปรับปรุงร้านค้า ย้ายตู้โชว์รุ่นเก่าโบราณออก กลายเป็นชั้นวางของรุ่นใหม่ แบบ 7-11 ได้ ฉันก็ต้องมีคนช่วยขนย้ายตู้สินค้าเดิน  ก็ได้ข้างบ้านเนี่ยแหละช่วย   พอดีจังหวะวัดแถวบ้านต้องการตู้เก็บหนังสือธรรมะ  ข้างบ้านก็ไปแนะนำที่วัดให้เอาตู้โชว์ของฉัน  ทางวัดก็ให้เด็กวัดมาขนไป ไม่งั้นฉันก็ไม่รู้จะย้ายตู้โชว์สูง 2 เมตร ยาว 2 เมตร ได้ยังไงเหมือนกัน 

    ตอนนั้น ฉันเปลี่ยนโต๊ะเก้าอี้ร้านเกมยกร้านด้วย  ได้น้องสะใภ้ช่วยเดินเรื่องกู้สินเชื่อส่วนบุคคลออกมา แสนสอง ถึงมีเงินปรับปรุงร้านใหม่ แต่เงินต้นสองแสน รวมดอกเบี้ย 5 ปี กลายเป็น สองแสน จ่ายไปจ่ายมา รู้สึกว่าเงินต้นไม่ลดเลย มีแต่ดอกเบี้ยที่ลดลง จ่ายไปครึ่งปีไม่ไหวแล้ว ตัดใจยอมขายทองแท่ง 5 บาท เอาไปปิดสินเชื้อส่วนบุคคลดีกว่า  ขายทองขาดทุนด้วย เพราะตอนซื้อทองกำลังขึ้น แต่ตอนขายทองราคาตกพอดี ขาดทุนแต่ก็ดีกว่าเป็นหนี้ระยะยาว 
     


    ตอนนี้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่จะเกิดขึ้นอีก โค้กมาบอกฉัน จะเอาตู้โค้กใบใหม่หรือเปล่า ฉันก็เอาซิ  เพราะฉันเคยถามเซลล์ไปนานแล้ว  แต่เซลล์ก็ทำนิ่งเฉย เพราะยอดสั่งซื้อของฉันต่ำเกินไปมั้ง   หลายวันก่อน ฉันมีคุยกับน้าชาย ญาติห่างๆ เขาเปิดร้านชำ ในหมู่บ้านเดียวกัน  เขาขายดีมาก  ฉันไปขอฝาโค้กของเขา มากดส่งรหัสใต้ฝา  ได้ของรางวัลมาหลายอย่างแล้ว  ได้หมอหุงข้าว ได้หม้อต้มเล็ก ได้ตั๋วหนัง ได้ส่วนลดห้าง กดกันมือหงิกเลย กว่าจะได้มา แต่ละอย่าง   แต่โค้กดีตรง ทำคะแนนถึงก็ได้เลย ไม่ต้องลุ้นว่าจะได้หรือไม่ได้  ไม่มีคำว่าเสี่ยง  พวกลุ้นโชค ลุ้นรางวัล ส่งไปได้หรือไม่ได้ ต้องลุ้นเอา พวกนี้ฉันไม่ชอบ เพราะโอกาสเสี่ยงไม่ได้สูงกว่าได้เสมอ แลกของดีกว่า ได้ชัวร์ 

    น้าชายของฉัน เคยมาคุยให้ฟังว่า  เป๊ปซี่มาบ่นว่ายอดขายเขาต่ำ จะขอตู้คือ เขาโมโหเลยบอกเป๊ปซี่เก็บตู้ไปเลย แล้วก็ถามเซลล์โค้กว่าขอตู้ใหม่ได้หรือเปล่า  ทางโค้กก็ยินดี ส่งตู้ใหม่ให้เขา ฉันก็บ่นกับเขาไปว่า ทำไมฉันขอแล้วไม่ได้ตู้ใหญ่  แล้วฉันก็ลืมๆเรื่องนี้ไปเลย เพราะแค่คุยกันเฉยๆ   แต่ทางน้าชายไปคุยกับเซลล์โค้ก ขอตู้โค้กใหญ่ให้ฉัน โดยที่ฉันไม่รู้เรื่องเลย  แต่เซลล์โค้กมาที่ร้านแล้วบอกว่า ทางโน้นเขามีสิทธิ์ได้ตู้โค้ก 2 ใบ เขายกให้ที่นี่ใบหนึ่ง ยอดเขาสูง เขาเลยได้สิทธิ์  แต่ยกสิทธิ์ให้ทางนี้แทน ฉันก็เอาซิ ในเมื่อทางโน้นเดินเรื่องขอตู้โค้กให้แล้ว ทำไมจะไม่เอา  แต่ตู้โค้ก เป็นชื่อของร้านโน้นนะ ไม่เป็นไร ได้ทั้งนั้น ชื่อใครก็ไม่สำคัญ ขอให้ได้ตู้ใหญ่ฉันก็พอใจแล้ว   

    ส่วนตู้จะมาวันไหนยังไม่รู้ เซลล์ยังไม่แจ้งมา ฉันก็ต้องเตรียมย้ายของออก เพื่อเตรียมที่สำหรับตู้โค้กใบใหม่  ส่วนตู้ใบเก่า ก็เป็นหน้าที่เซลล์หาร้านไปวางแทน  ส่วนฉันก็ต้องหาที่วางของตู้ชั้นวางกระดาษที่ต้องเอาออก เป็นพื้นที่วางตู้โค้ก แต่จะหาใครเอาชั้นวางกระดาษไป ตอนนี้ยังหาไม่ได้ 

    ที่ฉันยังต้องตามงานอีกเรื่อง ก็คือ ชั้นวางของ ห้องเก็บของ คนที่ฉันจะจ้างมาย้ายของ เงียบหาย ไม่รู้ว่าจะมาทำให้หรือเปล่า งานนี้ก็ต้องรอต่อไป  เพราะคนช่วยก็ยังเงียบอยู่

    ส่วนตัวฉันก็ต้องเตรียมของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้า เพราะจะเริ่มแจกหลังวันที่ 10 ธันวาแล้ว  แล้วก็จะต้องพับกระดาษไหว้เจ้า เตรียมการเผื่อตรุษจีน ต้นปีหน้าด้วย  พอเข้าเดือน ธันวา ก็ต้องเริ่มค่อยๆทำความสะอาดบ้านแล้ว ฉันบอกแม่บ้านให้เตรียมตัวแล้ว งานค่อนข้างจุกจิก เหมือนไม่เยอะ แต่ก็เยอะนะ เพราะคนเดียว งานประจำก็ต้องทำ งานเพิ่มเติมก็ต้องทำ พอรวมกันก็เลยเยอะ


    เหมือนมีเรื่องต้องทำพร้อมกันหลายเรื่อง คิดเยอะ บ่นเยอะ ปนกันหมด ทั้งเรื่องงานและส่วนตัว งานยุ่งไปหมด 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in