ไดอารี่ของฉันhui
เดดไลน์สิ้นปี
  • บางทีชีวิตก็ต้องกำหนดจุดสิ้นสุดของงานเอาไว้บ้าง และเมื่อฉันกำหนดให้การทำบางอย่าง ต้องเสร็จก่อนสิ้นปี  เหมือนฉันกำลังสร้างความเครียดให้ตนเองเลย 

    ฉันอยากจะเปลี่ยนสายแลนใหม่ ให้เสร็จก่อนสิ้นปี นั่นแปลว่า มีเวลาเหลือแค่ 1 เดือนเท่านั้น ฉันคิดได้ แต่คนทำไม่ร่วมมือกับฉันเลย  ฉันบอกให้น้องชายมาช่วยทำให้เสร็จก่อนปีใหม่  แล้วมันก็เงียบหายไปเลย ดูไม่ค่อยให้ความร่วมมือ

    ฉันอยากจะย้ายของออกจากห้องเก็บของ ให้เสร็จก่อนสิ้นปี ก็ดูเหมือนคนที่จะตามให้มาช่วย ก็เงียบหายอีกเช่นกัน ดูคนอื่นเขาใจเย็นกว่าฉันอีก

    ฉันทำวีซ่าไปอเมริกา  ฉันก็เปิดกูเกิ้ลดูวิธีการสมัคร  ทำตามกระทู้ในพันทิปสอนไว้ทุกขั้นตอน   https://pantip.com/topic/35021980  แต่ขั้นตอนที่เขาเรียง กับ ของจริงที่เจอไม่ตรงกัน สลับไปมา  ทำไปก็ต้องดูคู่มือไป ตอบยังไง สำหรับคนไม่เก่งภาษาอังกฤษอย่างฉัน ทำไปก็เครียดพอสมควร  แถมทำเสร็จแล้ว ย้อนกลับไปดู ดันสะกดนามสกุลตัวเองผิดอีก สะกดกรุงเทพอีกผิด ดันกดผิดเป็น bamgkok  บางอย่างไม่น่าพลาดก็ดันพลาด 

    กระทู้ตัวอย่าง ปี 2559 เสียค่าธรรมเนียม 5,920  แต่ฉันทำปีนี้ เสียค่าธรรมเนียม  5,280 บาท ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ทำให้การเสียค่าธรรมเนียม ถูกลงมาเยอะ ตอนนี้ก็รออีเมล์ตอบกลับให้ไปเลือกวันสัมภาษณ์ได้ ฉันเอารูปถ่ายตอนขอวีซ่าอังกฤษใส่ไปก่อน ภาพมันเล็กไปหน่อยด้านข้าง  ก็ต้องไปถ่ายรูปใหม่เตรียมเอาไว้ 2x2 นิ้ว ตอนนี้ยังไม่มี ต้องทำโปรแกรมทริปท่องเที่ยว เอาไว้เผื่อเขาถามตอนสัมภาษณ์ เตรียมเอกสารอื่นๆอีก เผื่อต้องใช้ ทั้งที่จริงๆยังไม่มีโปรแกรมเดินทางอะไรเลย ทำเพื่อรอจังหวะและโอกาสเอาไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาจะได้พร้อมเดินทาง แต่ก็ต้องการให้ทุกอย่างเสร็จก่อนปีใหม่ กำหนดวันบังคับตนเองด้วย 

    ครอสติช ปักเป็นชาติไม่เสร็จสักที  ปักตัวอักษรแค่ A-Z ทำเป็นสิบปีก็ไม่เสร็จ  จากA ตอนนี้ถึงW แล้ว ขาดอีกไม่กี่ตัวก็จะถึงZ แล้ว ก็ยังทิ้งไว้เป็นเดือนไม่ทำต่อ  ก็ต้องมาบังคับตนเองทำให้เสร็จ

    ตอนนี้มีอะไรที่ค้างๆอยู่  ฉันจะทำให้เสร็จก่อนสิ้นปีให้ได้  แต่ไม่รู้สำเร็จจริงหรือเปล่านะ แต่ตั้งกำหนดเส้นตายเอาไว้ก่อน  ไม่งั้นทุกอย่างก็จะเลื่อยๆเฉื่อยๆ ขี้เกียจไปเรื่อย เอาไว้ก่อน เอาไว้ก่อน จนไม่เสร็จสักอย่าง ผ่านไปอีกปี 



    แล้วฉันก็จะต้องเตรียมการอีกหลายอย่างสำหรับปีใหม่ การประกาศขึ้นราคา ไม่ว่าเติมเงินโทรศัพท์มือถือ ค่าบริการจาก 2 บาทเป็น 3 บาท ก็ต้องทำใบติดแจ้งไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ลูกค้าทราบ 

    การปรับราคาชั่วโมงอินเตอร์เน็ตจาก 15 บาท เป็น 30 บาท จะปรับได้ก็ต่อเมื่อเปลี่ยนสายแลนเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ที่ขึ้นจาก 15 เป็น 20 ไม่ได้ เพราะการนับเวลา ชั่วโมง 15 บาท ก็คือ นาทีละ .25 สตางค์ การปรับขึ้นเป็น ชั่วโมงละ 30 บาท ก็คือ นาทีละ .50 สตางค์  เมื่อทำใบเวลาใหม่เสร็จ การคิดเงินจริงๆ มันจะมีส่วนลด ที่ทำให้จ่ายจริง ชั่วโมงไม่ถึง 30 บาท  แต่พื้นฐานก็คือต้องตั้งไว้ที่ 30 บาท ก่อน แล้วจะลดเท่าไหร่ ค่อยมากำหนดนอกโปรแกรม

    สินค้าและค่าครองชีพหลายๆอย่าง ทะยอยขึ้นมานานแล้วนะ แต่ฉันพึ่งจะปรับขึ้น เพราะลงราคาเดิม รายได้มันไม่พอค่าใช้จ่าย ในเมื่อเราจะขึ้นค่าแรงให้ลูกน้อง รายได้เราก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย ไม่งั้นก็ไม่มี่เงินจ่าย  คนทำงานก็ต้องการเงินเดือนขึ้น แต่คนเป็นนายจ้างจะหาเงินจากไหนมาขึ้นให้  มันก็ต้องปรับทั้งสองส่วนให้อยู่ได้ ทั้่งนายจ้างและลูกน้อง 

    การจะขึ้นค่าน้ำแข็งใส่โค้ก จาก 2 บาท เป็น 3 บาท คนอื่นเขาก็ขึ้นไปนานแล้ว แต่ฉันก็กำลังจะปรับขึ้นในปีหน้า เรียกว่าฉันรอแค่จังหวะปรับขึ้นแค่นั้นเอง  ไม่ใช่คิดขึ้นวันนี้ พรุ่งนี้ขึ้นเลย  ใช้เวลาไตร่ตรองนาน และรอคอยเวลาที่จะปรับขึ้น ช้ากว่าคน แต่ยังไงก็ต้องขึ้น ไม่งั้นอยู่ไม่ได้ 


    การแจ้งราคาลูกค้าจะมีการแจ้งเตือนในเดือนหน้า ก่อนจะขึ้นจริงต้นปีหน้า  แต่ในช่วงเวลาที่แจ้งให้ทราบ ก็คือช่วงเวลาเทศกาลปีใหม่  การจะไม่ให้ลูกค้าช็อต ตกใจ หนีไปร้านอื่นดีกว่า ก็ต้องมีของขวัญปีใหม่ จูงใจ เรียกขวัญ เป็นลูกค้ากันมานาน ก็จะได้รับของขวัญพิเศษนะ  ถ้าหนีหายไป ของขวัญปีใหม่ไม่ได้นะ  ก็จะยังทำให้ลูกค้าบางคน เสียดาย กลัวไม่ได้ของขวัญปีใหม่ ก็ยังกลับมาใช้บริการอยู่

    การรักษาลูกค้าให้คงอยู่ ก็ต้องมีของแถม มีส่วนลด มีอะไรพิเศษ สำหรับบางคน  การทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า เราขายถูกแล้ว ยังมีแถมด้วย ก็เป็นแรงจูงใจอันหนึ่ง   การพูดคุย แก้ปัญหาบางอย่างให้ฟรี ก็ทำให้ลูกค้านึกถึงเรา เช่น โทรศัพท์มีปัญหา บางคนก็จะนึกถึงเรา  เอาเครื่องมาให้ดูอาการ  ฉันก็ช่วยได้เท่าที่พอรู้ ถ้าเป็นเรื่องของระบบ โปรแกรม ฉันยังพอตอบได้  แต่ถ้าเป็นปัญหาตัวเครื่อง ฮาร์ดแวร์  ไม่ว่าคอมหรือโทรศัพท์ ฉันก็ซ่อมไม่เป็น  ฉันรู้แค่พวกการใช้งานโปรแกรมในเครื่องคอมกับการใช้แอพในโทรศัพท์แค่นั้นเอง 


    ถ้าร้านค้าตั้งอยู่ในทำเลจร สิ่งที่ต้องการก็คือ ลูกค้าจำนวนมาก ที่ทำให้ขายดี  แต่การตั้งร้านอยู่ในทำเลจม  เหมือนน้ำในอ่าง มีแค่คนในหมู่บ้าน ลูกค้าประจำคือสิ่งจำเป็น  และฉันก็อยู่ได้ด้วยลูกค้าเพียงไม่กี่คนในหมู่บ้านเนี่ยแหละ  ลูกค้าไม่ได้เยอะเลย แต่อาศัยลูกค้าประจำเนี่ยแหละ ที่ทำให้อยู่ได้   ถ้าคนในหมู่บ้านไม่ซื้อ ไม่จ่าย ฉันก็ปิดกิจการได้เลย  แต่ที่ยังอยู่ได้  เพราะลูกค้าประจำยังมาใช้บริการ และ การรู้จักลูกค้า ก็ทำให้เราเอาใจถูก รู้ใจว่าเขาต้องการอะไร มันง่ายกว่าลูกค้าจร ที่เราไม่รู้จักเขาเลย ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร  ถ้าเราไม่ได้มีร้านที่สวยพอ มีสินค้าที่มีแรงดึงดูดมากพอ ที่จะเรียกคนแปลกหน้าเข้าร้านได้  ต่อให้คนเยอะมากมายก็ขายไม่ออก  การอยู่ทำเลจร เหมือนจะดี แต่ก็ยากกว่าทำทำเลจม 



    การเขียนเรื่องส่วนตัว บางทีก็มีเรื่องงาน การเขียนเรื่องงาน บางทีก็ปนเรื่องส่วนตัว  ชีวิตมันแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันลำบาก ความคิดบางทีก็ปนๆไปปนๆมา ทำหลายอย่างพร้อมกันก็เลยงงๆหน่อย 


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in