ไดอารี่ของฉันhui
มะเร็งกระเพาะอาหาร
  • มะเร็งกระเพาะอาหาร แค่ชื่อก็น่ากลัวแล้ว ภัยเงียบที่เป็นแล้วไม่รู้ตัว  กว่าจะรู้ว่าเป็นมะเร็งก็โดนตัดกระเพาะออกไปแล้ว

    น้าสาวที่อยู่ข้างบ้านฉัน ก็เห็นกันทุกวัน ก็ไม่เห็นเป็นอะไร  อยู่ดีๆเห็นแกหายไปหลายวันไม่เจอเลย บ้านก็ปิดประตูสนิท ลูกสาวลูกชายก็ไม่อยู่ ปรกติบ้านนี้ ค่อนข้างห่วงบ้าน ไม่เคยทิ้งบ้านไปไหนนาน ต้องมีคนเฝ้าบ้าน แล้วน้าสาวของฉันก็ไม่เคยไปไหนนานๆ ห่วงบ้าน ไปเที่ยวก็ไม่เกิน 3 วัน ก็กลับแล้ว  แต่คราวนี้หายไปหลายวัน จนฉันสงสัยว่าไปไหน

    ผ่านไป 6 วันถึงเจอลูกสาวเขา  ก็ถามว่าแม่ไปไหน เพราะไม่เห็นเลย  เธอตอบว่าไปผ่าตัดกระเพาะ เอากระเพาะออก เป็นมะเร็ง พรุ่งนี้กลับ  ถ้านับรวมๆแล้วก็คือ 7 วัน หายไป 1 สัปดาห์ ฉันก็ตกใจซิ อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน  น้าสาวฉันไม่เคยพูด ไม่เคยบอกสักคำว่าเป็นอะไร ไม่เห็นหน้าหลายวัน ถามไถ่ถึงได้รู้ว่าไปตัดกระเพาะอาหารออก  ทีฉันเป็นอะไรก็บอกหมด แต่น้าฉันเก็บเงียบเลย

    ตัดกระเพาะออก ไม่มีกระเพาะอาหารแล้ว ฉันฟังแล้วก็ตกใจ คนเราไม่มีกระเพาะอาหารอยู่ได้หรอ ถามลูกสาว ก็บอกแค่ว่าเป็นมะเร็ง  แต่ระยะไหนเธอก็ไม่รู้  สำหรับตัวฉัน เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะบ้านนี้ มีอะไรไม่ค่อยบอกคนอื่น  ขนาดป่วยเป็นมะเร็งจนถึงขั้นผ่าตัด ก็ต้องรู้ตัวมาสักระยะแล้วซิว่าเป็นมะเร็ง แต่ก็ไม่เคยพูดบอกสักคำ  เป็นแค่ไหน บอกไม่รู้ จึงมองได้ 2 แง่ คือ ห้ามเสือก ไม่อยากบอก กับไม่รู้จริงๆ ฉันจึงไม่ชัวร์ในคำตอบของเธอ



    ก่อนหน้านี้  2 ปีก่อน ลูกชายคนโตของน้า อายุ 45 ขับรถอยู่ดีๆ จอดรถข้างทางตาย  หัวใจวายตาย กระทันหัน ครอบครัวนี้ก็หายไป ลูกชายย้ายไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด  ครอบครัวนี้ก็ขึ้นไปต่างจังหวัด ไปจัดงานศพให้เรียบร้อย โดยไม่บอกญาติพี่น้อง   จัดงานเสร็จแล้ว กลับมาถึงมาบอกว่า ลูกชายเสียแล้ว  ไม่ทันได้ไปงานศพลูกชายแกเลย  จัดการเผาและลอยอังคารไปหมด  ไม่เหลืออะไรไว้บูชา หรือกราบไหว้เลย อย่างมากก็ตักบาตรเอา แต่ไม่ต้องจุดธูป เพราะไม่เก็บอะไรมาเลย

    หลังจากนั้นไม่นาน ปีที่แล้ว สามีของน้าก็เสีย  ขี่จักรยานหกล้มแค่นี้ ทำไมกลับมาบ้านถึงตาย เป็นเรื่องน่าตกใจ เพราะคนแถวนี้ก็เห็นว่า น้าเขยยังแข็งแรงดี ขี่จักรยานทุกวัน แต่ระยะหลังดูผอม และโทรมลงไปเยอะเหมือนกัน  แค่นี้ ไม่เห็นน่าทำให้ตายได้เลย 

    น้ามาบอกตอนงานศพว่า เป็นมะเร็งตับตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้ไปผ่าอะไร ปล่อยไว้  จักรยานล้ม น่าจะสะเทือนตับ ทำให้ตับแตก กลางวันก็ยังดีๆอยู่ แต่กลางคืนจะนอนแล้วรู้สึกไม่ไหว ก็ไปโรงพยาบาล แต่ไม่รอด ตายที่โรงพยาบาล ด้วยวัย 70กว่า

    เป็นมะเร็งตับมาตั้งหลายปี ก็ยังไม่บอกใครเลยว่าป่วย ไม่ไปฉายแสง คีโมอะไรด้วย ปล่อยมัน จนตัวเองตาย  บ้านนี้มีอะไรก็เงียบ ไม่บอกคนอื่น  

    การที่น้าสาวเป็นมะเร็งกระเพาะ จะไม่บอกคนอื่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับครอบครัวนี้ ที่ไม่ชอบให้ใครมายุ่ง  ถึงเป็นญาติกัน  บ้านอยู่ติดกัน สนิทกัน จะไม่บอกว่าเป็นระยะไหน ขั้นไหนแล้ว รักษายังไง เขาก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัวเขามั้ง แต่สำหรับของครอบครัวฉัน มันไม่ได้ไง  มีอะไรก็ต้องบอกกันให้พี่น้องรู้ 


    ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ลูกชายเขาเสีย เขาก๋็เริ่มผอมลงนะ จะเสียใจ ที่ลูกชายตาย กินไม่ลง ก็ไม่แปลก ยิ่งมาเจอสามีเสียอีก น้ำหนักก็ลดลงไปอีก กินอะไรไม่ลง แล้วฟันปลอมก็ไม่ดี  ไปทำฟันปลอมใหม่ ก็ทำให้กินยาก ต้องแก้ฟันปลอมหลายครั้ง เคี้ยวอะไรไม่ค่อยได้ ก็น้ำหนักลดลงไปอีก  คือมีข้ออ้างมากมายที่จะบอกว่า ไม่ค่อยอยากทานอะไร 

    เหลือลูกสาวและลูกชายอยู่บ้านอีก 2 คน มีอะไรน้าก็ไม่ค่อยบอกลูกนะ  น้าไปกับคนสนิทที่รู้ใจ เพื่อนบ้านอีกหลัง ที่คอยช่วยเหลือดูแลกันมาหลายปี  คนแก่ 2 คน ไปหาหมอที่คลีนิค 2-3 ทีแล้ว หมอก็ให้ยามากิน ก็ไม่ดีขึ้น หมอแนะนำให้ไปโรงพยาบาลก็ไม่ไป  ลูกสาวชื่ออาหารเสริมสำหรับคนแก่มาให้ทาน ให้เจริญอาหาร ก็กินเพิ่มมานิดเดียว

    ฉันก็ัทักอยู่หลายทีนะ ว่าตัวเล็กลง แก่แล้วตัวหดลง หดลง เตี้ยลง ผอมลง แต่ถามไป น้าก็บอกว่าไม่ได้เป็นโรคอะไร  ไปตรวจสุขภาพทุกปี  ไม่เป็นความดัน ไม่เป็นโรคหัวใจ ไม่เป็นเบาหวาน แข็งแรงดี เดินได้สบาย แต่หลังๆก็ไม่ค่อยมีแรง  กินได้นิดเดียวอิ่มแล้ว แทบจะทานข้าวได้แค่ 3-4 คำ อิ่มแล้ว ทานมากไม่ได้ อิ่ม เลอ แล้ว  แก่แล้วระบบย่อยไม่ดี กินได้นิดหน่อย 

    แต่ไม่รู้เลยว่า ที่ทานได้น้อยลง กินได้นิดหน่อยก็อิ่มแล้ว น้ำหนักลดลงไปเรื่อย 2-3 ปีมานี่ ลดไปเกือบ 20 โล เหลือประมาณ 40 โล ก็นึกว่าเพราะเสียใจ เพราะแก่ลง เพราะโน้นนี่ ทำให้ทานได้น้อยลง  แต่ไม่คิดเลยว่า มันเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร 

    กว่าจะยอมไปโรงพยาบาล ไปหาหมอ ทำการตรวจรักษา ก็มาถึงขั้น ต้องตัดกระเพาะอาหารทิ้งแล้ว กินอะไรก็ต่อตรงไปยังลำไส้เลย ทำให้ทานได้แต่อาหารอ่อนๆ น้ำ แล้วก็จะขับถ่ายเร็วขึ้น 

    นอนโรงพยาบาลศิริราช 5 วัน รวมวันเข้าออกด้วยเป็น 7 วัน หมดค่ารักษาผ่าตัดไปประมาณ 240,xxx ฉันฟังตัวเลขแล้วตกใจ เบิกอะไรไม่ได้เลย จ่ายเองล้วนๆ  ค่าผ่าตัดกระเพาะก็ไม่ได้ถูกเลยนะ สองแสนกว่าบาท นอนห้องพักพิเศษ ค่าห้องก็คืนละ 3,000 บาท รวม 5 วันด้วย

    เรียกว่าที่ฉันไปตัดนมออก ถูกกว่ามากมาย หมื่นกว่าบาทเอง  คำว่ามะเร็งไม่ได้จบที่ผ่าตัด เพราะต้องมี ฉายแสง คีโม อีก ฉันยังไม่รู้ว่าต้องทำกี่ครั้ง ถึงแม้ทางโน้นจะไม่บอกว่าต้องทำหรือไม่ แต่เดาว่ายังไงก็ต้องทำ  ดังนั้นค่าใช้จ่ายไม่ได้จบที่ สองแสนสี่   ก่อนหน้านี้ ตรวจเอ็กเรย์ ส่องกล้อง ก็ครั้งละ 20,000 เสียไปหลายหมื่นก่อนจะผ่า  หลังผ่าอีกไม่รู้กี่หมื่น   

    มะเร็ง ก็ยังเป็นโรคที่น่ากลัว คิดทีไรก็ใจไม่ดี ไม่มีกระเพาะคนเราจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ น่ากลัวด้วยตัวโรค และน่ากลัวด้วยราคาค่ารักษาที่ต้องจ่าย สำหรับคนที่ไม่ได้มีสิทธิ์เบิกอะไรเลย จ่ายเองล้วนๆ

    น้าสาวฉันเป็นคนที่ประหยัดมาก ไม่เคยใช้อะไรฟุ่มเฟือยเลย ไม่แต่งตัว ไม่ช๊อปปิ้ง ไม่รักสวยรักงาม กินอยู่ประหยัด ด้วยเงินที่ได้จากค่าเช่าบ้าน  อายุ 70+ ไม่ได้ทำงานมาหลายปีแล้ว ก็อาศัยเงินจากค่าเช่าบ้านที่ปล่อยให้เช่าหลายหลัง เป็นรายได้เลี้ยงชีพ  จะมาเสียเงินที่เก็บสะสมตั้งแต่สาวไว้ใช้ยามแก่ กับค่ารักษาตัวตอนนี้เนี่ยแหละ  แกก็บ่นนะ ว่าไม่เคยจ่ายอะไรในชีวิตแพงเท่านี้มาก่อน 

    น้าบอกว่า แกไม่เคยมีอาการปวดท้องทรมาน หรือว่า อาการเจ็บท้องหนักๆเลย เรียกว่าไม่มีสัญญาณเตือนภัยให้แกรู้ตัว ถึงได้ชะล่าใจ  แค่กินข้าวได้น้อยลง อิ่มเร็ว เลอบ่อย เหมือนอาหารไม่ย่อย ท้องอืด เบื่ออาหาร แค่นี้เอง มันอาการเล็กน้อย ที่ทำให้ไม่คิดว่ามันจะหนัก  กว่าจะรู้ก็ต้องตัดกระเพาะแล้ว 

    ชีวิตคนเราประมาทกับเรื่องเล็กๆน้อยๆไม่ได้เลย  เจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆที่เรื้อรังเป็นปี ก็กลายเป็นโรคใหญ่ได้ 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in