เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ไดอารี่ของฉันhui
บริจาคเลือด ครั้งที่ 67
  • มานั่งคิดๆ ฉันคงไปกาชาดไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งแล้วมั้ง เพื่อบริจาคเลือดให้ได้ 67 ครั้ง เพราะล่าสุดไปวันสงกรานต์ 13 เมษา ที่ผ่านมา วัดความดันผ่าน วัดความเข้มเลือดก็ผ่าน ได้ 13.5 ดีใจมาก แต่ไปตายตรงพบแพทย์เนี่ยแหละ ไม่ผ่าน เพราะพอคุยกับหมอ ถามโน้นถามนี่ไปมา ก็มีตอบไปว่า ติดโควิด เมื่อวันที่ 5 - 15 มี.ค. 65 ที่ผ่านมา หมอบอกว่า ต้องหลังติดโควิด 4 สัปดาห์ ถึงจะบริจาคเลือดได้ กลายเป็นว่า วันที่ 13 ยังไม่ครบ 4 สัปดาห์ หมอรับรวมติดโควิดอีก 2 สัปดาห์ ไม่ใช่ 10 วัน กลายเป็นต้องเลย 6 สัปดาห์ถึงจะบริจาคได้ วันที่ 13 ก็เลยไปเสียเที่ยว เพราะเขายังไม่รับ ให้มาใหม่วันที่ 20 เมษา

    วันนี้ 20 เมษา ฉันก็ไปใหม่ คราวนี้ วัดความดัน 3 รอบ กว่าจะผ่าน เพราะความดันที่บริจาคเลือดได้ ต้อง 100/60 เป็นขั้นต่ำ ซึ่งรอบแรก ฉันวัดได้ 98/54 เจ้าหน้าที่ถามว่า ทานน้ำหรือยัง ฉันก็ตอบว่ายัง เจ้าหน้าที่ก็ให้ไปทานน้ำก่อน เสร็จแล้วให้มาวัดใหม่ ฉันก็เดินไปดื่มน้ำ ที่อยู่ด้านข้าง 2 แก้ว กลับมาวัดความดันใหม่ ได้ 107/54 เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า ความดันตัวล่าง ยังไม่ผ่าน ต้อง 60 ฉันก็ต้องไปดื่มน้ำอีก 2 แก้ว แล้วก็กลับมาวัดความดันใหม่ ได้ 113/60 คราวนี้ผ่าน ถึงไปต่อได้ 


    ปกติฉันก็ความดันปกติในเกณฑ์ต่ำอยู่แล้ว ก่อนไปบริจาค ฉันน่าจะดื่มน้ำน้อยไป เพราะกินไปขวดเดียว 600 มล. แล้วก็ไปดื่มต่อที่กาชาดอีก 4 แก้ว น่าจะมีผลทำให้ ความดันตก และ ความเข้มเลือดก็ตกด้วย เพราะวัดความเข้ม คราวก่อนยังได้ 13.5 มาครั้งนี้ ลดลงเหลือ 12.7 เกือบจะไม่ผ่านแล้ว ทั้่งที่ทานยาเสริมธาตุเหล็กนะ คราวก่อนไม่ได้ทานยังเข้มเลย คราวนี้ทานความเข้มลด ไม่รู้เลือดจางไปไหน

    คราวนี้คุยกับหมอผ่าน เพราะหลังเป็นโควิด 4 สัปดาห์แล้ว สามารถบริจาคได้ ก็ขึ้นไปบริจาค ตอนไปวันที่ 13 คนเยอะมาก มาวันที่ 20 คนบริจาคน้อยมาก แทบไม่ต้องรอคิวเลยสักที่ ขึ้นไปถึงก็สามารถบริจาคเลือดได้เลย ฉันทานน้ำก่อนบริจาคอีก 1 แก้ว


    หลังจากบริจาคเลือดแล้ว ไม่มีน้ำแดงให้ดื่ม ไม่มีโอวัลติน แต่เป็นถุงใส่ชุดอาหาร ให้กลับไปทานที่บ้าน หรือใครจะนั่งทานบริเวณนั้นก็ได้  ข้างในเป็นแซนวิช ไข่ต้ม และน้ำผลไม้ ฉันเลือกที่จะถือถุงกลับบ้าน แทนการนั่งกิน 


    พึ่งมาสังเกต ปีที่แล้วก็บริจาควันที่ 20 เมษา 64 ความเข้มเลือด 12.5 เอง  ผ่านมา 1 ปี ก็บริจาควันที่ 20 เมษา 65 อีกครั้ง ความเข้มเลือด 12.7 ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลย  ไม่ได้ตั้งใจให้วันตรงกันนะ  

    ตอนเดินกลับมาขึ้นรถไฟใต้ดิน ฉันรู้สึกโหวงๆ หิวน้ำใจจะขาด อยากได้น้ำหวานมาก ตอนแรกว่าจะกลับไปทานที่บ้าน แต่ไม่ไหวแล้ว ยังเดินไม่ถึงรถไฟใต้ดิน สามย่านเลย ขอแวะซื้อน้ำหวาน ชามะนาว กินใน จารุจีสแควร์ก่อน ถ้าไม่ได้น้ำตาล ฉันเป็นลมแน่ ดื่มชามะนาวแล้ว ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย มีแรง

    ก็ไม่คิดว่า การดื่มน้ำหวานหลังบริจาคเลือดจะสำคัญ ทุกครั้งก็ดื่มโอวันติน หรือ น้ำแดง ก่อนกลับทุกครั้ง ก็ไม่เป็นไร ครั้งนี้ให้ถุงกลับไปทานที่บ้าน ฉันถือถุงเดินออกมาไม่ไกล จะเป็นจะตายแล้ว รู้สึกขาดน้ำ หิวน้ำมาก ทั้งที่ก็ดื่มน้ำก่อนบริจาคไปแล้วนะ แปลว่า การให้ถือถุงกลับไปทานที่บ้าน ไม่ได้เวิร์คสำหรับทุกคน เพราะกว่าจะถึงบ้าน หน้ามืดเป็นลมก่อน ขนมทานที่บ้านได้ แต่น้ำหวาน ต้องทานทันที รอทานที่บ้านไม่ไหวนะ แค่เดินออกมาไม่ไกลก็ใจสั่น หิวน้ำใจจะขาดแล้ว ไม่ได้น้ำหวาน กลับไม่ถึงบ้านแน่เลย
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in