ไดอารี่ของฉันhui
กลับมาเปิดร้านแล้ว
  • หลังจากติดโควิด ปิดร้านตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. จนกลับมาเปิดร้านอย่างเป็นทางการอีกครั้งวันที่ 5 ก.ย. 64 ต้อนรับการกลับมาเปิดร้านอีกครั้ง ด้วยสายฝนกระหน่ำในตอนเช้า ได้แค่เปิดอย่างเป็นทางการจริงๆ ส่วนลูกค้ามีคนมาใช้บริการบ้างในตอนบ่าย 

    ฉันก็ดีใจนะ ที่ลูกค้าบางคนไม่ได้รังเกียจ ยังคิดถึงและกลับมาใช้บริการดังเดิม บางคนก็เห็นเปิดร้านค้าแล้วก็แวะมาถาม หายไปไหนมา ฉันก็พูดตามจริงไปติดโควิดมา แล้วก็เล่าให้ลูกค้าฟังตามจริง ไม่โกหกอะไร แล้วก็ดีใจที่ลูกค้าไม่ได้มีท่าทีรังเกียจ 

    แต่กลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง ลูกค้าก็ยังน้อยอยู่ บางคนอาจจะไม่รู้ว่าเปิดแล้วมั้ง ร้านก็ยังเงียบๆ


    การกลับมาเปิดร้านใหม่ครั้งนี้ ฉันลงทุนซื้อพริ้นเตอร์ใหม่ เพื่อรับงานพริ้นงานลูกค้า แทนพริ้นเตอร์เก่าที่เริ่มมีอาการหัวเข็มแตก น่าจะต้องยกไปซ่อมอีกครั้ง  แต่ยังมีความขี้เกียจไปอยู่ เพราะร้านซ่อมคอม ได้ย้ายจากพาต้าไปอยู่ตั้่งฮั้วเส็ง ซึ่งมันไกลพอสมควร เลยเอาไว้ก่อน ซื้อเครื่องใหม่ในเน็ตง่ายกว่า 


    แล้วส่วนกิจการร้านเกมส์ ตอนนี้ไม่มีลูกค้าแล้ว ต่อให้เปิดให้บริการได้แล้ว ก็ไม่มีเด็กมาเล่น คือ มันเจ๊งแล้ว ส่วนหนึ่งมันก็ใกล้จะเจ๊งอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอโควิด รัฐสั่งให้ปิดบริการนานหลายเดือน จนไม่มีใครกลับมาแล้ว

    ฉันได้ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่ง ยกคอมออกไปชุดหนึ่ง เพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่ ลองมาให้บริการ อุปกรณ์ไลฟ์สด เต้นติ๊กตอกดู  โดยการซื้อชุดไฟวงกลมมา และ ฉากหลัง เพื่อให้เด็กมาใช้บริการ เช่าไฟและฉากหลัง เพื่อเต้นติ๊กตอก หรือ ถ่ายรูป  

    ซึ่งยังไม่รู้อนาคตว่าจะเวิร์คหรือเปล่า  ไหนๆ ฉันมีพื้นที่ร้านเกมส์ที่ไม่มีคนเล่นแล้ว มันว่างมากพอจะให้มาเต้นติ๊กตอก หรือร้องเพลงโคฟเวอร์ หรือทำอะไรก็ได้ตามใจ โดยมีอุปกรณ์ให้เช่า เหมือนกำลังจะเปลี่ยน ร้านเกมส์เป็นสตูดิโอ ซึ่งลองแค่อุปกรณ์ 2-3 อย่างดูก่อน ว่าเวิร์คหรือเปล่า ถ้าเวิร์คมีคนสนใจก็ค่อยลงอุปกรณ์เพิ่ม 

    แต่ตอนนี้พึ่งเปิดมาได้ 2 วัน ยังไม่มีคนมาใช้บริการเลย หรือเรียกว่า ยังไม่มีลูกค้ารู้เลยว่าฉันให้บริการอุปกรณ์ไลฟ์สด ก็ต้องดูอนาคตต่อไปว่าเป็นยังไง ใครสนใจบ้าง หรือลูกค้าจะมาใช้บริการ หรือใช้บริการอะไร ฉันก็ยังไม่รู้เลย  

    แล้วฉันก็ไม่รู้ว่า ธุรกิจตัวนี้ คนอื่นเขาทำกันยังไง ต้องมีอะไรบ้าง อัตราค่าบริการเขาคิดกันยังไง ฉันก็ยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลส่วนนี้เลย ทำเองมั่วๆไปก่อน  ถ้าเวิร์คค่อยจริงจังอีกที  



    แต่มาคิดๆนะ ถ้าฉันเปลี่ยนร้านเกมส์ เป็นสตูดิโอถ่ายรูป ฉันคงต้องไปหัดถ่ายรูปสินค้า หรือว่า รูปติดบัตร 2 นิ้ว แหง่ๆ การเปลี่ยนมาเข้าวงการถ่ายรูป มันเป็นการลงทุนที่สาหัสเลยแหละ อุปกรณ์กล้องมันแพงทุกอย่างเลย คิดถูกหรือคิดผิดเนี่ย ถามตัวเองแล้วเหนื่อยใจ ฉันจะมีปัญญาสร้างรายได้มาจ่ายหนี้ค่าอุปกรณ์พวกนี้ไหมเนี่ย 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in