ไดอารี่ของฉันhui
หลังโควิด2 (ไม่กักตัวแล้ว)
  • ตอนที่ติดโควิด ฉันต้องจดไว้เลยนะ ว่าออกไปได้ อยากจะทำอะไร เพราะรู้สึกว่า หลังจากปวดหัวหนักมาก จนเบลอ บางทีเหมือนความจำระยะสั้นหายไป ปรกติก็เป็นคนขี้ลืมอยู่แล้ว เหมือนอาการขี้ลืมจะหนักขึ้น จนต้องจดเอาไว้  เพราะจะมีอาการประมาณว่า กินยาหรือยัง จำไม่ได้ แปรงฟันหรือยัง ลืม  กะว่าเดินมาจะหยิบอะไรนะ นึกไม่ออก ต้องเดินกลับไปใหม่ นึกได้ก็ค่อยเดินกลับมาหยิบใหม่ ลืมง่าย

    แล้วสิ่งแรกที่ฉัน เมื่อกลับมาบ้าน ก็คือ การไลน์ไปหา ร้านขายยาไทยแผนโบราณ ตอนที่ฉันติดโควิด เพื่อนได้ขอยามาให้ฟรี จ่ายแต่ค่ารถ ตอนนี้หายแล้ว ฉันก็คิดว่าจะจ่ายค่ายา แต่เพื่อนบอกว่า เขาไม่รับหรอก ถ้าอยากจะให้ต้องบริจาค ฉันก็เลยไลน์ไปบอกว่า อยากจะบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือค่ายา เขาก็ให้เลขบัญชีมา ฉันก็โอนไป 1,000 บาท  ฉันอยากจะโอนให้เพื่อนด้วยนะ แต่เพื่อนไม่รับ บอกว่าเพื่อนฉันเรื่องเงินไม่สำคัญ

    แล้วฉันก็ตามประธานชุมชน มาฉีดพ้นยาฆ่าเชื้อให้ที่ร้าน แจ้งไปแล้วรอบหนึ่ง ก็เงียบไม่มา ก็ต้องตาม 2-3 รอบ ถึงมาฉีดพ้นยาฆ่าเชื้อให้ แล้วเขาก็ประกาศให้ชุมชนทราบในไลน์กลุ่มว่า ได้ฉีดพ้นยาฆ่าเชื้อให้กับทางร้านแล้ว และเจ้าของร้านได้ทำการรักษาจนหายดี ปลอดเชื้อแล้ว กักตัวครบกำหนดแล้ว  ให้ทางชุมชนได้ทราบ  ลูกค้าของฉันจะได้สบายใจ

    ฉันก็ดูปฎิทินนะ วันอาทิตย์ที่ 5 เป็นวันธงชัย ก็ถือเป็นฤกษ์ดีในการเปิดร้าน แต่ระหว่างที่ยังไม่เปิดร้าน ฉันก็ปิดประตูขายของ แง้มบังตาประตูเหล็กไว้ เผื่อมีลูกค้ามาเรียก ก็เรียกว่าเริ่มขายของแบบไม่เป็นทางการก่อนเปิดขายจริง

    งานนี้เป็นการวัดใจลูกค้า ระหว่างกลัวโควิด กับ ของลดราคา เอาแบบไหน คนที่ยังกลัวอยู่ก็ไม่กล้ามาซื้อ ส่วนคนที่ไม่กลัว กล้ามาซื้อ ฉันก็กล้าลดราคาให้ ซื้อ 1 แถม 1 เลย ยอมขาดทุน  เรียกว่างานนี้ ขายขาดทุนแน่นอน ยังไงก็ขาดทุน แต่ถือว่าเป็นการเรียกลูกค้าคืนมา  คนที่ยอมมาอุดหนุนช่วงก่อนเปิดร้าน แปลว่า รักกันจริง ก็ต้องแถมฟรีให้เลย  เพราะรู้ว่าฉันคิดโควิดมา ก็ยังกล้ามาซื้อ ถือว่า กล้าหาญมาก


    หลังจากครบกำหนดกักตัว ฉันออกจากบ้านได้ ฉันไปวัดทำบุญก่อนอันดับแรกเลย ไปถวายสังฆทานที่วัดระฆัง ถือเป็นการสะเดาเคราะห์ รับศีล รับพร กลับมาเริ่มต้นใหม่  แต่ตัวโบสถ์ เข้าไม่ได้ ปิดปรับปรุง ก็เลยไม่ได้ไหว้หลวงพ่อโต  ถวายสังฆทานพระที่กุฎิ แล้วก็กลับ

    ฉันไปที่ร้านแว่นตา ย่านท่าพระจันทร์ เป็นแหล่งรวมร้านแว่นตา แถวนั้นมีหลายร้าน แต่ฉันเลือกร้านตรงป้ายรถเมล์ เพราะเคยตัดกับร้านนี้มานาน แว่นอันเดิม นอนทับจนหักไปแล้ว เอาไปถามเขาซ่อมได้ไหม เขาตอบว่าไม่ได้  แต่เปลี่ยนเอาเลนส์อันเดิมไปใส่แว่นอันใหม่ได้ 

    ฉันอยากได้แว่นสายตายาว เพราะแว่นที่ใส่อยู่ตอนนี้เป็นแว่นสายตาสั้น ต้องถอดเข้าถอดออกทั้งวัน เพื่อนแนะนำมาว่า ให้ใส่เลนส์ที่มีทั้งสั้นและยาวในตัวเลย ฉันก็ถามร้านแว่น ว่าตัดเลนส์ที่มีทั้งสั้นและยาวในตัวเลยได้ป่ะ เขาก็บอกว่าได้  แต่ราคาสูงหน่อยนะ  ฉันก็ถามสูงเท่าไหร่ เขาบอกว่า หมื่นอัพ ฟังแล้วก็ตกใจ โครตแพงเลย

    ฉันเลือกแว่นใหม่ 2 อัน อันหนึ่งเพื่อใส่เลนส์ตัวเดิม กับอันใหม่ เพื่อใส่เลนส์ใหม่ โปรเกรสซีฟ  แล้วก็เปิดกล้องคุยกับหลาน ตอนแรกหลานบอกว่าจะมาช่วยเลือก แต่แม่ไม่ให้ออกจากบ้าน กลัวติดโควิด ก็เลยเปิดกล้องคุยแทน ให้หลานดูว่าโอเคไหม 

    เลือกไปเลือกมา ก็ได้แว่นสีทอง มาใส่เลนส์อันเดิม ส่วนแว่นใหม่อีกอัน ที่จะใส่เลนส์ใหม่ ร้านแว่นแนะนำให้ใช้ทรงเดิม เพราะจะได้เก็บแว่นเก่าเป็นอะไหล่ แต่แว่นอันเดิม ราคาก็ไม่เบานะ บวกกับเลนส์ใหม่อีก รู้สึกว่ามันแพงเกินไปอยู่

    กลายเป็นว่า สลับเลนส์แว่นสีทอง มาใส่แทนเลนส์แว่นทรงเดิมสีน้ำตาล ก็คือ ซื้อแว่นใหม่ ลายเก่า แต่เปลี่ยนแบบเลนส์ใหม่ กับซื้อแว่นใหม่ ใส่เลนส์เก่าทรงเดิม 

    ตอนที่วัดสายตา ช่างบอกว่า สายตาของฉัน ข้างซ้ายใช้งานได้ 50-60% อันนี้เป็นมานานแล้ว เพราะตาขวาเป็นโรคตาขี้เกียจ แต่ตาซ้ายทำงานลดลง อาจจะด้วยเพราะวัย อายุมากขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพเหลือแค่ 90-95 % ไม่สามารถปรับสายตาให้ชัดได้ 100% เหมือนก่อน  เรียกว่าความคมชัดหายไป การมองไกลๆ คนอื่นเห็นว่าชัด ฉันจะเห็นมันเบลอนิดนึง  ซึ่งอาการนี้ ฉันนึกว่ามาจากสายตายาว กลายเป็นไม่ใช่ มาจากสายตาเสื่อม  สายตายาวก็ส่วนสายตายาว มองใกล้ไม่ชัด  ไม่ได้เกี่ยวกับความคมชัดระยะไกล  ตกลงฉันทั้งสายตาสั้น สายตาเอียง สายตายาว และ สายตาเสื่อมด้วย เป็นหมดทุกอย่าง 

     
    ราคาแว่นสีทองใหม่ 3,000 ใส่เลนส์เก่า  ส่วนแว่นใหม่ ลายเดิม ราคาลดแล้วนะ คราวก่อนซื้อ 8,500 คราวนี้ลดให้อีก 500 เหลือ 8,000 ใส่เลนส์ใหม่โปรเกรสซีฟ 12,000 รวมเป็น 20,000 พอดี นี่ขนาดเลนส์ระดับกลางนะ ไม่ได้เอาเลนส์อย่างดี 18,000 ราคายังหัวแตกเลย ราคาแว่นตาแพงเหลือเกิน รวมแล้วจ่ายไปหั้งหมด 23,000 บาท  แว่นสีทอง เปลี่ยนเลนส์เอากลับมาได้เลย ใส่ได้เลยทันที ส่วนที่ตัดเลนส์ใหม่ แว่นสีน้ำตาล ต้องรออีก 1 สัปดาห์ถึงกลับมารับได้ 


    ไม่มีรายได้ เจอรายจ่ายหัวแตก ทำให้หนี้สินเกิดเลย






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in