ไดอารี่ของฉันhui
หลังโควิด1 (กลับบ้าน)
  • วันศุกร์ที่ 27 ส.ค. 64
    เป็นวันครบกำหนด 14 วันในศูนย์พักคอย สามารถกลับบ้านได้ ตอนคุยกับพยาบาลในตอนเช้า 8 โมงของทุกวัน ฉันถามพยาบาลอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ ว่าวันนี้กลับบ้านได้ใช่หรือเปล่า พยาบาลตอบว่า ใช่ ฉันจึงขอให้เรียกแท็กซี่ให้ด้วย และ ขอใบรองรับแพทย์ ซึ่งพยาบาลบอกว่า ใบรับรองแพทย์แจกทุกคนอยู่แล้ว จะได้ตอนกลับบ้าน  ฉันก็ถามจะกลับได้กี่โมงคะ พยาบาลตอบ 10 โมงจ้า

    ฉันเก็บของ แพ็คกระเป๋ารอพยาบาลเรียก ตอน 10 โมง พอถึงเวลา พยาบาลก็มาเรียกชื่อ ให้ออกจากห้องได้ ฉันก็เดินออกมาพร้อมกับ กระเป๋าเดินทางที่นำมาด้วย มายืนอยู่ตรงหน้าศูนย์พักคอย พยาบาลเรียกให้ใส่ถุงมือยาง ก่อนที่จะให้จับปากกาเซ็นชื่อในกระดาษ ฉันไม่ได้อ่านด้วยซ้ำว่ากระดาษนั้น เป็นใบอะไร ก็เซ็นต์ๆไป แล้วก็ยื่นให้พยาบาล แล้ว พยาบาลก็ให้ซองจดหมายสีขาวมา เป็นใบรับรองแพทย์ แล้วก็ให้ฉันยืนรอแท็กซี่ พยาบาลเรียกให้แล้ว รอแท็กซี่เข้ามารับ

    ฉันถามพยาบาลว่า ถ้าฉันกลับมาบริจาคที่นี่ ทำยังไง พยาบาลก็ให้เบอร์โทรติดต่อเอาไว้ ให้โทรมาก่อน ฉันก็ถ่ายรูปเบอร์โทรนั้นเอาไว้  แล้วพยาบาลก็กลับขึ้นไปชั้นบนอาคารของศูนย์พักคอย ส่วนฉันก็ยืนรอจนแท็กซี่เข้ามารับ แล้วก็ขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน 

    ระยะทางจากวัดพระศรีฯมาบ้าน ก็ไม่ไกลเท่าไหร่ ค่าแท็กซี่มิเตอร์ขึ้น 55 บาท ฉันให้ 60 บอกไม่ต้องทอน แท็กซี่ขอค่าบริการเพิ่มอีก 20 บาท ฉันก็สงสัยทำไมต้องมีค่าบริการเพิ่ม กลายเป็นต้องจ่ายค่าแท็กซี่ 80 บาท ก็รู้สึกแพงเหมือนกันนะ แต่ก็ช่างมัน กลับถึงบ้านแล้ว

    เมื่อถึงบ้าน ฉันเปิดประตูเข้าบ้าน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ตอนที่ออกมา ไปดูสวนต้นไม้ มีบางต้นเกือบตาย ใบไม้ร่วงเต็มพื้นเลย จากพื้นปูนเกลี้ยงๆ  มีซากใบไม้ร่วงเต็มไปหมด  ดอกเฟื้องฟ้าก็เน่าติดพื้นเลยตอนที่ไปช่วงแรกๆ ร้อนมาก ฝนไม่ตก ก็ทำให้ต้นไม้เกือบตาย แต่ช่วงวันหลังๆ เริ่มมีฝนตกบ่อย ก็ทำให้ต้นไม้รอดตายมาได้ และที่น่าดีใจ มะนาวออกลูกด้วย  


    ฉันคิดถึงแมวมาก ก่อนไป ฝากข้างบ้านให้อาหารแมว ซื้ออาหารแมวเตรียมไว้ให้ด้วย แต่ข้างบ้านไม่กล้าเข้ามา แม้ว่าจะให้ประธานชุมชน เรียกทีมงาน สส.ที่รับฉีดพ้นยาฆ่าเชื้อ เข้ามาฉีดยาแล้วก็ตาม เขาก็ไม่เข้าบ้าน แต่ใช้วิธี ใส่อาหารแมวในตะกร้า แล้วหย่อนข้ามกำแพงมาให้แมว  ซึ่งฉันก็ไม่กล้าจะสั่งเขามาก ต้องทำยังไง แค่เขายอมให้อาหารแมว ก็ดีใจแล้ว แมวไม่ตายก็บุญแล้ว 

    เขาเป็นพวกทาสสุนัข เคยเลี้ยงหมา ถึงเป็นคนรักสัตว์แต่ก็ไม่ได้ชอบแมว การยอมให้อาหารแมว 14 วันก็ถือว่า ใจดีมากแล้ว ฉันก็ขอบคุณ

    ฉันเข้าในตัวบ้าน ถึงเจอแมว แมวไม่เหมือนสุนัข ที่เจอหน้าวิ่งมาหาด้วยความดีใจ แต่แมวมันยังนั่งเฉยๆ มองหน้า ร้องเรียก แต่ไม่ลุกจากโต๊ะ ฉันต้องเดินไปหาแมว ไปอุ้มแมว  ถามแมวคิดถึงไหม มันร้องเสียงดัง แสดงความคิดถึงนะ

    แมวดูผอมลงไปหน่อย และเสียงแหบ แปลว่า ตอนที่ไม่อยู่ มันร้องเรียกหลายครั้ง จนเสียงแหบ แต่เรียกเท่าไหร่ ฉันก็ไม่ตอบไม่มาหา เพราะฉันไม่อยู่บ้าน คิดแล้วก็สงสารแมว 


    พี่สาวของฉัน พอรู้ว่ากลับบ้านแล้ว ไปตลาดซื้อของกินมาส่งให้เลย เยอะมาก ทั้งที่ฉันบอกในไลน์ไปแล้วไม่ต้อง สั่ง 7-11ได้ สั่งดิลิเวอร์รี่ได้ ก็ยังขยันไปซื้อมาให้เยอะแยะ  เพราะเห็นว่าฉันยังต้องกักตัวต่อในบ้านไปไหนไม่ได้  ยังห่วงกลัวไม่มีกินอีกนะ มาส่งที่หน้าบ้านวางไว้ พอพี่สาวขึ้นรถไป ฉันก็ออกไปเอา

    ฉันคิดถึงอาหารฟาดฟู้ด อยากกินพิซซ่า KFC อยากกินของอร่อยๆบ้าง เพราะอยู่ในศูนย์พักคอยไม่มีอะไรอร่อยเลย  ฉันสั่ง KFC มากิน ทั้งที่ฝนตกหนัก ก็แกร็ปก็มาส่ง  ฉันนึกว่า KFC จะอร่อย แต่มันไม่ค่อยอร่อยอะ จมูกของฉันไม่ได้กลิ่นไก่เลย ความหอมของไก่ทอดไม่มี

    ตอนเย็นฉันกินต้มยำกุ้ง นึกว่าจะอร่อย กลิ่นต้มยำไม่มี ความเปรี้ยวไม่มา เหมือนกินน้ำเค็มๆเผ็ดๆ ตกลงที่กินอะไรไม่อร่อย เพราะจมูกกับลิ้นของฉันยังไม่คืนงั้นหรอ ทั้งที่หายแล้วนะ ได้กลิ่นบางอย่างนะ กินก็รู้รสแล้วนะ แต่มันคืนกลับมาไม่หมด ยังเพี้ยนอยู่เลย

    ตอนที่จมูกบอด มันบอดไปเลยภายในวันเดียว  แต่ตอนจะคืนกลับมา หลายวันแล้วยังฟื้นคืนกลับมาไม่เหมือนเดิมเลย ฉันถามเพื่อนที่เคยเป็น เธอบอกว่า ของเธอหายมาเดือนหนึ่งแล้ว จมูกก็ยังได้กลิ่นบ้างไม่ได้กลิ่นบ้างอยู่เลย  ตกลงไม่รู้ฉันต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ เพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติอาหารที่เคยกิน เคยอร่อย กลับมาเหมือนเดิม  

    ฉันเข้าสู่สภาวะ "ลองโควิด" หรือ ผลกระทบจากโควิดระยะยาว หรือนี่ 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in