ไดอารี่ของฉันhui
ติดโควิด 2 (เข้าศูนย์พักคอย)
  • ตอนเป็นโควิด ฉันพูด "ขอบคุณ" เป็นร้อย เป็นพันครั้งได้มั้ง ฉันขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ ขอบคุณทุกครั้งที่ยังคงถามไถ่อาการ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยให้ฉันรอดตาย ใครรักเรา ใครเป็นห่วงเป็นใยเรา ก็ได้เห็นกันตอนเป็นโควิดเนี่ยแหละ 

    วันศุกร์ที่ 13 ส.ค. 64
    ผลตรวจโควิด ออกมาช่วง 4 โมงเย็น หลานส่งไฟล์ผลตรวจโควิด มาให้ทางไลน์ ฉันส่งต่อให้เพื่อน หาเตียงให้ เอพยาบาลหาเตียงให้ แต่ Hospital ที่เอหาให้ส่วนใหญ่ต้องเสียเงิน จนเอ หาโรงพยาบาลพุทธมณฑลให้ โดยใช้สิทธิ์ของเพื่อนที่บ้านอยู่ พุทธมณฑล แต่ก็ต้องรอทางโน้นติดต่อกลับ

    ระหว่างที่เอ กำลังติดต่อให้ไฉ่ก็โทรมา ส่งให้เมียคุยกับฉัน เธอเป็นนายหน้าประกัน และเสนอจะช่วยหาเตียงให้ แต่ไฉ่โทรมาก็ทุ่มกว่าแล้ว ส่งเรื่องไป ก็ต้องรอพรุ่งนี้ให้ทางโน้นติดต่อกลับ 


    วันเสาร์ที่ 14 ส.ค. 64 
    ตอนเช้าฉันก็รอว่าจะมี รพ.ไหนติดต่อกลับ  ฉันถามแฟนไฉ่ว่าส่งเรื่องไปถึงไหนแล้ว เธอก็ตามเรื่องให้ แต่ฉันก็ต้องรอ พยาบาลติดต่อกลับอยู่ดี  เอ โทรมาเตี๊ยมกับฉันไว้ ว่าถ้าพยาบาลโทรมา ต้องทำเสียงเหนื่อยๆนะ ต้องทำเป็นอาการหนักนะ ไม่งั้นเขาไม่รับ 

    พยาบาลที่โทรมาเป็นสายแรก เป็น รร.ใบหยก ซึ่งเป็น Hospital ของ รพ.ธนบุรี2 ที่หลานสาวติดต่อให้ ฉันก็บอกอาการหนักๆไป กินข้าวไม่ลง ไม่มีแรง เหนื่อยหอบ ผลก็คือ ทางโรงแรมใบหยกไม่รับ เพราะอาการหนักเกินไป ทางโรงแรมมีอุปกรณ์การแพทย์ไม่เพียงพอ  อดเข้าพักกับทางโรงแรมเลย

    พอพยาบาลที่ รพ.พุทธมณฑล ติดต่อมา เขาก็ถามว่ามีบ้านอยู่ในพุทธมณฑลหรือเปล่า ฉันก็ตอบว่ามี ตามที่เอ เตี๊ยมกับฉันไว้ แล้วก็บอกอาการหนักๆไป  ทางพยาบาลแจ้งว่า ต้องส่งเรีื่องไปทางเขต ตามบัตรประชาชน เพื่อส่งเรื่องกลับมาที่ รพ.พุทธมณฑลอีกที ก็ต้องรอ เจ้าหน้าที่อนามัยจากเขตติดต่อมา

    ระหว่างที่รอ พยาบาลที่โน่นที่นี่ติดต่อกลับ ก็ปาไปเที่ยงกว่าแล้ว ฉันก็ตัดสินใจ ส่งผลตรวจโควิด ให้กับพยาบาล ที่ดูแลฉันจากศูนย์วัดเจ้าอาม30 พอเธอได้รับผลตรวจ ก็ถามว่าเก็บกระเป๋าหรือยัง ฉันตอบไปว่า เก็บกระเป๋าเตรียมไว้แล้วค่ะ  พยาบาลบอกว่าไม่เกิน 10 นาที จะมีรถไปรับนะ เข้าศูนย์พักคอยวัดพระศรีสุดาราม ฉันก็ตอบ ค่ะ กระเป๋าแพ็คไว้แล้วก็จริง แต่มันยังไม่เรียบร้อย  ฉันถามพยาบาลว่า ที่ศูนย์พักคอยมีที่ซักผ้าหรือเปล่า เธอตอบว่าไม่มี ให้ฉันเตรียมเสื้อผ้าไปให้ครบ 14 วันนะ แล้วห้ามไปแสดงอาการเหนื่อยหอบ ให้ทางโน้นเห็นนะ เพราะศูนย์พักคอยเขารับกลุ่มสีเขียวที่อาการไม่หนัก 

    บทเรียนเลยนะ ถ้าอยากเข้าโรงพยาบาลจริง ต้องบอกตนเองอาการหนัก แต่ถ้าอยากไปอยู่ โรงแรม หรือ ศูนย์พักคอย ต้องบอกตนเองอาการไม่หนัก  ถ้าขืนบอกว่าตนเองอาการไม่หนัก โรงพยาบาลไม่รับ แล้วถ้าบอกว่าตนเองอาการหนัก โรงแรม Hospital ก็จะไม่รับ   อาการกำกึ่งๆ ไม่หนักมาก และไม่เบามาก หาที่ไปไม่เป็นเลย


    ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัวแทบไม่ทันเลย เสื้อผ้าที่เตรียมไว้ ก็กังวลว่าจะไม่พอ ฉันก็ยัดๆเข้าไปเพิ่ม ใส่ๆไปไม่ได้นับเลยว่าเอาไปกี่ตัว รู้แค่ว่าเยอะมาก ไม่ถึง 10 นาที มีโทรศัพท์มาจากเทศกิจ แจ้งว่ากำลังจะไปรับ ไม่เกิน 5 นาทีนะ ฉันไม่คิดเลยว่า จะต้องรีบอะไรขนาดนี้ แทบไม่มีเวลาเก็บข้าวของในบ้านเลย ต้องรีบออกจากบ้านแล้ว

    สักพักมีสายเข้า เทศกิจโทรมาว่า มารอรับที่หน้าบ้านแล้ว ฉันก็รีบกระเป๋า ปิดบ้าน ออกจากบ้านทันที เป็นรถปิ๊กอัพ ของเทศกิจ  คนขับไม่ลงจากรถ ฉันต้องปีนขึ้นไปนั่งท้ายกะบะเอง หิ้วกระเป๋าขึ้นไปเอง ใช้เวลา แค่ 5 นาที ฉันก็ถึงศูนย์พักคอยวัดพระศรีสุดาราม เขต บางขุนนนท์ แล้ว

    ทุกอย่างมันเร็วจนฉันตั้งตัวไม่ทัน ระหว่างที่รอที่โน่นที่นี่ ติดต่อกลับ เพียงแค่ 15 นาที ฉันก็มาถึง ศูนย์พักคอยฯแล้ว ประมาณบ่ายโมง  ใจของฉันอยากได้ โรงแรม ที่มีความเป็นส่วนตัว และมีแอร์นอนเย็นสบาย กลายเป็นว่า ฉันต้องมากางมุ้งเปิดพัดลม อยู่ร่วมกับชาวบ้านเป็นสิบ ไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย เป็นที่ที่ไม่ได้อยากมาเลย แต่ดันได้มาอยู่อย่างรวดเร็วมาก 






    พอมาถึง พยาบาลให้เปิดประตูห้อง เข้าไปนั่งรอด้านในเลย  พอเข้าไปก็มีคนที่เขาพักอยู่ที่นี่ บอกฉันให้ไปนั่งรอพยาบาล ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ คุยกับพยาบาลหน้าจอคอม 

    ระหว่างที่พยาบาลยังไม่เปิดกล้อง ก็มีสายเข้ามา Hospital ของ รพ.ธนบุรี1 ฉันก็บอกว่า ตอนนี้อยู่ที่ ศูนย์พักคอย แต่อยากย้ายไปอยู่โรงแรมมากกว่า ทางพยาบาลก็รับเรื่อง บอกว่าเตียงที่นี่เต็ม แต่ถ้ามีเตียงว่างจะโทรแจ้งอีกครั้ง แต่ระหว่างนี้ก็อยู่ที่นี่ไปก่อน อย่าพึ่งออกมา เพราะถ้าออกมาแล้ว ทางนี้ไม่รับ จะกลายเป็นว่าไม่มีที่รักษา  

    ฉันโทรไปหาแฟนไฉ่ ให้บอกพยาบาลอย่าพึ่งตีเรื่องของฉันตกไปนะ ฉันอยากย้าย เธอก็รับปาก  แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบไปจริงๆ ไม่มีการติดต่อกลับ ฉันก็ต้องจำใจอยู่ที่ ศูนย์พักคอยต่อไป

    พยาบาลมาคุยกับฉันหน้าจอคอม ให้วัดความดัน วัดอุณหภูมิ วัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว อุปกรณ์ทั้งหมดอยู่บนโต๊ะหน้าจอคอมแถวนั้น ฉันต้องแอดไลน์กลุ่มคนไข้ที่ ศูนย์พักคอย เพื่อส่งรูปให้พยาบาล พยาบาลบอกฉันอยู่เตียง 71 นะ ให้ไปพักที่เตียงนั้นได้ 

    เตียง 71 อยู่ติดฝั่งหน้าต่าง แต่หน้าต่างห้ามเปิด เพราะคนข้างนอกเขากลัวโควิด จึงต้องปิดไว้  แต่ฉันมองข้ามรั้วกั้น เห็นฝั่งผู้ชาย เปิดหน้าต่างกันได้ ทางโน้นติดกับภายในเขตวัด จึงเปิดได้ไม่เป็นไร แต่ทางฝั่งผู้หญิงติดกับรั้วริมถนน ซอยทางผ่านเข้าออก ของชาวบ้านแถวนี้ จึงเปิดไม่ได้ 

    สภาพอากาศข้างในร้อนอบอ้าว อากาศไม่ถ่ายเทเลย ปิดพัดลมก็ร้อนตับแตก เปิดพัดลมก็เป่าจนตาแห้ง จมูกแห้ง ฉันไม่ชินกับการนอนตากพัดลมเอาซะเลย 


    ตอนเย็น ฉันได้รับยา ฟาวิพิราเวียร์ 40 เม็ด แต่ทานครั้งแรก 9 เม็ด โดยที่ฉลากยา จะแบ่งยาเป็นชุดๆตามวัน ครั้งแรก กับ ครั้งที่ 2 ทานครั้งละ 9 เม็ด หลังจากนั้น ทานครั้งละ 4 เม็ด โดยยาแบ่งให้ทานเป็น 2 รอบ รอบแรกตอนเช้า 8 โมง และรอบดึก 2 ทุ่ม  ฉันทานมื้อแรกเป็นรอบดึก 2 ทุ่ม  และวันถัดไปก็เช้า-เย็น ทั้งหมด 5 วัน โดยวันสุดท้าย หมดรอบเช้า 4 เม็ด



    ฉันไลน์ไปถามพยาบาลที่อนามัยวัดเจ้าอาม ว่าเป็นโควิดมา 5 วันแล้ว ทานยาฟาวิฯได้หรือเปล่า เธอถามหมอให้ ตอบว่า ได้ ฉันก็ทาน 

    กลางคืน นอนเหงื่อท่วมตัวเลย หลังแฉะ ผมเปียก ที่นอนเปียกเหงื่อไปหมด ทั้งที่เปิดพัดลม ก็ไม่ได้มีความเย็นอะไรเลย  ฉันดมว่าที่นอนเหม็นหรือเปล่า ปรากฎว่าไม่ได้กลิ่นอะไร  ลืมไปว่า จมูกบอด เลยไม่ได้กลิ่น  มันคงเป็นข้อดีของการไม่ได้กลิ่นมั้ง ทำให้ไม่รู้สึกว่าที่นอนเหม็นจนนอนไม่ได้ เมื่อไม่มีกลิ่นเหม็น ก็นอนได้สบายใจ 

    ฉันเอายาไทย ของ คลีนิคแพทย์ไทยแผนโบราณ กับ มิราเคิล มาทานด้วย  ฉันจึงถามทางคลีนิคว่า ทานยาไทยโบราณกับ ยาฟาวิฯ ได้หรือเปล่า  เขาก็ตอบว่า ได้  ฉันก็เลยยังคงทานยาไทยต่อในศูนย์พักคอย 




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in