ไดอารี่ของฉันhui
ติดโควิด1 (สัปดาห์แรก)
  • ก่อนหน้านี้ฉันมั่นใจตนเองว่าต้องรอด ต้องไม่ติดโควิด ทานวิตามินซีทุกวัน ดูแลสุขภาพอย่างดี กินอาหารเสริมเป็นกำ  ท่ามกลางผู้ติดเชื้อที่มากขึ้นทุกวันในชุมชน แต่สุดท้ายก็ไม่รอด กลายเป็นผู้ติดเชื้อโควิดเข้าจนได้  


    วันเสาร์ที่ 7 ส.ค.64
    ฉันน่าจะเริ่มมีอาการตั้งแต่วันนี้ ที่เริ่มรู้สึกว่า หน้าผากอุ่นๆ ก็สงสัยตนเองตัวร้อนหรือเปล่า ตัวก็ไม่ร้อน แต่ทำไมจับหน้าผากตนเองอุ่นๆ แล้วก็เจ็บคอนิดๆ เดินเข้า 7-11 วัดอุณหภูมิก็ปรกติ ก็คิดว่าคงไม่ได้เป็นอะไรมากมั้ง จะทานยาแก้อักเสบเจ็บคอ ก็นึกขึ้นมาได้ว่า ซื้อฟ้าทะลายโจรมาเยอะ หน้าซองมีฉลากเขียนว่า แก้หวัด บรรเทาอาการไอ เจ็บคอ ก็ลองเอามาทานดูว่าจะหายหรือเปล่า ตอนเช้า 2 เม็ด แต่อาการก็ไม่ได้ดีขึ้น ตอนเย็นลองทานอีก 2 เม็ด ก็ไม่เห็นจะหายเลย ก่อนนอนทาน 3 เม็ดเลย



    วันอาทิตย์ที่ 8 ส.ค. 64 
    ตื่นมาก็ไม่ดีขึ้น หน้าผากยังรุ่มๆ เหมือนตัวจะร้อน จับที่ตัวก็ไม่ร้อน ตกลงตัวร้อนหรือเปล่าเนี่ย  แล้วอาการเจ็บคอก็หนักขึ้น เดินเข้า 7-11 อุณหภูมิขึ้น 37.5 เครื่องร้องเตือนเลย ลองใหม่ 37.4 เครื่องร้องอีก จนพนักงานถามว่าติดหรือเปล่าเนี่ย ทำให้ฉันวิตกกังวลเช่นกัน ติดหรือเปล่าว่ะ ชักไม่มั่นใจตนเอง ตกลงตัวร้อนใช่ป่ะ 

    แต่โดยรวมทั่วไป ฉันก็ยังแข็งแรงดี ปรกติ มีแค่หน้าผากอุ่นๆ แต่ตัวก็ไม่ได้ร้อนนะ จับที่ตัวแขนขาก็ไม่ร้อน มันต่างกับอาการตัวร้อนทั่วไป ถ้าตัวร้อนก็คือร้อนทั้งตัวใช่ป่ะ แต่มันร้อนแค่หน้าผากที่ตัวไม่ร้อน แล้วเรียกว่าตัวร้อนป่ะ  ส่วนเจ็บคอ เจ็บที่โคนลิ้น ก็ไม่รู้ว่านี่ใช่อาการโควิดหรือเปล่า  แต่ก็ไม่อยากเสี่ยง พอดีต้องมีไหว้อาม่าพรุ่งนี้ ฉันก็เลยแจ้งไปในไลน์กลุ่มพี่น้องว่า ไม่ไปนะ เจ็บคอ ไม่รู้ว่าติดโควิดหรือเปล่า แต่เซฟคนแก่ อาโกวที่มาไหว้ดีกว่า 80 กว่าแล้ว ถ้าฉันติดโควิดแล้วเอาเชื้อไปให้คนแก่คงไม่ดี 

    พอบอกไปในไลน์กลุ่มพี่น้อง พี่สาวคนกลางคงบอกคนในครอบครัว หลานสาวโทรมาทันที แนะนำให้ฉันกินฟ้าทะลายโจร ฉันก็บอกไปว่า ฉันซื้อไว้แล้ว หลานสาวก็ถามปริมาณกรัม ฉันตอบไปว่า 500มล. หลานสาวแนะนำให้ทาน ครั้งละ 4 เม็ด 3 เวลา หรือ 3 เม็ด 4 เวลาก็ได้ ฉันก็รับฟ้งคำแนะนำ 

    พี่สาวคนโตมาหาที่บ้านเลย เอายาลูกกลอนมาให้ เป็นยาเม็ดกลมๆ น่าจะเป็นยาสมุนไพรจีน แต่พี่สาวยืนยันว่ายาไทย  หน้ากระปุกเขียนชื่อว่า มิราเคิล  เชียร์นักเชียร์หนาว่าดี เพราะที่ชายแดนสระแก้ว คนติดเยอะมาก เจ้านายแจกยาตัวนี้ คนกินหายมาเยอะแล้ว ฉันก็ไม่ค่อยไว้ใจนะ เพราะดูไม่ค่อยมีความน่าเชื่อถือเท่าไหร่ แต่พี่สาวการันตี รับรองเลยว่าดี ให้ทาน ฉันก็รับไว้ 



    ฉันเลือกทานฟ้าทะลายโจร คร้้่งละ 3 เม็ด 4 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน และก็ทานไทลินอล ลดไข้ด้วย แต่อาการกลับหนักขึ้น อาการเจ็บคอเริ่มรุนแรงขึ้น ตกเย็นเสียงเริ่มเปลี่ยน

    ฉันทำงานไป ก็เริ่มกังวลใจไป ว่าใช่โควิดหรือเปล่า ทำไมกินยาแล้วไม่ดีขึ้นเลย อาการกลับหนักขึ้น ตัวร้อนขึ้น ยาลดไข้ไม่ได้ผล และเจ็บคอมากขึ้น มีไอเล็กน้อย นานๆครั้ง ฉันกังวลว่าฉันจะกลายเป็นตัวแพร่เชื้อหรือเปล่า ถ้าฉันยังทำงานต่อไป ไม่ใช่ว่าฉันไม่มีแรง ล้มป่วยนะ ฉันยังแข็งแรงดีทุกอย่าง แต่ฉันกำลังทำให้ลูกค้าเสี่ยงที่จะติดเชื้อด้วยหรือเปล่า แล้วก็สงสัย ใครเป็นคนเอาเชื้อมาแพร่ให้ฉัน  คนที่มีญาติติดโควิด แล้วตนเองยังออกมาเดินซื้อของอยู่ใช่หรือเปล่า ถึงแม้เขาจะไม่ติดเชื้อ แต่อาจจะเป็นคนนำเชื้อมาฝากก็ได้ แต่ไม่อยากระบุหรือโทษใครตรงๆ  เพราะผู้ต้องสงสัยหลายราย ซึ่งอาจจะเป็นคนอื่นก็ได้ เอาเป็นว่าหาที่มาไม่ได้ 

    ฉันบอกหลานชายว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องแวะมา เพราะไม่รู้ว่าตนเองคิดโควิดหรือเปล่า ไม่อยากให้มาเสี่ยง หลานชายบอกว่า แฟนมีที่ตรวจเชื้อด้วยตนเอง  หลังไหว้เหล่าม่าเสร็จ จะเอาไปฝากให้ตรวจดู 


    ตกเย็นฉันคิดแล้วคิดอีก จะยอมรับว่าตนเองติดโควิดดีไหม มันเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยากมากนะ เพราะถ้าประกาศไปว่า ติดโควิด  ต้องปิดร้าน 14 วัน ฉันไม่เคยหยุดงานนานขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ไม่ว่าไปเที่ยวหรือเข้าโรงพยาบาลผ่าตัด  ก็ไม่เคยหยุดงานนานขนาดนี้ และต้องโดนสังคมรังเกียจ เหมือนกับที่ฉันเองก็รังเกียจเมื่อรู้ว่าบ้านไหนติดโควิด ย่อมไม่มีใครอยากเข้าใกล้  

    การยอมรับว่าตนเองติดโควิด เป็นเรื่องยาก ฉันวิกตกังวลว่า ลูกค้าจะรังเกียจ เหมือนกับที่ฉันเห็นร้านขายอาหารตามสั่ง ที่พอติดโควิด ปิดไปหลายวัน พอกลับมาเปิดร้านใหม่ ลูกค้าก็น้อยลง แม้จะโปรโมทขายลดราคาเหลือ จานละ 35 บาท จากเดิม 50 บาท  รวมถึงทำอาหารแจกฟรี ก็ไม่ได้ยอดขายกลับมาเท่าเดิม จนตอนหลังปิดร้านไปเลย ต้องย้ายไปขายที่อื่น   ถ้าฉันปิดร้านไป แล้วกลับมาเปิดใหม่  จะเจ๊งเหมือนกันป่ะ คือ ลูกค้าไม่กล้ากลับมาซื้อ 

    ส่วนหนึ่งก็เห็นใจลูกค้านะ ถ้าปิดไป คนที่เขาเคยมาใช้บริการประจำ เคยต้องพึ่งพาเรา เขาจะทำยังไงเป็นห่วงเหมือนกัน 

    แต่อาการโควิด มันก็เหมือนกับคนท้อง คือ มันไม่สามารถซ่อนได้ ยังไงมันก็ฟ้อง เราจะโกหกลูกค้าทำไม วันหนึ่งเขาก็ต้องจับได้อยู่ดี จะให้เขาแสดงอาการรังเกียจต่อหน้าเราหรอ รับได้หรือเปล่า ถ้ามันจะเจ๊ง ก็ต้องยอมรับความจริง เพราะมันคงต้องเกิดขึ้น ทำใจยากแต่ต้องยอมรับมัน

     

    วันจันทร์ที่ 9 ส.ค. 64  
    เหมือนโควิด มันตื่นเช้าจัด หลับๆอยู่ดีๆ ฉันตื่นมาตาค้างตอนตี 4 ซึ่งปรกติควรจะหลับเป็นตายถึง 7 โมงเช้า ตื่นมาแสบคอมาก เหมือนคอจะไหม้ ไม่เคยเจ็บเท่านี้มาก่อน เจ็บบริเวณโคนลิ้นด้านใน ร้อนคอ แสบต้นคอ แสบร้อนโคนลิ้น  ถ้าอ้าปากให้หมอเอาไฟฉายส่อง ก็น่าจะแดงไหม้ แล้วหน้าผากที่อุ่น ก็ลามลงมาที่ตา ปวดตา แสบตามาก ตาร้อน แล้วก็ไอเล็กน้อย 

    ฉันสงสัยฟ้าทะลายโจร 3 เม็ด มันหมดฤทธิ์ตอนตี4 หรือไง ถึงได้อาการหนักขึ้น เจ็บคอแล้วก็เสียงเปลี่ยน เสียงบู้บี้เหมือนคนเป็นหวัด ทั้งที่ไม่มีน้ำมูก ระคายคอเหมือนมีเสมหะแต่ไม่มีเสมหะ 

    ตอนเช้า ฉันตัดสินใจไม่เปิดร้าน แต่เปิดประตูไว้เล็กน้อย  ยังเป็นห่วงลูกค้า ที่ไม่รู้แต่มาหาแล้ว ฉันก็ยินดีขายของให้นะ แต่ส่งเงินส่งของผ่านตะกร้าละกัน ไม่ส่งให้กับมือ และ ตั้งขวดแอลกอฮอล์สเปรย์ให้ลูกค้าฉีดทั้งของและเงินทอน ที่รับด้วย ฆ่าเชื้อให้หมด เพราะไม่มั่นใจว่าติดโควิดหรือเปล่า  ระวังไว้ก่อน

    ตอนเที่ยง หลานชายเอาชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง antigen test kit  ของเกาหลีมาให้ พร้อมกับของกินมากมาย ฉันดูวิธีการตรวจจากยูทูป แล้วก็ทำตาม  แยงจมูก เสร็จแล้วก็เอาลงจุ่มในน้ำยา แล้วก็ไปหยดในฐานชุดตรวจ แค่แป๊บเดียว ไม่ถึง 5 นาที ก็รู้ผล ขึ้น 2 ขีด 



    ที่สงสัยติดหรือเปล่า ผลก็คือติด จริงแท้แน่นอน ติดโควิด  ฉันบอกให้พี่น้องทราบในไลน์กลุ่ม พี่สาว 2 คนเป็นหวงใหญ่ คนโตบอกให้กินยาที่เอาไปให้  ส่วนพี่สาวคนกลาง รีบไปซื้อสมุนไพร จัดเป็นชุด ขิง ข่า ตะไคร้ มะกรูด ล้างทำความสะอาด หันให้เรียบร้อย บอกให้ต้มแล้วสูดดมไอร้อน ส่วนน้ำที่ต้มจะเอามาดื่มก็ดี จิบน้ำสมุนไพรทั้งวันเลยนะ ซื้อทั้งอาหาร ขนม นม ขนมปัง ผลไม้มากมาย มาให้ฉัน




    ฉันเข้ากูเกิ้ล สอบถามว่า ถ้ารู้ว่าติดโควิดทำยังไง ก็เห็นขั้นตอน ต้องแจ้งสปสช.โทร 1330 เมื่อโทรไป เจ้าหน้าที่ก็ให้เข้าเวปไซด์ เพื่อลงทะเบียน ตอนนั้นฉันก็คิดว่าตนเองยังแข็งแรงดี รักษาตัวเองที่บ้านก็ได้ ก็เลยเลือก Home Isolation  หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าภาย 48 ชม. จะมีแพทย์ พยาบาลติดต่อกลับไป ให้รอที่บ้าน

    ฉันไลน์ไปคุยกับประธานชุมชน แจ้งว่าตนเองติดโควิด ประธานชุมชน ก็จัดการติดต่ออนามัยให้ เพื่อดำเนินการต่อ ผ่านไปประมาณ 2-3 ชม. ก็มีพยาบาล จากศูนย์อนามัยวัดเจ้าอาม30 ติดต่อกลับมา เนื่องจากฉันทำประกันสังคม 40 ก็ต้องใช้สิทธิ์ 30 บาทในการรักษาพยาบาล พยาบาลก็ขอผลตรวจ ฉันก็ส่งรูปถ่าย ตัว antigen test kit ให้ทางไลน์ พร้อมกับถ่ายรูปบัตรประชาชน แล้วก็บอกข้อมูลประวัติส่วนตัว เพื่อให้พยาบาล กรอกประวัติเข้าระบบ 

    พยาบาลสอบถามอาการ ฉันก็ตอบไปว่า ตัวร้อน เจ็บคอ  พยาบาลถาม ทานอาหารแบบไหน เป็นมังสวิรัติไหม ทานอาหารเหลว หรือว่า ทานได้ปรกติ  ฉันก็ตอบว่าทานได้ปรกติ  พยาบาลแจ้งว่า จะมีอาหารและยามาส่งภายใน 2 วัน ให้รอรับที่บ้าน แล้วพยาบาลจะไลน์มาถามเรื่อยๆ มีคุณหมอโทรมาวันเว้นวัน สอบถามอาการ ฉันก็รับทราบ

    หลังจากอนามัยเข้าเป็นคนไข้ดูแลแล้วประธานชุมชนก็ประกาศในไลน์กลุ่มให้คนในชุมชนทราบว่าร้านของฉันติดโควิด ได้สู่ระบบการรักษาตัวที่บ้านเรียบร้อยแล้ว  ฉันรู้สึกอายมาก แต่ก็ต้องยอมรับความจริง มีลูกค้าบางคนไม่รู้ ก็ไลน์มาถาม โทรมาถามเปิดร้านไหม ฉันตอบไม่เปิด ติดโควิด แต่ก็ยังสามารถรับงานได้อยู่นะ ลูกค้าก็ค่ะๆ แล้วก็หายไป ลูกค้าบางคนฉันก็โทรแจ้งว่าติดโควิด ไม่ต้องแวะมาที่ร้านนะ มีอะไรก็ไลน์มาได้  ลูกค้าก็ ครับๆค่ะๆ แล้วก็หายไป 

    ฉันก็ได้รับรู้ว่า ไม่ต้องห่วงลูกค้าแล้ว เพราะคงไม่มีใครกล้ามาใช้บริการ คราวนี้ก็ปิดร้านสบายใจ เลิกกังวลว่า ลูกค้ามาจะไม่ได้รับบริการ 



    วันอังคาร 10 ส.ค. 64 
    ฉันเริ่มมีตัวร้อนมากขึ้น ปวดหัว ไอ เจ็บคอหนักมากจริงๆ แสบร้อน มีน้ำมูก อ่อนแรงลง ขนาดคิดว่าตนเองแข็งแรงดี เมื่อวานแรงยังดีอยู่ วันนี้เดินมากหน่อย เหนื่อย เสียงเริ่มเหนื่อยหอบ พูดมากไม่ได้ ยิ่งพูดยิ่งเหนื่อย  แต่ไลน์ไม่ว่างเลย ฉันไม่เคยคุยโทรศัพท์เยอะเท่านี้มาก่อน โทรศัพท์สายไม่ว่างเลย ทั้งพี่สาว ทั้่งหลานสาว หลานชาย ทั้่งเพื่อนสมัยมัธยม เพื่อนมหาลัย โทรมาหมด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ฉันไม่เคยโทรไปคุยกับเพื่อนเลย รับสายจนเหนื่อย ไม่มีเสียงจะคุย แล้วก็เริ่มเบลอ กินยาแล้วหรือยังไม่กินยา จำไม่ค่อยได้ คุยแล้วก็จำไม่ได้ เพื่อนว่าอะไร 

    ฉันนึกว่าตนเองไม่ทำงานแล้วจะว่างมาก มีเวลาออกกำลังกายลดน้ำหนัก กลายเป็นว่าไม่มีแรงจะเดิน แล้วก็รู้สึกยุ่งมาก ต้องมาอุ่นอาหารกินเอง ต้องมาต้มสมุนไพรนั่งดม ต้องเคลียร์งานบางอย่าง ที่ปิดร้านแล้วไม่ต้องทำ ของที่จะเตรียมไหว้สาร์ทจีน เก็บขึ้นไม่ต้องไหว้ งานไม่ได้หนัก แต่รู้สึกเหนื่อย อยากพัก อยากนอนมากเลย แต่นอนก็ไม่หลับนะ ปวดหัวมาก  กินยาลดน้ำมูกแล้ว ก็ยังมีน้ำมูกทั้่งวัน 

    ตอนเช้า ฉันทานฟ้าทะลายโจร 3 เม็ด กับ ไทลินอล 2เม็ด เอาไม่อยู่  ไม่มีอาการไหนลดลงเลย 

    ตอนเที่ยง ฉันเปลี่ยนเป็น กินยาที่พี่สาวส่งมาให้ มิราเคิล 3 เม็ด กับ ไทลินอล 2 เม็ด ผ่านไปประมาณ 1-2 ชม. อาการเจ็บคอ ลดลง เรียกว่า ดีขึ้นมากเลย ไม่แสบร้อน พอไม่เจ็บคอ ก็ไม่ไอหนัก นานๆไอทีหนึ่ง แต่ไอทีก็ไอแรงมาก ไอแล้วก็เหนื่อย 

    ตอนเย็น ฉันเลิกกินฟ้าทะลายโจร เปลี่ยนมากิน มิราเคิล 3 เม็ดแทน  พี่สาวส่งคลิปเสียงของหมอเจ้าของยา มาให้ฟัง ในคลิปเสียง บอกว่า ถ้าเชื้อไม่ลงปอด ทาน 3 เม็ด เชื้อลงปอดทาน 4 เม็ดต่อมื้อ 4 เวลา 7 วันดีขึ้นเลย  ฉันก็คิดว่าตนเองเชื้อไม่ลงปอด เพราะหายใจดีอยู่ จึงเลือกทาน 3 เม็ด 4 เวลา


    ฉันมาต้มสมุนไพรดม ที่พี่สาวทำมาให้ เมื่อวานยังมีกลิ่นเลย วันนี้กลิ่นไปไหน มีแต่ไอร้อน จมูกของฉันบอดไปแล้ว ไม่ได้กลิ่นสมุนไพร  อาหารมื้อเย็นก็ไม่ได้กลิ่น  แต่ยังรู้รสชาติิอยู่ ว่ากินอาหาร เค็ม เปรี้ยว แต่บอกไม่ได้ว่า เปรี้ยวอะไร เค็มอะไร  รู้แค่ว่า เค็ม เปรี้ยว แค่นั้นเอง 

    ความเหนื่อยมันทำให้ฉันมานั่งคิดว่า คนอื่นที่สอนให้มานั่งดมสมุนไพร เขาไม่เหนื่อยหรอ ถึงมีแรงมานั่งทำ นั่งต้ม นั่งดม คนสอนเขารู้ไหม ว่าคนป่วยไม่มีแรงจะมาทำโน้นทำนี่หรอกนะ อยากจะนอนพักมากกว่า 

    การหายใจ ยังหายใจได้อยู่ ไม่มีกลิ่นอะไรเลย มีแค่อากาศที่เข้าออก ยาดมก็แค่เย็นๆ ไม่ได้กลิ่นยาดม
    ช่วงน้ำมูกไหล ฉันไม่ได้สังเกตตนเองว่าได้กลิ่นหรือเปล่า แต่หลังจากน้ำมูกหมด กลิ่นก็หายไปด้วย



    เพื่อนฉันเห็นว่าฉันอาการหนัก เสียงเริ่มไม่มี พูดแล้วก็เหนื่อย แถมเบลอๆด้วย แรงไม่มี เพื่อนก็เลยติดต่อขอยาสมุนไพรไทยให้ฉัน เอ บอกว่า คุณหมอเป็นทายาทของหมอไทยแผนโบราณ ต้นตระกูล ร.2 เลยนะ ยาไทยกินแล้วหายมาหลายคนแล้ว หมอดังมาก  มรว.สอาดทินากร ฉันก็ไม่รู้จักหรอกว่าใคร แต่เพื่อนแนะนำว่าดี ก็ทำตาม เอ ส่งลิ้งมาให้ฉันกรอกข้อมูล ลงทะเบียนเป็นคนไข้ ของ " คลีนิคแพทย์ไทยแผนโบราณ มรว.สอาดทินากร สาขาสัมมากร" ที่นี่แจกยาฟรี แกผู้ป่วยโควิด แต่ถ้าเรามีกำลังทรัพย์จะจ่ายค่ายาเองก็ดี  แต่ถ้าไม่มีก็รับยาฟรีได้เลย  ถ้าอยากได้ยาเร็ว ก็ส่งแกร็ปจ่ายค่าส่งเอง แต่ถ้ารอได้ ก็ไปรษณีย์ฟรี 

    เอเห็นว่าฉันอาการหนักไม่ไหวแล้ว ควรได้ยาเร็วที่สุด รอยาหลวงส่งมาจะไม่ทัน เพราะเห็นว่าเริ่มทรุดแล้ว ถ้ามีค่าส่งฉันก็ยินดีจ่าย เอก็จัดการให้  มีเจ้าหน้าที่หรือหมอไม่รู้ จากทางคลีนิคโทรมาสอบถามอาการเป็นอย่างไรบ้าง ฉันก็ตอบไปว่า ปวดหัวมาก ตัวร้อน เจ็บคอ ไม่มีเสียง ไอเล็กน้อย ทางคลีนิคก็จะจัดยาให้ตามอาการ 


    ฉันมาคิดๆกับตนเองนะ โควิด ทำลายทุกอย่างจริงๆ นอกจากเดิมที ฉันต้องปิดร้านเกมส์แล้ว ตอนนี้ต้องปิดส่วนร้านค้าด้วย แล้ว ตู้น้ำ เครื่องซักผ้าของฉัน ใครจะกล้ามาใช้ เขากลัวโควิดกันหมด ขาดรายได้ทุกช่องทาง ไม่มีรายได้เลย ยังทำลายเสียงของฉันด้วย ไม่มีเสียงจะพูดขายของเลย หมดทางทำมาหากินจริงๆ 



    วันพุธที่ 11 ส.ค. 64 
    อาการปวดหัวยังคงหนักมาก ตัวร้อน ไม่มีเสียง พูดเสียงอ่อนแรง คุยเหนื่อย คอแห้งผาก เพื่อนแนะนำให้จิบน้ำบ่อยๆ ถึงไม่บอกก็ต้องทำ เพราะเหมือนคอไม่มีน้ำลายเลย มันแห้งเหมือนทะเลทราย ไม่มีน้ำลายให้กลืน มันแห้งแบบไม่มีน้ำเลย ต้องดื่มน้ำตลอด 

    เริ่มไม่อยากอาหารเท่าไหร่ กินข้าวก็บาดคอ เคี้ยวอะไรแข็งๆไม่รู้ เริ่มไม่อยากกินข้าว  น้ำกระชายที่เคยเหม็นก็ไร้กิน เหมือนกินน้ำเย็น น้ำส้มที่เคยกินก็แค่น้ำเย็น แต่ยังรู้ว่า น้ำแกงเค็มอยู่นะ กินหมู กินไก่ ไม่รู้เคี้ยวอะไรอยู่ เนื้อยากๆ ไร้รสชาติ ตั้งแต่โควิด ฉันไม่ได้แตะน้ำแข็งเลย โค้กที่ว่าเลิกยากๆ มาเป็นโควิดก็ไม่ได้แตะ เคยกินวันละ 2-3ขวด ไม่ได้กินสักขวด ความอยากอาหารเริ่มไม่มี ทั้งที่ท้องร้อง ปวดท้องหิวข้าวนะ แต่ไม่อยากกินอะไรเลย

    พี่สาวคนกลางเห็นว่าฉันอาการชักจะไม่ไหวแล้ว ไม่อยากให้พักรักษาตัวที่บ้าน อยากจะให้ไป รพ.สนามหรือศูนย์พักคอยก็ได้ ที่มีคนดูแล เพราะอยู่บ้านคนเดียวไม่มีคนดูแล ไม่มีคนเห็นว่าเป็นยังไง กลัวจะเป็นอะไรไป ตายคาบ้านแน่นอน ไม่ควรอยู่บ้าน 

    ฉันไลน์ถามพยาบาลว่า ฉันไปอยู่ รพ.สนาม หรือ ศูนย์พักคอยได้ไหม พยาบาลตอบว่า ต้องมีผลตรวจ PCR ต้องไปแยงจมูก ถึงจะเข้ามาได้ ฉันอาการไม่หนัก ได้อยู่ศูนย์พักคอยนะ ไม่ได้อยู่ รพ.สนาม พร้อมกับแนะนำว่า อยู่บ้านดีแล้ว เพราะ รพ.สนามเต็มไม่มีเตียง  แต่จะมาศูนย์พักคอยก็ได้นะ ได้ศูนย์พักคอยที่เป็นวัด คือไปอยู่วัดนะ ฉันไปดูศูนย์พักคอยแล้ว จะเป็นลม อยู่วัด นอนกลางมุ้งเปิดพัดลม ไม่ได้น่าอยู่เลย เห็นสภาพแล้วไม่อยากไป

    ฉันให้เอ หารพ.สนามหรือศูนย์พักคอยที่ไหนก็ได้ ที่มีแอร์ เอตอบว่า มีคนพร้อมช่วยเหลือนะ แต่เขาขอ ผลตรวจ PCR ทุกที  ผลตรวจ ATK ไม่รองรับ ดังนั้นผลตรวจ หรือ อาการที่ฉันเป็นหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ไป ต้องรักษาตัวที่บ้านอย่างเดียว 

    ฉันจีงรู้แล้วว่า ทำไมผู้คนถึงต้องไปนอนกลางถนน ไปยืนต่อคิวยาวเหยียด เพื่อรับการตรวจ เพราะถ้าไม่มีผลตรวจ PCR ที่ไหนๆก็ไม่รับรักษา  หลานสาวลูกของพี่สาวคนกลาง ได้จัดการหาที่ตรวจให้ โดยจองในเน็ตให้  ได้ที่ตรวจเชิงรุกสัมพันธวงศ์ เวลา8.00-9.00น.  ถึงแม้ฉันจะป่วยหนักแค่ไหน ก็ต้องไปตรวจซ้ำ ไปทำให้คนอื่นที่อาจจะไม่ติดโควิดเสี่ยงไปกับฉันด้วย พี่สาวคนกลางลงทุนจ้างแท็กซี่รับผู้ป่วยโควิดให้ด้วย ราคาโหดมาก รับส่งไปกลับ 1,500 บาท 

    ฉันได้รับยาสมุนไพรจากคลีนิกแพทย์ไทย มรว.สอาดทินากร สาขาสัมมากร42  ที่แกร็ปส่งมาตอนบ่าย ค่าส่ง 189 บาทจ่ายเอง ส่วนค่ายาฟรีไม่ได้จ่าย  ได้ยามา 4 ตัว 
    1. สิงฆานิกา ทานก่อนอาหาร 3 เม็ด ช่วยบรรเทาการเจ็บคอ
    2. ยาเขียวหอม ทานครั้งละ 3เม็ด ทุก 4 ชั่วโมง แก้ไขตัวร้อน
    3. จันทน์ลีลา ทานครั้่งละ 4 แคปซูล ทุก 4 ชั่วโมง แก้ไข้ ปวดหัว
    4. ยาห้าราก  ทานก่อนอาหาร ครั้งละ 1ซอง ชงละลายน้ำดื่ม แก้ไข้ กระทุ้งพิษไข้ 

    ฉันเริ่มทานยา 4 ตัวนี้ ในตอนเย็น อาการปวดหัวก็ยังรุนแรงอยู่ และรุนแรงมากขึ้นด้วย จนฉันต้องทานไทลินอลเสริม แต่ก็เอาไม่อยู่สักอย่าง หัวจะระเบิด




    วันพฤ.ที่ 12 ส.ค. 64 
    ฉันตื่น 6 โมงเช้า แท็กซี่มารับ 7 โมงเช้า เพื่อไปตรวจที่จุดตรวจเชิงรุกสัมพันธวงศ์ ตอนแรกตื่นนอนมา ฉันรู้สึกดีขึ้น พอมีแรงมากขึ้น แต่พอต้องไปยืนรอนานๆ ฉันก็ชักจะไม่ไหวเหมือนกัน ยืนแล้วเซ เหนื่อยมากก็เจ็บหน้าอก หายใจแรง หอบ 


    8 โมงเช้า ประตูเปิดให้เข้าไป นั่งเก้าอี้ ต่อแถว กรอกข้อมูล เข้าแถวยื่นเอกสาร ใบขอรับการตรวจ สำเนาบัตรประชาชน 2 ใบ พอถึงคิวของฉัน เมื่อพยาบาลเสียบบัตรประชาชน พบว่า ฉันเข้าสู่ระบบการรักษาตัวที่บ้านแล้ว เขาไม่รับตรวจ แม้ว่าฉันจะบอกว่า ต้องการผลตรวจ PCR เพื่อไป รพ.สนาม เขาก็ให้ตรวจไม่ได้  กลายเป็นว่าต้องกลับบ้านมามือเปล่า ไม่ได้รับการตรวจใดๆ 

    ฉันคุยกับพยาบาลอนามัย บอกว่ามาตรวจเชิกรุกแล้ว เขาไม่ให้ตรวจ ไม่มีผลตรวจPCR ทำยังไง พยาบาลยืนยันว่า ต้องมีผลตรวจPCR เท่านั้นถึงจะมาอยู่ ศูนย์พักคอยได้ ถ้าไม่มีผลตรวจ คุณก็ต้องรักษาตัวอยู่บ้านต่อไป หรือไม่ก็ต้องไปเสียเงินตรวจเอง ตาม รพ.เอกชนหรือคลีนิคที่รับตรวจ 

    ซึ่งพอฉันมาคุยกับพี่สาวคนกลางและหลานสาว ทั้่งคู่ก็ช่วยกันหา รพ.ตรวจให้ฉัน บางทีรับตรวจช่วงเช้า ซึ่งฉันคงไปไม่ทันแล้ว  ต้องหาที่ตรวจช่วงบ่ายหรือวันถัดไป  แต่พี่สาวไม่อยากให้ทิ้งไว้นาน เพราะกลัวอาการจะหนักขึ้น ไม่ไว้ใจ จะให้ไปตรวจช่วงบ่าย ก็กลัวฉันจะไม่ไหว ต้องไปนั่งรอคิวนาน ก็เลยใช้บริการ COVID FAST TRACK  มาตรวจให้ถึงบ้าน ได้ผลภายใน 24 ชม. ค่าบริการ 3,500 บาท  เรียกตอนบ่ายโมง มาตรวจให้เย็นวันนี้เลย

    ฉันได้รับยาจากกรมอนามัยในตอนบ่าย  อนามัยรับเรื่องวันจันทร์ ยามาวันพฤหัส ช้าไปป่ะ ผ่านช่วงเวลาหนักหนาสาหัสมาแล้ว พึ่งได้ยา  ถ้าฉันไม่ได้ยาจากพี่สาวคนโต หรือ เพื่อนที่ติดต่อยาไทยมาให้ก่อน ฉันคงตายไปแล้ว ถ้ารอยาหลวง กว่าจะมา สมองระเบิด ตัวร้อน ไอ ตายคาบ้านจริงๆ 

    ยาที่อนามัยส่งมา 
    1. ยาธาตุน้ำแดง 1 ขวด
    2. ยาน้ำแก้ไอ 1 ขวด 
    3. ยาแก้อาเจียน 4 เม็ด
    4. ยาลดไข้ พารา 2 แผง
    5. เกลือแร่  3 ซอง



    ยาพวกนี้ช่วยอะไร กินไทลินอลวันละ 8 เม็ดยังเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ปวดหัวเท่าเดิม  ฟ้าทะลายโจรกินไปก็อาการหนักขึ้น ไม่ได้ช่วยอะไร ยาธาตุน้ำแดง ยาน้ำแก้ไอขวดเล็กๆ ทำไรโควิดได้ ไอจนแสบคอ ยาน้ำเอาอยู่หรอ   ยังดีที่มียาแก้อาเจียนมาให้ เพราะฉันเริ่มมีอาการอยากจะอ๊วก แต่อ๊วกไม่ออก ไม่ได้กินข้าวไม่รู้จะเอาอะไรมาอ๊วก  แล้วก็ไม่ได้ถ่ายมา 2 วันแล้ว เพราะไม่ค่อยได้ทานอะไร 

    แต่เอ ส่งเพื่อนเอ ที่เคยติดโควิดมาคุยกับฉัน แม๊ะ เป็นคนดีมากๆ ให้คำแนะนำและกำลังใจตลอด เพราะตนเองเคยป่วยมาก่อน รู้ว่าอาการเป็นยังไง เคยทานยาแผนโบราณของคลีนิค มรว.สอาดทินากรมาก่อน ก็มาคอยให้คำแนะนำฉัน ในการทาน และบอกว่าเธอหายเพราะยาไทย

    อาการถัดไปจากเบื่ออาหาร จะเป็นท้องเสีย ซึ่งฉันยังไปไม่ถึงอาการท้องเสีย แต่ก็ยังดีได้เกลือแร่มาสำรองไว้ก่อน 


    ฉันไลน์ไปถามทางคลีนิคว่า ทานยาพารา ร่วมกับ ยาไทยได้ไหม ซึ่งทางคลีนิคไม่แนะนำ เพราะยามันจะเยอะไป แนะนำให้ทานยาเขียวหอม และ จันทน์ลีลา ทุก 4 ชั่วโมงแทนดีกว่า ฉันก็เลยเลิกกินยาพารา 

    ยาสมุนไพรไทย มิราเคิล ตัวนี้แก้เจ็บคอ แก้ไอได้ดีมากๆ ลดอาการแสบร้อนที่คอ ทำให้ไอน้อยลง และไม่เจ็บคอ จากเคยทานวันละ 3 เม็ด 4 มื้อ เปลี่ยนมาเป็น วันละ 3 เม็ด 3 มื้อ  เช้า บ่าย ดึก  เพื่อเลี่ยงเวลาไม่ให้ตรงกัน

    ยาสมุนไพรไทย ที่ได้มา 4 ตัว ทานเช้า กลางวัน เย็น ก่อนอาหาร  อาการตัวร้อนมันขึ้นๆลงๆ พอหมดฤทธิ์ยา ก็ออกอาการ ฉันก็เลย ทานยาเขียวหอม กับ จันทน์ลีลา ในตอนบ่ายด้วย แล้วก็นอนไม่เปิดพัดลมไม่เปิดแอร์ให้เหงื่อแตก ตัวก็เย็นขึ้น ลดอาการตัวร้อนได้ดี ทำให้ดีขึ้นมาก

    ฉันพึ่งได้ที่วัดอุณหภูมิมาวันนี้ หลานสาวโทรสั่งร้านยาให้วินส่งมาให้  มาวัดวันนี้ไข้ลดลงมาหน่อยแล้ว ตัวไม่ร้อนเท่ากับ 2 วันก่อน อุณหภูมิประมาณ 37-37.6 องศา ขึ้นๆลงๆ 



    พยาบาลอนามัยไลน์มาถามเป็นไง ฉันตอบว่า ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ไม่เจ็บคอ  พยาบาลบอกว่าอาการไม่หนัก รักษาตัวที่บ้านไปเถอะ ฉันขอเปลี่ยนอาหาร เป็นอาหารเหลว เพราะเบื่ออาหาร ลดจาก 3 มื้อเหลือ 2 มื้อพอ พยาบาลก็จะจัดการ กรอกข้อมูลใส่ระบบให้

    จริงๆก็ยังไออยู่บ้าง  เป็นโควิดไม่ไอได้ยังไง แต่ไอนานๆครั้ง  น้ำมูกก็นานๆเช็ดที ยังมีอยู่ คอก็ยังแสบอยู่เล็กน้อย โควิดชอบกัดลิ้นเจ็บจิ๊ดๆ ไข้ก็ยังอยู่แม้จะลดลงแล้ว หัวก็ยังปวดมาก หนักมากอยากล้มตัวลงนอน ยืนไม่ค่อยไหว ข้าวก็กินไม่ลง ท้องมีแต่ยา แล้วก็อาหารเสริม วิตามิน ข้าวไม่มี 

    ฉันทานข้าวกลางวัน นั่งมองข้าวครึ่งชั่วโมง กินได้ 3 คำกับน้ำพะโล้ ที่ควรจะเค็ม แต่รู้สึกเปรี้ยว  กับตอนเย็น ทานซุปไก่นิดหน่อย ซุปไก่ควรจะเค็มรู้สึกเปรี้ยว  กินไก่ได้แค่ 1น่อง แค่นี้เอง




    ฉันก็มองว่าตนเองโชคดีกว่าคนอื่นๆ ที่ได้พี่สาวดี ได้เพื่อนดี ส่งยามาให้ ไม่งั้นไม่รอด อาการไม่ดีกว่าคนอื่นๆแน่นอน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่เป็นอะไรเลย  เพราะอาการอื่นๆของโรคก็ยังอยู่  

    ถ้าเราเป็นหวัด จะไอ มีน้ำมูก ตัวร้อน มาพร้อมกันเลย กินแล้วก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ไข้อาจจะลดภายใน 1-2วัน แต่โควิดไม่ใช่ อาการมันค่อยๆมาทีละวัน วันละอย่าง ค่อยๆทรุดไปที่ละอย่าง ไม่ได้มาพร้อมกันวันเดียว แต่ตอนทรุดเร็วนะ ถึงจะใช้เวลานานในการเกิดอาการของโรคท้้งหมด และใช้เวลานานในการรักษา  ต้องแข็งแรงพอ และมียาที่ดีพอ ถึงรอด แต่ถ้าไม่แข็งแรง และได้ยาช้า รักษาไม่ทัน บางคนถึงได้ตาย 


    ตอนเย็น มีผู้ชายขี้มอเตอร์ไซด์ มาหาที่บ้าน หลานสาวนัดให้แล้ว เขามาถึงก็ขอสำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ แล้วก็ใส่เสื้อคุมป้องกัน สวมถุงมือ ปิดแมส เข้ามาในบ้านทำการ แยงจมูกให้  ตรวจ PCR เสร็จแล้วก็กลับเลย บอกว่าผลจะออกภายในพรุ่งนี้เย็น  พี่สาวก็จ่าย 3,500 บาท  ยอมเสียเงิน เพราะไม่อยากให้อยู่บ้านคนเดียว กลัวเป็นอะไรไป  แม้ว่าเชื้อจะยังไม่ลงปอด แต่ข้าวกินไม่ลง เขาก็เป็นห่วงแล้ว 


    เอ บอกรอผลตรวจอย่างเดียว ถ้าได้ผลตรวจเมื่อไหร่ ถึงจะหาที่พักรักษาได้ ถ้าไม่มีผลตรวจ ไม่มีใครคุยด้วย  ทำให้ฉันมาคิดๆว่า วันแรกที่เลือกรักษาตนเองที่บ้านคิดผิดหรือเปล่า  พี่สาวว่าฉันประมาณ คิดว่าตนเองเป็นน้อย อยู่บ้านได้  ถ้าไปถามหมอ พยาบาล ก็บอกว่า กลุ่มสีเขียวเบาๆไม่หนัก แต่สำหรับญาติพี่น้องแล้ว แค่นี้ก็หนักแล้ว ถ้าท้องเสียขึ้นมาจะทำยังไง  ข้าวกินไม่ลง ขี้ไม่หยุด จะเอาแรงที่ไหนมาเรียกรถพยาบาล ถึงตอนนั้น ก็ช้าเกินกว่าจะดำเนินการใดๆแล้ว ไม่ทัน ก็ยังโชคดีที่ฉันยังไปไม่ถึงขั้นท้องเสีย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอาการของโรคจะมาวันไหน



    วันศุกร์ที่ 13 ส.ค.64
    ตอนเช้าฉันก็คิดว่าตนเองมีแรงขึ้นนะ แม้จะยังอ่อนเพลียอยู่บ้าง ยังเดินได้อยู่ อาการทุกอย่างก็ยังทรงๆ ตัวร้อนนิดหน่อย ปวดหัวนิดหน่อย มึนๆหน่อย มีความรู้สึกว่า ร่างกายขาดน้ำตาลหรือเปล่า ถึงได้เซๆ มึนงง ขาดพลังงาน ไออยู่บ้าง จามบางที  ท้องร้องหิวข้าว แสบท้อง แต่ปากไม่อยากกินอะไรเลย 

    อาหารที่มาส่ง ยังคงเป็นอาหารปกติ ครบ 3 มื้อ มีซุป มีผลไม้ ขนมปัง 1 ชิ้น ได้อาหารเยอะอยู่  แต่ฉันเลือกกิน ซุปลูกชิ้นหมูอย่างเดียว ทานได้นิดหน่อย เป็นอาหารกลางวัน กับยาไทย 4 ตัว และ มิราเคิล 1 ตัว เหมือนเดิม


    สปสช. พึ่งจะโทรมา หลังจากลงทะเบียนไปวันจันทร์ สอบถามอาการเป็นอย่างไรบ้าง ฉันก็บอกว่าได้รับยาแล้วจากอนามัย เข้าระบบอนามัยเขตแล้ว  ฉันถามว่า ถ้าอยากไปอยู่ รพ.สนามหรือศูนย์พักคอยทำไง  เขาก็ตอบเหมือนอนามัย ต้องมีผล PCR แล้วก็เข้าศูนย์พักคอย ตามท้องถิ่น อยู่เขตไหนก็ได้ตามเขตนั้น  เรื่องถูกส่งกลับมาอนามัยเหมือนเดิม  

    ถ้าใครติดโควิด แล้วรอ สปสช.ติดต่อกลับ 5วัน ก็คงตายไปแล้วเช่นกัน มันช้าเกินไป ผ่านช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสมาแล้ว กว่าจะรับเรื่องส่งเรื่องเข้าส่วนกลาง กว่าจะดำเนินการ อาการของโรคไปถึงไหนแล้ว 



    วันนี้เขียนไม่จบ เขียนได้เยอะขนาดนี้ก็เก่งแล้ว มึนๆเบลอๆ  คอแห้ง ขาดน้ำตาล คิดถึงโค้กแต่กินไม่ลง รอผลตรวจตอนเย็น แล้วดูว่าเอจะหาที่พักให้ได้หรือเปล่า  

    ไปพักแล้ว เหนื่อย 



     
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in