ไดอารี่ของฉันhui
ชีวิตช่วงโควิด
  • วันนี้ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ 21,379 ราย เป็นนิวไฮสูงสุด แต่ยังไม่ใช่ที่สุดของการคาดการณ์เอาไว้ ประมาณ 30,000 กว่ารายต่อวัน  ถึงแม้ยอดวันนี้จะน่าตื่นเต้น แต่ก็ไม่น่าตกใจเท่าไหร่ เพราะรู้ว่ายังไงมันก็ต้องมาถึง รอเพียงแค่วันไหนมันจะไปถึงที่สุด ที่เกินคาดจริงๆ  และรอดูวันที่ตัวเลขมันเริ่มลดลงจริงๆ ที่บ่งบอกว่าเราเริ่มเอาอยู่แล้ว คลีคลายแล้ว ซึ่งยังไม่รู้วันไหน 

    ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆก่อน อยู่แบบเงียบเหงาๆหน่อย  จากที่เคยมีเสียงเด็กตะโกนดังเต็มร้าน หนวกหูทั้งวัน เด็กวิ่งเล่นไปมาในร้าน ตอนนี้ไม่มีเลย ยิ่งตัวเลขสูงขึ้นมากเท่าไหร่  เด็กก็ยิ่งถูกเก็บไว้ในบ้านมากขึ้น ไม่ได้ออกมาวิ่งเล่นข้างนอก จึงไม่ค่อยได้เจอเท่าไหร่



    รายได้ช่วงนี้ มาจากถ่ายเอกสารและพริ้นงาน  เพราะหัวหน้าชุมชน ประกาศให้ลูกบ้าน นำสำเนาบัตรประชาชน มาลงทะเบียนเพื่อฉีดวัคซีน ซึ่งจะได้ฉีดที่ ไอคอนสยาม ส่วนวันเวลาทางหัวหน้าชุมชนจะโทรแจ้งให้ลูกบ้านแต่ละคนอีกที  ช่วงปลายเดือนที่แล้ว รับแต่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยโรคร้าย แต่ต้นเดือนนี้ประกาศรับคนทั่วไป 18-59 ปี ทำให้มีลูกบ้านหลายคนมาถ่ายเอกสาร เพื่อไปลงทะเบียนฉีดวัคซีน ส่วนฉันฉีดไปแล้วก็เลยไม่ลงทะเบียน  กับ เด็กที่ต้องทำการบ้าน บางส่วนก็ส่งงานมาทางไลน์ให้พริ้น แล้วให้พ่อแม่มารับงาน และทางโรงเรียนก็มีการคืนเงิน ค่าหนังสือ ค่าเครื่องแบบนักเรียน ก็มีผู้ปกครอง มาพริ้นแบบฟอร์มที่ต้องกรอกเพื่อยื่นเริื่องขอเงินคืน 


    มีร้านค้าแถวบ้านติดโควิด เมื่อร้านนั้นปิด ผลประโยชน์น่าจะตกที่ร้านของฉัน เพราะลูกค้าไปซื้อของร้านนั้นไม่ได้ ก็ต้องมาซื้อของที่ร้านของฉันใช่ป่ะ  แต่ฉันก็สงสัยว่า ร้านนั้นขายได้แต่ โค้กใส่น้ำแข็งหรือไง เพราะยอดขายขนมอื่นๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง มีแค่คนมาซื้อ โค้กใส่น้ำแข็ง มากขึ้นมาหน่อยแค่นั้นเอง นอกนั้นก็เหมือนเดิม  เท่ากับไม่ได้ประโยชน์อะไรมากเท่าไหร่ แม้ว่าร้านค้าอื่นจะปิดไปก็ตาม


    ตู้น้ำหยอดเหรียญ ก็รายได้ดีในช่วงนี้ที่คนส่วนใหญ่กักตัวอยู่บ้าน  แต่ก็เจอค่าใช้จ่ายที่หนักเช่นกัน  ตู้น้ำหยอดเหรียญมีคนมาใช้บริการเยอะ จนทำให้ปั้มรั้ว มีน้ำที่กรองแล้วไหลซึมออกมาทุกครั้งที่ปั้มทำงาน ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนทั้่งไส้กรองและปั้มน้ำ อันที่จริงไม่ต้องเปลี่ยนเมนเบนก็ได้ เพราะพึ่งเปลี่ยนไปเมื่อ 3 เดือน  แต่ฉันเจอช่างซ่อมตู้น้ำ เล่นฉันหนักเลย  เปลี่ยนไส้กรอง 1,300 เปลี่ยนปั้มน้ำ 1,500 ขนาดลดราคาให้แล้วนะ ยังต้องจ่าย 2,400  ตู้น้ำทำรายได้เฉลี่ยประมาณเดือนละ 5,000กว่า มาเจอค่าซ่อม ค่าไส้กรอง (ไม่รวมค่าน้ำประปานะ) ปาไปครึ่งหนึ่งก็ไม่ใช้น้อยนะ  จนคิดอยากเปลี่ยนช่างแล้ว เล่นโหดบ่อย



    รายได้ช่วงนี้แย่มาก แต่ก็ยังมีคนมาซื้อของ ฉันก็ดีใจแล้ว ไม่อดตาย ยังขายได้ ผู้คนในชุมชนก็ติดโควิดไปหลายราย เดี๋ยวข่าวบ้านนั้น บ้านโน้น ติดโควิด ฟังแล้วก็ใจหาย และใจหายยิ่งกว่า เมื่อรู้ว่าไม่ได้ไปโรงพยาบาลสนาม อยู่บ้านรักษาตนเอง แถมคนในบ้านที่ไม่ได้ติดโควิด ก็ยังออกมาทำงาน ซื้อของ ไป7-11ใช้ชีวิตปรกติ ไม่ได้กักตัว เพราะคิดว่าตนเองไม่ได้เป็นอะไร ถามเขา ก็ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ติดโควิด แยกกันอยู่กับผู้ติดเชื้อ  แต่วางใจได้จริงหรอ ในเมื่ออยู่บ้านเดียวกัน ยังทำอาหาร ซักผ้า ให้ผู้ติดเชื้อ ไม่มีอะไรยืนยันว่าเขาเหล่านั้นจะไม่นำเชื้อออกมาแพร่คนอื่นเลย ทำให้คนในชุมชนมีความเสี่ยงมาก ฉันก็ยังเจอคนเหล่านี้ที่บอกตนเองไม่ได้ติดโควิด ทั้งที่คนในบ้านติด ออกมาซื้อของ ทำงานไปก็เสี่ยงไป  


    ฉันเห็นวันก่อน วินมอเตอร์ไซด์ มาถามฉันว่า แอลกอฮอล์สเปรย์ ลิตรละ 100 บาท แพงไหม ฉันก็ตอบไปว่า  ราคาปรกติทั่วไป ไม่แพงไม่ถูก ต่ำกว่าร้อยถูก  มากกว่าร้อยก็แพง เขาขับวินก็กลัวติดโควิดเช่นกัน ดังนั้นถูกแพงเขาก็ต้องซื้อ เพราะจำเป็น 

    ฉันก็เลยเกิดไอเดีย  ตั้งขวดแอลกอฮอล์ชนิดน้ำ ให้ลูกค้าเอาขวดขนาดพกพาของตนเอง มากรอกเติมได้ฟรี เพราะฉันก็ซื้อ แอลกอฮอล์สเปรย์ขวดลิตร มาไว้ใช้เองที่ร้าน แต่ลูกค้าไม่ได้ใช้บ่อยหรอก เพราะบางคนก็มีพกติดตัวมาเป็นของตนเอง   ถ้าฉันไม่เจอคนบ่นเรื่องราคา แอลลกอฮอล์สเปรย์ ฉันก็มีตั้่งเอาไว้ให้ลูกค้าใช้ในร้านเท่านั้น  แต่พอเจอคนบ่น ฉันก็เลยเอาขวดใหญ่มาตั้่งลูกค้าเอาขวดเล็กมาเติมรีฟิวฟรี  ถือเป็นบริการเล็กๆน้อยๆ เอาใจลูกค้าหน่อย

    ส่วนหน้ากากอนามัย ฉันก็ขายมานานแล้ว ตอนนี้ราคาถูกลงเยอะมาก และทุกคนก็มีกันหมดแล้ว ฉันไม่เคยขึ้นป้ายห้ามคนที่ไม่ใส่แมสเข้าร้าน ไม่เคยกั้นเชือกห้ามลูกค้าเข้าร้าน ขึ้นป้ายแค่ "ใส่แมสด้วยนะ" แต่ถ้าเด็กคนไหนไม่ได้ใส่มา หรือทำหาย ฉันมีแมสฟรีแจกให้ใส่เลย ไม่ต้องซื้อแมสใส่ถึงเข้าร้านได้  แต่ถ้าเข้ามาแล้วไม่มีแมส ฉันก็เอาแมสให้ใส่แล้วก็อยู่ในร้านต่อได้  เด็กบางคนขยันทำแมสหาย หรือไม่รู้ตนเองวางเอาไว้ไหน บางทีก็วิ่งมาขอแมสก็มี ฉันก็ให้ฟรี    



    ความใจดี ต้อนรับทุกคนเข้าร้าน เหมือนไม่กลัวโควิด ทั้งที่จริงก็กลัวเหมือนกัน  เบื้องหลัง ช่วงนี้ฉันกินยา อาหารเสริมวิตามินเยอะมาก  วิตามินซีวันละ 1,000-1,500 มก. ทุกวัน รวมถึงอาหารเสริมตัวอื่นๆที่ทานอยู่แล้ว ไม่ว่าแคลเซี่ยม โปรตีน เซนทรัมป์ ทานหมดทุกอย่าง เพื่อให้ภูมิคุ้มกันตนเองแข็งแรง รวมถึงซื้อ ฟ้าทะลายโจร มาสำรองเก็บไว้ ทั้่งแบบกระปุก และแผง  ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ สำรองไว้หมด เผื่อเป็นอะไรขึ้นมา เรียกว่า ทั้งป้องกันตนเอง และเผื่อการรักษาด้วย  เมื่อกล้าเสี่ยง ก็ต้องป้องกันตนเองนิดนึง ต้องแข็งแรงนิดนึง กลัวไม่รอดเช่นกัน 


    ข้อดีของการทานวิตามินซี ที่เห็นผลแบบไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันไหม ก็คือ แผลร้อนในหายเร็วมาก ปรกติเป็นร้อนใน ต้องเป็นอาทิตย์กว่าจะหาย ต้องทนเจ็บเวลาแผลมันบานหลายวันถึงจะดีขึ้น แต่ครั้่งนี้ เป็นไม่กี่วัน แถมไม่ทันจะแตกตัวบานออกเลย ยุบแล้ว ไม่ทันเจ็บเลย หายแล้ว  พึ่งค้นพบนะเนี่ยว่ามันดีกับชีวิตจริงๆ  คราวหน้าเป็นร้อนในไม่ซื้อยาแก้อักเสบ ยาแก้ร้อนในทานแล้ว ทานวิตามินซีดีกว่า หายเร็วกว่าตั้งเยอะ 

    แต่ช่วงนี้วิตามินซี หาซื้อยากแล้วนะ เพราะเมื่อก่อนสั่งซื้อในเน็ต ร้านค้ามีของส่งได้เลย ตอนนี้กลายเป็น พรีออเดอร์ทุกร้าน ต้องรอ 10-25วัน ทุกร้าน ขายดีจนของขาดตลาดเลย สั่งแล้วต้องรอนานมาก โชคดีที่ราคาไม่ได้พุ่งขึ้นไปสูงมากนัก ยังหาซื้อได้ในราคาเดิม แต่ต้องรอของนานกว่าเดิม  



    ช่วงนี้ยังเคอร์ฟิวอยู่ ต้องปิดร้าน 2 ทุ่ม ใช้เวลาว่างที่มากขึ้นให้เป็นประโยชน์ ออกกำลังกายนิดๆหน่อยๆก็ดี ทำตนเองให้แข็งแรงเข้าไว้ แก่แล้วไม่มีคนดูแล ก็ต้องดูแลตนเองดีๆ อยู่ให้รอดพ้นโควิด ท่ามกลางยอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้นทุกวัน คนรอบตัวก็เป็นมากขึ้นทุกวัน  และหวังว่าเราจะไม่เป็นหนึ่งในนั้น  ในวันที่ตัวเลขสูงขึ้น ต้องไม่มีชื่อของเรารวมอยู่ด้วย

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in