ไดอารี่ของฉันhui
กึ่งล็อกดาวน์
  • ขอบ่นหน่อย ไม่ได้มีสาระอะไร แค่อยากบ่นเฉยๆกับสถานการณ์ตอนนี้  จะด่ารัฐบาล คนก็ด่ากันเยอะแล้ว จะด่านายก คนก็ด่ากันเยอะแล้ว คือคนอื่นพูดแทนหมดแล้ว คงไม่จำเป็นต้องด่าอะไร

    กทม.สั่งปิดกิจการหลายอย่าง ตั้งแต่ 28 เมษา มีเปิดได้เพียงแค่บางส่วน อีกหลายส่วนยังเปิดไม่ได้เลย คนอื่นเขาลืมไปหรือเปล่า ว่านอกจากร้านอาหารแล้ว นอกจากนวด สปา แล้ว ยังมีอีกหลายธุรกิจนะ ที่ยังไม่ได้กลับมา 

    คราวนี้ แค่เพิ่มแคมป์คนงานเข้ามาเอง แล้วก็ปิดร้านอาหารเหมือนเดิม  ของเดิม โรงหนัง โรงละคร สวนสัตว์ สวนน้ำ ร้านอินเตอร์เน็ต ผับ บาร์ กองถ่ายละคร โรงเรียน ยังกลับมาไม่ได้เลย พึ่งมีข่าวไม่กี่วันก่อนว่าเปิด สวนสาธารณะ กับ ให้ถ่ายละครได้  ผ่านไปไม่กี่วัน ปิดต่ออีกแล้ว ดาราเกือบจะมีงานทำแล้วนะ กลับมาตกงานต่อไป 

    ไม่รู้คนจะตื่นเต้นอะไรมากมาย น่าจะเริ่มชินกับการไม่ได้ออกจากบ้านไปดูหนัง เป็นเดือนแล้วมั้ง สวนน้ำก็ไม่ได้ไป สวนสัตว์ก็ไม่ได้ไป สวนสนุกอะไรก็ไม่ได้ไป คอนเสิร์ตอะไรก็ไม่มี ฟังเพลงที่ไหนก็ไม่ได้ คือ ใน กทม. มันจัดงานอะไรไม่ได้นานเป็นเดือนแล้วนะ  ตั้งแต่หลังสงกรานต์มา  โรงเรียนอะไรก็ไม่ได้ไป เปิดเทอมอยู่แต่บ้าน 




    ครั้งนี้ แค่สะเทือนวงการอสังหาริมทรัพย์ กับ วัสดุก่อสร้าง แค่นั้นเอง แต่แค่นี้ก็หนักหนาพอสมควรนะ เพราะคนในวงการนี้ ค่อนข้างเยอะ และเงินทองตัวเลขก็ค่อนข้างสูง  ไม่ใช่แค่ร้านอาหารบ่นจะเป็นจะตาย ไม่มีลูกค้า ขาดรายได้นะ วงการอื่นเขาสะเทือนไปก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ออกมาบ่นให้เป็นข่าว      คราวนี้ ก่อสร้างพึ่งเจอ การหยุดก่อสร้าง มันสะเทือนไปไกลพอสมควรนะ   สะเทือนไปถึงงบการก่อสร้าง สัญญาว่าจ้าง ค่าปรับ ดอกเบี้ย หลายส่วนเลยแหละ  วงการวัสดุก่อสร้าง  อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับ การก่อสร้าง ไม่ว่า ปูน เหล็ก หิน ทองแดง สายไฟ กระจก อลูมิเนียม สเตนเลส ไม้ ร่ายยาววววววววมาก   หยุดแค่ 1 เดือน สะเทือนหลักล้านแน่นอน บางบริษัท น่าจะหลายสิบล้านอยู่นะ  

    คนเราเห็นแค่ที่เป็นข่าว คนงานก่อสร้างจะเป็นจะตาย ขาดรายได้  แต่ธุรกิจต้นน้ำ ยันปลายน้ำ ของวงการก่อสร้าง ถ้าไม่ออกมาพูดอะไร คนก็ไม่รู้หรอก ว่าเขาเดือดร้อนเช่นกัน เจ้าของโครงการต่างๆนั่งไม่ติดแล้ว 




    ถ้าว่าตามหมอ ก็ต้องล็อกดาวน์ หยุดการกระจายเชื้อ แต่ถ้าไปดูการทำงานของหมอ ก็แทบจะอยากบอกว่าไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ว่า หยุดเชื้อ แล้วเชื้อมันจะไม่กระจาย หรือมันจะหายไป  เพราะหมอทำงานมา 2-3 เดือนแล้ว ไม่เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเลย   แล้วการไปตรวจเชิงรุกตาม โรงงาน หรือ แคมป์คนงานก่อสร้างต่างๆ เก็บผู้ติดเชื้อมา  เขาลืมคนอื่นๆรอบตัวผู้ติดเชื้อไปหรือเปล่า ว่าก่อนจะโดนตรวจเจอ เขาไปนั่งกินข้าวในร้านอาหาร คนอื่นในร้านอาหารก็ติดเชื้อไปแล้ว ไปเดินตลาด ก็แพร่เชื้อไปเรียบร้อยแล้ว คือเชื้อมันกระจายไปทั่วหมดแล้ว ไม่ได้อยู่กับที่      ใช่ว่าหมอจะตามเจอทุกคน  ตอนนี้ทุกที่ใน กทม. มีแต่ผู้ติดเชื้อ  แม้แต่ตนเอง ยังไม่กล้าตรวจเลย กลัวเจอเชื้อเช่นกัน  ไม่ป่วย ไม่ได้แปลว่าไม่มีเชื้อในตัวนะ  เพียงแต่เขายังไม่มาตรวจ ก็เลยยังไม่เจอ 

    การจะตามตรวจคน กทม.ทั้งหมดเป็นเรื่องยาก และคนต่างจังหวัด ที่มาทำงานในกทม. ก็ยิ่งตามยากเช่นกัน ในเมื่อหมอไม่สามารถเก็บผู้ติดเชื้อได้หมด แล้วจะล็อกดาวน์ทำไม   หน่วยตรวจเชิงรุกก็ไม่ได้มีมากเท่าไหร่   แค่ไปตรวจตรงไหน ก็เจอตรงนั้นแหละ ไม่ได้ไปตรวจ ไม่ได้ปรากฎชื่อ ไม่ได้หมายความว่า ที่นั้นไม่มีเชื้อ  เชื้อมันกระจายเต็มอากาศไปหมดแล้ว ไม่ได้อยู่แค่รอบตัวผู้ติดเชื้อหรอก  คนติดเชื้อเป็นพัน เป็นหมื่น ป่านนี้เชื้อก็ครอบคลุมทั่ว กทม.หมดแล้วแหละ  ล็อกดาวน์ไปก็ไร้ความหมาย   มีแต่จะทำให้เศรษฐกิจพังลง 


    ช่วงเดือน เมษา ครั้่งแรกที่ประกาศให้หยุดดำเนินกิจการ 14 วัน ฉันก็คาดว่ามันน่าจะเกิน 14 วัน น่าจะยาวถึง ก.ค. แต่ตอนนี้ ฉันคิดว่า ยาวถึงสิ้นปีแน่นอน ไม่มีทางที่จะเก็บผู้ติดเชื้อได้หมดภายใน 30 วันหรอกนะ  พรก.ฉุกเฉิน เลิกใช้เถอะ มันฉุกเฉินมา 2 ปีแล้ว ตอนนี้ไม่ฉุกเฉินอะไรแล้ว พรก.ไม่ได้ช่วยอะไรเลย  ล็อกดาวน์ไปก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์การติดเชื้อลดลง 

    ดูอเมริกา กับ อินเดีย เป็นตัวอย่าง ไทยเราก็กำลังเจอสถานการณ์แบบอเมริกา เมื่อปีที่แล้ว ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ไม่มีทางหยุดเชื้อได้เลย จนกว่าจะฉีดวัคซีน  ซึ่งการฉีดเป็นไปอย่างล่าช้ามาก  ฉันลงทะเบียนไปวันที่ 22 มิ.ย. โดนเลื่อนแบบไร้กำหนด  ไม่มีกำหนดว่าจะได้ฉีดเมื่อไหร่  ในเมื่อวัคซีนยังไม่ทั่วถึง ยังไงผู้ติดเชื้อ ก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีวันหมด 

    แม้แต่ฉีดวัคซีนแล้ว ในต่างประเทศ ก็ยังเจอเชื้อกลายพันธ์ใหม่ๆ หรือ เชื้อต่างถิ่นเข้ามาแพร่กระจายอยู่ดี ขนาดประเทศที่คุมดีๆ ยังไงก็เอาไม่อยู่ แล้วไทยเราจะเอาอยู่ได้อย่างไร ด่ารัฐบาลไป ด่านายกไปก็เท่านั้น ไร้ประโยชน์ คุมไม่อยู่  ปีหน้าก็ยังเจอผู้ติดเชื้ออยู่ดี  จะปิดจะเปิดประเทศไร้ความหมาย เชื้อมันอยู่ในประเทศเต็มไปหมดแล้ว ไม่ต้องกลัวต่างชาตินำเข้ามาหรอก  ปิดประเทศก็ยังเข้าได้เลย เปิดไปก็ไม่ต่างกัน 


    นายกจะเปิดประเทศ ภายใน 120 วัน หรือ 1 ต.ค. ฉันก็เดาเหมือนคนอื่นๆว่าทำไม่สำเร็จ  เพราะการฉีดวัคซีนล่าช้า ยังทำไม่ถึงครึ่งประเทศเลย แม้แต่กทม. คน 5 ล้านคน ยังฉีดได้ครบเลย 50 ล้านคน ก็ฝันไปเถอะ ว่า 3 เดือนจะสำเร็จ วัคซีนสั่งไปแล้ว  มันได้มาหรือยัง ได้มาทีละนิด ก็ไม่รู้ไปฉีดให้ที่ไหน ยังไม่ได้ฉีดสักที  แล้วจะกล้ารับนักท่องเที่ยวได้อย่างไร 


    นายกให้ปิด คุมเข้ม  30 วัน ฉันต่อให้ 3 เดือนเลย จนถึงสอบกลางภาค เด็กจะได้ไปสอบที่โรงเรียนหรือเปล่าเถอะ กันยา - ตุลานี้ ไม่ต้องเปิดประเทศหรอก เอาแค่เปิดกรุงเทพให้ได้ก่อน  ให้เด็กกลับไปเข้าโรงเรียน สอบกลางภาค ทันหรือเปล่า  อย่าคิดว่า 30 วันเอาอยู่ ผ่านมา 60 กว่าวันแล้วยังเอาไม่อยู่สักวัน 

    ผู้ติดเชื้อจะลดลง ก็ต่อเมื่อ มีผู้ที่ฉีดวัคซีนมากพอ  ตราบใดที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน โอกาสกลายเป็นผู้ติดเชื้อก็ยังมีสูงอยู่ ล็อกดาวน์ ไม่ล็อกดาวน์ มีค่าเท่านั้น  ทำไปก็มีแต่จะทำให้คนอดตาย 




    เห็นภาพข่าวต่างประเทศทางยุโรป อเมริกา รัสเซีย แล้วอิจฉามาก เขาสามารถฉลองรับปริญญากันได้แล้ว ( น่าสงสารบัญฑิตยุคโควิด ไร้ซึ่งงานรับปริญญา ไม่มีภาพขณะรับปริญญาแขวนโชว์ที่บ้าน )  เขาจัดคอนเสิร์ตกันได้แล้ว ร้องเพลงได้แล้ว เต้นได้แล้ว เขาออกมารวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆกลางแจ้งได้แล้ว เขาเลิกสวมใส่หน้ากากกันแล้ว ส่วนไทยเราก็ตกงาน หยุดเชื้อเพื่อชาติกันต่อไป อะไรก็ไม่ต้องทำ ว่างมากก็ด่ารัฐบาลกันต่อไป 


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in