ไดอารี่ของฉันhui
ตะกร้าปันของเล่น
  • บางครั้งไอเดียก็มาจากการสนทนาสั้นๆ แล้วก็คิดขึ้่นมาได้  

    เมื่อเช้ามีเด็กเอาของเล่น มอไซด์ลาน ที่ไถๆไป ของเล่นที่พึ่งซื้อไปเมื่อวาน วันนี้มาบอกว่าไม่เล่นแล้ว เอามาให้ฉัน แล้วฉันจะเอาไปให้ใครล่ะ จะทิ้งก็เสียดาย ก็นึกถึงเด็กอีกคนขึ้นมาได้ เด็กที่ไม่ค่อยมีเงินซื้อของเล่นเท่าไหร่  ก็เลยรับ มอไซด์ลานเอาไว้ แล้วก็บอกว่า จะให้เด็กอีกคนแทนนะ เจ้าของมอไซด์ลาน ก็ตามใจ เพราะไม่อยากเล่นแล้ว

    ฉันก็นึกถึงเหตุการณ์ ที่เด็กชอบซื้อกล่องสุ่มของเล่น ตอนลุ้นก่อนจะเปิดกล่อง ตื้นเต้นมาก อยากรู้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่พอเปิดแล้ว เป็นของเล่นที่ไม่ชอบ ก็ไม่เอา ทิ้งทันที เพราะมันไม่ใช่ของที่อยากได้ บางครั้งก็เสียดายเงินแทน ซื้อเสร็จแล้ว พอเปิดมาไม่ถูกใจ หายตื่นเต้นแล้ว ทิ้งเลย



    ฉันก็เลยเกิดไอเดีย จาก ตู้ปันสุข ที่โควิดรอบแรกฮิตมาก แต่มารอบ3ครั้งนี้ ไม่มีตู้ปันสุขอีกแล้ว ทั้งที่สถานการณ์มันหนักกว่ารอบแรกนะ เพราะต้องปิดกิจการเป็นเดือนแล้ว  รอบนี้ร้านทำผมยังดีหน่อยไม่โดนปิดทั้งหมด ยังพอทำมาหากินได้ ร้านนวด กลับมาเปิดได้แล้ว หลังจากกทม. ยอมผ่อนปรน 5 กิจการ แต่อย่าลืมว่า อีกหลายกิจการก็ยังกลับมาดำเนินกิจการไม่ได้  แต่ไม่ได้ออกมาเรียกร้อง หรือป่าวประกาศ เหมือนกับ ร้านนวด หรือ ร้านอาหาร ที่ร้องเรียนจะขาดใจตายอยู่แล้ว อย่าเห็นใจแค่ร้านอาหาร หรือร้านนวดนะ กิจการอื่นก็น่าเห็นใจเช่นกัน

    การที่โรงเรียนในเขตพื้นที่สีแดง ยังกลับมาเปิดไม่ได้  ธุรกิจร้านค้าที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน  ก็ได้รับผล กระทบ ตามไปด้วย   ฉันไปซื้อขนมมาขาย ซื้อของเล่นมาขาย เจ้าของร้านขายส่ง ก็บ่นว่าขายไม่ดี เพราะโรงเรียนเปิดไม่ได้ ร้านค้าที่ขายขนมแถวโรงเรียน ก็ขายไม่ได้เช่นกัน ก็ไม่มาซื้อของ ก็ทำให้ร้านขายส่งขายไม่ดี  กระทบไปถึงวงการเครื่องเขียน นักเรียนเรียนออนไลน์แล้ว ไปใช้คอม ใช้โทรศัพท์ ส่งการบ้านในคลาสรูม แล้วเครื่องเขียนจะทำยังไง ยอดขายก็ตกซิ  ครูสั่งงานออนไลน์  ต้องพริ้นการบ้านออกมาทำ แล้วสมุด หนังสือ ทำยังไง กระทบซิ    ชุดนักเรียนก็กระทบ เรียนออนไลน์ ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนก็ได้    อุปกรณ์การเรียนอื่นๆก็โดนตามไปหมด   เรียนออนไลน์ จะเล่นกีฬายังไง เตะบอลในห้องเรียนกูเกิ้ลได้ไหม สอนว่ายน้ำในเน็ตได้หรือเปล่า อุปกรณ์กีฬาก็ไม่ต้องใช้  คนขายทำไงล่ะ  รวมถึง ร้านค้าแถวโรงเรียน ร้านอาหารในโรงเรียน วินมอไซด์ที่รับส่งนักเรียน กระทบรายได้กันหมด  นี่คือสิ่งที่รัฐบาลไม่เคยพูดถึง และไม่เคยคิดเยียวยา  ( นอกเรื่องไปไกลเลย )


    จาก "ตู้ปันสุข" ฉันก็เปลี่ยนชื่อเป็น "ตะกร้าปันของเล่น"  รับบริจาคของเล่นที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อให้เด็กคนอื่นได้เล่น ของเล่นชิ้นหนึ่ง อาจจะไม่ได้มีค่าสำหรับเด็กคนหนึ่ง หรือเล่นเบื่อแล้ว แต่ว่า มันยังเล่นได้ สภาพดี และเป็นที่ต้องการของเด็กอีกคนก็ได้ 

    โครงการนี้ไม่ได้ตังค์สักบาท ไม่ได้หวังว่าจะมีคนมาบริจาคเยอะๆ ไม่ได้เอาไปให้เด็กยากจนที่ไหน ไม่ได้อยากได้บุญ  แค่เสียดายของ เสียดายตังค์ ไม่อยากให้ทิ้งของเล่นที่ยังใช้งานได้อยู่เป็นขยะ  เพียงเพราะไม่ชอบ ทั้งที่มันยังสภาพดีอยู่ และยังเล่นได้  ก็เก็บเอาไว้ให้เด็กคนอื่นที่ยังเห็นค่า และอยากเล่นดีกว่า  อย่าลืมว่าสมัยนี้เงินทองหายาก เด็กไม่รู้ มีเงินก็ใช้ แต่คนหาซิเหนื่อย ได้เงินมา ลูกขอไปซื้อของเล่น ซื้อเสร็จทิ้งเลย เสียดายตังค์ไหมล่ะ  ให้เด็กคนอื่นเล่นก็ยังดีกว่าทิ้ง  เด็กที่เงินน้อย ขอเงินมาซื้อของเล่นไม่ได้ ได้ของเล่นฟรีก็ดีใจ ดีกว่าไม่มีเล่น 




    แล้วมันก็ได้ผล เพราะพอฉันตั้งตะกร้าใบเล็กติดป้ายเอาไว้   พอมีเด็กมาซื้อ กล่องสุ่มของเล่น แล้วได้รถยนต์ลาน ที่ต้องเอามือไถๆ ก็ไม่ชอบ เปิดมาแล้วก็บอกไม่เอา ทิ้งรถเลย ฉันเลยให้เอามาใส่ตะกร้าไว้  ฉันถาม ยกให้คนอื่นเล่นได้ป่ะ  เจ้าของบอกว่าได้  พร้อมกับวางรถในตะกร้า

    สักพัก มีเด็กอีกคนมา เพราะว่าพี่ใช้ให้มาซื้อของ เห็นรถมอไซด์ลาน ถามว่าขอได้ป่ะ  ฉันก็ตอบว่า ได้ เด็กคนนั้นก็ ขอบคุณ แล้วก็หยิบไป  ต่อมา เด็กคนแรก ที่เอามอไซด์ลานมา กลับมาซื้อของ ฉันก็เล่าเรื่องตะกร้าปันของเล่นให้ฟัง  พร้อมกับบอกว่า มีเด็กเอาของเล่นไปแล้วนะ  เขาก็ไปดูในตะกร้า พร้อมกับ ขอรถยนต์ลานได้ป่ะ  ฉันก็บอกว่า ได้ หยิบไปเลย  เด็กคนที่เอามอไซด์ลานมา ก็เลยได้รถยนต์ลานกลับไปแทน

    เด็กผู้หญิง ที่มาซื้อกล่องสุ่มของเล่น พอเปิดมาเป็น ปืน ก็ไม่อยากได้ แทนที่จะทิ้งเลย ก็เอาไปวางไว้ในตะกร้าแทน ยกให้คนอื่นเล่น เด็กผู้ชายที่ไม่ได้ซื้อของเล่น มาเจอปืน ก็ถูกใจ เอาไปเล่นแทน 



    โครงการนี้เวิร์คหรือเปล่าไม่รู้  อยู่นานแค่ไหนก็ตอบไม่ได้ ยังไม่รู้อนาคตต่อไป ว่ามีเด็กมาบริจาคของเล่นจริงๆหรือเปล่า หรือ มีเด็กรอของเล่นที่คนเอามาแจกฟรี มากแค่ไหน ยังตอบไม่ได้ เพราะฉันไม่ได้คาดหวังอะไรเลย  ทำเพียงเพราะเสียดายของแค่นั้นเอง ไม่อยากให้ซื้อแล้วทิ้ง คนหนึ่งไม่เอา ก็ให้อีกคนแทน แค่นั้นเอง   ถ้าไม่มีคนมาให้ ก็ไม่เป็นไร  ได้ก็ดี ไม่มีก็ได้ เรียกว่ามีก็แจก ไม่มีก็ไม่ได้แจกแค่นั้นเอง   ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากโครงการนี้เลย เป็นแค่สื่อกลางเฉยๆ 




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in