ไดอารี่ของฉันhui
ลงทะเบียนฉีดวัคซีน
  • ฉันเคยลองลงทะเบียนกับหมอพร้อม แต่สิ่งที่ได้มาคือ ให้รอวันที่ 31 พ.ค. นี้



    แต่ก่อนจะถึงวันที่ 31 ตาลุงแถวบ้าน ที่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว ขยันมาถามฉันจัง เจ๊ได้ฉีดหรือยัง ก็รู้ๆอยู่ว่า อายุไม่ถึง60 ลงทะเบียนไม่ผ่าน ยังขยันมาถามอีกนะ ตอบไปรอบแรกแล้วว่ายัง  ผ่านมา 4-5 วันเจอฉันก็ถามอีก ได้ฉีดหรือยัง จะขยันถามเพื่ออวดว่าตนเองได้ฉีดแล้วทำไม  ลูกสาวทำงานที่ศิริราช ก็เลยได้ฉีดให้พ่อแม่ด้วย ได้ฉีดก่อนคนทั่วไป ก็ขยันมาอวดจัง เมื่อวันก่อนก็ถามอีกนะ ฉีดหรือยัง ตอบไปหลายรอบแล้ว ว่ายัง ก็รู้ว่าทำไมยังจะถามอีก 


    ทั้งที่หมอพร้อม ให้ฉีดก่อน เฉพาะคนอายุ 60 ปีขึ้นไป กับกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคร้าย แต่ข่าวที่ออกมา ดาราคนโน้นได้ัฉีด กลุ่มองค์กรนั้นได้ฉีด หน่วยงานนี้ได้ฉีด แล้วมันหมายความว่ายังไง คนที่ทำงานอิสระ ไม่ได้รวมกลุ่ม หรือส่งเรื่องขอฉีดวัคซีนก่อน  ต้องรอถึงชาติไหน เพราะตอนนี้คิวในโรงพยาบาลศิริราช ข่าวออกมาว่ายาวไปถึงปีหน้าแล้ว 



    หลายวันก่อน ที่ฉันไปพบหมอเพื่อฟังผลตรวจชิ้นเนื้อ โชคดีที่ไม่เป็นไร หมอก็นัดตรวจใหม่สิ้นปี  การเคยเป็นเนื้องอก มันเป็นที่โรครักษาหาย แต่เหมือนไม่หายขาดเลย ต้องตรวจบ่อยๆ เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่มันจะกลับมาอีก และจะกลายร่างเป็นมะเร็ง น่าเบื่อมาก ตรวจปีละ 2 รอบ 


    ไหนๆไปโรงพยาบาลจุฬาแล้ว ฉันก็แวะถามเรื่องตรวจโควิด ไปสอบถามพยาบาล ที่ทำงานบริเวณตึก จงกลณี ที่รับตรวจโควิด ว่าถ้าต้องการจะตรวจโควิด ต้องทำยังไง  พยาบาลแจ้งว่า ต้องมารอคิวแต่เช้า บางคนจองคิวตั้งแต่ 4 ทุ่มก็มี  บางคนมาตั้งแต่ ตี3-4  เพราะรับตรวจวันละ 100 รายเท่านั้น ถ้ามา 6 โมงเช้าคิวเต็มแล้ว ไม่ต้องมา  มาถึงให้นั่งตามเก้าอี้หมายเลข จะมี 100 ตัวพอดี พยาบาลจะมาแจกบัตรคิว เรียกให้เตรียมตัว ประมาณ 7 โมงเช้า เริ่มตรวจบุคคลทั่วไปประมาณ 8 โมงเช้า ถึงเที่ยง ช่วงบ่ายก็จะตรวจเจ้าหน้าที่อื่นๆ

    พยาบาลบอกว่า หมอจะสอบถามและวินิจฉัยว่า เราเสี่ยงไหม ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงค่าตรวจฟรี แต่ถ้าไม่ได้เป็นอะไร และไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 3-4พันบาท  พยาบาลแนะนำต่อไปว่า ถ้าคุณไม่ได้ป่วย อย่ามาตรวจเลย เพราะคนที่มาตรวจ ส่วนใหญ่เป็นคนป่วย และการนั่งรอในกลุ่มผู้ป่วย อาจจะทำให้คุณป่วยได้  เรียกว่า ถ้ามานั่งรอตั้งแต่ตี 3 กว่าหมอจะเรียกตรวจ 9 โมงเช้า การนั่งอยู่ท่ามกลางผู้ป่วยโควิด ประมาณ 6 ชั่วโมง ต่อให้เราไม่เป็นไร นั่งๆไปก็อาจจะกลายเป็นผู้ติดเชื้อได้  

    ฉันฟังพยาบาลพูดเสร็จ ไม่อยากตรวจโควิดเลย เพราะปรกติการมาหาหมอ รพ.แต่ละครั้ง ต้องมาแต่เช้าตรู่ รอคิวนานกว่าจะได้ตรวจ การตรวจโควิด รอคิวนานยิ่งกว่า ถ้าไม่สบาย ได้ตายคาเก้าอี้ก่อนได้ตรวจแน่นอน แล้วรับแค่วันละ 100 เคสเท่านั้น ต่อให้มีคนติดเชื้อมากกว่านี้ หมอและพยาบาลก็ไม่ตรวจให้ ให้มาใหม่พรุ่งนี้  คือ หมอมีแรงทำเท่านี้ต่อวัน ดังนัั้นจะไม่มีกรณีวันหนึ่งผลตรวจออกมาเป็นพันแน่นอน 



    ฉันเลยพอเข้าใจแล้วว่า ทำไมการฉีดวัคซีนของคนกลุ่มแรก อายุ60 ปีขึ้นไป ที่จองคิวฉีดที่ รพ. ถึงได้ยาวไปไกลถึง ก.ค.โน้น บางคนได้ ส.ค. และไกลกว่านั้น เพราะหมอและพยาบาลใน รพ. มีศักยภาพทำงานต่อวันได้จำกัด รับได้แค่วันละไม่กี่ร้อยรายแค่นั้นเอง ไม่ต่างกับการไปหาหมอรักษาโรคอื่นๆ ใน รพ.รัฐเลย รอคิวเป็นชาติเหมือนกัน



    คราวนี้ มีข่าวใหม่ กทม. เปิดให้จองคิวฉีดผ่าน เวปไซด์ www.ไทยร่วมใจ.com งานนี้เอกชนมีส่วนร่วม ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล  ส่วนตัวฉันค่อนข้างมีความมั่นใจในการทำงานของเอกชนมากกว่ารัฐบาลนะ หมอพร้อม กลายเป็นไม่พร้อม ต้องพึ่ง7-11 ถ้าเวปล่ม 7-11 ลงทะเบียนไม่ได้ เจ้าสัวขายขึ้หน้าแน่ๆ  เอกชนไม่ยอมเสียหน้า ไม่ทำงานชักช้าแบบรัฐแน่นอน 



    งานนี้เปิดให้ลงทะเบียนเฉพาะคนกรุงเทพ ถ้าตามนิสัยคนกรุงเทพ และ การทำงานของคนเมืองแล้ว งานนี้ช้าไม่ได้ นิสัยคนกรุงเทพ ทำอะไรเร็ว ไม่ชักช้า ฉันเปิดคอม เปิดเวป ไทยร่วมใจรอเลยนะ กะว่าเที่ยงจะลงทะเบียนทันที

    แต่พอเที่ยงจริงๆ ฉันว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาด เพราะเข้าไม่ได้  หน้าเวปไทยร่วมใจยังไม่มีอะไรให้คลิกลงทะเบียนเลย ฉันอาจจะผิดพลาดเอง เพราะเวปที่เจอ เป็น https://ไทยร่วมใจ.com หรือเพราะไม่มี www. อยู่ด้านหน้า แต่มันก็อันเดียวกันนิหนา  หรือต้องรอสักพัก ระบบยังไม่เริ่ม

    อีกสักพัก ฉันลองเข้าที่แอพเป๋าตัง ปรากฎว่า เปิดให้ลงทะเบียนได้แล้ว ฉันก็ลงทะเบียนไป แต่ข้อมูลส่วนใหญ่แทบไม่ต้องกรอกอะไรเลย เพราะในแอพเป๋าตัง มีประวัติชื่อนามสกุล เลขบัตรประชาชนแล้ว แต่ใส่ที่อยู่ปัจจุบัน กับ ชื่อบุคคลอื่น และเบอร์โทร เผื่อมีปัญหาแค่นั้นเอง  พอลงทะเบียนเสร็จ เป็นงง!




    อ้าวทำไมไม่เห็นมีให้เลือกวันและสถานที่ฉีัดวัคซีนอะไรเลยล่ะ แล้วอย่างไงต่อ ฉันก็อยู่คนเดียวไม่รู้จะถามใคร ก็เลยโพสต์ลงไปในไลน์กลุ่มพี่น้อง ถามพี่น้องของฉัน ลงทะเบียนกันหรือยัง สักพัก พี่สาวของฉันตอบว่า ได้วันและสถานที่แล้ว  อ้าวทำไมฉันไม่ได้ล่ะ  พี่สาวของฉันบอกว่าให้เข้าเวป ไทยร่วมใจ เลือกสถานที่อีกที

    ฉันไม่น่าประมาทเลย พอกลับไปดูที่ sms มีข้อความตามมาว่า เลขบัตรประชาชนนี้ ให้ลงทะเบียนเลือกสถานที่และวันเวลาใน www.ไทยร่วมใจ.com หรือเปาตัง

    ฉันรีบกลับไปเปิดเวปไทยร่วมใจอีกครั้ง คลิกที่ตรวจสอบข้อมูล/นัดหมาย ใส่เลขบัตรประชาชน และ เบอร์โทรศัพท์ รอรหัส otp 6 ใส่รหัส เข้าไปเลือกสถานที่ และ วันเวลา

    ฉันเลือก สถานที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ตอนใกล้จะบ่าย อะไรกันเปิดตอนเที่ยง ยังไม่บ่ายโมงเลย  จากวันที่ 7 เต็มถึงวันที่ 20 แล้ว เร็วสุดคือ 21 ช่วงบ่าย ฉันก็ลังเลว่าจะเลือกดีไหม หรือเอาเช้าวันที่ 22 ดี ระหว่างที่กำลังคิดอยู่ แค่ไม่กี่วินาที วันที่ 21 เต็มแล้ว เลือกไม่ได้ งั้นก็วันที่ 22 ก็ได้ จะคลิกเลือกเวลาตอนเช้าเต็มแล้ว เมื่อกี้ยังเห็นว่างร้อยกว่าคิวเลย แค่เสี่ยววินาที เต็มแล้ว เร็วสุด ตอนเที่ยง ก็เลยต้องคลิกจองตอนเที่ยงไป  ความรู้สึกเหมือนแย่งกันซื้อตั๋วคอนเสิร์ทนักร้องเกาหลีเลยนะ อะไรจะต้องไวปานนั้น แป๊บเดียวเต็มแล้ว ยิ่งช้ายิ่งได้วันไกลออกไปเรื่อยๆ




    พี่สาวของฉันเล่าวัน พี่เขยลงทะเบียนให้ลูกสาวก่อนคนแรก ได้วันที่ 9 มิ.ย. แล้วก็ลงให้พี่สาวฉัน ได้วันที่ 16 มิ.ย.  แล้วถึงลงให้ตนเองได้วันที่ 21 มิ.ย. เพียงแค่เสียเวลากรอกข้อมูลไม่กี่นาที ยังได้วันที่ห่างกันเลย แทนที่ครอบครัวหนึ่งจะนั่งรถไปฉีดวัคซีนพร้อมกันเลยทีเดียว รอบเดียวจบ กลายเป็นว่าต้องไป 3 รอบ เพราะได้วันห่างกันมาก ทั้งที่ตอนลงทะเบียนใช้เวลาห่างกันไม่กี่นาทีเอง



    ในขณะที่ฉันเป็นคนกลุ่มแรกๆที่รีบลงทะเบียน เพราะไม่อยากฉีดวัคซีนช้า ยิ่งช้ายิ่งเสี่ยง แต่พอฉันถามคนแถวบ้าน ว่าลงทะเบียนหรือยัง ผลก็คือ ยัง บางคนบอกว่า ช้าหน่อยก็ได้ ไม่รีบ รอก่อน  บางคนบอกว่า ไม่ฉีด ไม่อยากตาย  บางคนตอบว่า ยังไม่รู้เลยว่าจะฉีดดีหรือเปล่า 

    ฉันก็สงสัยว่า นี่เรารับข้อมูลข่าวทราบพร้อมกันหรือเท่าเทียมกันหรือเปล่า ทำไมผลการมองวัคซีนต่างกัน ในขณะที่คนหนึ่งอยากได้ อยากฉีด มองเห็นมันคือโอกาส ที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย แต่อีกคนกลับปฎิเสธ  มองเห็นเป็นความเสี่ยง กลัวฉีดแล้วตาย  ไม่กล้าฉีด


    ฉันดูข่าวต่างประเทศแล้ว บอกเลยว่าอิจฉา เห็นเขาสามารถจัดงานประกวดร้องเพลง มีเวทีคอนเสิร์ตได้อีกครั้ง ผู้คนสามารถอยู่ร่วมกันจำนวนมากได้ ดูคอนเสิร์ตได้ สามารถถอดแมสเดินในที่สาธารณะได้ สามารถออกมาท่องเที่ยวได้อีกครั้ง เดินใกล้ชิดกันได้    ในขณะที่ประเทศของเรา ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม ต้องสวมใส่แมสตลอดเวลา แม้แต่ในที่ส่วนตัวอย่างรถยนต์ หรือ แม้แต่กระทั้งในบ้านของตนเอง ที่มีคนอื่นอยู่ร่วมด้วย ต้องหยุดดำเนินกิจการทุกธุรกิจที่มีคนมารวมกันจำนวนมาก   

    โลกของโควิดไม่สามารถไว้ใจลมหายใจของใครได้เลย แม้กระทั้งคนใกล้ตัว ฉันอยากได้โลกใบเดิมกลับมา อยากให้วิถีชีวิตแบบเดิมกลับมา อยากให้ธุรกิจต่างๆกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้ง รวมถึงธุรกิจของตนเองด้วย ที่จะได้เปิดดำเนินกิจการเหมือนเดิมอีกครั้ง ดังนั้น ฉันจึงเลือกที่จะฉีดวัคซีน ไม่คิดจะปฎ้ิเสธเลย แม้ว่ามันจะเสี่ยงก็ตาม ฉันมองว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยง กับผลที่จะได้รับกลับมา 




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in