ไดอารี่ของฉันhui
การมาของไอศกรีม"เนสท์เล่"
  • ตอนที่ไอศกรีม"วอลล์" มาครั้งแรก ถือว่าเป็นการเปิดตลาดใหม่จริงๆ บริเวณนี้ มีร้านค้าทั้งหมด 4 ร้าน มีร้านชำที่อยู่ฝั่งตรงข้าม 1 ร้าน และ เยื้องไปด้านหน้า 1 ร้าน ห่างไปประมาณ 50 เมตร และ เยื้องไปด้านหลัง ห่างไปประมาณ 20 เมตร  ทั้ง 3 ร้านอยู่ฝั่งซ้ายมือ ส่วนร้านของฉันอยู่ฝั่งขวามือเพียงร้านเดียว 

    ตอนนั้นฉันถามวอลล์ ว่าทำไมถึงเลือกมาลงไอศกรีมร้านนี้ เซลล์วอลล์ บอกว่าที่นี่น่าจะขายดีกว่า ตอนลงครั้งแรก ก็ลงตู้เล็ก แล้วก็ขายดี จนเซลล์ขอให้เปลี่ยนตู้ใหม่เถอะ เป็นตู้ใหญ่ ขายดีจน 7-11 เข้ามาในซอยแถวนี้แหละ ยอดขายลงลดเลย

    ส่วนการมาของไอศกรีม"เอเต้" น่าจะเรียกว่า ฟลุ๊ค เพราะน่าจะเดินถามร้านค้าอื่นมาแล้ว โดนปฎิเสธหมด จนมาถึงร้านของฉัน ที่ยินดีลงไอศกรีมที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่ 

    เอเต้ รสชาติไอศกรีมอร่อย โดยเฉพาะพวกเมนู ช็อคโกแลต แต่เอเต้ ไปเน้นพวกไอศกรีมโบราณ มากกว่า ซึ่งก็ขายดีนะ แต่เป็นที่อืื่น ไม่ใช่ที่ร้านของฉัน เพราะแถวนี้เด็กๆไม่ค่อยทานพวกไอศกรีมโบราณเท่าไหร่ ทำให้ตระกูลโบราณทั้งหลาย ลงแล้วแป๊ก ขายช้ามาก จนไม่ค่อยกล้าสั่งมาลงเท่าไหร่  พวกช็อคโกแลต แท่งละ 10 บาทก็ขายดีอยู่ แต่ดันเลิกขายพวกช็อคโกแลต เปลี่ยนมาเป็นหวานเย็น แท่งละ 10 บาทแทน ซึ่งทำได้ไม่ดีนัก เลยส่งผลให้ตอนแรกเอเต้มาขายดีมากๆเลย แต่พอเปลี่ยนเมนู เลิกขายบางตัว แล้วเอาพวกหวานเย็นมาแทน เงียบเหงาเลย ไม่เวิร์คเท่าที่ควร 

    ขอเสียของเอเต้ ก็คือ การตลาด รสชาติไอศกรีมอร่อย เมนูใหม่มา แต่โฆษณาไม่มา ถ้าไม่เชียร์ลูกค้า ก็ไม่ต้องขายเลย เพราะเด็กไม่รู้จัก ป้ายโฆษณาไม่มี ป้ายราคาไม่มา แล้วลูกค้าจะรู้ไหม ทำให้ขายค่อนข้างยาก เวลาไอศกรีมมาใหม่ ต้องออกแรงเชียร์ 

    กว่าป้ายโฆษณา ป้ายราคาจะมา ขายผ่านไป 3-4 เดือนแล้ว พึ่งมา คนกินจนเลิกกินแล้วพึ่งเห็นป้ายราคา  กว่าจะคลอดได้ยากเย็นมาก ต่างกับไอศกรีมวอลล์  ที่มีความเป็นมืออาชีพจริงๆ  ป้ายโฆษณามาพร้อมเซลล์ เชียร์ขายไอศกรีมตัวใหม่ ลงป้ายปุ๊บ สั่งวันรุ่งขึ้นไอศกรีมมาส่งทันที  การตลาด มาพร้อมกับสินค้าใหม่เลย เชียร์ขายง่าย เชิญชวนให้ซื้อมากกว่า 



    ส่วนไอศกรีม"เนสท์เล่" ไม่ยากเลย เพียงแค่หาร้านของคู่แข่งเท่านั้นเอง ที่เซลล์เข้ามาเพราะเห็นป้ายโฆษณาของไอศกรีมวอลล์ จึงทำให้รู้ว่าร้านนี้ขายไอศกรีม

    ฉันถามเซลล์ ทำไมมาวิ่งร้านค้า เพราะไม่เคยเห็นเนสท์เล่เข้ามาเลย เซลล์บอกว่า เขาเป็นเซลล์ขายให้กับโรงเรียน  แต่ช่วงนี้โรงเรียนปิดเพราะโควิด ทำให้ไม่มียอด ก็ต้องมาหาร้านค้าข้างนอก เพราะทำยอดขาย ก็ขับมาเรื่อยๆ หาร้านไอศกรีม เมื่อก่อนไม่เคยเข้ามาในซอยลึกขนาดนี้เลย แต่ตอนนี้ต้องทำ เพื่อหาลูกค้าเพิ่ม 

    ฉันได้ปฎิเสธไป เพราะไม่มีที่จะลงตู้ไอศกรีมเพิ่มแล้ว คือ มีตู้ของวอลล์กับเอเต้ ก็เต็มแล้ว เซลล์ได้เสนอว่า เอาไอศกรีมเอเต้ มาลงที่ตู้ของเนสท์เล่ได้ไหม แบ่งกันคนละครึ่ง ให้เอเต้อยู่ครึ่งตู้ แล้วลงเนสท์เล่แค่ครึ่งตู้ก็ได้ 

    ไอศกรีมเอเต้ ที่ฉันลงในตอนแรกไม่มั่นใจว่าจะขายดีหรือเปล่า จึงลงแค่ตู้เล็กพอ แต่เนสท์เล่ มาเสนอลงไอศกรีมตู้ใหญ่ โดยยินดีแบ่งพื้นที่ให้เอเต้อยู่ด้วย และเนสท์เล่ก็อยู่ด้วย

    เป็นข้อเสนอที่ชาญฉลาดนะ แย่งพื้นที่กัน กินส่วนแบ่งกันแบบนี้เลย ถือว่าเซลล์มีชั้นเชิงที่เก่ง ยอมเสียเปรียบนิดหน่อย เพื่อให้มีพื้นที่ขายมากขึ้น 


    การจะขอตู้ไอศกรีมได้ จะต้องมียอดสั่งซื้อครั้งแรก 3,500 บาท ถึงได้ตู้  แต่กรณีของฉัน สั่งไอศกรีมแค่ครึ่งตู้ เซลล์ยอมให้สั่งไม่ถึง 3,500 บาทก็ได้ ขอแค่ลงตู้ให้ได้ก่อน 

    ฉันยอมรับข้อเสนอ สั่งไอศกรีม แค่ 9 กล่อง ยอดเกือบ 3พันบาท เซลล์ยินดี โดยนัดอีก 2 วันถัดไป จะมาส่งตู้ใหม่ แล้วอีก 2 วันถึงจะมาส่งไอศกรีม 



    ฉันโทรแจ้งให้เอเต้ มาเก็บตู้คืน โดยที่จะยังขายไอศกรีมเอเต้ต่อไป แต่ใส่ในตู้ของเนสท์เล่แทน เซลล์ก็ตกใจเล็กน้อย เก็บอาการเศร้านิดหน่อย ก็ต้องยินยอมตามนั้น โดยพูดเปรยๆว่า อีกหน่อยก็จะโดนเนสท์เล่เอาพื้นที่คืน เหมือนตอนนี้ก็ให้ขายเอเต้ไปก่อน อีกหน่อยก็ลงของเนสท์เล่เต็มตู้  แต่ไม่มีตู้เอเต้ไม่เป็นไร ขอแค่ยังสั่งไอศกรีมก็พอ 

    ฉันแจ้งให้เอเต้ มาเก็บตู้ในช่วงเย็น เพราะตู้ไอศกรีมเนสท์เล่ จะมาในตอนบ่าย จะได้มีเวลาโยกย้ายไอศกรีมทัน  แต่พอถึงเวลาจริงๆ  ตู้เนสท์เล่ มาเที่ยง เซลล์มาพร้อมกับคนขับรถส่งตู้ ช่วยกันย้ายไอศกรีมเอเต้ มาลงที่ตู้เนสท์เล่ จังหวะเดียวกับที่ คนเก็บตู้ไอศกรีมเอเต้ มาตอนเที่ยงคืน ก่อนเวลานัดหมาย ก็ต้องรอนิดนึง ช่วยเปลีั่ยนถ่ายไอศกรีมลงตู้ใหม่ 

    แต่ก็ถือเป็นจังหวะที่ดี เพราะเปลี่ยนตู้ปั๊บ ก็เก็บตู้เก่าไปทันที ไม่ต้องหาพื้นที่พักรอคืนตู้ ทำให้มีเวลาขายไอศกรีมเอเต้ไปก่อน 2 วัน อย่างน้อยก็ลดปริมาณไอศกรีม เพื่อให้มีพื้นที่ในการวางไอศกรีมเนสท๋เล่มากขึ้น 


    เป็นครั้งแรกของฉันที่ลงขายไอศกรีมเนสท์เล่ ดังนั้นฉันจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ไอศกรีมตัวไหนขายดี ตัวไหนขายไม่ดี ฉันก็สั่งมาแต่ตัวราคา 10 บาททั้งหมด ลองขายดู

    สำหรับฉันไอศกรีมเนสท์เล่ เป็นสินค้าใหม่ แต่สำหรับลูกค้า ไอศกรีมเนสท์เล่ ไม่ใช่สินค้าใหม่ เคยกินกันมาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะจาก 7-11 หรือ จากที่อื่น ดังนั้นลูกค้าจะรู้จักดีกว่าฉัน รู้ว่าตัวไหนอร่อย ตัวไหนไม่อร่อย ไม่ต้องเชียร์ ไม่ต้องแนะนำ 

    ต่างกับเอเต้นะ ที่ต้องเชียร์ ต้องแนะนำให้ลอง เพราะใหม่ทั้งคนขายและลูกค้า ลูกค้าก็ไม่เคยลอง ก็ต้องลองดูก่อนเช่นกัน แต่เนสท์เล่ ลูกค้าเคยกินมาแล้ว ชอบมาก่อนแล้ว ดูก็รู้ว่าจะซื้อตัวไหน จึงทำให้ขายง่าย 




    เหมือนสนามแข่งไอศกรีม 2 ตู้อยู่ด้วยกัน  ระหว่าง วอลล์กับเนสท์เล่ มากกว่า ว่าลูกค้าจะเลือกใคร ส่วนเอเต้เป็นแค่ทางเลือก แต่ไม่ใช่คู่แข่ง  ขึ้นอยู่กับว่า ลูกค้ารักใครชอบใคร ก็ซื้ออันนั้นแล้ว  ลูกค้ารู้จักทั้งคู่ เคยกินแล้วทั้งคู่ 

    การมาของเอเต้ ก็สะเทือนวอลล์ไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ฐานลูกค้าวอลล์ก็ยังมีอยู่ ดังนั้นไม่กระทบมากเท่าไหร่ ฐานดีกว่า ส่วนการมาของเนสท์เล่ อันนี้สะเทือนกว่า ไอศกรีมโอวัลติน ที่ว่าขายดี พอไอศกรีมไมโลมา คนก็ไปกินไอศกรีมไมโลเช่นกัน ทำให้ยอดขายไอศกรีมโอวัลตินลดลง 

    ไอศกรีมเนสท์เล่ มีฐานลูกค้าตัวเองอยู่แล้ว การที่ฉันเอามาขาย เป็นการเรียกลูกค้าเนสท์เล่ให้เข้าร้าน ก็ทำให้ยอดขายไอศกรีมต่อวันเพิ่มขึ้น ขายดีขึ้น 


    แต่ฉันพึ่งจะลงไอศกรีมเนสท์เล่ไม่กี่วันเอง ยังไม่เห็นการตลาด โฆษณาหรือแนวทางของเนสท์เล่ ว่าเป็นยังไง จะเหมือนวอลล์ไหม จะดีกว่าหรือแย่กว่าวอลล์ ยังไม่รู้ ยังต้องลองขายไปอีกสักพัก ถึงจะจับทิศทาง หรือสไลต์ของเนสท์เล่ได้ 

    แต่ที่รู้แน่ๆคือ ไอศกรีมเนสท์เล่ขายได้แน่นอน และนำลูกค้าเข้าร้านมากขึ้นด้วย



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in