ไดอารี่ของฉันhui
ผลกระทบโควิด
  • โควิดระบาดรอบแรก มีคำสั่งให้ปิดร้านเกม 3 เดือน เงินชดเชยอะไรก็ไม่ได้ ลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกันก็ไม่ผ่าน ไม่ได้รับเงินเยียวยาใดๆ มาคราวนี้ กทม.สั่งให้ปิดอีก บอกตรงๆว่า คงไม่สามารถทำตามคำสั่งได้ เพราะคนเราจะอดข้าวได้สักกี่มื้อ มันหยุดได้แค่รอบเดียวเท่านั้นนะ ฉันก็ยังเปิดร้านเกมเหมือนเดิม จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบอะไร 

    แต่เมื่อ 2-3 วันก่อน มีข่าวมาว่า คนในหมู่บ้าน ติดโควิด เธอทำงานอยู่ในโรงพยาบาลศิริราช ติดมาจากเพื่อนร่วมงาน พอข่าวออกมาเท่านั้นแหละ ลือทั้งหมู่บ้าน ฉันโดนผลกระทบอย่างจังเลย

    เพราะเธอเคยมาใช้บริการซักผ้าตู้หยอดเหรียญ แล้วลูกชายของเธอวัย 8 ขวบ ก็มาวิ่งเล่นที่ร้านประจำ แม้ว่าจะไม่เคยเล่นเกมคอมก็ตาม  แค่นี้ก็ทำให้ลูกค้าหายแทบหมดร้าน  แม้ผลการตรวจโควิดออกมาว่า ลูกชายของเธอไม่ติดโควิดก็ตาม ก็ยังไม่มีใครกล้ามา ตอนนี้ก็กักกันตัวอยู่บ้าน 14 วันไม่ได้ออกมาข้างนอกแล้ว 

    ไม่ต้องปิดร้านเกม ก็เหมือนโดนปิดไปโดยปริยายด้วยสถานการณ์ ไม่มีเด็กเข้าร้านเลย คนที่รู้ข่าวก็ไม่มา เหลือแค่คนที่ไม่ค่อยตามข่าวหรือว่าไม่รู้ข่าวลือในหมู่บ้านเท่านั้น ที่ยังหลงมาใช้บริการบ้าง

    หัวหน้าหมู่บ้าน มาฉีดยาฆ่าเชื้อให้ที่ร้าน เพราะมีคนไปแจ้งว่า คนที่ติดโควิดเคยมาใช้บริการที่นี่  มีลูกค้าบางคนถามฉันว่า ฆ่าเชื้อเครื่องซักผ้าหรือยัง พ่อแม่เด็กๆก็สั่งห้ามไม่ให้มาร้านเกม เพราะลูกชายคนที่ติดโควิด มาวิ่งเล่นที่นี่  ตัวฉันไม่ได้ติดโควิดนะ แต่เหมือนโดนรังเกียจจากสังคมอย่างมาก ร้านเงียบไปเลย 2 วัน

    ฉันต้องบอกลูกค้าว่าฉีดยาฆ่าเชื้อแล้ว แล้วฉันก็มีน้ำยาฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดทุกอย่าง เช็ดหมดทุกอย่างแล้ว ฆ่าเชื้อทุกวัน ปลอดภัย ทำให้บางคนกล้ากลับมาซื้อของบ้าง  เมื่อก่อน บางคนก็ใส่แมสมาบ้าง ไม่ใส่บ้าง แต่ตอนนี้คนที่มา ใส่หน้าแมสกันทุกคนเลย ตัวฉันเอง เมื่อก่อนก็ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง เพราะบางทีก็รำคาญ หายใจไม่ออก แต่ตอนนี้ ต้องใส่แมสเวลาขายของ เพื่อความสบายใจของลูกค้า ก็ต้องแสดงให้ดูว่าเราป้องกันนะ 

    ไม่ใช่แค่รายได้ตกนะ แต่หายไปเลย 2 วัน วันนี้ค่อยยังชั่วหน่อย ดีขึ้นมาบ้าง แต่ยังเงียบๆอยู่ เด็กบางคนเริ่มกลับมาดูลาดราว มามองๆถามๆ มีใครมาเล่นเกมหรือเปล่า แต่ตัวเองยังไม่กล้าเล่นะ แค่มาดูสถานการณ์เฉยๆ  เด็กบางคนที่เคยมาซื้อขนมประจำ วันนี้เจอพ่อของเขามาซื้อแทน ก็ถามหาว่าลูกไปไหน เขาตอบว่าให้อยู่บ้าน ยังไม่อยากให้ออกมา ก็เลยมาซื้อให้ลูกแทน 

    สถานการณ์มันเหมือนที่นี่เป็นแหล่งแพร่เชื้อมาก ทั้่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย แค่เคยมา เราก็ผิดแล้ว แค่ข่าววันเดียว ทำเอาฉันต้องใช้เวลาหลายวันในการฟื้นคืนลูกค้าเลย หลายคนยังไม่กล้ามาซื้อของเลย 

    ไทยชนะ ฉันไม่กล้าลงทะเบียนเลย แม้ว่าจะได้รับผลกระทบก็ตาม เพราะขนาดคราวที่แล้ว 5,000 ยังไม่ผ่านเลย เพราะ ตอนขอข้อมูลเพิ่ม ถามมีภาระต้องจ่ายอะไรไหม ก็ไม่มี บ้านไม่ได้เช่า รถไม่ได้ผ่อน ลูกไม่ได้เลี้ยง มันดูไม่ได้น่าสงสารอะไรเลย  แล้วก็ไม่ใช่ลูกจ้างอีก เป็นเจ้าของกิจการ ดังนั้นไม่จนพอจะได้รับเงินเยียวยา  แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้รับกระทบนะ รายได้หายไปเห็นๆเลย กระทบอย่างจัง  

    แต่จะให้ไปกู้เงินธนาคาร ก็ไม่อยากเป็นหนี้ จะหาเรื่องใส่ตัวทำไม  รายได้ไม่ได้มากพอจะมีเงินใช้หนี้ธนาคารนะ ดังนั้นการไม่นำตนไปกู้หนี้ เพิ่มภาระให้ตนเอง จะเป็นเรื่องที่ดีกว่า ไม่มีรายได้ ดีกว่ามีหนี้ต้องจ่าย



    ตอนแรกก็ยังดีๆอยู่ อยู่ดีๆกิจการก็ป่วยเฉยเลย ต้องมาเยียวยาตนเองอีก ไม่ใช่เพราะโควิดนะ เพราะข่าวเรื่องโควิดต่างหาก น่าจะจนไปอีกหลายวัน กว่าจะเรียกลูกค้าคืนมาได้ 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in