ไดอารี่ของฉันhui
สรุปปลายปี 2563
  • ปีนี้อาจจะเป็นปีที่แย่สุดๆของใครบางคน แต่ไม่ใช่ฉัน เรียกว่า ยังก็รอดมาได้อีกปี 

    เมื่อปลายปีที่แล้ว ฉันคิดจะทำสนามเด็กเล่น บนชั้น 2 ของบ้าน แต่ดูเหมือนอะไรๆก็ไม่เอื้ออำนวย ตั้งแต่คนช่วยย้ายของ กว่าจะย้ายได้ก็เรียกอยู่นาน แล้วก็ขนย้ายได้แค่ครึ่งๆกลางๆ ไม่สำเร็จ ทุกวันนี้ ของยังคาๆอยู่เลย  คุยกับพี่ๆก็ไม่ค่อยเห็นด้วย คนสนับสนุนก็ไม่มี แล้วทุนก็ไม่มี เรียกว่ามีแต่ไอเดีย แต่ทำไม่สำเร็จ 

    แล้วก็มาเจอโควิดเข้า จบทุกอย่าง เลิกคิดทำสนามเด็กเล่นได้เลย  ขนาดร้านเกมส์ก็ยังโดนสั่งหยุดดำเนินกิจการ 4 เดือนกว่า แต่โชคดีที่พี่ชายแนะให้ขายทอง ก็ปลดหนี้สินเก่า ตั้่งแต่เริ่มล็อคดาวน์ แล้วก็เลิกจ้างแม่บ้าน ลดค่าใช้จ่าย กินใช้ประหยัดหน่อย มีรายได้เสริมจากการขายของ และ ตู้น้ำ เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ก็ช่วยให้มีเงินจ่ายค่าน้ำไฟ ผ่านพ้นมาได้ 

    ประสบการณ์ในอดีตเคยสอนฉันมาแล้ว อย่าทำธุรกิจตัวเดียว เพราะในยามที่มันร่วง อย่างน้อยเราก็ยังมีอีกอย่างช่วยพยุงเอาไว้  ในวันที่ร้านเกมส์ต้องปิด ส่วนของร้านค้าก็ยังขายของได้ ในวันที่ ธุรกิจเติมเงินมือถือ คนเติมเงินน้อยลง เพราะไปใช้เน็ตมากขึ้น แล้วเน็ตเติมแค่เดือนละครั้งเอง รายได้เติมเงินลดลง อย่างน้อย ฉันก็มีร้านได้จากการรับฝาก-โอนเงิน เข้ามาแทนที่ 

    นอกจากอย่ามีรายได้ทางเดียวแล้ว ก็อย่าเก็บเงินกระเป๋าเดียว เพราะในวันที่มันหายไป เราจะไม่เหลืออะไรเลย อย่างน้อยก็ต้องมีเงินเก็บไว้ 2-3 บัญชี หรือ 2-3 รูปแบบ  เพราะในวันที่ไม่มีเงิน  กองทุนก็เจ๊ง คัวเลขแดงเถือก  อย่างน้อย ทองก็ขึ้น  ขายทองแลกเป็นเงินมาได้ 


    แล้วต้องอยู่ให้ได้ รอจนกว่าลูกค้าจะกลับมา กว่าลูกค้าจะกลับมาจริงๆเหมือนเดิม ก็ปาเข้าไปเดือน พ.ย. แล้ว พึ่งจะมายุ่งๆขายดี ก็ปลายปี พ.ย.-ธ.ค. ฉันคืนกำไรให้กับลูกค้าเต็มที่ ในช่วงปีใหม่ ทั้งให้ของขวัญจำนวนมาก ลงทุนไปเยอะ แล้วก็จัดงานคริสมาสต์ จับฉลาก แจกของขวัญ เหนื่อยนะ 

    ฉันถือว่าในช่วงเวลาที่แย่ๆ ลูกค้ายังไม่ทิ้งเรา ยังมาซื้อของ มาใช้บริการกับเรา เราก็ให้เต็มที่กับเขาด้วย ไม่ได้เสียดายเงินเลย กับของที่แจกไป เหนื่อยก็ทำเต็มที่ เพื่อให้ออกมาดี ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี ฉันก็ดีใจ 

    แต่ก็แอบหวั่นใจกับการระบาดรอบใหม่ หวังว่าจะไม่กระทบกับธุรกิจมากนัก หวังว่าผู้คนยังคงใช้ชีิวตได้ตามปรกติ ออกมาจับจ่ายซื้อของกันบ้าง อย่าเงียบเหมือนเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาเลย 



    ฉันเติบโตมากับการทำงานค้าขายที่พบเจอผู้คน งานของฉันเป็นการขายสินค้า ที่เป็นสินค้าและเป็นบริการที่พบเจอผู้คน  ถ้าโควิดมา แล้วจะไล่ให้ฉันไปขายออนไลน์แทน มันแทนกันไม่ได้ ฉันเคยลองขายออนไลน์แล้ว ไม่ถนัด ไม่เก่ง และไม่ชอบมากกว่า  อย่าหาว่าฉันไม่ปรับตัวเลยนะ  ไม้แก่มันปรับไม่ไปแล้วมากกว่า 

    แต่ฉันเป็นนักช๊อปออนไลน์เลยนะ ปีนี้ฉันซื้อของในช๊อปปี้แทบทุกอย่าง ยกเว้นเสื้อผ้า นอกนั้นซื้อในเน็ตเกือบหมด ห้างแทบไม่ได้ไปเลย นานๆไปที ซื้อแต่เสื้อผ้า เรียกได้ว่า ฉันห่างไกลความศิวิไลซ์เลยพอสมควรในช่วงนี้ ไปเดินห้างที เจอร้านอาหารใหม่ๆไม่รู้จักเลย เริ่มเข้าไปอยู่หลังเขาพอสมควร





    ถ้าพูดถึงเรื่องงาน ฉันมีความเป็นมืออาชีพและเอาตัวรอดมาได้ แม้ว่าจะไม่ดีนักก็ตาม แต่ก็ไม่ตายคาโควิดละกัน  แต่พอพูดถึงเรื่องความรัก เป็นอะไรที่พ่ายแพ้มาก 

    ก่อนหน้านี้ เขามัวแต่งอน ทำเป็นไม่สนใจ ไม่คุย ไม่มาเจอฉัน แล้วพอตอนนี้โควิดมา เป็นไงล่ะ อยากเจอแทบตายก็ไม่ได้เจอ  คนเราไม่รู้อนาคตจริงๆ ถ้าเขารู้ว่า โลกนี้จะหยุดเดินทาง จะไม่มีโอกาสบินมาเจอกันอีก เขาจะงอน ไม่สนใจฉัน ในช่วงปีแรกๆหรือเปล่า จะเล่นตัวขนาดนี้หรือเปล่า ตอนมีโอกาสเจอไม่มาเจอ ตอนไม่มีโอกาสดันอยากเจอ   อันที่จริงปีนี้ดีนะ เพราะเราไม่ทะเลาะกันเลย ไม่งอนกันหนักมาก ไม่เงียบหาย ความสัมพันธ์ราบร่ื่นดี แต่ไม่มีโอกาสได้เจอกัน

    ชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาวนักหรอกนะ ฉันใช้ชีวิตปรกติทุกอย่าง แต่มีบางอย่างในตัวฉันมันไม่ค่อยปรกตินัก ที่ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันอาจจะอายุไม่ยืนยาวก็ได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่เหมือนมีระเบิดเวลาอยู่ในตัว แค่นั้นเอง  วันนี้ยังเป็นแค่เนื้องอก ตัดไปแล้วก็มาใหม่ วันหน้า ไม่รู้วันไหน จะกลายเป็นมะเร็งเข้าสักวัน เวลาชีวิตก็เหลือน้อยลงทุกวันๆ แก่ขึ้นทุกวันๆ  ยังไปไม่ถึงวันที่สมหวังจริงๆสักที จะเหลือโอกาสที่ได้อยู่ด้วยกันจริงๆกี่ปี กี่วันก็ไม่รู้

    งานย้ายขึ้นออนไลน์ไม่ได้ แต่ความรักทำได้แค่ออนไลน์ คุยได้แค่ในเน็ต ยังไม่รู้ว่าวันไหนจะได้เจอกัน  ที่คาดว่าวัคซีนจะได้ปีหน้า แต่เมื่อไหร่ของปีหน้าล่ะ ปลายปีหน้า หรือปีถัดไป ก็ยังต้องรอกันต่อไป จะได้ฉีดเป็นลำดับที่เท่าไหร่ของประชากร 60 ล้านคนก็ไม่รู้ ( ถอนหายใจแป๊บบบบ... )

    โควิดปีนี้จึงไม่ได้กระทบแค่เรื่องงาน แต่กระทบถึงความรัก ความสัมพันธ์ด้วย 


    ฉันยังไม่ได้คิดตั้่งเป้าหรือวางแผน หรือโครงการอะไรเลย เกี่ยวกับปีหน้า  ยังไม่รู้จะคิดอะไร ตอนนี้คิดแค่อยากจะพักผ่อนปีใหม่นี้ก่อน  วันหยุดปีใหม่นี้ ไปไหนไม่ถูกเลย จะไปเที่ยวก็กลัวโควิด จะกินข้าวในร้านอาหารก็ยังกังวลใจ จะกินที่ร้าน หรือ สั่งมากินที่บ้านดี  ต้องรอดูว่า ทีวีจะประกาศที่ไหนติดโควิด จะปิดที่ไหนอีกบ้าง  ตามข่าวมากก็เหนื่อยใจ กลัวมากก็ประสาทกิน

    หน้ากากอนามัย ต้นเดือน ธ.ค. ฉันไปเดินสำเพ็ง กล่องละ 50 บาท พอโควิดมา วันก่อนดูข่าว ขึ้นไป 120 บาทแล้ว ยังไม่ได้เข้าสำเพ็งไปดูราคาเองเลย ว่าตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว ราคาขึ้นลงตามกระแสจริงๆ ผู้คนกลับมาใส่กันมากขึ้่นในช่วงนี้ 


    หวังว่าปีหน้าอะไรๆจะดีขึ้นนะ มีกำลังใจเยอะๆ มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายใจ วัคซีนใจสำคัญกว่าวัคซีนกาย ฉีดให้ตนเองเยอะๆ ผ่านพ้นปีนี้ไปได้ ก็ไม่มีอะไรยากกว่านี้แล้ว  "สวัสดีปีใหม่ 2564"

     
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in