ไดอารี่ของฉันhui
ญาติเสีย
  • เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฉันไปเยี่ยมน้าสาวที่โรงพยาบาล วันที่ 26-11-63 พอวันที่ 27 น้าสาวก็ออกจากโรงพยาบาล หมอบอกว่ากลับบ้านได้ ฉันรีบเตรียมเตียงคนป่วย จ้างคนมาช่วยขนย้ายจากบนบ้าน ลงมาประกอบส่งถีงหน้าบ้าน แบบพร้อมใช้งานเลย เป็นเตียงคนป่วยที่ซื้อไว้เมื่อตอนที่แม่ของฉันป่วย ใช้อยู่ไม่นานก็เสีย เก็บมา 15 ปี พลาสติกที่หุ้มยังอยู่เลย เอามาให้น้าสาวใช้ได้แค่ 3-4 ก็จากไปแล้ว เสียเมื่อตอนเย็นวันที่ 30 เรียกว่ากลับมาบ้านเย็นวัน ศุกร์ แล้วก็ตายเย็นวันจันทร์  หมอที่โรงพยาบาลศิริราชก็ดี โทรมาสอบถามอาการทุกวัน ก็บอกว่าใกล้แล้ว แต่คำว่าใกล้ของหมอ คือไม่รู้วันไหน แล้ววันสุดท้ายก็มาถึงจริงๆ 

    เรียกว่าหลังผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะ 3 อยู่มาได้ประมาณ 1 ปี ทำการรักษาคีโมได้อย่างเดียว อยู่ไม่ถึงฉายแสง อาการทรุดหนักจริงๆ ประมาณเดือนตุลา หลังกินเจ เรียกว่า เดือนเดียวหลังเข้าระยะที่ 4 มะเร็งกระจายทั่วร่างกายแล้วก็ตาย สภาพแห้งตาย เหลือแค่หนังหุ้มกระดูก เพราะกินอะไรไม่ได้เลย

    งานศพจัดเพียงแค่ 3 วัน เพราะติดวันที่ 5 เป็นวันหยุด ไม่สามารถนำอัฐิไปลอยอังคารได้ จึงจัดแค่ 3 วัน 1-3 ธ.ค. เพื่อให้วันนี้ วันที่ 4 นำอัฐิไปลอยอังคารที่กลางทะเลได้ พี่สาวของฉันได้ติดต่อขอเรือของทหารเรือนำออกทะเล ไปลอยอังคาร ที่เดียวกับที่สามีและลูกชายคนโตที่เสียก่อนหน้านี้ เคยนำมาลอย จะได้ไปอยู่ด้วยกัน

    งานศพจัดเล็กๆ ตัวลูกชายกับลูกสาวของเขาาจริงๆ ไม่ค่อยบอกใครหรอก เก็บเงียบมาก เป็นบ้านที่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร มีอะไรก็ไม่บอกใคร แต่ว่า ตรงกันข้ามกับบ้านของฉัน ที่มีอะไรพี่น้องมักจะบอกกัน พอข้างบ้านมาบอกว่า น้าเสียแล้ว ฉันก็แจ้งที่ไลน์กลุ่มครอบครัวทันที พี่สาวกับพี่ชายของฉัน รีบมาที่บ้านของฉันเพื่อช่วยเคลียร์การจัดงานศพ  จองวัด นัดเรือให้เรียบร้อย แจ้งญาติพี่น้องที่ยังเหลืออยู่


    ยายของฉันมีลูก 11 คน ตอนนี้เหลือลูกแค่ 4 คน ผู้หญิง 2 ชาย 2 แต่ผู้หญิง 2 คน เขาทะเลาะกัน แจ้งให้ทราบแล้วแต่ไม่มา เหลือพี่ชาย 2 คน ที่ยังมาร่วมงาน พร้อมกับลูกๆของเขา และครอบครัวของฉัน แม้ว่าแม่ที่เป็นพี่สาวจะเสียไปแล้ว แต่พี่น้องของฉันก็สนิทกับน้าสาวเป็นอย่างดี มาร่วมงานทุกคน  เช่นเดียวกับครอบครัวของน้าชายอีกคนที่เสียไปแล้ว เมียกับลูกๆของเขาก็มา  

    ในงานศพ มีญาติฝั่งพ่อนิดหน่อย และญาติฝั่งแม่ที่เสีย เยอะหน่อย แล้วก็เพื่อนร่วมงานของลูกสาว และเพื่อนของลูกชายอีกนิดหน่อย  ข้อเสียของการที่เวลาไปไหน หรือว่ามางานญาติฝั่งตนเอง ไม่ได้นำลูกมาด้วย ทำให้งานนี้ ตัวลูกสาวไม่รู้จักญาติของตนเองเลย และไม่มาคุยกับญาติพี่น้องของแม่ด้วย ก็จะคุยกับเพื่อนร่วมงานที่ตนเองรู้จักมากกว่า ไม่รับแขกที่เป็นญาติเลย รวมถึงเพื่อนบ้านด้วย  ทำให้ครอบครัวของฉันที่สนิทกับครอบครัวของน้าชาย คุยกันเอง ต้อนรับกันเอง เหมือนเป็นงานพบญาติ ได้เจอกันอีกครั้ง  ส่วนเพื่อนบ้านที่ไปก็ไปเพราะรู้จักน้าสาว แต่ก็ไม่ได้รับการต้อนรับจากเจ้าภาพเท่าไหร่ ไม่มีการมาคุยกับเพื่อนบ้านที่ไปร่วมงานเลย  ลูกชายที่ทักทายกันนิดหน่อย รู้จักเพื่อนบ้านบ้าง 

    งานมีการสวด 2 รอบ เพื่อเป็นการทดวัน ให้ได้ 5 วัน ภายใน 3 วัน แล้วก็เผาในวันที่ 3  งานนี้ไม่มีการเก็บอัฐิไว้บูชา หรือกราบไหว้ เผาเสร็จ นำไปลอยอังคารทั้งหมด ไม่มีเก็บกระถางธูปเอาไว้ เหลือแค่รูปถ่ายเป็นที่ระลึก คิดถึงอย่างมากก็ทำบุญไปให้ ไม่มีประเพณีจีนกราบไหว้ใดๆ 


    หลังงานศพทั้ง 3 วัน มีการรวมตัวกันของญาติๆ ลูกของน้าชายที่โตมาด้วยกัน รู้จักกัน มีการนัดทานข้าวกัน ระลึกความหลังกัน เพราะเราไม่ได้เจอกันสักพักใหญ่แล้ว จบงานนี้ ทำให้มีการขอแลกไลน์กัน และทำกลุ่มญาติหลานอาม่ากัน เพราะถ้าหมดรุ่นพ่อแม่แล้ว พวกเราจะห่างกันไปเลย ไม่รู้จักกันแล้ว จึงรวมตัวกันในกลุ่มไลน์ไว้หน่อย 

    ตัวฉันเองก็สนิทกับน้าสาว เพราะเอาของกินมาให้ทานบ่อย บ้านอยู่ติดกัน ก็แวะมาหาฉันบ่อย บ้านของฉันมีงานอะไร น้าก็ไปร่วมทุกงาน สนิทกับพี่น้องของฉันทุกคน แต่ตัวลูกชายกับลูกสาวเขา ไม่เคยมาร่วมงานกับครอบครัวของฉันเลย  ฉันก็ไม่ได้สนิทเท่าไหร่  หลังจากน้าเสียไปแล้ว อีกหน่อยเราก็คงไม่ได้คุยกัน เป็นคนแปลกหน้ากันไปแล้ว เป็นญาติที่ห่างเหิน แม้ว่าบ้านจะติดกันก็ตาม   พรุ่งนี้ฉันก็นัดช่างให้มาช่วยถอดเตียงเก็บออกจากบ้านของเขา หลังจากนี้ก็คงไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่แล้ว  ไม่ใช่ว่าฉันไม่คุยกันนะ แต่ว่าบ้านเขาไม่ชอบคุย ไม่ชอบยุ่งกับคนอื่นมากกว่า ปิดบ้านเงียบ






    หมดงานญาติแล้ว ฉันก็มายุ่งกับงานตัวเองดีกว่า ช่วงนี้ใกล้ปีใหม่แล้ว ฉันลงทุนซื้อกระเป๋าสารพัดแบบ หลายลายมาก ทั้งแบบผู้หญิง ผู้ชายและเด็ก  ร้อยกว่าใบ หมดไปเกือบ 5 พันบาทแล้ว ยังไม่รู้ว่าพอหรือเปล่าเลย อาจจะต้องซื้อเพิ่มอีก เป็นสองร้อยใบ  เพราะคนแถวนี้เยอะ ต้องแจกให้ทั่วถึง จะให้คนโน้นได้ คนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่อง แบบพี่ได้แล้ว ทำไมน้องไม่ได้ จึงต้องแจกทั้งพี่และน้อง และรวมถึงพ่อและแม่ด้วย ไม่งั้นลูกได้ พ่อแม่ก็ต้องได้ด้วย ทำให้ครอบครัวหนึ่งอาจจะได้กระเป๋าหลายใบ

    ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจปีนี้จะไม่ดีเท่าไหร่ ซบเซาไปหลายเดือนมาก ตั้งแต่มีนา พึ่งจะมาฟื้นพฤศจิกา แต่ก็ต้องขอบคุณลูกค้า เพราะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจแย่ ก็ยังมาอุดหนุน มาช่วยสร้างรายได้ ให้เอาตัวรอดมาได้ และ เพื่อเป็นการรักษาลูกค้าให้อยู่ต่อไปในอนาคต  การให้ของขวัญปีใหม่ จึงเป็นสิ่งจำเป็น 

    ทำแล้วก็เหนื่อยนะ ในการเตรียมของ ต้องมาเปลี่ยนถุงใส่ จากถุงพลาสติกธรรมดาที่ใส่กระเป๋ามา เป็นถุงแก้วสวยงาม ดูดีมีราคา แล้วก็ทำสติ๊กเกอร์ป้ายสวัสดีปีใหม่ ของร้าน พร้อมคำอวยพร แปะหน้าของขวัญ ทำเป็นร้อยชิ้นเลย  จะเริ่มแจกของขวัญวันที่ 10-30 ธันวานี้ 

    ของขวัญมีให้ลูกค้าคนละ 1 ชิ้นเท่านั้น ได้กระเป๋าเพียงคนละใบ แต่เทศกาลปีใหม่ทั้งที เวลาลูกค้ามาซื้อของ จะแจกลูกอมด้วย งานนี้ได้อมกันทั้งเดือนเลย ซื้ออะไรก็แถมลูกอมหมด เพื่อเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข อมแล้วยิ้ม  ดังนั้นนอกจากของขวัญแจกแล้ว ก็ยังมีลูกอมที่ต้องเตรียม  รวมถึงจะแต่งร้านเพื่อรับปีใหม่อีก ทำให้ไม่ค่อยเหลือเวลาเท่าไหร่ ยุ่งทั้งวัน 


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in