ไดอารี่ของฉันhui
ความสำเร็จขั้นกว่า
  • บางครั้งคนเราก็มีคำถามกับตนเองว่า "เมื่อไหร่ฉันจะประสบความสำเร็จ" หรือ บางคน อาจจะตั้งความหวังเอาไว้ว่า "ฉันจะต้องประสบความสำเร็จก่อนอายุ 30 ให้ได้" ตั้งเป้าเอาไว้เลย 

    แล้วความสำเร็จที่ว่า "คืออะไร"  มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี มีเงินเป็นล้าน หรือได้เที่ยวรอบโลก ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก เป้าหมายและความสำเร็จของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน 

    แล้วหลังจากประสบความสำเร็จแล้ว แล้วไงต่ออะ ?? จะทำอะไร  ได้เป็นผู้จัดการแล้วไงต่อ ได้มีกิจการของตนเองแล้วไงต่อ  เก็บเงินได้ 1 ล้าน แล้วไงต่อ ได้ไปเที่ยวต่างประเทศแล้วไงต่อ ได้แต่งงานแล้วไงต่อ

    ชีวิตมันมีอะไรหลังจากประสบความสำเร็จบ้าง มีความสุขขึ้นไหม มีชีวิตที่ดีกว่าเดิมไหม มีเงินมากมายแล้วสุขสบายไหม มีแฟนแต่งงานแล้วความรักดีกว่าเดิมไหม 



    บางครั้ง กว่าชีวิตจะไปถึงความสำเร็จได้ ช่างยากเย็น เลือดตาแทบกระเด็น กว่าจะสอบได้ กว่าได้เลื่อนตำแหน่ง กว่าจะมีธุรกิจของตนเอง กว่าจะเก็บเงินได้เป็นล้าน กว่าจะได้เดินทางไปเที่ยวตามฝัน 

    ความยากลำบากในการเริ่มต้นว่ายากแล้ว การรักษาความสำเร็จนั้นไว้ ยากกว่า เพราะชีวิตไม่ได้มีแต่ขาขึ้น มันมีขาลงด้วย ยิ่งปีนสูงเท่าไหร่ ยิ่งตกเจ็บมากเท่านั้น  ยิ่งมีเงินล้าน แล้วเวลาที่ต้องสูญเสีย หรือเสียหายก็เป็นหลักล้านเช่นกัน  สมมุติลงทุนไป 5 ล้าน ตอนขาดทุนอาจจะเป็น 10 ล้าน ก็ได้   หรือวางแผนท่องเที่ยวเก็บเงินเป็นปี เพื่อเดินทางไปเที่ยวยุโรปหรืออเมริกา จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ล่องเรือ ทุกอย่างไว้หมดแล้ว เจอโควิดเข้าไป ปิดประเทศ ต้องยกเลิกทุกอย่าง บางอย่างอาจจะได้เงินคืน แต่บางอย่างต้องสูญเงินไปฟรีๆ 

    สิ่งที่คู่กับความสำเร็จ ก็คือ ความล้มเหลวที่อาจจะตามมา แต่ทุกจังหวะชีวิต มีขึ้นและมีลง แล้วแต่ว่าจังหวะไหนจะสั้นหรือจะยาว  ความสำเร็จที่ยาวนาน หรือ ความสำเร็จระยะสั้นๆ ความล้มเหลวก็เช่นกัน จะเพียงระยะเวลาสั้นๆ หรือต้องอยู่กับมันยาวนาน กว่าจะฟื้นขึ้นมาได้  เคยมีงานทำ แล้วตกงาน กว่าจะมีงานทำอีกครั้ง ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ความเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากัน




    ฉันเป็นคนเจน X ที่กำลังเฝ้ามองคนเจน B หรือ เบบี้บูม ที่กำลังเข้าสู่วัยชรา เพื่อมองหาอนาคตตนเอง  คนเจน X อย่างฉัน ผ่านมาทั้งยุครุงเรือง และ ตกต่ำ ผ่านช่วงเวลาชีวิตที่ขึ้นๆลงๆมาแล้ว แต่ก็ยังอยากรู้ว่าชีวิตต่อไปจะเป็นยังไง 

    ถ้าให้ฉันมองคนรอบตัว ที่กำลังเข้าสู่วัยชรา บางคนยังคงทำงานหนักเหมือนเช่นเดิม ยังคงใช้ชีวิตที่ไม่ต่างกับตอนหนุ่มสาว เคยทำงานอะไร ก็ยังคงทำงานนั้นๆอยู่  ในขณะที่บางคนเกษียณตนเองแล้ว ไม่ทำงาน อยู่บ้านเฉยๆ เลี้ยงหลาน ใช้ชีวิตไปวันๆ  หรือ บางคนก็เข้าออกโรงพยาบาลแล้ว นอนติดเตียงแล้ว และ บางคนก็ตายก่อนที่ผมจะหงอกด้วยซ้ำ 




    ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ โจ ไบเดน จะเข้ารับตำแหน่งในต้นปีหน้า ในวัย 78 ปี ในขณะที่คนอื่นๆพากันเกษียณหมดแล้ว หรือตายกันก่อนหน้านี้แล้ว แต่เขาไม่ใช่เพียงแค่ทำงานไปวันๆ แต่กำลังก้าวสู่ความสำเร็จขั้นกว่า 

    เราจะรู้ได้ยังไงว่า ความสำเร็จจะมาถึงในเราในช่วงอายุเท่าไหร่  ถ้าความสำเร็จของนาย โจ ไบเดน ในวัย 29 ปี ที่ได้เป็นสมาชิกวุฒิสภาที่อายุน้อยที่สุดนั้น เรียกว่าความสำเร็จ ก็คงเป็นความสำเร็จที่เริ่มต้น หรือ เพียงแค่ก้าวแรก  การได้เป็นรองประธานาธิบดี สมัย บารัค โอบามา ในวัย 66 ปีเรียกว่า ความสำเร็จในชีวิตแล้ว  การได้เป็นประธานาธิบดี ในวัย 78 ปี ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จขั้นกว่า 

    แต่ชีวิตคนเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ความสำเร็จสูงสุดจริงๆจะมาถึงเมื่อไหร่  เราต้องรอจนอายุ 78 ปีหรือเปล่า หรือตายก่อนถึงวันที่ความสำเร็จสูงสุดจะมาถึง  เราต้องมีอายุยืนยาวเท่าไหร่ เพื่อรอวันที่จะประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต 

    คนบางคนอาจจะประสบความสำเร็จได้เร็วกว่าคนอื่นๆ แต่นั้นคือประชากรส่วนน้อยของโลก เช่น มาร์ก ซัคเคอร์เบิิร์ก ที่ประสบความสำเร็จในวัย 28 ปี   แต่นั้นอาจจะเป็นเพียงความสำเร็จแรกของเขาก็ได้ เพราะชีวิตยังอีกยาวไกล อนาคตเรายังไม่รู้ว่า เขาจะมีความสำเร็จขั้นกว่า หรือ ความสำเร็จสูงสุดจริงๆ รออยู่เมื่ออายุเท่าไหร่   เช่นเดียวกับ อีลอน มัสก์ ที่เขาประสบความสำเร็จในวัย 28 ปี เป็นเจ้าของ Paypal แต่ความสำเร็จนั้นก็แค่เริ่มต้น เพราะในวัย 49 ปี เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของโลกแล้ว จากหุ้นเทสลา แซงหน้า บิลล์ เกตส์ แต่ความสำเร็จขั้นกว่า รอเขาอยู่  อนาคต เขาอาจจะได้เป็น มหาเศรษฐีอันดับ1 ของโลกก็ได้ แซงหน้า เจฟฟ์ เปโชส ในช่วงอายุเท่าไหร่ ก็ต้องรอดูต่อไป 


    ชีวิตมีก้าวต่อไปเสมอ มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะหยุดเดินเมื่ออายุเท่าไหร่  เห็นโจ ไบเดน วิ่งเหยาะออกมาพูดปราศัยหน้าเวที แสดงความแข็งแรงของชายวัย 78 ปี  แล้วมองข้างบ้านซิ อาแตะวัย 75 ปี เดินช้าๆ ค่อยๆก้าวทีละก้าวแล้ว อยู่โดดเดี่ยว ใช้เงินอย่างประหยัด กลัวตังค์จะหมดก่อนตาย  

    เราจะอยากเกษียณอายุในวัย 60 ปี เพื่อไปนอนอยู่บ้านเฉยๆ หรือเพื่อไปใช้ชีวิตตามฝัน ท่องเที่ยว ปลูกผัก เลี้ยงปลา มีชีวิตไปวันๆ  หรือ จะทำงานต่อไป หลังเกษียณ เพื่อเป็นนายกเหมือนลุงตู่ เป็น รัฐมนตรี เป็น สส. เป็นที่ปรึกษา เป็นอะไรที่มากกว่าที่เคยเป็น

    ชีวิตคนแก่ไม่ได้จบลงที่ 60 แล้วเกษียณไม่ทำงาน กิน นอนอยู่บ้าน ไม่มีอนาคต ไม่มีงานทำ  เราคิดว่า มันยังไปต่อได้  ความสำเร็จที่คิดว่าเคยผ่านพ้นไปแล้ว เลยยุครุ่งเรืองมาแล้ว มันสามารถที่จะก้าวต่อไป เพื่อความสำเร็จขั้นกว่า  เพราะตราบใดที่ยังไม่ตาย  ความสำเร็จสูงสุดในชีวิต อาจจะยังรอเราอยู่ก็ได้ เหลือเพียงแค่ เราจะอยู่ถึงวันนั้นหรือเปล่า หรือตายก่อนที่จะได้เห็นมัน 


    อย่าพอใจกับความสำเร็จในวันนี้ที่มี อย่ากลัวความล้มเหลวในวันข้างหน้า  เพราะความสำเร็จขั้นกว่ายังรอเราอยู่ให้ไปถึง อายุไม่ใช่อุปสรรค  และความสำเร็จสูงสุดในชีวิต ไม่มีเส้นตาย ว่าต้องอายุเท่าไหร่  ก็ยังรอเราอยู่เช่นกัน วันนี้ยังไปไม่ถึง ก็พยายามต่อไป ทำต่อไป  ขอเพียงแค่ อย่าหยุดที่จะก้าวเดิน   

    ผู้พันแซนเดอร์ เจ้าของไก่ทอด KFC เขาล้มเหลวมาทั้งชีวิต กว่าจะเริ่มขายไก่ทอดก็อายุปาเข้าไป 65 ปี กว่าจะประสบความสำเร็จเป็นมหาเศรษฐี ในวัย 85 ปี  เราจะมีชีวิตยืนยาว เพื่อรอเห็นความสำเร็จในวัย 85 ปี หรือเปล่า  หรือตายก่อนดี รอนานเกิน



    ถ้าชีวิตที่ผ่านมา ยังไม่เคยพบเจอความสำเร็จเลย ก็อย่าพึ่งสิ้นหวัง หรือท้อแท้  เพราะชีวิตยังอีกยาวไกล เราไม่จำเป็นต้องรีบประสบความสำเร็จในวัยหนุ่มสาวก็ได้  ไม่ได้หมายความว่าเราแพ้ เราอ่อนแอ หรือโง่กว่าคนอื่น เพียงแต่โอกาสมันยังมาไม่ถึงเราแค่นั้นเอง  

    ถ้าเราแก่แล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าเราหมดเวลาที่จะสร้างความสำเร็จให้ตนเอง มันยังมีโอกาสอยู่  ความสำเร็จก็ยังรอเราอยู่  ขอเพียงแค่เราพยายามเดินไปให้ถึงมันแค่นั้นเอง ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ ความสำเร็จก็ยังรอเราอยู่เสมอ แค่ไม่ล้มเลิกก่อนจะเจอมันก็พอ 










Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in