ไดอารี่ของฉันhui
เยี่ยมญาติ
  • ญาติข้างบ้านของฉัน ที่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ตอนนี้เข้าแอดมิดที่โรงพยาบาลศิริราช ฉันก็เลยแวะไปเยี่ยม ถึงแม้บ้านของฉันจะไม่ไกลจากโรงพยาบาลศิริราช แต่ฉันก็ไม่ค่อยได้เข้าไปในโรงพยาบาลบ่อยนัก และไม่ได้เป็นคนไข้ในโรงพยาบาลศิริราช 

    ถ้าแค่เป็นหวัด ฉันก็เข้า รพ.ธนบุรีแทน เพราะไม่ต้องรอคิวนาน แต่รักษาเนื้องอกเต้านม ฉันไปใช้บริการ รพ.จุฬาลงกรณ์ เพราะต้องการใช้สิทธิ์กาชาดในการลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล ทำให้ไม่ได้เข้ารักษาตัวที่ รพ.ศิริราช แม้ตัวโรงพยาบาลจะอยู่ใกล้บ้านก็ตาม

    ตอนแรกนึกว่า ญาติยังอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน ฉันก็ไปตึกอุบัติเหตุ ห้องฉุกเฉิน ไปก็ไม่ถูกนะ ก็ตามทางไปเรื่อย ไปถึงก็ถามหาเตียงที่ญาติอยู่ แต่ไปเจอคนอื่นมานอนแทนแล้ว ก็เลยถามพยาบาลว่า ย้ายไปไหน พยาบาลก็บอกว่า ตึก มว.2 ชั้น 1  ฉันเห็นสภาพรอบห้องฉุกเฉินแล้ว คนไข้เยอะมาก ที่ไม่มีห้อง ต้องนอนรอบนเตียง ตามทางเดิน 

    ฉันก็ไม่รู้ว่า ตึก มว.2 อยู่ไหน ก็ต้องถามทางไปเรื่อย  พยาบาลบอกว่าอยู่ ลานพระบรมรูป แล้วลานนี้อยู่ตรงไหน ฉันก็ไปไม่ถูก จนไปเจอเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง บอกให้เดินออกนอกประตูด้านข้างตึก แล้วไปเข้าประตูสุดท้ายตรงท่าน้ำ ประตู8  ตึกอยู่ซ้ายมือเลย 

    ฉันก็ออกมาเดินนอกรั้วโรงพยาบาล  เดินตามทางไปท่าน้ำศิริราช แดดแรงมาก  แล้วก็ไปเข้าประตูสุดท้าย ประตู 8 ก็เห็นตึกโบราณเก่าๆ ป้ายเขียนว่า ตึกไทยพาณิชย์ แล้ว มว.2 อยู่ไหนก็ไม่รู้  ก็ถามยาม ก็ชี้ทางเข้าให้ บอกเดินเข้าไปข้างใน

    ฉันเข้าไปข้างใน ก็หยุดยืนตรงป้ายบอกทาง ไม่เห็นป้ายไหนเขียนว่า มว.2 เลย ก็ยืนงงอยู่ว่าจะไปทางไหนล่ะ พอดีจังหวะ กับที่ลูกพี่ลูกน้อง ลูกชายของน้า เดินออกมารับ เขาบอกว่าเห็นฉันเดินมา ก็เลยออกมารับ แล้วก็พาเดินไปที่ห้องพัก

    ทางเข้าค่อนข้างซับซ้อน ห้องที่พัก มองออกมานอกหน้าต่าง ตรงกับประตูทางเข้าหมายเลข8 พอดี ตอนฉันเดินมา เขาเห็นจากหน้าต่างนี่เอง  ข้างในห้องพัก เป็นห้องพิเศษเตียงเดี่ยว เฟอร์นิเจอร์การตกแต่งค่อนข้างเก่า แต่อยู่ในสภาพที่ดี  มีตู้เสื้อผ้า ตู้เย็น ทีวี และกล้องวงจรปิดในห้อง  ที่พยาบาลสามารถมองเห็นคนไข้  มีหมอและพยาบาลแวะเข้ามาดูแลบ่อย ทั้งอาจารย์หมอ และหมอ เข้ามาพูดคุย ตอนฉันไปก็เจอหมอเข้ามาดู  ( ต่างกับฉันตอนอยู่ รพ.จุฬา มีนักศึกษาแพทย์เข้ามารอบเย็นครั้่งเดียว หมอที่รักษายังไม่เคยเข้ามาคุยเลย ) ถือว่า หมอที่ศิริราชดูแลคนไข้ดี


    ฉันเข้าไปคุยกับน้าสาว ถามไถ่เป็นอย่างไรบ้าง สภาพคนไข้ ได้แค่พยักหน้าตอบ แต่พูดอะไรไม่ได้ การรับรู้ยังดีอยู่ แต่การตอบสนองทำไม่ค่อยได้  ตอนที่หมอเข้ามาคุยกับคนไข้ ก็เห็นคุยกันเรื่องเจ็บคอ มีเลือดออกในลำคอ  นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้กินอะไรไม่ได้ด้วยมั้ง 

    ฉันถามลูกชายของน้า ที่เป็นคนดูแลแม่ ว่าหมอว่ายังไงบ้าง เขาก็เล่าให้ฟังว่า  หมอบอกว่า ถ้าทานอะไรได้ ก็กลับบ้านได้ เพราะอยู่นี่กับบ้าน ก็มีค่าเท่ากัน  แต่ฉันคิดว่า อยู่โรงพยาบาลย่อมดีกว่าบ้าน เพราะอย่างน้อยก็มีน้ำเกลือ มีสารอาหารเข้าร่างกายบ้าง  ถ้ากลับไปบ้าน ไปนอนรอความตายอย่างเดียว แน่นอน เพราะนี่ขนาดบอกว่า ทานน้ำได้แล้ว ฉันยังเห็นลูกชายเขาใช้ กระบอกฉีดยา ฉีดน้ำเข้าปากได้ 2 อึก พอแล้ว ค่ือ น้ำแค่ 2 อึก มันจะเพียงพอได้อย่างไร  เพราะอยู่บ้านทานอะไรไม่ได้เลย ถึงทำให้ตัวผอมแห้ง เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก  ใบหน้าเห็นโครงกระดูกชัดเจน ช่วงนี้ก็แทบจะนับวันถอยหลังอยู่แล้ว 

    ฉันก็ถามเรื่องค่ารักษาพยาบาล เขาก็เล่าว่า ตอนแรกก็จ่ายเอง แล้วก็ลองใช้สิทธิ์บัตร 30 บาท ปรากฎว่าเบิกได้ เพราะเข้ากรณีฉุกเฉิน ทำให้ค่ารักษาพยาบาลไม่ต้องจ่ายเลย แถมที่จ่ายไปก่อนหน้า ได้เงินคืนด้วย ส่วนค่าห้องพัก คืนละ 3,000 บาท ได้ส่วนลด แต่เบิกไม่ได้ทั้งหมด ได้ลดค่าห้อง 300 บาทต่อคืน ค่ารักษาไม่มีอะไร มีแต่น้ำเกลือ ก็น่าจะเบิกได้ ทำให้ค่าใช้จ่ายครั้งนี้ ประหยัดไปเยอะมากกว่าครั้งก่อนๆที่มารักษา 

    ฉันอยู่คุยสักพักก็กลับ แวะซื้ออาหารแถวท่าน้ำก่อนกลับมาทานที่ร้าน ทำงานต่อ





    ตัวฉันเอง ที่วันก่อน น้ำนมไหล ช่วงเมนส์มา มันก็ไหลอยู่ 2 วัน พอเมนส์หมด มันก็หาย ไม่มีแล้ว แต่วันที่ 2 ที่ไหลออกมา มันเป็นเลือดนะ ฉันก็คาดเดาได้ว่า คงเกิดเนื้องอกในท่อน้ำนมอีกตามเคย แต่ครั้งนี้ ฉันจะรอดูอาการตนเองไปอีกสักพัก จะพยายามไม่ตื่นตูมแล้ว  ก็รอดูว่า เลือดมันจะไหลออกมาเลอะยกทรง ที่นอน แบบไม่รู้ตัวอีกหรือเปล่า เรียกว่ารอดูอาการมันหนักขึ้นไหม อีกสักระยะ

    ถ้าเนื้องอกมันพึ่งเกิด ก็ยังก้อนเล็กอยู่ เลี้ยงให้มันโตสักหน่อย ค่อยไปผ่าตัดเอาออกก็ได้ ตอนนี้อาจจะก้อนเล็กๆไม่ถึง 1 ซม.ก็ได้ ปีนี้คงยังไม่กล้บไปหาหมอ  ปีหน้าถ้าอาการไม่หนัก ก็รอถึงวันนัด 20 เม.ย.เลย แต่ถ้าอาการหนักขึ้น ก็อาจจะไปก่อนนัด  แต่ปีนี้ยังไม่ทำอะไร ปล่อยไปก่อน 

    แต่ฉันรู้ตัวแล้ว ว่ามีอะไรกับเกิดขึ้นกับตนเอง น่าเอามาเป็นแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายจริงๆ แบบว่า ถ้ายังไม่อยากตาย ก็ควรจะออกกำลังกายได้แล้วนะ ได้แค่คิดอยู่นะ แต่ยังไม่รู้จะเอาเวลาตรงไหนมาออกกำลังกายเลย  แต่ก็จะพยายาม นิดๆหน่อยๆก็ยังดี ต้องรักษาร่างกายตนเองให้แข็งแรงเข้าไว้ เพราะอาจจะต้องผ่าตัดอีกรอบ ( ถ้าผ่าทุก 2 ปี ก็เกินไปนะ กว่าจะแก่ ต้องผ่าอีกกี่รอบเนี่ย รักษาไม่จบไม่สิ้นสักที )





     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in