ไดอารี่ของฉันhui
นินทาเพื่อน
  • เมื่อวานนี้ มีเพื่อนโทรมาชวนไปเที่ยวด้วยกัน เพื่อนคนนี้ เป็นเพื่อนที่เคยสนิทด้วยสมัยเรียน มัธยมปลาย แค่ช่วงเวลาสั้นๆ 2 ปี ที่เรียน ม.ปลาย เป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต เพื่อนคนนี้ เรียน ม.ปลาย แค่ปีเดียว จบ ม.4 สอบเทียบได้ ก็เข้า ม.รามเลย ไม่ได้เรียนต่อ ม.5 แต่เธอก็ยังขยันกลับมาหาเพื่อนๆประจำ มาร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนบ่อย นัดเจอมิตติ้งไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง เป็นคนที่มีเพื่อนมาก และ เพื่อนเยอะมาก 

    ตัวฉันเองก็เรียนจบ ม.5 สอบเทียบได้ แต่เอ็นไม่ติด ก็ไปเข้า ม.เอกชนเลย ไม่ได้เรียนต่อ ม.6 แต่ก็ยังกลับไปหาเพื่อนที่โรงเรียนเช่นกัน ไปร่วมงานเลี้ยงอำลา ม.6 ด้วย 

    แม้ว่าทุกวันนี้ เราจะมีไลน์กลุ่มเพื่อนในห้อง ม.ปลาย มีไลน์กลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นชั้นเดียวกัน แต่ฉันก็ไม่เคยเข้าไปคุยไปอ่านไลน์กลุ่มเท่าไหร่  ข้อความเยอะๆก็ลบทิ้ง ไม่ได้สนใจว่าเขาคุยอะไรกัน แต่เพื่อนคนนี้ ก็ยังคุยกับเพื่อนคนอื่นๆในกลุ่มทุกวัน แทบจะเรียกได้ว่า ไม่มีใครในรุ่น ที่ไม่รู้จัก " เอ "



    เมื่อวานนี้ ที่โทรมาชวนเที่ยว ฉันคุยกับเอแล้ว ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก เอ ไม่มีงานทำมาเป็นปีแล้ว แล้วก่อนหน้านี้ ไม่เคยทำงานที่ไหนทนสักแห่ง เปลี่ยนงานบ่อยมาก ตั้งแต่สาวยันแก่ มีแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ที่ไปขายหนังต่างประเทศ ที่อยู่กับบริษัทนั้นได้นานหลายปีหน่อย ได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อย แต่ก็แลกกับสุขภาพที่ขยันป่วยบ่อย นอกนั้นไม่เคยทำอะไรทนเลย เป็นอาจารย์ เป็นข้าราชการ แป๊บเดียว มีปัญหาออกแล้ว  ตอนนี้บอกว่า ตกงาน ไม่มีเงิน แต่ชวนเที่ยว 7 วัน ล่องขึ้นเหนือตะลอนทัวร์  ฉันก็ไม่รู้ว่า ทุกวันนี้เธอเอาเงินที่ไหนกินใช้ ทั้งที่ไม่มีงานทำ 

    แล้วบอกว่ากำลังคิดจะทำธุรกิจส่วนตัว ขายปลาหมึกย่าง โครงการโปรเจ็คอะไรใหญ่โต คราวก่อนจะขายทอดมัน ก็วางโครงการโน้นนี่ เคยมาคุยกับฉันเรื่องบรรจุถัณฑ์ แต่ฉันแนะไปก็ไม่ตรงกับใจเธอ ก็ไม่ได้เอาความคิดฉันอยู่ดี  สุดท้ายก็ล่มได้แค่คิด แต่จบที่ต้นทุนสูงเกินไป ทำไม่ได้ ก็มาเปลี่ยนโครงการอีก ตอนนี้เป็นปลาหมึกย่าง มันไม่เห็นต้องคิดโน้นนี่เลย ลงมือทำเลยก็ได้ แต่ไปให้เพื่อนอีกคน ออกแบบโลโก้ให้อยู่  ทำไมต้องทำเรื่องง่ายๆให้มันยุ่งยากก็ไม่รู้ แล้วก็เดาได้ว่า ไม่สำเร็จหรอก ได้แค่คิดตามเคย


    เอเป็นคนที่พูดเก่ง เฮฮา สังสรรค์บ่อย รักสนุก ทำให้เธอมีสังคม มีเพื่อนเยอะ และเพื่อนๆเนี่ยแหละ ที่ค่อยช่วยเธอ ได้งานทำก็เพราะเพื่อน จะทำโน้นทำนี่ ก็มีทั้งไปช่วยเพื่อน และ เพื่อนช่วย ก็เรียกได้ว่า พึ่งพาเพื่อน และช่วยเหลือเพื่อนประจำ 


    แต่ถ้าพูดถึงการทำงานแล้ว (แอบด่าได้ป่าว) ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่  ความขยันทำงานจริงๆไม่ค่อยมี เก่งแต่ปาก แต่ไม่ค่อยลงมือทำเอง  ผลงานจริง น้อยกว่าที่โม้เอาไว้  แล้วก็หาเรืื่องดราม่าได้บ่อยมาก ไปทำงานที่ไหน ก็จะต้องมีเรื่อง ประมาณว่า ไม่ถูกกับคนนั้น มีปัญหากับคนนี้ เข้ากับคนโน้นได้ เข้ากับคนนี้ไม่ได้ คือ ปัญหาเรื่องคนเยอะกว่าเรื่องงานอีก  โดนแกล้งก็บ่อย บางทีก็หาว่าคนอื่นแกล้ง  คือ เธอก็ชอบเล่าเรื่องพวกนี้ให้ฟังอะนะ แต่ฟังแล้ว เชื่อครึ่งไม่เชื่อก็พอ เพราะบางครั้งก็สร้างเรื่องดราม่าซะเอง ทั้งที่ไม่ได้มีอะไรเลย แต่เธอก็ดราม่าได้เก่งมาก  เธออยู่ต่อไม่ได้ เพราะปัญหาโน้นนี่ แต่ก็เห๋็นคนอื่นๆเขาก็ทำงานอยู่ต่อได้ไม่เห็นต้องลาออกแบบเธอเลย

    คือถ้าให้ฉันมองตนเอง ฉันก็ไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอะไร ก็ใช้ชีิวิตไปเรื่อยเปื่อยไปวันๆ มีกินใช้ไปวันๆ ไม่ได้ร่ำรวยอะไร  ไม่ได้มีเงินทองมากมายเหมือนคนอื่นเขา มองเพื่อน มองพี่น้องที่สูงกว่า เราก็จน แต่ถ้ามามองเพื่อนนี้กับตนเองแล้ว ฉันก็รู้สึกว่าชีวิตฉันดีกว่าเพื่อนตั้งเยอะ 



    เพราะแก่ป่านนี้ ใกล้จะ 50 แล้ว แต่เพื่อนยังลอยไปมาอยู่เลย ยังมีความคิดว่า จะขายคอนโดที่ตนเองอยู่ทิ้ง แล้วไปอยู่วัด เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย  แต่พอพูดถึงเรื่องการทำงานในวัด กลับบอกว่าตนเอง สุขภาพไม่แข็งแรงพอจะทำงานช่วยวัดได้ ยังบอกว่าตนเองเป็นโรคซึมเศร้า ต้องไปหาหมอ ต้องกินยา ยังเป็นโรคต่อมทอมซินอักเสบ ยังเป็นโน้นนี่ ทำงานหนักไม่ได้  อ้าว...แล้วจะอยู่วัดได้ยังไง

    ยังพูดเรื่องค้นหาตนเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าตนเองชอบอะไร อยากทำอะไร ยังเคว้งคว้างอยู่เลย  คือ คนวัยนี้ ยังพูดเรื่องความฝันกันอยู่อีกหรอ ยังตามหาตนเอง ยังค้นหาตนเองอยู่อีกหรอ มันเลยมาแล้วหรือเปล่า  ฉันรู้สึกเศร้าใจยังไงบอกไม่ถูก  

    เอ เคยบอกว่า ตนเองเป็นโรคภูมิแพ้ตนเอง โรคพุ่มพวง ต้องกินยา ต้องหาหมอบ่อย ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเธอเยอะ แล้วปัญหาสุขภาพจิตก็แยะ ไปหาหมอรักษาโรคซึมเศร้า ต้องกินยาประจำ ปรับยาจนหมอบอกว่า ไม่รู้จะปรับยังไงให้เธอแล้ว ไม่หายสักที อาการป่วยของเธอ ก็มักจะมีปัญหากับการทำงานทุกที  ทำโน้นนี่ไม่ได้ เดี่ยวไม่สบายอีกแล้ว

    ทุกวันนี้เธอหาเงินเลี้ยงดูตนเองยังไง ฉันก็ไม่รู้ งานไม่ทำ แต่มีกินใช้ มีจ่ายค่าเช่าคอนโด มีเงินจ่ายค่าเน็ต มีเงินไปเที่ยวกับเพื่อน 


    เรื่องความรัก สมัยสาวๆเธอ มีแฟนมาหลายคน เคยใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง 2-3 ปี เพียงแต่ไม่ได้แต่งงานกัน สุดท้ายเลิกรากันไป เธอย้ายออกมาจากบ้านแฟนที่ผ่อนร่วมกัน โดยผู้ชายมีหญิงอื่น เขามีคนใหม่ขณะที่ยังใช้ชีวิตอยู่กับเธอ แล้วสุดท้าย เขาก็แต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น โดยให้เธอย้ายออกไปอยู่ที่อื่น แต่ก็ยังมีช่วยเหลือเงินทองบ้าง  คือถ้าไม่นับเรื่องคบซ้อน นอกใจเมียแล้ว  โดยรวมเขาดีทุกอย่าง ฐานะการเงิน หน้าที่การงาน นิสัยโดยรวม ดีหมด แต่ไปกันไม่รอดเรื่องบนเตียงมั้ง

    ทุกวันนี้ เอ ก็ยังอยู่ในสถานะโสด แต่สนิทหรือเปล่า ตอบไม่ได้ ไม่ปรากฎเป็นตัวตน คุยกับใครบ้างไม่รู้ การชวนเที่ยวของเธอ ก็ไปกันในฐานะสาวโสดเพื่อนสนิท ส่วนเธอจะชวนเพื่อนสนิทคนอื่นๆไปร่วมทริปด้วย ฉันไม่รู้จักว่าเป็นใครบ้าง  แต่เธอเอ่ยปากชวน ฉันก็ไปแบบโง่ๆไม่รู้อะไรเลย ตามเพื่อนไปเฉยๆ อย่างมาก ก็มีหน้าที่ช่วยจ่ายตังค์ ออกให้เธอบ้าง นอกนั้นไม่รู้อะไรเลย ( ใจจริงไม่ได้อยากไปหรอก แต่ก็รับปากไปงั้น ) รายละเอียดคงจะคุยกันอีกทีภายหลัง เธอแค่โทรมานัดวันเวลาไว้ก่อน ต้นเดือนหน้าแค่นั้นเอง 


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in