ไดอารี่ของฉันhui
ศิราณี2
  • มีโอกาสได้คุยกับลูกค้าที่ไม่ค่อยได้เจอกัน ตอน 3 ทุ่มช่วงเวลาใกล้จะปิดร้านอีกแล้ว ทำให้อยู่ยาวต่อ ปิดร้าน 4 ทุ่มกว่าอีกแล้ว เพราะนั่งฟังเธอปรับทุกข์ 

    ตอนแรกฉันก็ทักเธอ ทำไมใส่เสื้อกลับด้าน  คิดว่าเธอไม่รู้ตัว จึงทักเพื่อบอกให้เธอรู้ตัว จะได้ไปเปลี่ยน แต่เธอก็บอกว่าไม่เป็นไร ดึกแล้ว  ไม่ได้เจอเธอนาน ก็เลยถามเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอก็เล่าให้ฟังว่าเธอเลิกกับแฟนแล้ว ตอนนี้จะแต่งตัวยังไงก็ได้ สบายๆอยู่คนเดียว 

    แต่ว่าคำว่าสบายๆของเธอ เสื้อกลับด้านก็ได้หรอ แล้วเสื้อเธอก็เก่ามาก เป็นเสื้อกล้าม สีขาวหม่น ที่มีรอยขาดเป็นรูด้วย เรียกว่าเธอแต่งตัวได้โทรมมาก ไม่สนใจดูแลตัวเองเลย แล้วอดีตสาวๆเธอหุ่นดีมากเลยนะ  มีลูก 4 แต่เอว 22 นิ้ว ขาเรียวเล็ก เธอเดินกับลูกชายคนโต ใครๆนึกว่า แฟนลูกชาย มาดูสภาพเธอตอนนี้ซิ ปล่อยตัวจนอ้วนมีพุง ใส่เสื้อผ้าเก่าๆขาดๆ ไม่พอ มองเห็นยกทรงที่ย้วยๆเก่าๆด้วย  จะบอกว่าเธอจน ก็ไม่ใช่นะ ก็พอมีเงินนะ แต่เธอประหยัดมากเกินไปหรือเปล่า ไปทำงานก็แต่งตัวดี แต่พออยู่บ้าน เหมือนใส่ผ้าขี้ริว หมองๆขาดๆ 

    เธอเล่าเรื่องสามีเธอไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่เคยใส่ใจดูแลเธอเลย แล้วเธอกับสามีก็แยกห้องนอนกันมา 8 ปีแล้ว ไม่ได้นอนด้วยกัน เธอก็ไม่สนใจ เขาจะกลับบ้านหรือไม่กลับ ก็เรื่องของเขา สามีชอบเล่นพนัน เข้าบ่อน ไปกินนอนในบ่อน ไม่มีเงินก็โทรเรียกเธอให้เอาเงินไปให้กลางดึก  ค่าเช่าบ้านเธอก็ต้องเป็นคนหา ค่าเล่าเรียนลูกเธอก็ต้องเป็นคนจ่าย  คือ ฟังมาสามีเธอไม่มีอะไรดีเลย

    สามีเธอมาจีบเธอตั้งแต่เธออายุ 12 แล้วก็กินอยู่ด้วยกันตั้งแต่เธออายุ 17 ตอนนี้อายุใกล้จะ 60 แล้ว อยู่ด้วยกันมา 40 ปี ยังหนีไปอยู่กับเมียน้อยได้ เก็บข้าวของออกจากบ้านไปไม่บอกกล่าว แต่ก่อนไป ไม่ได้นอนเตียงเดียวกันมา 8 ปีแล้วนะ นอนคนละห้อง ไม่คิดว่าเขาจะไปเอาสาวในบ่อนทำเมีย  ส่วนเธอทำงานเลี้ยงลูกไม่เคยไปไหนเลย ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลย 

    เธอสังเกตุุเห็นว่าสามีเริ่มเปลี่ยนไปนานแล้ว เมื่อ 2 ปีก่อน เธอลองวัดใจดูว่า สามีจะหึงเธอบ้างไหม แกล้งทำเป็นคุยจีบกับรุ่นน้อง แต่เธอบอกว่าไม่มีอะไร แค่คุยกันเล่นๆ  แต่สามีเธอด่าหาว่าเธอมีชู้ ประจานเธอเสียๆหายๆ เธอพูดไปร้องไห้ไป เธออับอายชาวบ้านมากเลย สามีไม่เคยเห็นแก่หน้าเธอเลย 

    แล้วก็มีผู้หญิงที่บ่อน มาตามสามีเธอถึงบ้าน เธอโวยวายมั่ง เขาก็ขึ้นเสียงด่าเธอ แล้วก็ออกไปกับผู้หญิงคนนั้น เห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าเมียตัวเอง 


    ฟังเธอเล่าชั่วโมงกว่า เธอร้องไห้ตลอดเลยนะ ไม่มีเรื่องดีๆของสามีเธอเหลือเลย ตอนแรกเขาไล่เธอออกไปจากบ้านให้ไปอยู่กับชู้ แต่เธอไม่ไป เพราะบ้านนี้เธอเป็นคนจ่ายค่าเช่า  เขาก็เลยเก็บข้าวของออกไปกับเมียน้อยแทน  แม้ว่าเรื่องราวจะผ่านมา 2 ปี แล้ว เธอเล่าได้เหมือนกับว่า มันพึ่งเกิดขึ้่นเมื่อวาน ยังคงเศร้าเสียใจไม่หาย  

    ฉันฟังไป ในใจก็คิดย้อนแย้งไปนะ ฉันไม่ได้เชื่อเธอทั้งหมด  เพราะเรื่องเมื่อ 2 ปีก่อน ฉันจำได้ว่า เธอยังเคยมาเล่าให้ฟังว่า เธอจะย้ายไปอยู่ที่อื่น กับผู้ชายใหม่  เพราะเธอแยกห้องนอนกับสามี นานแล้ว เขาไม่สนใจเธอ เขาไม่รู้หรอกว่าเธอคุยกับคนอื่นอยู่   ทั้งที่เธอ อายุ 50 กว่าแล้ว ก็ยังเปิดกล้องคุยกับผุ้ชายอีกคน ในขณะที่ลูกสาว นอนอยู่ข้างๆได้  เธอยังชวนลูกสาวหนีไปด้วยกันเลย 

    ดังนั้นเคล้าเรื่องที่สามีเธอ ว่าเธอมีชู้ แต่เธอแก้ตัววันนี้ว่า แค่คุยกันเล่นๆ ไม่ได้จริงจังอะไร มันไม่ใช่ เพราะวันนั้น เธอคิดจริงจัง แต่สงสัยทางโน้นจะหลอกเธอมากกว่า เพราะเธอเล่าว่า เธอซื้อสมุนไพรจากเขา มาขาย ก็เลยโอนเงินไปให้เขา  แต่วันนั้เขาที่เธอเล่า เป็นอาชีพครูนะ อยู่ต่างจังหวัด ไม่ได้ขายสมุนไพรอะไร  แปลว่าเงินที่เธอโอนให้ผู้ชาย เธอโดนเขาหลอกเอาเงิน สามีจับได้ ก็โกรธทะเลาะกัน แต่วันนี้บอกว่าซื้อของ 


    สามีที่เลวๆของเธอ ไม่เคยสนใจดูแลเธอเลยในวันนี้ ต่างคนต่างอยู่ ในอดีตเธอเคยเล่า เขาเอาใจเก่ง เอาใจเธอทุกอย่าง ตามใจ แล้วคนที่ไม่สนใจสามีก่อน ก็เป็นเธอนะ ที่นิ่งเฉย ไม่ใส่ใจ เขาจะทำอะไรก็ตามใจ ไม่เคยห้าม ไม่เคยตาม ปล่อย จะไม่กลับบ้านก็ช่างมัน  มันความรักมันเหือดหายไปนานแล้ว สามีเธอก็เช่นกัน ไม่ใส่ใจภรรยา อยู่กันไปอย่างนั้นแหละ แค่นอนบ้านเดียวกัน ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ไป เลี้ยงลูกไป 4 คน แต่ความหวานให้กันไม่มีนานแล้ว

    แต่ด้วยความที่เธอแต่งงานเร็ว อยู่กับเขาตั้งแต่อายุ 17 ไม่เคยไปไหนเลย ไม่มีใคร และด้วยความเป็นคนโบราณ จึงไม่เคยมีความคิดเรื่องนอกใจ เมื่อก่อนไม่มีเน็ตนิ ก็ไม่มีคนคุยด้วย ก็อยู่แต่บ้านกับที่ทำงาน ตอนหลังมีโทรศัพท์ มีเน็ต มีเพื่อนสมัยก่อนที่เคยเรียนด้วยกัน มีสังคม รู้จักคนโน้นคนนี่ ก็เริ่มใจแตกตอนแก่  

    ความเปราะบางของครอบครัวมันมีอยู่ในครอบครัวที่อยู่ด้วยกันมาเกือบ 40 ปี ลูกโตหมดแล้ว ความห่างเหินมีมากมาย สุดท้ายก็มือที่สามาเข้ามาแทรกแซง ให้ครอบครัวร้าวฉาน ตอนนี้ สามีไปอยู่กับเมียน้อยแล้ว ส่วนลูกคนโตกับสะใภ้  ยังอยู่กับแม่นะ ลูกอีก 2 คน แยกไปมีครอบครัวตัวเอง และคนเล็กยังเรียนหนังสืออยู่มหาลัยไปอยู่หอ  

    ความเหงาที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว ทำให้เธอคิดมาก  เมื่อก่อนเธอก็ไปทำงานข้างนอก ตอนหลังรับงานมาทำที่บ้าน อยู่บ้านที่ว่างเปล่าไม่มีใคร มีแต่ความทรงจำให้คิดถึง  นั่งทำงานไปก็ร้องไห้ไป 


    ฉันคิดว่าเธอโดนโรคซึมเศร้าโจมตีเข้าแล้ว   ฉันบอกว่าเธอว่า อย่าคิดมาก อย่าคิดฆ่าตัวตายนะ  เธอบอกว่า เธอเคยคิด เพราะตอนนี้อยู่ไปก็ไร้ค่า ไม่รู้จะอยู่ทำไม 

    เธอบอกว่า เธอเสียดายเวลามาก ที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้ใช้ชีวิตเลย ทุกอย่างทุ่มเทใหักับครอบครัวหมดเลย สุดท้ายทุกคนก็ไปหมด เหลือเธอคนเดียว ตอนนี้แก่แล้ว เธอจะทำอะไรได้ ใกล้จะ 60 แล้ว

    ฉันบอกว่ายังไม่สายไปหรอก  ไปฉลองความโสดได้   มีเวลาใช้ชีวิตเสรีแล้ว ไม่ต้องทำเพื่อใครแล้ว อยากทำอะไรทำเลย ตามใจตัวเองได้แล้ว ชีวิตเป็นอิสระ  อยากจะพยายามพูดให้เห็นว่า ชีวิตโสดมันแสนดีเหลือเกิน  เพื่อให้เธอสบายใจนะ แต่ก็ไม่รู้ว่า จะได้ผลหรือเปล่า  

    ความทรงจำยังหลอกหลอนเธออยู่เลย ผ่านมานานแล้ว ทำไมยังเศร้าอยู่ ไม่รู้ว่าคนที่บ้านรู้ไหมว่าเธอเป็นโรคซึมเศร้าแน่เลย คิดแต่เรื่องไม่ดี เรื่องเลวร้ายในชีวิตที่ผ่านมา  ทั้งที่ชีวิตก็มีช่วงเวลาดีๆมากมายไม่จดจำ ไม่คิดถึง 




    เธอเคยมีชีวิตคู่ที่น่าอิจฉานะ รักกันยาวนานมาก เขาเป็นรักครั้งแรก ตั้งแต่แรกสาว ก็แต่งงานอยู่กินกับผู้ชายคนเดียวมาตลอดชีวิต จนมีลูกด้วยกัน 4 คน  ผ่าฟันอุปสรรคร่วมกันมามายมาย ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้ว ต้องมาหย่ากันตอนแก่ อยู่โดดเดี่ยวตอนแก่ โดยมีควาทรงจำเก่าๆตามหลอกหลอนให้ร้องไห้ทุกคืน

    ถ้าความรักมีวันหมดอายุ บางทีก็น่าคิดนะ ว่าการที่หมดอายุเร็ว แต่ง 3 ปีเลิก กับ แต่ง 30 ปีเลิก อันไหนช้ำใจกว่ากัน   รักกันมานาน ไม่ได้แปลว่าจะรักกันตลอดไป  รักครั้งแรก ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะเป็นรักเดียวไปตลอดชีวิต คิดแล้วก็เศร้าตาม 

    คนโสดที่อยู่คนเดียวมาตลอดชีวิต อาจจะไม่ได้รู้สึกเหงา เท่ากับคนที่เคยมีคู่ แล้วสุดท้ายมาโสด ต้องมาอยู่คนเดียวในบันปลายชีวิต 


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in