ไดอารี่ของฉันhui
ไอศกรีม"เอเต้"มาถึงแล้ว
  • ขอออกตัวก่อนว่า ไม่เคยกินไอศกรีมยี่ห้อเอเต้มาก่อน แม้ว่าจะเห็นมีขายในห้างมานานแล้วก็ตาม เคยได้ยินชื่อ และเห็นมีขายไอศกรีมโบราณใน 7-11 แต่ก็ยังไม่เคยชิม  อย่าว่าเอเต้เลย ยี่ห้ออื่นๆก็ไม่เคยทาน เพราะเดี๋ยวนี้แก่แล้ว ก็เลยไม่ค่อยชอบทานไอศกรีมเท่าไหร่  รวมถึงไอศกรีมวอลล์ ที่ตนเองขายด้วย เห็นทุกวันยังไม่หยิบทานเลย 

    ดังนั้นจะบอกว่า เคยกินแล้วมาอวย มารีวิว ชมว่าอร่อยก็คงไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่ารสชาติเป็นยังไงเหมือนกัน 

    เมื่อสัก 2 สัปดาห์ก่อน มีเซลล์ใหม่คนหนึ่ง เดินเข้ามาในร้าน มาเสนอไอศกรีม เอเต้ ฉันก็ไม่เคยเห็นร้านไหนในหมู่บ้านขายมาก่อนนะ แต่เคยเห็นใน 7-11 มีขายไอศกรีมโบราณอยู่ ก็รู้จักเอเต้ แค่นั้น

    ฉันก็ถามว่า "มีตู้ไอศกรีมให้หรือเปล่า"  เขาบอกว่า "มีครับ"  ฉันชี้ไปตรงที่ช่องว่างเล็กๆ ว่า" พอวางตรงนั้นหรือเปล่า"  เซลล์รีบเปิดแคลตาล็อค บอกขนาดไซด์ตู้เล็ก ประมาณ 60x70ซม. ฉันก็เอาตลับเมตรมาวัดที่ มีอยู่ 50 ซม. แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันขยับตู้ หาที่ลงได้ 

    ฉันถาม "ให้กำไรเท่าไหร่" เซลล์ให้ฉันดูภาพตัวอย่างสินค้า บอกว่า "แต่ละอันไม่เท่ากัน เพราะบางตัวได้มาก บางตัวได้น้อย"  ฉันลอง คำนวนคราวๆ ประมาณ 20-25% บางตัว 20% บางตัว 25% ฉันเห็นแค่ใบเสนอราคา แต่ไม่เห็นตู้ ไม่เห็นไอศกรีม ฉันก็ลองสั่งมาดู  



    ฉันถามเซลล์ว่า" ตู้ใส่ได้กี่กล่องถึงเต็ม"  เซลล์ตอบว่า " 8 กล่อง" ฉันก็ถามอันไหนขายดี เซลล์ก็แนะนำบางตัวให้ฉันลองขายดู ฉันถาม " ถ้าขายไม่ดี เลิกขายได้หรือเปล่า "  เขาก็ตอบว่า "ได้ คืนตู้ได้ " ยอดสั่งซื้อประมาณ 1,800 บาท สัปดาห์หน้า ของถึงจะมาส่ง  โดยตู้มาก่อนสัก 2 ชม. แล้วไอศกรีมจะตามมา ฉันก็โอเคตามนั้นไป  

    เซลล์ดีใจมากนะ ที่สามารถลงตู้ขายไอศกรีมสำเร็จ  เพราะจากปากซอยกว่าจะมาถึงร้านของฉัน ผ่านมาไม่รู้กี่ร้านค้า น่าจะโดยปฎิเสธมาหมด จะลงตู้สักตัวไม่ใช้เรื่องง่าย ไม่ใช่ว่าทุกร้านค้าจะยินดีขายไอศกรีม เพราะบางคนก็กลัวว่า ตู้ไอศกรีมกินไฟหนัก แล้วถ้าขายไม่ดี มันไม่คุ้มค่าไฟเท่าไหร่ จึงไม่อยากขาย  


    ที่ฉันตอบรับลงไอศกรีมเอเต้ง่ายๆ ทั้งที่ไม่รู้จักหรือไม่เคยกินมาก่อน  เพราะที่ร้านของฉันขายไอศกรีมวอลล์มานานแล้ว  ในหมู่บ้านนี้ ถ้าไม่นับ 7-11 ก็มีร้านค้าอยู่ 3 เจ้า ที่ขายไอศกรีมวอลล์ ร้านฉันเป็นร้านที่ขายดีที่สุด เมื่อก่อนไม่มี 7-11 ในหมู่บ้าน เรียกได้ว่า ขายดีมาก เพราะจาก 7-11 ที่ถนนใหญ่ กว่าจะถึงบ้านลูกค้า มันไกล ลูกค้ากลัวไอศกรีมละลาย จึงซื้อร้านค้าใกล้บ้านดีกว่า  แต่พอ 7-11 มาตั้งในหมู่บ้าน เรียกว่า ทำยอดขายตกลงไปเยอะมาก ลูกค้าที่เคยมาซื้อที 10 -20 แท่ง หายหมด ทำให้ยอดขายลดลงไปเยอะ

    ตอนแรกที่ไอศกรีมวอลล์มาลง ก็ลงตู้เล็ก แต่ด้วยยอดขายที่ดี สั่งเยอะ จนเซลล์บอกให้เปลี่ยนตู้เป็นตู้ใหญ่เถอะ ตอนหลังก็เลยเปลี่ยนเป็นตู้กระจก 2 บาน ขายดีจน 7-11 มานั่นแหละ ยอดขายตก  ต่อมา 7-11 ก็ขายไอศกรีมหลายยี่ห้อ และราคาสูง ไม่ขายพวกแท่งละ 5-10 บาท ทำให้ลูกค้าเด็กบางคนกลับมาซื้อที่ร้านเหมือนเดิม เพราะหาซื้อไอศกรีมบางตัวใน 7-11 ไม่ได้ 

    เรียกได้ว่า ฉันมีฐานลูกค้า คนชอบทานไอศกรีมอยู่แล้ว จากไอศกรีมวอล์ และในหมู่บ้านก็ไม่เคยเห็นร้านไหนขายไอศกรีมเอเต้  การลงตู้ไอศกรีมเอเต้เพิ่ม ก็เป็นเพียงการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าได้ลองอะไรใหม่ๆมากขึ้น และถือว่าร้านของฉัน เป็นเจ้าเดียวในหมู่บ้าน (ยกเว้น7-11) ที่ขายไอศกรีมยี่ห้อเอเต้


    อันที่จริงฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะขายดีหรือไม่ดี แต่เมื่อตัดสินใจลงแล้ว ก็ต้องเชียร์ขายกันหน่อย เพื่อทดสอบดูว่า ลูกค้าจะชอบหรือเปล่า หรือว่าจะขายดีไหม  เมื่อตู้ไอศกรีมมาส่ง เป็นตู้ใหม่ มือหนึ่งเลย หน้าตาน่ารักมาก มีไฟในตู้ด้วย ทำให้ตู้สว่าง

    ฉันจัดย้ายตู้ให้วางคู่กับไอศกรีมวอลล์เลย โดยที่ไม่กลัวว่า ยอดขายไอศกรีมวอลล์จะตกหรือเปล่า  แน่นอนมันย่อมมีผล เพราะฉันจะเชียร์ขายไอศกรีมตัวใหม่  แต่ไม่ต้องห่วง วอลล์อยู่มานาน มีฐานลูกค้าตัวเองแน่นพออยู่แล้ว แต่เอเต้มาใหม่ ต้องเชียร์ให้ลูกค้ารู้จักมากหน่อย ในช่วงแรกๆ 




    คนขายเชียร์ขายยังไง ก็ไม่เท่ากับ คำแรก ที่ได้ชิม ต้องอร่อยทันที  ซึ่งเอเต้ " สอบผ่าน " เพราะลูกค้าเห็นของใหม่ ก็ลองชิมดู ถ้าไม่อร่อย เชียร์ให้ตายก็ไม่ซื้อรอบสอง เพราะกินแล้วไม่ชอบ  แต่สำหรับ เอเต้ ลูกค้าซื้อกินแล้ว บอกอร่อย กลับมาซื้อกินอีก และ ซื้ออีก ในรสชาติเดิม แปลว่า เอเต้ ได้สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ด้วยตัวสินค้าเอง 

    ตัวฉันไม่ได้ชิม ไม่ได้เป็นคนพูดว่า อร่อย แต่ลูกค้าเป็นคนบอกเองว่า "อร่อย" และ ชอบ และกลับมาซื้อเอง  จนทำให้การลงสินค้าในรอบแรก ขายแทบหมดตู้ ภายในไม่กี่วัน แท่ง 10 บาท เกลี้ยงตู้เลย เหมือนแท่ง 20 ที่ขายช้ากว่า ทำให้ในสัปดาห์ที่สอง ต้องสั่งใหม่ อีก 6 กล่อง ยอดประมาณ 1,500 บาท  ก็ยังขายได้เรื่อยๆเช่นกัน 

    ทำให้ตัดสินใจได้ว่า สามารถลงขายสินค้าได้เรื่อยๆ ไม่ต้องคืนตู้  เพราะถือว่าตัวสินค้าสามารถขายตนเองได้เรื่อยๆ สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ รสชาติถูกปาก   ถ้าลูกค้ารู้จักแล้ว อีกหน่อย ก็ไม่ต้องเชียร์ ไม่ต้องโปรโมทให้เหนื่อย ก็ปล่อยให้ตัวสินค้า ขายตัวเองต่อไปได้ เหมือนกับวอลล์ 




    ความแตกต่าง ระหว่าง ไอศกรีมร้านค้า กับ ใน 7-11 หรือแม้แต่ในห้าง คือกลุ่มเป้าหมายของเขาไม่เหมือนกัน ดังนั้นไอศกรีมที่ลงก็จะต่างกัน ถ้าไปกินในห้าง ก็จะเป็นตัวแพงๆ ลงใน 7-11 ก็จะเป็นพวกไอศกรีมโบราณ แท่งละ 20-25 บาท  แต่ร้านค้าจะลง แท่งละ 10-20 บาท  

    ดังนั้นลูกค้าเด็ก หรือชาวบ้านอยากได้ไอศกรีมถูกลงมาหน่อย ก็จะหาได้จากตู้ตามร้านค้า ที่จะมีไอศกรีมเอเต้ แท่งละ 10 บาท ให้ได้ทานในราคาย่อมเยาว์  ไม่ต้องไปกินในห้างแพงๆ 



    ไอศกรีมเอเต้ อยู่ในเครือของซีพี ดังนั้นถือว่ามีแบ็คอัพที่ดี หรือมีทุน มีความสามารถในการขยายฐานลูกค้าแน่นอน ถ้าคิดจะลงตลาดล่าง ก็คงไม่ได้มีขายแค่ใน 7-11 อีกต่อไป การมาบุกตลาดร้านค้าแข่งกับวอลล์และเนสท๋เล่ ทำได้อยู่แล้ว ตอนนี้ก็มาถึงร้านค้าเล็กๆแล้ว  และทำได้ดีมากด้วย 














Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in