ไดอารี่ของฉันhui
เห็นแววน้ำท่วมตั้งแต่แรกฝน
  • เช้านี้ ตื่นมาพร้อมกับบรรยากาศฝนตกเบาๆในกรุงเทพ มีข่าวแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาออกมา ล่วงหน้า 2-3 วันแล้ว ว่าจะมีพายุโซนร้อน "นูรี" เข้ามาประเทศไทย วันที่ 13-16 มิถุนายน ประเทศไทยมีฝนตก แล้ววันนี้ 15 ฝนก็มาตามนัด มาแบบเบาๆสบายๆ ไม่ได้น่ากลัวอะไร   วันนี้ตั้งเคล้าทั้งวันเลยนะแต่ไม่ตก  ฝนตกตามฤดูกาล ปีนี้น่าจะดี  เพราะแล้งมานาน มีฝนชาวบ้านน่าจะดีใจ



    แต่พอมาดูข่าว เห็นข่าวต่างประเทศ เมืองจีน น้ำท่วมหลายมณฑล แล้วตกใจ ส่อแววไม่ดีเลย ถ้าน้ำท่วมหนักตั้งแต่จีน มันเยอะมากขนาดนี้ ท่วมพื้นที่สูง มันจะไหลลงต่ำมาไทยแน่นอน รู้สึกกังวลทันที แม่น้ำโขง ที่ว่าแล้งๆ จะล้นไหม

    ก่อนหน้านี้ มีข่าวฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมรัฐมิชิแกน ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 พ.ค.63 ก็เฉยๆนะ เพราะมันไกลบ้านเรา ข่าวไต้ฝุ่น"หว่องฟง"ถล่ม ฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 63 ก็เฉยๆนะ  เพราะฟิลิปปินส์อยู่ต่ำกว่าเรา แต่จีนอยู่เหนือเรา เจอ "นูรี" ถล่ม ก็น่ากลัวนะ น้ำเหนือย่อมไหลลงใต้ เราอยู่ใต้จีน จึงน่ากังวล


    พอมีความกังวลเรื่องน้ำท่วม ก็เลยไปเช็คดูข่าวเก่า  ทำให้เห็นข่าว กรมชลประทาน เตือน 30 เมษายน คือวันสิ้นสุด ฤดูแล้ง และเป็นการสิ้นสุด สภาพอากาศ แอลญีโญ นั่นแปลว่า ตั้่งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา เราเข้าสู่ สภาพอากาศ ลานีญา นั้นคือ สภาพฝนตกชุก น้ำมาก  เมื่อมีน้ำมากจะนำไปสู่สภาพน้ำท่วม 

    และพอย้อนกลับไปดูข่าวเก่าๆลงไปอีก ทำให้เห็นข่าว การเตือนน้ำท่วมปี 2563 ที่จะหนักกว่าปี 2554 ตั้งแต่เมื่อ 5 ปี ก่อน และมีการพูดซ้ำ เมื่อ 3 ปี รวมถึงปีที่แล้ว ก็ยังมีข่าว การคาดการณ์น้ำท่วมปี 2563อยู่





    เมื่อต้นปี จนถึงตอนนี้ เรากังวลเรื่อง โรคระบาด ไวรัสโคโรน่า มากจนแทบจะลืมไปว่า เราเจอภัยแล้งหนักมาก  ตอนนี้มีฝน น่าดีใจ เพราะเรากำลังจะพ้นสภาพภัยแล้งแล้ว แต่มันไม่น่าวางใจ 

    แปลว่าภาครัฐรู้ ผู้เชียวชาญรู้ นักวิชาการรู้  ทำนายไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าปีนี้ น้ำจะท่วมหนักปลายปี ยกเว้นเราไม่รู้   เพราะลืมไปแล้ว มัวแต่ไปสนใจโควิด จนลืมไปว่า เคยมีข่าวออกมาเตือนเรื่องน้ำท่วมใหญ่ ปี 2563 นานแล้วนะ

    ถ้าเป็นไปตามฤดูกาล หรือตามปรกติ  ฝนที่ตกในภาคเหนือ ตั้งแต่กลางปี พ.ค.-ก.ค. จะไหลมาสู่ภาคกลาง ประมาณ ส.ค.-ก.ย. ท่วมอยุธยา นครสวรรค์ ประมาณช่วงนี้  แล้วไหลลงกรุงเทพ เหมือนกับทุกปี คือ ประมาณ ต.ค.-พ.ย. ส่วนธันวา ฝนลงภาคใต้แล้ว ไปท่วมทางใต้แทน 

    แต่ปัญหาคือ ทุกปี ที่กรุงเทพกังวลก็คือ 3 น้ำมาบรรจบกัน ในเดือน ตุลาคม ก็คือ น้ำเหนือไหลมา น้ำทะเลหนุน และ ฝนที่ตกหนักในกรุงเทพ 3 น้ำนี้ ทำให้กรุงเทพ ท่วมทุกปี เป็นเรื่องปรกติ  แต่หลังๆดีหน่อย ไม่ท่วมหนัก เพราะมีการจัดการน้ำที่ดี มีการกั้นเขื่อน คูคลอง ลดปริมาณน้ำที่จะไหลท่วมกรุงเทพ



    คอยดูปริมาณน้ำทะเลในปีนี้นะ จะสูงมากผิดปรกติหรือเปล่า  คือฝนตกประเทศอื่น เหมือนไม่น่าเกี่ยวกับเรา แต่มันจะส่งผลให้ปริมาณน้ำในโลกนี้เพิ่มขึ้น ก็คือ น้ำทะเลหนุน นั่นเอง  เมื่อน้ำทะเลหนุน น้ำทะเลสูงขึ้น น้ำเหนือไหลลงมาก็ไม่ได้  เพราะน้ำทะเลสูงกว่า ก็จะล้นแถวๆ ชายทะเล ริมน้ำ กินพื้นที่เข้ามา ท่วมแถวบางขุนเทียนเข้ามา 

    บวกกับปีนี้ฝนเยอะ กรุงเทพเองก็จะรับน้ำเยอะเช่นกัน  ปรกติก็เอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว เจอน้ำเหนือ น้ำทะเล รวมกันเข้าไปอีก น่าเป็นห่วงจริงๆ ตามคำทำนายล่วงหน้าของ บรรดาผู้เชียวชาญเลย หรือ หมอดูก็ได้ ทำนายไว้ล่วงหน้าเช่นกัน ปีนี้น้ำจะท่วมหนัก 
     

    ตัวกรุงเทพชั้นใน ไม่ต้องไปห่วงเขาเลย เพราะ กรุงเทพ มีมาตราการปกป้องกรุงเทพชั้น่ในอยู่แล้ว ปี2554 ตัวกรุงเทพชั้นในแห้งสนิทเลย แต่ปริมลฑล ท่วมหมด อยู่กรุงเทพเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกันนะ จะบอกว่ากรุงเทพท่วม  ไปดูก่อน ว่ากรุงเทพที่ว่า อยู่ส่วนไหน เขตที่พักอาศัย หรือเศรษฐกิจ 

    ถ้าเป็นเขตเศรษฐกิจ ท่วมไม่นานหรอก เขาระบายออกหมด ท่วม 2-3 ชั่วโมง คนก็บ่นแล้ว กรุงเทพน้ำท่วม แต่ถ้าอยู่ปริมลฑล ชายชอบกรุงเทพ ย่านที่พักอาศัย จมไป 2 สัปดาห์ก็ไม่แปลก  และถ้าเป็นพื้นที่แก้มลิง หรือที่พักน้ำ ของกรุงเทพ จังหวัดโดยรอบ สมุทรปราการ สมุทรสาคร อยุธยา นครปฐม จมเป็นเดือน ไม่แปลก เพราะเขาผลักทางน้ำไปอยู่รอบนอกกรุงเทพ  เพื่อปกป้องกรุงเทพชั้นใน

    ข่าวที่ออกมาว่า กรุงเทพจะท่วมหนัก แปลให้ดีก็คือ พื้นที่รอบนอกจะท่วมหนักนั่นเอง  เพราะเขาจะมีมาตราการออกมาป้องกันกรุงเทพ ไม่ให้ท่วม นั่นแปลว่า ที่อื่นจะต้องรับน้ำไปท่วมแทน  ดังนั้นคนที่อยู่กรุงเทพรอบนอก ระวังบ้านตนเองให้ดี  ปีนี้ไม่น่าไว้ใจ  ยกพื้นได้ก็ยกเลย   เดือน กันยา ตุลา เก็บของขึ้น ชั้น 2 รอไว้ได้เลย   ถ้าคิดจะซ่อมบ้านปลายปี  เก็บไว้ปีหน้า รอหลังน้ำลดแล้วค่อยซ่อมก็ได้


    ตอนนี้ภาคเหนือ ฝนตกน้ำท่วม แต่ของเขาเป็นแค่น้ำหลาก ก็คือน้ำป่าไหลหลาก แค่ผ่านมาแล้วผ่านไป ไหลลงแม่น้ำ และ พื้นที่ต่ำกว่าหมด  ช่วงนี้ยังโชคดี เพราะคูคลอง แห้งมานาน มีน้ำมาเติมเต็ม ถ้าไหลลงเขื่อน ก็น่าดีใจ  เพราะจะมีน้ำเข้าเขื่อน ช่วยภาคการเกษตร 

    แต่ถ้าฝนตก ต่อเนื่อง ตั้งแต่ มิ.ย.ไปถึง กันยา น้ำจะล้นแล้วนะ  เพราะมันจะเริ่มเกินปริมาณที่รับได้ ต้องคอยระวังให้ดี น้ำปีนี้ไม่น่าไว้ใจ   ฝนตกที่ประเทศอื่นก็ไม่น่าไว้ใจ  เหมือนไม่เกี่ยวกับเรา แต่มันเกี่ยวข้องกันนะ  

    อย่างแม่น้ำโขง ที่ว่าแล้งจัดๆ จนลงไปเดินไป เพราะจีนกั้นเขื่อนเอาไว้  เขาไม่มีน้ำจะปล่อย เราก็ไม่มีน้ำจะใช้  แต่ถ้าเขามีน้ำล้นเหลือ  ต้องปล่อยออกก่อนเขื่อนจะพัง  น้ำมันก็จะมาล้นตลิ่งในแถบบ้านเรา  " ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ " ประโยคนี้อาจจะใช้ได้  




    ปีนี้เป็นปีที่โชคร้ายจริงๆ  ต้นปีเราเจอพิษของโรคระบาด ทำให้หยุดงาน ขาดรายได้  จนป่านนี้ ยังไม่ได้ทำงานเลย เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นเลย  จะหวังว่ารอสิ้นปี สถานการณ์น่าจะดีขึ้น แต่ดูแววแล้ว ท่าจะเป็นไปไม่ได้  

    ต่อให้เปิดการท่องเที่ยวก็ตาม แต่ถ้าน้ำท่วมทะเล ใครจะเที่ยวทะเล  พัทยาน้ำท่วมทำไง  ถ้าน้ำท่วมอยุธยา ใครไปเที่ยวกรุงศรีอยุธยา กรุงเก่า  น้ำท่วมกรุงเทพ ใครจะมาเที่ยววัดพระแก้ว ต่อให้น้ำไม่ท่วมวัดพระแก้ว แต่การเดินทางมาลำบาก ก็ไม่อยากจะมาแล้ว 



    กลางปีนี้ เป็นเรื่องของการประท้วงในต่างประเทศ  เราเหมือนจะไม่กระทบอะไร  การเมืองเรายังไม่สั่นสะเทือนนัก เพราะรัฐบาลแจกเงินค่อนข้างเยอะ  แต่อย่าไว้ใจเด็ดขาด  เพราะก่อนหน้านี้  เราก็ไม่รู้ว่า อเมริการ จะเกิดกรณีของ จอร์จ ฟรอยด์  เราไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ว่าการประท้วงจะลุกลามบานปลาย ไปทั่ว อเมริกาและยุโรปขนาดนี้ 

    เราเห็นด้วยการเรียกร้องความยุติธรรม แต่เราไม่เห็นด้วยกับการเรียกร้อง ที่ทำลายทรัพย์สิน สมบัติชาติ การทำลายอนุสาวรีย์ต่างๆ หรือการจี้ปล้น    มันทำให้การเรียกร้องความเป็นธรรมลดค่าลง กลายเป็นการทำให้คนดำดูแย่มาก  ที่ทำลายทรัพย์สินคนอื่น ขโมยของคนอื่น และ ย่ำยีประวัติศาสตร์ 

    คนดำเขาเป็นผู้เสียหายจากประวัติศาสตร์ ที่ถูกนำมาเป็นทาส จะเป็นข้ออ้างให้ไม่เคารพนับถือ วีรบุรุษของชาติก็ได้  เพราะเขาไม่ใช่คนในชาตินั้นโดยแท้จริง  แต่เขากำลังทำให้คนในชาติ หรือคนขาวไม่พอใจอย่างยิ่ง ที่ย่ำยี วีรบุรุษ บรรพบุรุษของคนในชาติ รวมถึงกษัตริย์ของชาวยุโรป ด้วย เป็นการหยาบเกียรติกันมาก  จะเป็นการปลุกคนขาวให้ขึ้นมาต่อต้าน   กลายเป็นการตีกันเอง  

    อย่าลืมว่า ชนชั้นสูงส่วนใหญ่ยังเป็นคนขาวนะ และมีอิทธิพล อำนาจ มากกว่าคนดำ  การจะทำให้คนดำชนะ เป็นเรื่องยาก   ต้องคอยดูต่อไปว่า คนดำจะทำสำเร็จหรือไม่   และ ชาวผิวเหลือ จะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย  เพราะได้สิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ในเร่ื่องเชื้อชาติไปด้วย


    ช่วงนี้เขาออกมาเดินขบวน ประท้วงกันได้ เพราะเป็นช่วงฤดูร้อนของเขา อากาศดี จะเดินประท้วงกลางแจ้งก็ทำได้สบาย  แต่พอปลายปี เริ่มหนาว หิมะตกหนัก  คนก็จะเบาบางลง ไม่ออกมาเดินเล่นกลางแจ้งแล้ว   และรอดูการเลือกตั้งปลายปี  

    ทุกปี การหาเสียงของประธานาธิบดี จะเป็นข่าวที่ดังและลุ้นกันเรื่องคะแนนเสียงอย่างมาก แต่ปีนี้ โควิดมาทำให้การหาเสืยงทำได้น้อยลง รวมถึงมีประท้วงแบบนี้ ทำไม่ได้เลย  ทำให้ข่าวการเลือกตั้งดูเบาลงไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ 


    แต่สิ่งที่จะรอในช่วงหน้าหนาวก็คือ โรคระบาดที่หนักขึ้นเนี่ยแหละ  อย่าลืมว่า ไวรัสโคโรน่าชอบอากาศเย็นๆหนาวๆนะ ตอนนี้ ก็ยังระบาดทุกวัน ถึงแม้อากาศจะร้อนก็ตาม แต่มันเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุดของเขาแล้วนะ  ก่อนที่ปลายปีจะกลับไปเลวร้ายอีกครั้ง 

    ดังนั้นปลายปี โรคระบาดก็ยังไม่จบ สำหรับเมืองหนาว  ส่วนของเราก็รอลุ้นน้ำท่วมได้เลย รวมถึงโรคระบาดรอบ 2 ที่จะตามมาด้วย


    เป็นปีที่สนุกจริงๆ มาพร้อมกันหลายเรื่องเหลือเกิน  อยู่ๆกันให้ถึงปีหน้านะ พ้นวิกฤตมาได้ครึ่งปีแล้ว เหลืออีกครึ่งปี ก็ยังต้องลุ้นกันต่อไป จะเจอภัยอะไรที่หนักหนากับชีวิตอีก  พ้นปีนี้ไปได้ ก็ไม่มีอะไรให้เราหนักใจเท่านี้อีกแล้ว  





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in